Apex Pro

บทความเกี่ยวกับ : ฉีดคาง

Apex โปรโมชั่น 2
Apex โปรโมชั่น 1
ฟิลเลอร์ใต้ตา
Radiesse
Profhilo 25000

ข้อควรรู้ก่อนฉีดคาง ข้อมูลการเตรียมตัว และขั้นตอนการทำ

ข้อควรรู้ก่อนฉีดคาง ข้อมูลการเตรียมตัว และขั้นตอนอย่างละเอียด

การทำให้รูปหน้าเรียวสวยสมส่วนด้วยการฉีดคางกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมความมั่นใจโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมผ่าตัดเพราะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และดูเป็นธรรมชาติ แต่เพื่อให้การฉีดคางออกมาสวยงาม และตอบโจทย์ความต้องการ การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดตั้งแต่การเตรียมตัว ขั้นตอนการทำไปจนถึงวิธีสังเกตยาแท้จึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อควรรู้เพื่อให้คุณพร้อมก่อนตัดสินใจปรับรูปหน้าให้เป๊ะยิ่งขึ้น

การฉีดคางคืออะไร ทำไมถึงนิยมในปัจจุบัน

การฉีดคางคือการเติมสารไฮยาลูรอนิกแอซิดเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสมส่วน ซึ่งการฉีดคางได้รับความนิยมสูงในปัจจุบันเพราะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนทันที เจ็บตัวน้อย และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานเหมือนการผ่าตัดศัลยกรรม

ฉีดคาง
(รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง) ฉีดคาง คืออะไร? อันตรายไหม เลือกฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน
ผลลัพธ์หลังรับบริการ โปรแกรมฉีดคาง ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ฉีดคางช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

การฉีดคางเป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าส่วนล่างให้สมดุล และรับกับรูปหน้าส่วนอื่นได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการเลือกฉีดคางสามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดังนี้

• เพิ่มความยาวให้ผู้ที่มีปัญหาคางสั้นหรือคางสั้นกุดดูเรียวสวยได้สัดส่วนจากการฉีดคาง
• ช่วยดันคางที่ถอยไปด้านหลังให้พุ่งออกมาข้างหน้าได้อย่างพอดี และดูเป็นธรรมชาติด้วยการฉีดคาง
• การฉีดคางช่วยปรับเปลี่ยนใบหน้าที่ดูกลมให้กลายเป็นรูปไข่หรือทรง V-Shape ได้
• แก้ไขปัญหาคางตัดที่ทำให้ใบหน้าดูแข็งเกินไปให้กลับมาดูอ่อนหวาน และละมุนขึ้นหลังการฉีดคาง
• การฉีดคางช่วยเติมเต็มผิวบริเวณคางที่มีรอยบุ๋มหรือเป็นร่องลึกให้กลับมาเนียนเรียบเสมอกัน
• ช่วยปรับรูปหน้าที่มีความไม่สมมาตรหรือมีอาการคางเอียงเล็กน้อยให้ดูตรงสวยด้วยการฉีดคาง
• การฉีดคางเป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับสัดส่วนใบหน้าส่วนล่างให้ดูสมบูรณ์แบบตามความต้องการ
• เสริมแนวกรอบหน้าให้ดูมีความชัดเจน และดูเฉี่ยวคมมากยิ่งขึ้นผ่านการฉีดคาง

ฉีดคาง
ฉีดคาง คืออะไร? อันตรายไหม เลือกฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน
ผลลัพธ์หลังรับบริการ โปรแกรมฉีดคาง ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดคาง

การฉีดคางเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้ดูเรียวสวย และมีสัดส่วนที่พอดีในระยะเวลาสั้น ๆ โดยกลุ่มบุคคลที่เหมาะสมสำหรับการฉีดคางมีดังต่อไปนี้

