ฉีดฟิลเลอร์คาง แล้วรูปหน้าจะเปลี่ยนอย่างไร คางยาวขึ้นแค่ไหน

หน้าแรก » ฟิลเลอร์ » ฉีดฟิลเลอร์คาง แล้วรูปหน้าจะเปลี่ยนอย่างไร คางยาวขึ้นแค่ไหน
ว.41660
ฉีดฟิลเลอร์คาง
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ฉีดฟิลเลอร์คาง คือหนึ่งในทางเลือกสำหรับคนที่มีปัญหาคางสั้น คางถอย หรือหน้ากลม แต่หลายคนก็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะเคยเห็นรีวิวที่บางเคสฉีดแล้วหน้าเปลี่ยนดูละมุน ทว่าบางเคสกลับดูเป็นคางแม่มด ยิ้มแล้วเป็นก้อนแข็งดูไม่เป็นธรรมชาติ วันนี้เราจึงจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับฟิลเลอร์ในจุดนี้ พร้อมแนะนำเนื้อฟิลเลอร์และเคล็ดลับการฉีดอย่างไรให้สวย จะได้มั่นใจก่อนตัดสินใจ

ฟิลเลอร์คาง คืออะไร

ฟิลเลอร์คาง คือการปรับช่วงล่างด้วยสารเติมเต็มที่เรียกว่าไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งวิธีนี้เป็นแบบ Non-surgical procedure หรือสรุปง่าย ๆ ก็คือไม่ต้องผ่าตัดเลย ช่วยเพิ่มปริมาตร เพื่อปรับแต่งทรงคางให้ดูเรียว ที่สำคัญคือตัวสารนี้สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ก็เลยช่วยลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงในระยะยาวได้ในระดับหนึ่ง

ฉีดฟิลเลอร์คาง แก้ปัญหาคางสั้น คางถอย ไม่สมดุลได้ไหม

การฉีดฟิลเลอร์คางถือเป็นวิธีที่ช่วยปรับโครงสร้างหน้าส่วนล่างได้ค่อนข้างดีเลย โดยตัวยาจะเข้าไปช่วยเสริมชั้นเนื้อเยื่อเหนือกระดูกส่วนที่สั้นหรือถอยให้ดูพุ่งรับกับแนวกรามและจมูกได้มากขึ้น ทั้งนี้ ผลลัพธ์ก็ต้องขึ้นอยู่กับโครงสร้างและฐานคางเดิมของแต่ละคน รวมถึงเทคนิคการฉีดของคุณหมอแต่ละท่าน ในการดีไซน์ให้ออกมาสมดุลและเข้ากับใบหน้าด้วย

ฟิลเลอร์คาง มีกระบวนการทำงานอย่างไร

การฉีดฟิลเลอร์คาง มีกระบวนการทำงานอย่างไร

การทำงานหลังคุณหมอฉีดฟิลเลอร์คางเข้าไปแล้ว ตัวยาจะเริ่มทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและเซ็ตตัวภายใต้ชั้นผิวอย่างเป็นระบบตามขั้นตอนดังนี้

  • เมื่อฉีดฟิลเลอร์คาง ลงไปในชั้นลึกแนบชิดกระดูกคาง ตัวยาจะทำหน้าที่เป็นเสาค้ำยันดันกล้ามเนื้อและผิวหนังส่วนบน
  • หลังฟิลเลอร์จะเริ่มกระจายตัวเข้าแทนที่ช่องว่างใต้ผิว ซึ่งเป็นช่วงที่คุณหมอจะใช้เทคนิคเฉพาะในการบีบปั้นและแต่งทรงคาง
    ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก สารไฮยาลูโรนิก แอซิด (HA) จะทำหน้าที่ค่อย ๆ ดึงดูดโมเลกุลน้ำรอบ ๆ ตัวเข้ามาเกาะเกี่ยวไว้
  • ในช่วงหลายเดือนต่อมา แรงดันพยุงของฟิลเลอร์ใต้ผิวจะไปช่วยกระตุ้นเซลล์สร้างคอลลาเจน (Fibroblasts) ให้ตื่นตัวและทำงานเต็มที่ขึ้น
  • เมื่อเวลาผ่านไป (ประมาณ 12-18 เดือน) เอนไซม์ในร่างกายจะค่อย ๆ เข้ามาย่อยสลายโมเลกุลฟิลเลอร์ทีละน้อย ก่อนคืนกลับสู่สภาพเดิม

