Thermage (เทอร์มาจ) เป็นเครื่องยกกระชับที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ หรือมีไขมันสะสมบนใบหน้า หากใครที่กำลังสงสัยว่า Thermage ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง มีกี่แบบ และมีความแตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นๆ ในท้องตลาดอย่างไร หมอจะอธิบายกลไกก่อนสรุปผลให้เข้าใจ
Thermage คืออะไร
Thermage คือ เครื่องยกกระชับทางการแพทย์ที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว หรือ Monopolar RF ยิงลึกลงไปถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) ความร้อนจากคลื่นวิทยุจะเข้าไปกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยเกิดการหดตัว ส่งผลให้ผิวตึงกระชับขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว และช่วยลดไขมันสะสมส่วนเกินบนใบหน้าได้อีกด้วย
Thermage ช่วยอะไรได้บ้าง
การทำ Thermage ถือเป็นหัตถการที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างล้ำลึก ยกกระชับผิวหน้า ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย และปรับกรอบหน้าให้คมชัดมากขึ้น โดยประโยชน์หลักๆ มีดังนี้
- ลดไขมันสะสมเฉพาะจุด ช่วยลดไขมันบริเวณแก้มและเหนียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ผิวหย่อนคล้อยถูกยกกระชับ หน้าจะดูอ่อนเยาว์ และดูเฟิร์มขึ้น
- กรอบหน้าชัด เนื่องจากไขมันลดลง และหน้ายกกระชับ ทำให้หน้าดูเรียวขึ้น
- ลดเลือนริ้วรอย ช่วยให้ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนและยืดหยุ่นขึ้น
- ฟื้นฟูรอบดวงตา ช่วยยกเปลือกตาที่ตก แก้ไขปัญหาถุงใต้ตา และลดริ้วรอยรอบดวงตา
- กระชับผิวบริเวณลำตัว ช่วยลดความย้วยของผิวบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา หลังคลอดบุตรหรือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
เครื่อง Thermage มีกี่แบบ
Thermage มีการพัฒนาหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่ TC, NXT, CPT จนถึง FLX โดยรุ่นที่มักถูกเปรียบเทียบกันคือ CPT และ FLX ดังนั้นหมอจึงเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ ตามรุ่นหลักดังนี้
Thermage CPT
Thermage CPT เป็นเครื่องรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้า FLX รุ่นนี้จะใช้ระบบ Comfort Pulse Technology มีระบบสั่นเพื่อช่วยลดความเจ็บระหว่างทำ และมีระบบความเย็นเคลือบผิวแบบ Cryogen cooling แม้ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่อาจจะใช้เวลาในการทำนานกว่าเนื่องจากขนาดหัวทิปที่เล็กกว่ารุ่นใหม่
Thermage FLX
สำหรับ Thermage FLX คือเครื่องรุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นรุ่นที่ 4 ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยตัวย่อมาจาก Faster โดยสามารถทำเสร็จเร็วขึ้น 25%, Algorithm ที่เป็นระบบ AccuREP ปล่อยพลังงานได้แม่นยำและเสถียรแบบ Real-time และ Xperience ที่หมายถึงเจ็บน้อยลง สบายผิวมากขึ้นด้วยหัวสั่นรอบทิศทาง และยังมีหัวทิปขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ส่งพลังงานได้ลึกและทั่วถึงกว่ารุ่นเก่า
ในปัจจุบัน สถานพยาบาลความงามส่วนใหญ่ได้ปรับมาเลือกใช้เครื่อง Thermage FLX เป็นหลัก เนื่องจากเป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้เข้ารับบริการได้ดีกว่า ทั้งในเรื่องของความเจ็บที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และใช้ระยะเวลาในการทำน้อยกว่ารุ่น CPT มากค่ะ
บริเวณที่นิยมในการทำ Thermage
Thermage สามารถทำได้หลายบริเวณทั่วร่างกาย โดยจุดที่ผู้เข้ารับบริการนิยมทำ ได้แก่
- ใบหน้า สามารถทำได้ทั่วทั้งใบหน้า แก้ม ร่องแก้ม และกรอบหน้า เพื่อยกกระชับและลดไขมัน
- รอบดวงตา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณเปลือกตาและใต้ตา เพื่อลดความหย่อนคล้อยและริ้วรอย โดยจะใช้หัวทิปสีเขียวขนาดเล็กเฉพาะ