• ผู้ที่มีปัญหาคางสั้นหรือคางสั้นกุด และต้องการเพิ่มความยาวให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นด้วยการฉีดคาง
• กลุ่มคนที่มีลักษณะคางถอยไปด้านหลัง ซึ่งการฉีดคางจะช่วยเสริมให้ทรงคางพุ่งออกมายิ่งขึ้น
• ผู้ที่หน้ากลมหรือหน้าดูแบน และอยากเปลี่ยนเป็นรูปหน้าที่เรียวขึ้นได้ทันใจหลังจากการฉีดคาง
• คนที่มีปัญหาคางตัดหรือคางบุ๋มที่ทำให้หน้าดูแข็ง และต้องการปรับให้ดูอ่อนหวานขึ้นผ่านการฉีดคาง
• ผู้ที่ไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรม และไม่อยากเสียเวลาพักฟื้นนานจึงเลือกใช้วิธีฉีดคางแทน
• คนที่มีสัดส่วนใบหน้าไม่สมดุลหรือคางเอียงเล็กน้อย และต้องการแก้ไขให้ดูสมมาตรด้วยการฉีดคาง

ฉีดคาง
(รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง) ฉีดคาง คืออะไร? อันตรายไหม เลือกฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน
ผลลัพธ์หลังรับบริการ โปรแกรมฉีดคาง ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการฉีดคาง

แม้การฉีดคางจะให้ผลลัพธ์รวดเร็ว แต่ยังมีบางกลุ่มที่ไม่เหมาะกับหัตถการนี้เนื่องจากปัจจัยทางสุขภาพ ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำการฉีดคางดังนี้

• สตรีที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรควรงดการฉีดคางเพื่อป้องกันปัจจัยที่อาจส่งผลต่อบุตร
• ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือมีแผลอักเสบในบริเวณที่จะฉีดคางควรรักษาให้ผิวหนังภายนอกหายดีเสียก่อน
• คนที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของสารเติมเต็มหรือยาชาอย่างรุนแรง ไม่แนะนำให้เลือกใช้วิธีฉีดคาง
• ผู้ที่รับประทานยากลุ่มที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดเป็นประจำ ควรแจ้งข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจฉีดคาง
• ผู้ที่เพิ่งทำหัตถการเกี่ยวกับฟันหรือมีปัญหาฟันผุรุนแรง ควรรักษาให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับการฉีดคาง
• กลุ่มคนที่มีประวัติการเกิดแผลเป็นคีลอยด์ได้ง่ายอาจต้องพิจารณาให้ดีหากต้องการจะฉีดคาง
• คนที่มีปัญหามวลกระดูกคางสั้นจนเกินไปซึ่งการฉีดคางอาจไม่สามารถแก้ไขโครงหน้าได้ตามความคาดหวัง
• ผู้ที่กำลังเจ็บป่วยหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรเลื่อนหัตถการออกไปจนกว่าร่างกายจะพร้อมรับการฉีดคาง

การฉีดคางกับการผ่าตัดเสริมคาง ต่างกันอย่างไร

การเลือกปรับรูปทรงหน้าให้สวยงามมีทางเลือกหลักคือการทำศัลยกรรม และการฉีดคาง ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นที่ต่างกันออกไปตามความต้องการของผู้รับบริการ โดยการฉีดคางมักเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว และไม่อยากเจ็บตัวจากการผ่าตัด

การปรับรูปหน้าส่วนล่างด้วยวิธีการฉีดคาง

การฉีดคางคือการใช้สารเติมเต็มกลุ่มโปรแกรมฟิลเลอร์เข้าไปเพื่อเปลี่ยนรูปทรงคางให้ยาวหรือสวยงามขึ้นโดยไม่ต้องเปิดแผลใหญ่ ซึ่งหลังจากทำการฉีดคางเสร็จแล้วจะสามารถเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแบบไม่บวม ประมาณ 5-7 วันหลังทำ การฉีดคางจึงเหมาะมากกับผู้ที่ต้องการความสะดวก และหากต้องการเปลี่ยนทรงในอนาคตก็สามารถฉีดคางใหม่ได้ง่าย