ฉีดฟิลเลอร์คางกี่ CC ถึงจะพอดี

โดยทั่วไปปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในการปรับทรงคางในแต่ละเคส ถ้าไม่ได้รุนแรงมาก ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1-2 CC แต่ก็จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างเดิมและความต้องการในการปรับแต่งของแต่ละบุคคล ซึ่งคุณหมอจะประเมินให้ก่อนอยู่แล้ว เพราะการใช้ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้รูปหน้าดูสมส่วนและคงความดูเป็นธรรมชาติโดยไม่ทำให้คางดูยาวหรือแหลมจนเกินไป

ฉีดฟิลเลอร์คางให้สวย ไม่เป็นก้อน ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

ในบางเคสอาจพบปัญหาฉีดฟิลเลอร์คางแล้วเป็นก้อน แข็ง หรือยิ้มแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจริง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนั้นการจะฉีดให้สวยละมุน ดูเป็นธรรมชาติ ก็มักขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญเหล่านี้

  • แพทย์ต้องฉีดฟิลเลอร์คางลงชั้นลึกแนบกระดูก เพื่อเลียนแบบโครงสร้างคาง ช่วยให้ฟิลเลอร์เกาะแน่น ไม่ลอยเป็นก้อน และไม่ไหลย้อย (ขึ้นอยู่กับแต่ละเคส)
  • เลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ควรใช้รุ่นเนื้อแน่น มีความยืดหยุ่นและคงตัว เพื่อให้ปั้นทรงได้ดีและกลืนไปกับผิวเดิมเวลาขยับยิ้ม
  • ปริมาณซีซีที่พอดี ไม่ฉีดอัดปริมาณมากเกินไปในครั้งเดียว เพราะหากเกินกว่าที่เนื้อผิวเดิมจะรองรับได้ ฟิลเลอร์อาจกองรวมกันเป็นก้อนแข็ง
  • ใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น เพราะสารกลุ่ม HA จะสลายตัวได้เอง ไม่ทิ้งสารตกค้างหรือกระตุ้นให้เกิดพังผืดจนคางบิดเบี้ยวเป็นก้อนในอนาคต

ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์คางเหมาะกับใครบ้าง

ส่วนใหญ่แล้วเคสที่เข้ามาปรึกษาเรื่องฉีดฟิลเลอร์คาง มักจะเป็นคนที่มีปัญหาโครงหน้าส่วนล่างไม่ได้สัดส่วน หรืออยากปรับภาพรวมของหน้าให้ละมุนขึ้น ซึ่งหัตถการนี้จะค่อนข้างตอบโจทย์กับกลุ่มคนเหล่านี้

  • ผู้ที่คางสั้น คางถอย ช่วยเติมคางให้ยาวและยื่นมาข้างหน้าอย่างสมส่วน
  • ผู้ที่คางตัด คางบุ๋ม คางเบี้ยว ปรับทรงคางให้เรียบเนียน เท่ากัน และได้รูปทรงสวย
  • ผู้ที่หน้ากลม หน้าสั้น เพิ่มความยาวใบหน้าส่วนล่าง ปรับรูปหน้าให้เรียว ดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่อยากปรับให้หน้าดูเรียว ช่วยยืดปลายคางให้ภาพรวมของหน้าดูเรียวเล็กลง
  • ผู้ที่อยากปรับหน้ามิติด้านข้าง จัดองศาจมูก ปาก และคางให้สมดุลเมื่อมองมุมข้าง
  • ผู้ที่ยังไม่อยากผ่าตัดเสริมคาง หรือไม่สะดวกพักฟื้นนาน

แต่อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์มีวันสลายทำให้ต้องคอยมาฉีดเติมอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับเคสที่อยากได้ผลลัพธ์แบบทีเดียวจบ หรือเคสที่มีโครงสร้างกระดูกคางสั้นและถอยมากจนต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรม

