Apex Pro

บทความเกี่ยวกับ : ไฮยาลูรอนิก

Apex โปรโมชั่น 2
Apex โปรโมชั่น 1
ฟิลเลอร์ใต้ตา
Radiesse
Profhilo 25000

ไฮยาลูรอนิกคืออะไร เจาะลึกคุณสมบัติและข้อดีเพื่อผิวชุ่มชื้น

ไฮยาลูรอนิกคืออะไร ทำความรู้จักคุณสมบัติและข้อดีที่ควรรู้
กรดไฮยาลูรอนิกเป็นหนึ่งในส่วนผสมซึ่งเป็นที่รู้จัก เพราะมักจะปรากฎอยู่ในผลิตภัณฑ์และหัตถการทางการแพทย์หลากหลายประเภท โดยไฮยาลูรอนิกเป็นองค์ประกอบที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ แต่อาจลดจำนวนลงเมื่อมีอายุมากขึ้น หรือถูกขัดขวางโดยปัจจัยต่าง ๆ การทำความเข้าใจในคุณสมบัติและกลไกการทำงานของสารชนิดนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม และช่วยในการแก้ปัญหาจากการขาดไฮยาลูรอนิกได้ตอบโจทย์มากขึ้น

ผลเสียของการขาดไฮยาลูรอนิก

ไฮยาลูรอนิกเป็นสารประกอบสำคัญที่มีบทบาทหลากหลายในร่างกาย ทำหน้าที่หลักในการรักษาความชุ่มชื้นและสนับสนุนโครงสร้างของเนื้อเยื่อ ทว่าเมื่อปริมาณของสารชนิดนี้ลดลง ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยด้านอายุหรือสิ่งแวดล้อม ย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงลบต่อระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะผลกระทบของการขาดไฮยาลูรอนิกต่อผิวพรรณและข้อต่อ ดังนี้

ผลกระทบต่อผิวพรรณ

เนื่องจากไฮยาลูรอนิกเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและความสมบูรณ์ของผิวพรรณ เมื่อปริมาณของสารชนิดนี้ในร่างกายลดน้อยลง ย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงลบที่สามารถสังเกตได้หลายประการ ดังนี้

• อาจทำให้ผิวแห้ง ขาดน้ำ เพราะความสามารถในการกักเก็บน้ำของผิวจะลดลงอย่างมากเมื่อขาดไฮยาลูรอนิก ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น รู้สึกแห้งตึง ไม่สบายผิว และอาจลอกเป็นขุยได้
• อาจทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น  ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะสูญเสียความอิ่มฟู ทำให้ริ้วรอยตื้น ๆ และริ้วรอยที่เกิดจากความแห้งปรากฏชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบเมื่อผิวสูญเสียไฮยาลูรอนิกไป
• อาจทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและหย่อนคล้อย  ไฮยาลูรอนิกมีส่วนช่วยพยุงโครงสร้างผิวร่วมกับคอลลาเจนและอีลาสติน เมื่อปริมาณลดลง ผิวจึงสูญเสียความหนาแน่น ความแน่นกระชับ และความยืดหยุ่น นำไปสู่ปัญหาความหย่อนคล้อย
• อาจทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ความชุ่มชื้นเป็นปัจจัยสำคัญของเกราะป้องกันผิวที่แข็งแรง การขาดไฮยาลูรอนิกทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ผิวจึงไวต่อปัจจัยกระตุ้นภายนอก เช่น มลภาวะและสารเคมี ทำให้เกิดอาการระคายเคือง แพ้ หรืออักเสบได้ง่ายขึ้น
• อาจทำให้ผิวหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน  เซลล์ผิวที่ขาดน้ำจะเรียงตัวไม่เป็นระเบียบและกระบวนการผลัดเซลล์ผิวทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ผิวสัมผัสโดยรวมหยาบกร้าน ขาดความนุ่มนวล และดูไม่สดใส ซึ่งเป็นผลมาจากการมีไฮยาลูรอนิกไม่เพียงพอ