การผ่าตัดเสริมคาง และความแตกต่างจากการฉีดคาง

การผ่าตัดเป็นการใส่ซิลิโคนเพื่อผลลัพธ์ที่ค่อนข้างนาน แต่คนไข้ต้องเตรียมตัวมากกว่า และมีระยะเวลาบวมช้ำที่นานกว่าการฉีดคางหลายเท่า นอกจากนี้การเลือกฉีดคางยังช่วยลดความเสี่ยงจากการวางยาสลบ และการเกิดแผลเป็นภายนอกที่อาจมาจากการศัลยกรรมได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้คนส่วนใหญ่จึงเลือกฉีดคางก่อนในระยะแรกเพื่อทดลองดูรูปทรงหน้าก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมเสริมคาง ซึ่งถือเป็นข้อดีที่โดดเด่นของการฉีดคางเมื่อเทียบกับการผ่าตัด

ฉีดคาง
ฉีดคาง คืออะไร? อันตรายไหม เลือกฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน
ผลลัพธ์หลังรับบริการ โปรแกรมฉีดคาง ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

โปรแกรมฟิลเลอร์คางควรใช้รุ่นไหน

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การฉีดคางออกมาดูเป็นธรรมชาติ และคงรูปได้ดี โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมมีดังนี้

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง คืออะไร ราคาเท่าไหร่ ฉีด 1 CC อยู่ได้กี่เดือน

• โปรแกรม Juvederm Voluma เป็นรุ่นที่นิยมใช้สำหรับการฉีดคางเพราะมีเนื้อเจลแน่น และยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้ค่อนข้างนานกว่ารุ่นอื่น และปั้นทรงได้สวยงาม
• โปรแกรม Restylane Lyft ฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่มีแรงยกตัวดีเหมาะกับการฉีดคางเพื่อปรับทรงให้พุ่ง และคมชัด โดยที่เนื้อฟิลเลอร์ไม่ไหลย้อยง่าย
• โปรแกรม Belotero Volume รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มวอลลุ่มโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฉีดคางเพื่อเติมเต็มพื้นที่คางให้ดูเรียว และกลมกลืนไปกับผิวหน้า
• โปรแกรม Neuramis Volume รุ่นยอดนิยมในการฉีดคางที่ให้ความคุ้มค่าสูง ช่วยปรับเปลี่ยนรูปคางให้ดูยาวได้ในราคาที่เข้าถึงง่าย

ฉีดคาง
(รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง) ฉีดคาง คืออะไร? อันตรายไหม เลือกฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน
ผลลัพธ์หลังรับบริการ โปรแกรมฉีดคาง ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

วิธีเช็กโปรแกรมฟิลเลอร์ด้วยตัวเองก่อนฉีดคาง

การตรวจสอบคุณภาพของโปรแกรมฟิลเลอร์ก่อนเริ่มขั้นตอนสำคัญคือสิ่งที่คนไข้ควรใส่ใจเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การฉีดคางที่สวยงาม และได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ โดยมีวิธีสังเกตดังนี้