- ลำตัว บริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และสะโพก เพื่อกระชับผิวที่ย้วยหรือหย่อนคล้อย
Thermage มีกี่หัว ต่างกันอย่างไร
ในการทำ Thermage แต่ละครั้ง นอกจากตัวเครื่องแล้ว อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ หัวทิป (Treatment Tip) ซึ่งเป็นหัวส่งพลังงานคลื่นวิทยุ RF ลงสู่ชั้นผิวหนัง โดยหัวทิปนี้จะเหมาะสมกับพื้นที่ผิวและปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละจุดของร่างกาย
- Eye Tip 0.25 cm² หัวสีเขียวขนาดเล็กพิเศษสำหรับยกกระชับผิวบริเวณเปลือกตาและรอบดวงตาโดยเฉพาะ
- Total Tip 4.0 cm² หัวสีม่วงยอดนิยมสำหรับยกกระชับใบหน้า แก้ม เหนียง และลำคอ ให้ผิวแน่นเฟิร์ม
- Body Tip 16.0 cm² หัวสีส้มขนาดใหญ่สำหรับทำบริเวณลำตัว หน้าท้อง และต้นขา เพื่อลดความหย่อนคล้อย
- Total Tip 3.0 cm² หัวรุ่นมาตรฐานเดิมสำหรับผิวหน้า ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้รุ่น Total Tip 4.0 ซึ่งเป็นหัวมีพื้นที่ครอบคลุมมากขึ้นและใช้เวลาทำเร็วขึ้นได้ประมาณ 25%
Thermage ต่างจากเครื่องอื่นอย่างไร
หลายคนอาจจะสับสนว่า Thermage แตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นๆ อย่างไร เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาเปรียบเทียบกันแบบจุดต่อจุด
Thermage vs Oligio
Thermage และ Oligio ใช้พลังงาน Monopolar RF เช่นเดียวกัน โดยเน้นส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น ความแตกต่างอยู่ที่ระบบปล่อยพลังงาน การทำความเย็น หัวทิป และแนวทางการวางพลังงานของแต่ละเครื่อง
Thermage vs HIFU
Thermage ใช้พลังงาน Monopolar RF กระจายความร้อนในเนื้อเยื่อ เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลความแน่นและความหย่อนคล้อยของผิว ส่วน HIFU ใช้พลังงานอัลตราซาวด์รวมเป็นจุดในระดับความลึกที่กำหนด จึงมักเน้นการยกกระชับเนื้อเยื่อในชั้นลึกมากกว่า
Thermage vs Ulthera
Ulthera ใช้พลังงาน Microfocused Ultrasound และมีหน้าจอแสดงชั้นเนื้อเยื่อระหว่างทำ ช่วยให้แพทย์มองเห็นระดับที่ส่งพลังงานได้ ส่วน Thermage ใช้ Monopolar RF เพื่อกระจายความร้อนในชั้นผิวและเนื้อเยื่อใต้ผิว การเลือกเครื่องจึงขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักคือผิวขาดความแน่นหรือมีความหย่อนคล้อยในชั้นลึก
Thermage vs Ultraformer
Ultraformer ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ส่งลงเป็นจุดตามระดับความลึกของหัวที่เลือก เหมาะกับการดูแลกรอบหน้าและความหย่อนคล้อยในชั้นลึก ขณะที่ Thermage เน้นการกระจายความร้อนเพื่อปรับความแน่นและคุณภาพผิวในบริเวณกว้าง
Thermage vs Volnewmer
Thermage และ Volnewmer อยู่ในกลุ่ม Monopolar RF เช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างด้านหัวทิป ระบบทำความเย็น และรูปแบบการควบคุมพลังงาน ผลลัพธ์จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการประเมินปัญหา การเลือกพลังงาน และเทคนิคของแพทย์ด้วย
Thermage ต้องทำกี่ช็อตถึงจะเห็นผล
จำนวนช็อตของ Thermage ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน แพทย์จะกำหนดจากขนาดบริเวณที่ทำ ระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณเนื้อเยื่อ ชนิดหัวทิป และรูปแบบการวางพลังงาน ตัวอย่างจำนวนช็อตที่อาจใช้ ได้แก่
- ประมาณ 450 ช็อต สำหรับดูแลบริเวณเฉพาะจุด โดยต้องพิจารณาร่วมกับชนิดหัวทิปและขนาดพื้นที่
- ประมาณ 900 ช็อต มักใช้สำหรับบริเวณใบหน้าและใต้คางที่ต้องการวางพลังงานครอบคลุมมากขึ้น
- 1,200 ช็อตขึ้นไป อาจพิจารณาในผู้ที่มีพื้นที่ทำกว้าง หรือต้องการดูแลต่อเนื่องตั้งแต่ใบหน้าถึงลำคอ
- บริเวณลำตัว จำนวนช็อตจะแตกต่างตามพื้นที่และชนิดหัวทิปที่ใช้