ผลกระทบต่อข้อต่อและส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

นอกเหนือจากผลกระทบที่ปรากฏบนผิวพรรณแล้ว บทบาทของไฮยาลูรอนิกยังมีความสำคัญต่อการทำงานของส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย การลดลงของไฮยาลูรอนิกจึงนำไปสู่ภาวะผิดปกติที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

• อาการปวดข้อและข้อฝืด ไฮยาลูรอนิกเป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อ ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นและช่วยรับแรงกระแทก เมื่อไฮยาลูรอนิกนี้ลดลง จะทำให้การหล่อลื่นข้อต่อลดลง เกิดการเสียดสีของกระดูกอ่อนมากขึ้น
• ภาวะตาแห้ง ในดวงตา ไฮยาลูรอนิกช่วยรักษาความชุ่มชื้นและหล่อลื่นผิวของลูกตา การขาดสารนี้อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการตาแห้งและระคายเคืองได้ง่าย
• กระบวนการสมานแผลช้าลง ไฮยาลูรอนิกมีบทบาทสำคัญในกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการสมานแผล เมื่อร่างกายมีปริมาณไฮยาลูรอนิกไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้แผลต่าง ๆ หายช้าลงกว่าปกติได้

ไฮยาลูรอนิก
สารไฮยาลูรอนิก Hyaluronic Acid มีประโยชน์อย่างไร ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
ผลลัพธ์หลังรับบริการ เติมเต็มด้วยไฮยาลูรอนิก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ไฮยาลูรอนิกคืออะไร

ไฮยาลูรอนิก หรือ Hyaluronic Acid (HA) คือสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาได้เองตามธรรมชาติ โดยมีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำ จึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้น ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ผิวมีความยืดหยุ่น ดูอิ่มน้ำ และเรียบเนียนขึ้น จึงมักถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์และหัตถการบำรุงผิวพรรณ แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ปริมาณของไฮยาลูรอนิกอาจลดน้อยลง ทำให้เกิดปัญหาผิวอย่างริ้วรอย ความหย่อนคล้อย หรือผิวแห้งตามมา

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic acid) อันตรายไหม มีประโยชน์อย่างไร

ประเภทของไฮยาลูรอนิก

กรดไฮยาลูรอนิกสามารถจำแนกออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้หลายเกณฑ์ ซึ่งครอบคลุมทั้งการจำแนกตามรูปแบบทางเคมี รูปแบบการใช้งาน และที่สำคัญคือการแบ่งตามขนาดโมเลกุล โดยขนาดของโมเลกุลเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดความสามารถในการซึมซาบและกลไกการทำงานบนชั้นผิว ดังนั้นประเภทของไฮยาลูรอนิกที่จำแนกตามขนาดโมเลกุลจึงประกอบไปด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้

ไฮยาลูรอนิกโมเลกุลใหญ่ (High Molecular Weight - HMW)

ไฮยาลูรอนิกโมเลกุลใหญ่ หรือ HMW คือไฮยาลูรอนิกที่มีขนาดของโมเลกุลใหญ่ ด้วยคุณสมบัติด้านขนาดนี้ ทำให้สารไม่สามารถซึมซาบลงสู่ผิวในระดับลึกได้ จึงมีบทบาทหลักในการทำงานอยู่บริเวณผิวชั้นนอก โดยจะสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดการระเหยของน้ำออกจากผิว

ไฮยาลูรอนิกโมเลกุลกลาง (Medium Molecular Weight - MMW)

สำหรับไฮยาลูรอนิกโมเลกุลกลาง หรือ MMW จัดเป็นประเภทไฮยาลูรอนิกที่มีขนาดโมเลกุลอยู่ระหว่างโมเลกุลใหญ่และโมเลกุลเล็ก ทำให้มีความสามารถในการซึมซาบเข้าสู่ผิวชั้นนอกได้ดี โดยมีบทบาทในการเสริมสร้างและกักเก็บความชุ่มชื้นในระดับที่ลึกลงมาอีกระดับหนึ่ง จึงถือเป็นตัวกลางที่ช่วยส่งเสริมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวชั้นนอกได้อย่างทั่วถึง