• ขอดูกล่องฟิลเลอร์เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการฉีดคางด้วยยาใหม่ที่ยังไม่มีการเปิดใช้มาก่อน
• ตรวจสอบเครื่องหมาย อย.และฉลากภาษาไทยที่ติดอยู่บนกล่องผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาใช้ในการฉีดคาง
• สแกน QR Code ข้างกล่องเพื่อตรวจสอบประวัติ และรุ่นของฟิลเลอร์ให้ตรงตามที่ต้องการจะฉีดคาง
• เช็กเลข Lot การผลิตบนกล่อง และที่ตัวหลอดบรรจุยาว่ามีตัวเลขที่ตรงกันก่อนเริ่มลงมือฉีดคาง
• สังเกตวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์ให้มั่นใจว่ายาที่จะนำมาใช้สำหรับการฉีดคางยังไม่เสื่อมสภาพ
• ขอดูขั้นตอนที่แพทย์แกะกล่องยา และประกอบเข็มให้เห็นต่อหน้าเพื่อให้มั่นใจก่อนจะทำการฉีดคาง
• ตรวจเช็กชื่อสถานพยาบาลจากบริษัทผู้นำเข้าเพื่อเช็กว่ามีการสั่งซื้อยาแท้สำหรับใช้ฉีดคางจริง
• แนะนำให้ถ่ายภาพหรือขอกล่องผลิตภัณฑ์กลับบ้านหลังจากที่ทำการฉีดคางเสร็จสิ้นเพื่อเป็นหลักฐาน
• หลีกเลี่ยงราคาที่ถูกจนเกินเหตุ เพราะความเสี่ยงที่แฝงมากับการฉีดคางด้วยยาปลอมนั้นมีผลเสียรุนแรง
• ตรวจสอบชื่อแพทย์จากเว็บไซต์แพทยสภาเพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการปรับรูปทรงหน้าสัดส่วนใบหน้า

โปรแกรมฟิลเลอร์ควรมีเนื้อแบบไหนถึงเหมาะกับการฉีดคาง

การฉีดคางที่ได้สัดส่วนสวยงามควรเลือกฟิลเลอร์เนื้อแน่นหรือเนื้อแข็งที่มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้สารเติมเต็มสามารถคงรูป และปั้นทรงให้พุ่งสวยได้ดีโดยไม่ไหลออกด้านข้าง การใช้ฟิลเลอร์เนื้อแน่นในการฉีดคางยังช่วยให้ผิวบริเวณคางดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติเสมือนมีโครงสร้างกระดูกจริงและยังทำให้ผลลัพธ์ของการฉีดคางในแต่ละครั้งสามารถคงรูปทรงที่สวยงามไว้ได้ยาวนานกว่าฟิลเลอร์ชนิดเนื้อนิ่มนั่นเอง

การเตรียมตัวก่อนฉีดคางต้องทำอะไรบ้าง

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม และลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ การเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนตัดสินใจฉีดคางถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่คุณไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง โดยมีข้อควรปฏิบัติเบื้องต้นดังนี้

• งดยาในกลุ่มแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และวิตามินอีล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการฉีดคาง
• งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสเกิดรอยเขียวช้ำหลังการฉีดคาง
• ศึกษาข้อมูลรุ่นผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ต้องการ และเช็กวิธีดูยาแท้ก่อนเข้ารับการฉีดคางอย่างละเอียด
• แจ้งประวัติการแพ้ยา และโรคประจำตัวให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบก่อนที่จะลงมือฉีดคางเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
• งดการเลเซอร์หน้าหรือทำทรีตเมนต์บริเวณใบหน้าส่วนล่างล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนทำการฉีดคาง
• เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมด้วยการพักผ่อนที่เพียงพอก่อนที่จะไปทำการฉีดคางตามนัดหมาย
• ตรวจสอบมาตรฐานของคลินิก และตรวจสอบเลขใบอนุญาตแพทย์ก่อนตัดสินใจจองคิวเพื่อฉีดคาง
• หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง และอาหารที่มีโซเดียมสูงล่วงหน้า 1-2 วันก่อนเริ่มหัตถการฉีดคาง
• ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรูปทรงหน้า และตกลงปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ในการฉีดคางให้รับกับจุดอื่นๆ บนใบหน้า
• หากเคยผ่าตัดหรือเคยผ่านการฉีดคางด้วยสารเติมเต็มชนิดอื่นมาก่อน ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบอย่างตรงไปตรงมา

ขั้นตอนการฉีดคางมีอะไรบ้าง

ขั้นตอนการฉีดคางจะเริ่มต้นด้วยความใส่ใจตั้งแต่การประเมินรูปหน้าไปจนถึงการดูแลหลังจบหัตถการ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตามแผนที่วางไว้ดังนี้