จำนวนช็อตมากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าเสมอไป สิ่งสำคัญคือการวางพลังงานให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าและปัญหาของแต่ละคน โดยไม่ใช้พลังงานมากเกินความจำเป็น
ทำ Thermage ราคาเท่าไหร่
ราคาของการทำ Thermage จะแตกต่างกันไปตามจำนวน Shot ที่ใช้ โปรโมชั่นของแต่ละสถานพยาบาล และแพทย์ผู้ประเมิน โดยทั่วไปราคาเฉลี่ยในตลาดจะอยู่ที่
- Thermage FLX 450 Shots ราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 – 45,000 บาท เหมาะสำหรับรอบดวงตา แก้ม หรือเหนียงบางส่วน
- Thermage FLX 900 Shots ราคาเริ่มต้นประมาณ 60,000 – 90,000 บาท เหมาะสำหรับทั่วใบหน้าและเหนียง
รีวิวผู้ใช้บริการ Thermage ที่ Apex Clinic
ที่ Apex Clinic เราเน้นผลลัพธ์ด้วยภาพถ่ายจริงจากคนไข้ผู้เข้ารับบริการ เพื่อให้คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวได้อย่างชัดเจน โดยคุณสามารถพิจารณาผลลัพธ์ความพึงพอใจผ่านรูปภาพรีวิว Before & After ของผู้ใช้บริการจริงในเคสต่างๆ ได้ดังนี้
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
ดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ รีวิวหัตถการ APEX
การเตรียมตัวและดูแลหลังทํา Thermage
แม้ว่าการทำ Thermage จะเป็นหัตถการประเภท Non-invasive แต่การเตรียมความพร้อมของผิวตั้งแต่ก่อนทำ รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังทำ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
การเตรียมตัวก่อนทำเทอร์มาจ
ก่อนทำ Thermage ควรเข้ารับการประเมินสภาพผิวและแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ เพื่อวางแผนพลังงานและลดความเสี่ยงจากหัตถการ ดังนี้
- แจ้งประวัติการทำหัตถการบนใบหน้า เช่น โปรแกรมฟิลเลอร์ โบทูลินัมท็อกซิน ร้อยไหม เลเซอร์ หรือเครื่องยกกระชับ รวมถึงวันที่และบริเวณที่ทำ
- แจ้งโรคประจำตัวและอุปกรณ์ที่ฝังในร่างกาย โดยเฉพาะเครื่องกระตุ้นหัวใจ อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือโลหะในบริเวณใกล้เคียง
- แจ้งการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมถึงโรคผิวหนัง แผล การอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
- หลีกเลี่ยงการรบกวนผิวก่อนทำ หากผิวระคายเคืองง่าย อาจงดสครับ การผลัดเซลล์ผิว เรตินอยด์ หรือกรดเข้มข้นประมาณ 3–5 วันตามคำแนะนำของแพทย์
- เว้นหัตถการที่ทำให้ผิวระคายเคือง เช่น เลเซอร์หรือทรีตเมนต์ที่ใช้พลังงาน ควรแจ้งแพทย์เพื่อกำหนดระยะห่างที่เหมาะสม
- ไม่หยุดยาที่แพทย์สั่งเอง โดยเฉพาะยาต้านเกล็ดเลือด ยาละลายลิ่มเลือด หรือยารักษาโรคประจำตัว หากมีความจำเป็นต้องปรับยา ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาก่อน
- เตรียมผิวในวันทำหัตถการ ทำความสะอาดผิวตามปกติและหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนัก เพื่อให้แพทย์ตรวจสภาพผิวได้ชัดเจน
หากมีผื่น แผล สิวอักเสบรุนแรง หรือการติดเชื้อในตำแหน่งที่จะทำ ควรเลื่อนหัตถการและให้แพทย์ประเมินก่อน
การดูแลตัวเองหลังทำ Thermage
หลังทำ Thermage ไม่มีบาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานยิ่งขึ้น
- หลีกเลี่ยงความร้อน ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรเลี่ยงการเข้าซาวน่า, การอาบน้ำอุ่นจัด หรือการทำเลเซอร์อื่นๆ บนใบหน้า
- บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Moisturizer และครีมกันแดดที่มี SPF 50+ เป็นประจำทุกวัน
- งดทำหัตถการบางประเภท ควรงดการนวดหน้าแรงๆ หลังทำประมาณ 1 สัปดาห์
- ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ของผิว
ควรทำ Thermage ที่ไหนดี
การเลือกสถานพยาบาลในการทำ Thermage ควรพิจารณาจากปัจจัยสำคัญดังนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี
- ใช้เครื่องแท้เท่านั้น ต้องสามารถตรวจสอบเครื่องแท้และหัวทิปแท้ Genuine Thermage ผ่านทางเว็บไซต์ผู้นำเข้าได้
- แพทย์มีประสบการณ์ แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญในการประเมินรูปหน้าและดีไซน์จำนวน Shot ได้อย่างแม่นยำ
- สถานพยาบาลได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตถูกต้อง สะอาด ดูแลให้ปลอดภัย และมีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงที่น่าไว้ใจ เช่นที่ Apex Clinic ที่เปิดให้บริการยาวนานและได้รับรางวัลการันตีระดับประเทศ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Thermage
ทำ Thermage เจ็บไหม
สำหรับ Thermage FLX จะมีความเจ็บน้อยลงกว่ารุ่นเดิมมาก เนื่องจากมีระบบหัวสั่นรอบทิศทาง และระบบ Coolant ปล่อยความเย็นเคลือบผิวตลอดเวลา ทำให้ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นๆ และจี๊ดๆ บางบริเวณเท่านั้น ซึ่งเป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้
Thermage อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์หลังทำ Thermage จะเห็นผลประมาณ 20% จากการหดตัวของคอลลาเจน และจะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนเต็มที่ในเดือนที่ 2-3 โดยผลลัพธ์จะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
หลังทํา Thermage หน้าบวมนานไหม
หลังทำอาจมีอาการผิวแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติจากความร้อนใต้ผิวหนัง โดยอาการบวมนี้จะค่อยๆ หายไปเองภายใน 2-3 วัน สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ
Thermage ควรทำกี่ Shot
จำนวน Shot ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปบริเวณรอบดวงตาจะใช้ประมาณ 450 Shots ส่วนบริเวณทั่วใบหน้าและเหนียงจะนิยมใช้ที่ 900 Shots เพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและชัดเจน
หลังทำ Thermage ห้ามนวดหน้ากี่วัน
ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรงหรือการทำทรีทเม้นท์ที่ต้องขัดถูใบหน้าในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการรักษา เพื่อลดการระคายเคืองและให้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้ฟื้นฟูตามกระบวนการธรรมชาติอย่างเต็มที่
ทำ Thermage แล้วหน้าจะไหม้ไหม
หากทำด้วยเครื่องที่ตรวจสอบได้และดำเนินการโดยแพทย์ โอกาสที่จะเกิดผิวไหม้มีน้อยมากเนื่องจากเครื่องมีระบบเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิผิวตลอดเวลา ระบบความเย็นจะช่วยปกป้องผิวชั้นนอกไม่ให้ได้รับความร้อนสูงเกินไปจนเกิดรอยไหม้หรือตุ่มพอง
Thermage เหมาะกับคนอายุเท่าไหร่
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีความกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยหรือต้องการลดไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง โดยในช่วงวัย 30-50 ปี จะเป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในการช่วยยกกระชับและฟื้นฟูคอลลาเจน
หลังทำ Thermage ต้องพักฟื้นไหม
หลังทำเสร็จสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าได้ตามปกติ ผิวอาจมีรอยแดงเรื่อหรือบวมเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่เกินหนึ่งสัปดาห์
สรุป
Thermage คือ นวัตกรรมยกกระชับผิวที่ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีแก้มเยอะ และมีเหนียงสะสม ด้วยพลังงาน Monopolar RF ที่ช่วยให้ผิวแน่น และกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างล้ำลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น Thermage FLX ที่ทำได้เร็วขึ้นและเจ็บน้อยลง หากคุณสนใจอยากหน้ากระชับ อ่อนเยาว์ โดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถเข้ามาปรึกษาและรับการประเมินสภาพผิวโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ได้ที่ Apex Clinic ทุกสาขา