ใครที่ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์คาง

สำหรับกลุ่มคนเหล่านี้อาจจำเป็นต้องระวังเป็นพิเศษก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง หรือแนะนำให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอก่อนเพื่อประเมินว่าสามารถทำได้ไหม หรือเลือกเป็นหัตถการอื่นเพื่อแก้ปัญหาแทน เช่น

  • คนที่มีแผล สิวอักเสบที่คาง อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อน
  • คนที่มีประวัติแพ้ฟิลเลอร์ ยาชา อาจเสี่ยงต่อการแพ้รุนแรง
  • แม่ที่ตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร เลี่ยงเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อลูก
  • คนที่มีปัญหาเลือดหยุดยาก หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่
  • คนที่มีซิลิโคนคางอยู่แล้ว ไม่ควรฉีดซ้อน เสี่ยงติดเชื้อและไหลย้อย
  • คนที่เป็นแผลคีลอยด์ง่าย เสี่ยงเกิดรอยแผลเป็นนูนตรงที่ฉีดฟิลเลอร์คาง
  • คนที่มีปัญหาโครงสร้างมาก เช่น คางถอยรุนแรง การผ่าตัดศัลยกรรมอาจตอบโจทย์กว่า

เปรียบเทียบฉีดฟิลเลอร์คาง VS ผ่าตัดเสริมคาง ต่างกันไหม

หลายคนมักสับสนและเลือกไม่ถูกเวลาอยากปรับรูปคาง ว่าระหว่างการฉีดฟิลเลอร์คางกับการผ่าตัดเสริมคางแบบไหนจะเหมาะกับตัวเองมากกว่ากัน ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งสองวิธีนี้มีจุดเด่น ข้อจำกัด และให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างต่างกันอยู่พอสมควร ดังนี้

หัวข้อ การฉีดฟิลเลอร์คาง การผ่าตัดเสริมคาง (ซิลิโคน)
ลักษณะการทำ ใช้การฉีดสารเติมเต็ม (HA) เข้าไปปรับทรงคาง ผ่าตัดเพื่อใส่แท่งซิลิโคนเข้าไปที่กระดูกคาง
เวลาที่ใช้ทำ ประมาณ 15 – 30 นาที ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง
ความเจ็บปวด เจ็บค่อนข้างน้อย (ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่หรือผสมในฟิลเลอร์) เจ็บปานกลาง (ใช้การฉีดยาชาหรือยาสลบ)
การพักฟื้น ไม่ต้องพักฟื้น อาจมีรอยช้ำหรือบวมเล็กน้อย 1-2 วัน ต้องพักฟื้น บวมช้ำประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
ระยะเวลาผลลัพธ์ ชั่วคราว อยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี (ฟิลเลอร์สลายตัวตามธรรมชาติ) ค่อนข้างถาวร (เว้นแต่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน)
ข้อจำกัด ไม่เหมาะกับเคสที่คางสั้นหรือคางยุบรุนแรงมาก ๆ ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด หรือกลัวการผ่าตัด
ความเสี่ยง ฟิลเลอร์เคลื่อนตัว (ถ้าฉีดผิดชั้นผิว), การอักเสบติดเชื้อ ซิลิโคนเบี้ยว/ลอย, แกนคางทะลุ, เนื้อคางบางลงในอนาคต

สรุปง่าย ๆ คือถ้าอยากได้ความละมุน ดูเป็นธรรมชาติ กลัวมีแผล และไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น การฉีดฟิลเลอร์คางถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ แต่ถ้ามีปัญหาคางสั้นหรือคางถอยรุนแรง ยอมเจ็บเพื่อแลกกับผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานขึ้นโดยไม่ต้องกลับมาทำบ่อยๆ การผ่าตัดเสริมคางก็อาจเหมาะกว่า

ฉีดฟิลเลอร์คางแล้ว ยังผ่าตัดเสริมคางได้ไหม

สามารถผ่าตัดเสริมคางหลังฉีดฟิลเลอร์คางได้ แต่จำเป็นต้องรอให้ฟิลเลอร์สลายหมด ขูด หรือฉีดสลายฟิลเลอร์เก่าออกให้หมดก่อน เพื่อให้แพทย์กะขนาดซิลิโคนได้แนบสนิทกับกระดูกคางเดิม ซึ่งหลายเคสที่สนใจผ่าตัดแต่ยังไม่กล้า ก็มักเข้ามาฉีดฟิลเลอร์คางเพื่อลองดูก่อนว่าเหมาะกับใบหน้าไหม ถ้าเสริมแล้วจะช่วยปรับให้ใบหน้าดูดีขึ้นหรือเปล่า