• ขั้นตอนเริ่มจากการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความสมมาตรของใบหน้า และคำนวณปริมาณยาที่จะใช้ในการฉีดคาง
• เจ้าหน้าที่จะทำการเตรียมผิว และเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางบริเวณรอบ ๆ จุดที่จะฉีดคางเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
• การแปะยาชาหรือการฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บ และทำให้รู้สึกผ่อนคลายตลอดกระบวนการฉีดคาง
• แพทย์เริ่มทำหัตถการโดยใช้เทคนิคเฉพาะในการค่อย ๆ เดินตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวอย่างแม่นยำเพื่อปั้นรูปทรงจากการฉีดคาง
• ในระหว่างการฉีดคาง แพทย์อาจจะให้คนไข้ร่วมดูรูปทรงเป็นระยะเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม และตรงตามความคาดหวัง
• หลังจากขั้นตอนการฉีดคางเสร็จสิ้น แพทย์จะทำความสะอาดรอยเข็ม และทำการป้ายยาเพื่อช่วยสมานผิวเบื้องต้น
• ตรวจสอบความเรียบร้อยรวมถึงความสมดุลของใบหน้าทันทีที่ขั้นตอนการฉีดคางในวันนั้นเรียบร้อยดีแล้ว
• ขั้นตอนสุดท้ายคือการได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตนเอง และตารางนัดหมายติดตามผลหลังจากการฉีดคางอย่างละเอียด

วิธีลดบวม และอาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีดคาง

การดูแลตัวเองที่ถูกวิธีหลังการฉีดคางจะช่วยให้ระยะเวลาในการบวมลดลงเร็วขึ้น และทำให้ทรงคางใหม่ดูสวยงามเข้าที่ได้ดียิ่งขึ้นโดยมีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

• ควรประคบเย็นอย่างเบามือใน 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีดคาง เพื่อช่วยบรรเทาอาการบวมแดง และรอยเข็มที่อาจเกิดขึ้นได้
• งดการจับ แคะ หรือนวดคลึงบริเวณที่ทำการฉีดคางมาอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สารเติมเต็มเคลื่อนที่ผิดรูปทรง
• ควรดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ หลังจากฉีดคาง เนื่องจากไฮยาลูรอนิกแอซิดจะอุ้มน้ำได้ดีขึ้น และช่วยให้ผิวดูเนียนอิ่มน้ำ
• หากมีอาการปวดตึงในช่วงแรกหลังการฉีดคาง สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลได้ตามคำแนะนำของแพทย์
• ในช่วง 2-3 คืนแรกหลังฉีดคาง ควรนอนหนุนหมอนสูงเพื่อให้ใบหน้ายกสูงกว่าระดับหัวใจ ซึ่งจะช่วยลดอาการบวมได้ไวขึ้น
• หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่หลังจากฉีดคางอย่างน้อยประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลหายช้าลง
• งดการทำเลเซอร์หรือกิจกรรมที่ต้องโดนความร้อนสูงบริเวณที่ฉีดคางมา เพราะอาจส่งผลต่อการเซตตัวของตัวยา
• อาการคางแข็งหรือเป็นก้อนเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรกหลังการฉีดคางเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจะค่อยๆ  นิ่มลง และเข้าที่ในภายหลัง
• ควรเลี่ยงอาหารหมักดองหรืออาหารรสจัดหลังจากการฉีดคาง เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้หน้าเกิดอาการบวมได้ง่ายขึ้น
• หากมีอาการปวดบวมที่รุนแรงผิดปกติหลังฉีดคาง หรือผิวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำผิดสังเกต ควรติดต่อแพทย์เพื่อตรวจสอบทันที