ฉีดฟิลเลอร์คางมียี่ห้อไหน รุ่นไหนบ้างที่พบบ่อย

ใครที่เคยใช้บริการฉีดฟิลเลอร์คางมาก่อน จะเห็นว่าคลินิกส่วนใหญ่ก็จะมียี่ห้อฟิลเลอร์ต่างกันออกไป ซึ่งเราได้รวบรวมฟิลเลอร์ที่พบกันบ่อย ๆ มาเทียบให้เห็น ทั้งเรื่องลักษณะเนื้อเจล จุดเด่นในการปั้นทรง และระยะเวลาการคงตัว ดังนี้

ยี่ห้อ รุ่นที่พบบ่อย ลักษณะเนื้อและจุดเด่น ระยะเวลาที่อยู่ได้ (โดยประมาณ)
Juvederm (อเมริกา) Volux เนื้อแข็ง โมเลกุลหนาแน่น ปั้นทรงคางได้คมชัด พุ่ง สวย ไม่ไหล แก้ไขกับเคสที่อยากได้คางคมชัด 18 – 24 เดือน
Voluma เนื้อแน่น ฟู มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง ให้ทรงคางที่ละมุน ดูเป็นธรรมชาติ หน้าปไม่ดุ เหมาะกับคนคางสั้นไม่มาก 18 – 24 เดือน
Restylane (สวีเดน) Lyft เนื้อแข็ง ทนต่อแรงกดทับได้ดี ไม่ยุบตัวง่าย ยกกระชับและสร้างขอบคมได้คุมเชิงได้ดี 12 – 24 เดือน
Defyne เนื้อเจลมีความแข็งปานกลางแต่ยืดหยุ่นค่อนข้างสูง (เทคโนโลยี OBT) ปั้นแล้วกลืนกับใบหน้า อิ่มแล้วไม่เป็นก้อน ดูเป็นธรรมชาติ 12 – 18 เดือน
Belotero (สวิตเซอร์แลนด์) Volume เนื้อแน่นและหนาแน่นเป็นพิเศษ มีความคงตัวค่อนข้างสูง ช่วยเพิ่มวอลลุ่ม และกลืนกับเนื้อเยื่อรอบ ๆ ได้ดี 12 – 18 เดือน
Neuramis (เกาหลี) Volume Lidocaine เนื้อแข็ง (รุ่นกล่องสีทอง) ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับคนเริ่มต้นที่อยากลองปรับทรงคาง 12 – 24 เดือน
Definisse (อิตาลี) Core เนื้อแข็งและมีความคงตัวค่อนข้างสูง ด้วยเทคโนโลยี XTR™ อินทิกลเพื่อทดแทนการยก ทรงคางพุ่ง คม ชัด ไม่ย้อยมาก 12 – 18 เดือน

*เป็นเพียงตัวอย่างฟิลเลอร์และรุ่นที่พบบ่อยในการฉีดฟิลเลอร์คาง อาจแตกต่างจากนี้ได้ ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล แนะนำให้สอบถามก่อนใช้บริการ

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง

ก่อนจะเดินเข้าคลินิกไปฉีดฟิลเลอร์คาง เราอยากแนะนำก่อนว่าการเตรียมตัวให้พร้อมก็สำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะจะช่วยลดเอฟเฟกต์รุนแรงหลังฉีด และให้ผลลัพธ์ออกมาตามแผนที่คุณหมอประเมิน โดยมีข้อปฏิบัติง่าย ๆ ที่ควรรู้ดังนี้

  • แจ้งประวัติสุขภาพ หากมีโรคประจำตัว แพ้ยา หรือกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีประวัติเป็นเริม
  • งดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน วิตามินอี หรือน้ำมันปลา
  • งดแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่เลือดสูบฉีด การซาวน่า หรือออกกำลังกายหนัก ๆ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการโกนขน ขัดผิว หรือเลเซอร์บริเวณคางล่วงหน้า 3 วัน เพื่อป้องกันผิวระคายเคือง ติดเชื้อ
  • หากเพิ่งทำฟันหรือผ่าตัดบริเวณใบหน้า ควรเว้นระยะอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ Apex Clinic มีอะไรบ้าง

การฉีดฟิลเลอร์คางใช้เวลาไม่นาน ซึ่งถ้าไม่รวมเวลาในขั้นตอนแปะยาชา ตัวกระบวนการฉีดจริงมักจะใช้เวลาเพียงประมาณ 15 – 30 นาที โดยจะมีขั้นตอนคร่าว ๆ ดังนี้

  1. ทำความสะอาดใบหน้า ล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบริเวณผิวหน้าให้สะอาดหมดจด
  2. แปะยาชา มาร์กยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที (อาจพิจารณาฉีดยาชาเพิ่มให้ตามความเหมาะสม)
  3. เตรียมผิวเพื่อฉีด เช็ดทำความสะอาดยาชาออก พร้อมฆ่าเชื้อบริเวณที่จะทำการหัตถการ
  4. ทำการฉีดฟิลเลอร์ โดยใช้ใช้เข็มแหลมหรือเข็มทู่ในการฉีด ซึ่งขึ้นอยู่กับการประเมินและปัญหาผิวของแต่ละคน
  5. ปรับทรงหลังฉีดฟิลเลอร์คาง แพทย์จะนวดคลึงฟิลเลอร์เบา ๆ ให้เนื้อเจลกระจายตัวเรียบเนียน สม่ำเสมอ ไม่เป็นก้อน
  6. ทำความสะอาดขั้นสุดท้าย เช็ดทำความสะอาดใบหน้าอีกครั้ง และทาขี้ผึ้งฆ่าเชื้อบริเวณรอยเข็มก่อนกลับบ้าน

แนะนำการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์คาง

หลังจากฉีดฟิลเลอร์คาง ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันคือการดูแลตัวเอง เพื่อช่วยให้เนื้อเจลเซ็ตตัวและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง สำหรับใครที่เพิ่งฉีดมาหรือกำลังศึกษาข้อมูลอยู่ สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตัวเองง่าย ๆ ตามนี้ได้เลย

  • หลีกเลี่ยงการบีบ นวด นั่งเท้าคาง หรือนอนคว่ำ 2 สัปดาห์แรก ป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนผิดรูป
  • งดซาวน่า เลเซอร์ ดื่มของร้อนจัด หรือออกกำลังกายหนัก 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวม
  • ดื่มน้ำประมาณวันละ 1.5 – 2 ลิตร โดยเฉพาะใน 4-5 วันแรก ช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและฟูสวยขึ้น
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ อาหารดิบ และของหมักดอง 3-7 วัน เพื่อลดความเสี่ยงอักเสบบวมช้ำ
  • หลีกเลี่ยงการทาครีมหรือแต่งหน้าบริเวณรอยเข็ม 12-24 ชั่วโมงแรก ป้องกันเชื้อโรคเข้าแผล
  • สังเกตอาการปวดผิดปกติ หากปวดรุนแรง หรือผิวคางซีดขาว คล้ำม่วง ให้รีบพบคุณหมอทันที

ฉีดฟิลเลอร์คางมีผลข้างเคียงไหม

แม้การฉีดฟิลเลอร์คางจะเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย แต่ผู้เข้ารับบริการควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อการเตรียมตัวและการดูแลอย่างถูกวิธี ดังนี้

ผลข้างเคียงทั่วไป ผลข้างเคียงรุนแรง
อาการบวมแดง อาจมีรอยแดงหรือบวมโตบริเวณที่ฉีด ผิวตึงเล็กน้อย เนื้อตายจากการอุดตันของเส้นเลือด มีอาการปวดขึ้นรุนแรง ผิวเปลี่ยนเป็นสีซีด ขาว หรือคล้ำคล้ายรอยช้ำ พิมพ์ม่วง
รอยเขียวช้ำ เกิดจากปลายเข็มโดนเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง ค่อย ๆ จางลงเอง การติดเชื้อ อักเสบ เป็นหนอง ผิวคางบวมแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ คลำแล้วรู้สึกร้อน ปวดระบม หรือมีหนองซึมออกมา
ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ฟิลเลอร์ยังไม่กลืนกับผิว อาจรู้สึกเป็นก้อนนิ่ม ๆ ตอนจับ ฟิลเลอร์ปลอม อาจทำให้เกิดพังผืด คางแข็ง บิดเบี้ยว ผิดรูปทรง หรือฟิลเลอร์ไหลย้อยผิดที่ในระยะยาว
อาการคันหรือระคายเคืองผิว เกิดขึ้นได้ชั่วคราวบริเวณรอยเข็ม อาการแพ้ฟิลเลอร์ อาจมีผื่นลมพิษขึ้น คางบวม หรือมีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ (พบได้ค่อนข้างน้อย)

รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง ผลลัพธ์หลังทำ

รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง

เคสคุณเจนนี่เข้ามาใช้บริการในวันที่ 10/02/2026 ด้วยความไม่มั่นใจ เพราะปลายคางเดิมค่อนข้างสั้นทำให้สัดส่วนใบหน้าดูทึบและกลม ซึ่งพอกลับมาอัปเดตผลลัพธ์หลังผ่านไป 19 วัน ยในวันที่ 01/03/2026 รูปหน้ามีความเปลี่ยนแปลง ดูสวยละมุน ปลายคางเรียวยาวรับกับแนวกรามได้อย่างลงตัวและดูเป็นธรรมชาติ

รีวิวฉีดฟิลเลอร์คาง

เคสคุณยูจี เข้ามาใช้บริการเมื่อวันที่ 21/10/2026 เข้ามาด้วยปัญหาปลายคางเดิมที่ค่อนข้างสั้นและดูตัดตรง ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูสั้น ซึ่งพอได้มีการติดตามผลหลังฉีดฟิลเลอร์คางไปแล้ว 8 วัน ภายในวันที่ 29/10/2026 จะเห็นเลยว่ารูปหน้าดูเรียวยาวมากขึ้น ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูละมุนและสมส่วนขึ้นมาก

ฉีดฟิลเลอร์คาง ราคาเท่าไหร่

ฉีดฟิลเลอร์คางราคาจะต่างกันไป หากเป็นกลุ่มแบรนด์ฝั่งยุโรปหรืออเมริกา เช่น Juvederm, Restylane จะมีราคาประเมินอยู่ที่ประมาณ 13,000 – 18,000 บาทต่อ 1 ซีซี แต่ถ้าเลือกใช้เป็นฟิลเลอร์ฝั่งเกาหลี เช่น Neuramis หรือ e.p.t.q ราคาประเมินจะย่อมเยาลงมา โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 6,000 – 9,000 บาทต่อ 1 ซีซี

ฉีดฟิลเลอร์คาง นานไหมกว่าจะเห็นผล

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาจจะมีอาการบวมจากเข็มหรือตัวยาหนุนผิวอยู่ ทำให้ทรงคางดูหนาหรือแข็งกว่าความเป็นจริงเล็กน้อย หลังจากผ่านไปประมาณ 14 วัน เมื่อฟิลเลอร์เริ่มกลืนสมานเป็นเนื้อเดียวกับผิวเต็มที่แล้ว ก็จะได้ผลลัพธ์ปลายคางที่เรียวยาว สวยละมุน และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์คาง ซ้ำบ่อย ๆ ได้ไหม

จริง ๆ แล้วการฉีดฟิลเลอร์คางไม่จำเป็นและไม่แนะนำให้เติมซ้ำบ่อยเกินไป เพราะตามปกติฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือนเลย การกลับมาเติมซ้ำถี่ ๆ ในขณะที่ของเก่ายังไม่สลาย อาจทำให้เนื้อฟิลเลอร์สะสมหนาแน่นเกินไป จนส่งผลให้คางดูยาวงุ้มเป็นแม่มด เป็นก้อน หรือเสียทรงดูไม่เป็นธรรมชาติได้

คำถามที่คนไข้มักถามหมอเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์คาง 3 cc เยอะไปไหม

ฉีดฟิลเลอร์ปริมาณ 3 CC ถือว่าค่อนข้างเยอะสำหรับบริเวณคาง เพราะปกติคุณหมอมักจะค่อย ๆ ทยอยเติมทีละน้อยเพื่อไม่ให้คางดูยาวหรือแหลมเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะประเมินเป็นรายบุคคลอีกครั้ง