ข้อห้ามที่ไม่ควรทำหลังฉีดคางเสร็จทันที

หลังจากการฉีดคางเสร็จเรียบร้อยแล้วในช่วงประมาณ24 ชั่วโมงแรกคือช่วงเวลาที่สำคัญเพื่อให้โปรแกรมฟิลเลอร์เซตตัวได้อย่างสวยงาม และป้องกันการเคลื่อนที่ของรูปทรง โดยมีข้อห้ามสำคัญดังนี้

• ห้ามสัมผัส แตะ แกะ เกาหรือนวดคลึงในบริเวณที่เพิ่งฉีดคางมาอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ทรงคางเสียรูปหรือเกิดการติดเชื้อได้
• หลีกเลี่ยงการเท้าคางหรือการนอนคว่ำหน้าทันทีหลังการฉีดคาง เนื่องจากแรงกดทับจะส่งผลต่อการจัดรูปทรงของแพทย์ที่ทำไว้
• งดการแต่งหน้าบริเวณจุดที่ฉีดคางอย่างน้อยประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อให้รอยเข็มปิดสนิท และลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
• ห้ามล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดหรือใช้ไดร์เป่าผมลมร้อนเป่าโดนใบหน้าหลังฉีดคางเสร็จทันทีเพราะความร้อนจะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดทำให้บวมมากขึ้น
• งดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก และอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นในช่วงประมาณ 24 ชั่วโมงแรกหลังการฉีดคาง
• หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ทันทีหลังจากฉีดคางเพราะส่งผลต่อการอักเสบ และทำให้แผลบวมแดงหายช้าลง
• งดการรับประทานอาหารดิบ อาหารหมักดองหรืออาหารที่เผ็ดร้อนจัดหลังการฉีดคาง เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้หรือบวมบริเวณที่ฉีดได้

ฉีดคาง
(รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง) ฉีดคาง คืออะไร? อันตรายไหม เลือกฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน
ผลลัพธ์หลังรับบริการ โปรแกรมฉีดคาง ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ฉีดคางกี่วันเข้าที่ และอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังจากการฉีดคางผลลัพธ์จะเห็นชัดทันทีแต่ฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการเซตตัวเข้าที่เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งการฉีดคางสามารถคงผลลัพธ์ความเรียวสวยได้ยาวนานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่น และยี่ห้อที่เลือกใช้ จะช่วยให้คุณวางแผนการดูแลตัวเอง และเตรียมกลับมาฉีดคางซ้ำเพื่อรักษารูปหน้า

สัญญาณเตือน และอาการผิดปกติหลังฉีดคางที่ต้องรีบมาพบแพทย์

การสังเกตอาการหลังฉีดคางอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติ และรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อใบหน้าในระยะยาวโดยมีสัญญาณเตือนดังนี้