ถ้าฉีดฟิลเลอร์คาง 1 cc เห็นผลไหม

สำหรับคนที่มีฐานคางเดิมอยู่บ้างแล้ว การฉีดฟิลเลอร์คางแค่ 1 CC ก็สามารถช่วยปรับปลายคางให้ดูละมุนและมีมิติขึ้นได้แบบกำลังพอดีเลย (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

ฉีดฟิลเลอร์คางไปแล้วอยู่ได้ถึงปีไหม

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ถ้าคุณหมอเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่มีโมเลกุลหนาแน่นสำหรับงานคางโดยเฉพาะ ก็มีโอกาสอยู่ได้ยาวนานถึงปีหรือปีกว่า ๆ เลย

ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วหน้าเปลี่ยนจริงไหม

การเติมคางสามารถช่วยปรับสัดส่วนรวมของใบหน้าให้ดูเรียวยาวขึ้นได้ ทำให้ภาพรวมของหน้าดูเปลี่ยนไปในทางที่สมดุลขึ้นได้พอสมควรเลย

ฉีดฟิลเลอร์คาง ขยับหน้าได้ไหม หน้าแข็งหรือเปล่า

ช่วงวันแรก ๆ อาจจะรู้สึกตึง ๆ แข็ง ๆ เวลาขยับหน้าบ้างเป็นปกติ แต่พอฟิลเลอร์เริ่มกลืนไปกับเนื้อเยื่อแล้วก็จะสามารถขยับเยื้อนแสดงอารมณ์ได้ ดูเป็นธรรมชาติเหมือนเดิม

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์คาง คือหัตถการที่ช่วยปรับส่วนล่างของใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยสารเติมเต็ม HA ที่ฉีดลงชั้นลึกแนบกระดูกเพื่อแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด หรือคางถอยให้สมส่วน ดูเป็นธรรมชาติ และสลายได้เอง ซึ่งเห็นผลเต็มที่ประมาณ 14 วัน ซึ่งหลาย ๆ เคสที่มีปัญหาโครงหน้าท่อนล่างที่เคยดูสั้นกลม หลังฉีดก็จะรู้สึกว่าคางดูเรียวยาว ได้สัดส่วนละมุนรับกับแนวกราม โดยมีข้อดีคือไม่ต้องพักฟื้นนานเหมือนการผ่าตัดเสริมคาง

แชร์บทความ
นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ว.41660
บทความโดย นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
รีวิวฉีดฟิลเลอร์ Before-After

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ Before–After จากเคสจริง แยกแต่ละตำแหน่ง

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ คือสิ่งที่จะช่วยให้เห็นแนวทางการเปลี่ยนแปลงหลังทำได้ แต่ไม่ควรใช้ภาพตัดสินว่าต้องฉีดจุดใด ใช้กี่ CC หรือเลือกรุ่นไหน
ฟิลเลอร์ Belotero

ฟิลเลอร์ Belotero มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร หมอเลือกจากอะไร

Belotero มีหลายรุ่นจนหลายคนอาจสงสัยว่าควรเลือกกล่องสีไหน หรือรุ่นใดเหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการฉีด จริง ๆ
อาการแพ้ฟิลเลอร์ สังเกตอย่างไร

อาการแพ้ฟิลเลอร์ สังเกตอย่างไร และควรระวังอาการแบบไหน

อาการแพ้ฟิลเลอร์ เป็นอาการที่ควรแยกให้ออกจากอาการบวมช้ำปกติหลังฉีด เพราะบางอาการอาจเป็นเพียงการฟื้นตัวของผิว
ฟิลเลอร์ Neuramis

ฟิลเลอร์ Neuramis (นิวรามิส) คืออะไร มีกี่รุ่น ต่างกันอย่างไร ราคาเท่าไหร่

ฟิลเลอร์ Neuramis หรือ นิวรามิส เป็นฟิลเลอร์ HA จากเกาหลีที่มีหลายรุ่นให้เลือกใช้ตามตำแหน่งและปัญหาบนใบหน้า เช่น ร่องลึก วอลลุ่มที่ยุบลง