• มีอาการปวดตุบ ๆ อย่างรุนแรงบริเวณที่ฉีดคาง และไม่ทุเลาลงแม้รับประทานยาแก้ปวด บ่งบอกถึงแรงดันภายในผิวหนังที่มากเกินไป หรือตัวยาอาจเข้าไปอุดตันเส้นเลือด ซึ่งเป็นอาการผิดปกติที่ต้องได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์โดยด่วน
• สีผิวหนังรอบ ๆ จุดที่ฉีดคางเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด สีม่วงหรือสีดำคล้ำผิดปกติทันที เป็นสัญญาณอันตรายขั้นวิกฤตของการขาดเลือดมาเลี้ยงผิวหนังเนื่องจากเส้นเลือดอุดตัน หากไม่รีบฉีดสลายฟิลเลอร์อาจทำให้เกิดภาวะเนื้อตายในบริเวณนั้นได้
• มีตุ่มหนองหรืออาการอักเสบแดงที่ลามมากขึ้นบริเวณผิวหนังหลังฉีดคางเป็นวงกว้าง อาการนี้แสดงถึงภาวะการติดเชื้อแบคทีเรียหรืออาการแพ้สารเติมเต็มอย่างรุนแรง ซึ่งต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหรือการดูแลจากแพทย์ทันที
• เกิดอาการบวมอย่างรุนแรงที่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ฉีดคางผ่านไปหลายวัน ปกติอาการบวมควรจะค่อย ๆ ลดลง หากกลับมาบวมใหม่หรือบวมขึ้นอย่างรวดเร็วหลังผ่านไป 3-5 วัน อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือการติดเชื้อภายใน
• รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวกหรือมีผื่นขึ้นตามร่างกายหลังจากการฉีดคาง เป็นอาการแพ้แบบรุนแรง ซึ่งมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ และหัวใจ ถือเป็นเหตุฉุกเฉินที่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
• รูปทรงฟิลเลอร์มีการเคลื่อนที่หรือย้อยออกจากตำแหน่งเดิมที่แพทย์ทำการฉีดคางไว้ อาจเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่ไม่เหมาะสมหรือตัวยาไหลเข้าผิดชั้นผิว ซึ่งต้องให้แพทย์ช่วยปรับแต่งหรือฉีดสลายออกเพื่อป้องกันผลกระทบต่อโครงหน้าในระยะยาว
• มีไข้ขึ้นสูงร่วมกับอาการผิวหนังแดง และร้อนวูบวาบบริเวณที่ทำการฉีดคางมา ไข้เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังตอบสนองต่อภาวะติดเชื้อที่รุนแรง หากมีอาการร้อนจัดบริเวณผิวที่ฉีดร่วมด้วยควรรีบพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะ
• คลำพบก้อนแข็งที่กดแล้วเจ็บมากหลังจากผ่านพ้นสัปดาห์แรกของการฉีดคางไปแล้ว ก้อนที่กดแล้วเจ็บอาจบ่งบอกถึงอาการอักเสบเรื้อรังหรือการที่สารเติมเต็มจับตัวเป็นก้อนหนาแน่นเกินไปจนรบกวนเนื้อเยื่อปกติรอบข้าง
• รู้สึกชาสะสมหรือสูญเสียความรู้สึกในบริเวณรอบ ๆ จุดที่ทำการฉีดคางไปอย่างต่อเนื่อง อาการชาที่นานผิดปกติอาจเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับด้วยตัวฟิลเลอร์ หรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ ขาดเลือดหล่อเลี้ยงจนส่งผลต่อระบบประสาทสัมผัส

สรุปการฉีดคางมีข้อควรรู้เรื่องใดบ้าง พร้อมขั้นตอนต่าง ๆ

สรุปแล้วการฉีดคางเป็นหัตถการที่ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวสวยได้รูปอย่างเห็นผลชัดเจน และรวดเร็ว โดยไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการฉีดคางอยู่ที่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่ได้รับมาตรฐาน และดำเนินการโดยแพทย์เท่านั้น ซึ่งหากมีการเตรียมตัวที่ดี และดูแลตัวเองหลังฉีดคางตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้คุณได้ทรงคางที่สวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ

สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ ฉีดคาง คืออะไร อันตรายไหม เลือกฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เป็นก้อน,ฉีดคาง หรือสอบถามรายละเอียด โปรโมชั่นพิเศษ หรือ หัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ทุกช่องทางค่ะ

Apex
Apex

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ Apex Clinic สาขาเพลินจิต

เจาะลึกข้อควรรู้ก่อนฉีดคาง วิธีเตรียมตัวและขั้นตอนการทำอย่างละเอียด พร้อมสัญญาณเตือนที่ควรระวังและการดูแลหลังทำเพื่อให้คางสวยเป๊ะเป็นธรรมชาติ ข้อควรรู้ก่อนฉีดคาง ข้อมูลการเตรียมตัวและขั้นตอนการทำ

41
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
รับโปรโมชั่นพิเศษ
รับโปรโมชั่นพิเศษ
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี
โทรสอบถามโปรโมชั่น
โทรสอบถามโปรโมชั่น