ไฮยาลูรอนิกโมเลกุลเล็ก (Low Molecular Weight - LMW)

ไฮยาลูรอนิกโมเลกุลเล็ก หรือ LMW เป็นไฮยาลูรอนิกประเภทที่มีขนาดโมเลกุลเล็ก คุณสมบัตินี้ทำให้สารสามารถซึมซาบลงสู่ชั้นผิวหนังกำพร้าได้ในระดับที่ลึกกว่าประเภทอื่น จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเติมเต็มและรักษาความชุ่มชื้นจากภายในโครงสร้างผิว ซึ่งส่งเสริมให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแลดูอิ่มฟูขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ

ความสำคัญของไฮยาลูรอนิกต่อสุขภาพผิว

กรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่พบได้ในโครงสร้างผิว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลและความสมบูรณ์ของผิวพรรณ การมีไฮยาลูรอนิกในปริมาณที่เหมาะสมจึงสัมพันธ์กับการมีสุขภาพผิวที่ดี ซึ่งความสำคัญดังกล่าวสามารถอธิบายผ่านคุณสมบัติในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ไฮยาลูรอนิกช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

คุณสมบัติเด่นของกรดไฮยาลูรอนิกคือความสามารถในการดึงดูดและกักเก็บน้ำ โดยสามารถอุ้มน้ำได้มากกว่าน้ำหนักโมเลกุลของตัวเองหลายเท่า ทำให้ผิวสามารถรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผิวพรรณแลดูอิ่มน้ำและช่วยลดปัญหาผิวแห้งกร้าน

ไฮยาลูรอนิกช่วยลดเลือนริ้วรอย

เมื่อผิวได้รับการเติมเต็มความชุ่มชื้นจากกรดไฮยาลูรอนิก เซลล์ผิวจะมีความเต่งตึงและอิ่มฟูขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ คุณสมบัติของกรดไฮยาลูรอนิกในด้านนี้จึงมีส่วนช่วยให้ริ้วรอยตื้น ๆ ที่เกิดจากภาวะผิวขาดน้ำแลดูจางลง และทำให้ผิวโดยรวมดูมีความเรียบเนียนยิ่งขึ้น

ไฮยาลูรอนิกช่วยฟื้นฟูผิว

กรดไฮยาลูรอนิกมีบทบาทในกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวตามธรรมชาติ โดยช่วยสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยปลอบประโลมผิวจากการระคายเคือง จึงส่งเสริมให้ผิวที่อ่อนแอหรือถูกทำลายกลับมาดูมีสุขภาพดีขึ้น

ไฮยาลูรอนิกช่วยเสริมความยืดหยุ่นและความกระชับ

กรดไฮยาลูรอนิกทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่น และเติมเต็มช่องว่างระหว่างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินในโครงสร้างผิว  การมีไฮยาลูรอนิกอย่างเพียงพอจึงช่วยส่งเสริมการทำงานของโปรตีนทั้งสองชนิดนี้ ทำให้ผิวสามารถคงความยืดหยุ่นและรู้สึกกระชับได้ดียิ่งขึ้น

ไฮยาลูรอนิกช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่แข็งแรงจำเป็นต้องอาศัยความชุ่มชื้นที่สมดุล กรดไฮยาลูรอนิกช่วยรักษาความชุ่มชื้นในชั้นผิวหนังกำพร้า ซึ่งช่วยสนับสนุนการทำงานของเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวสามารถป้องกันตนเองจากปัจจัยรุกรานภายนอกได้มีประสิทธิภาพขึ้น

คุณสมบัติของไฮยาลูรอนิก

กรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารชีวโมเลกุลที่มีโครงสร้างซับซ้อน ซึ่งร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เองตามกลไกธรรมชาติ ซึ่งคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีที่โดดเด่นของไฮยาลูรอนิก ทำให้มีบทบาทสำคัญในหลากหลายระบบของร่างกาย โดยเฉพาะในผิวหนังและข้อต่อ โดยมีคุณสมบัติดังนี้

ไฮยาลูรอนิกมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ (Humectant Properties)

คุณสมบัติสำคัญของกรดไฮยาลูรอนิกคือการเป็นสารอุ้มน้ำ โดยโครงสร้างโมเลกุลสามารถจับกับโมเลกุลของน้ำได้หลายเท่าของน้ำหนักตัวเอง ทำให้สามารถรักษาและส่งผ่านความชุ่มชื้นไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีบทบาทโดยตรงในการรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของเนื้อเยื่อ

ไฮยาลูรอนิกมีคุณสมบัติความเข้ากันได้ (Biocompatibility)

เนื่องจากกรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารที่ร่างกายผลิตขึ้นเองได้ จึงมีความเข้ากันได้ทางชีวภาพกับร่างกาย เมื่อนำมาใช้กับร่างกายจึงมีโอกาสก่อให้เกิดการแพ้หรือการต่อต้านน้อย ทำให้ค่อนข้างมีความปลอดภัยในการนำไปประยุกต์ใช้ทางการแพทย์และเครื่องสำอาง

ไฮยาลูรอนิกมีคุณสมบัติความหนืดและความยืดหยุ่น (Viscoelasticity)

กรดไฮยาลูรอนิกในรูปแบบสารละลายมีคุณสมบัติความหนืดและความยืดหยุ่น โดยทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่น ช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างพื้นผิว ขณะเดียวกันก็สามารถคืนรูปทรงได้เมื่อมีแรงมากระทำ คล้ายตัวรับแรงกระแทก คุณสมบัตินี้ของไฮยาลูรอนิกมีความสำคัญอย่างยิ่งในน้ำไขข้อที่ช่วยให้การเคลื่อนไหวราบรื่น

ไฮยาลูรอนิก
สารไฮยาลูรอนิก Hyaluronic Acid มีประโยชน์อย่างไร ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
ผลลัพธ์หลังรับบริการ เติมเต็มด้วยไฮยาลูรอนิก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ไฮยาลูรอนิกตอบโจทย์ปัญหาผิวแบบไหนบ้าง

ไฮยาลูรอนิก มีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในชั้นผิว จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมเพื่อการบำรุงผิวเพื่อตอบโจทย์การดูแลปัญหาผิวที่หลากหลาย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การเติมความชุ่มชื้นพื้นฐาน ไปจนถึงการส่งเสริมสุขภาพผิวในระยะยาว เช่น

ปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ

กรดไฮยาลูรอนิกมีคุณสมบัติเป็นสารฮิวเมกเตนท์ (Humectant) ที่สามารถดึงดูดและกักเก็บโมเลกุลน้ำ ได้มากกว่าน้ำหนักตัวหลายเท่า เมื่อนำมาใช้กับผิวจึงช่วยเติมเต็มและรักษาความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ผิวที่แห้งกร้านกลับมามีความชุ่มชื้น อิ่มฟู และลดอาการแห้งตึงหรือเป็นขุยได้ นับเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของภาวะผิวขาดน้ำ

ปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น ไม่กระชับ

เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอจากไฮยาลูรอนิก ผิวจะมีความอิ่มฟูและเต่งตึงขึ้น ส่งผลต่อโครงสร้างผิวโดยรวม ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและดูแน่นกระชับมากขึ้น แม้กรดไฮยาลูรอนิกจะไม่ได้สร้างคอลลาเจนโดยตรง แต่การรักษาระดับความชุ่มชื้นที่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมของผิวเอื้อต่อการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสติน

ปัญหาผิวหยาบกร้าน ไม่เรียบเนียน

ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นมักมีลักษณะหยาบกร้านและไม่เรียบเนียนเนื่องจากเซลล์ผิวชั้นนอกไม่สมบูรณ์ กรดไฮยาลูรอนิกทำหน้าที่เติมน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์ผิว ทำให้ผิวสัมผัสโดยรวมมีความนุ่มนวลและละเอียดขึ้น เมื่อผิวมีความอิ่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ ปัญหาผิวสัมผัสที่หยาบกร้านจะค่อย ๆ ลดเลือนลง เผยให้เห็นพื้นผิวที่ดูเรียบเนียนและมีสุขภาพดีขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ

ปัญหาเกราะป้องกันผิวอ่อนแอ

เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่แข็งแรงจำเป็นต้องมีระดับความชุ่มชื้นของผิวที่สมดุล เพื่อทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ กรดไฮยาลูรอนิกมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ปราการผิวนี้ โดยการรักษาความชุ่มชื้นไว้ในชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis) ทำให้เกราะป้องกันผิวสามารถปกป้องผิวจากปัจจัยกระตุ้นภายนอกและลดการสูญเสียน้ำออกจากผิวได้ดีขึ้น

ปัญหาผิวมันแต่ขาดน้ำ

ภาวะผิวมันแต่ขาดน้ำเกิดจากการที่ผิวผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปเพื่อชดเชยความชุ่มชื้นที่ขาดหายไป กรดไฮยาลูรอนิกซึ่งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน (Oil-Free) จึงสามารถเติมน้ำให้ผิวได้อย่างตรงจุดโดยไม่เพิ่มความมันและไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมนี้จะช่วยปรับสมดุลการผลิตน้ำและน้ำมันบนผิวให้กลับสู่ภาวะปกติได้

ปัญหาริ้วรอยตื้น ๆ และริ้วรอยจากความแห้ง

ริ้วรอยตื้น (Fine Lines) จำนวนมากมีสาเหตุมาจากภาวะผิวขาดน้ำ ทำให้ผิวดูเหี่ยวย่นและไม่สดใส คุณสมบัติในการอุ้มน้ำของกรดไฮยาลูรอนิกจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวค่อนข้างเร็ว ทำให้ผิวบริเวณที่มีริ้วรอยดูตื้นขึ้นและเรียบเนียนขึ้น จึงเป็นการช่วยลดเลือนสัญญาณแห่งวัยที่เกิดจากความแห้งได้

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิก

ไฮยาลูรอนิก เป็นส่วนผสมที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงความชุ่มชื้น ทำให้ชนิดนี้ปรากฏอยู่ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายประเภท เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการดูแลผิวที่แตกต่างกันไป ดังนี้

• เซรั่ม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในการใช้ไฮยาลูรอนิก เพราะมักมีความเข้มข้นค่อนข้างสูง เนื้อบางเบา ซึมซาบดี เหมาะสำหรับการบำรุงอย่างล้ำลึกก่อนลงมอยส์เจอร์ไรเซอร์
• มอยส์เจอร์ไรเซอร์  มีทั้งในรูปแบบครีม โลชั่น หรือเจล ทำหน้าที่เติมและล็อกความชุ่มชื้นจากไฮยาลูรอนิกไว้ในผิว เสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง เหมาะสำหรับใช้เป็นประจำทุกวัน
• โทนเนอร์ / เอสเซนส์ / น้ำตบ เป็นผลิตภัณฑ์เนื้อน้ำที่ใช้ในขั้นตอนแรก ๆ ของการบำรุงผิว เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงและเติมความชุ่มชื้นเบื้องต้นด้วยไฮยาลูรอนิก
• มาสก์ ทั้งในรูปแบบแผ่นและมาสก์ทาหน้า เป็นวิธีเติมไฮยาลูรอนิกเพื่อช่วยบูสต์ความชุ่มชื้นให้ผิวและค่อนข้างมีความเข้มข้น
• ครีมกันแดด  ผลิตภัณฑ์กันแดดสมัยใหม่มักเติมส่วนผสมอย่างไฮยาลูรอนิกลงไป เพื่อช่วยป้องกันผิวแห้งกร้านจากการสัมผัสแสงแดด
• ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า  คลีนเซอร์บางสูตรจะใส่ส่วนผสมของไฮยาลูรอนิกเพื่อช่วยคงความชุ่มชื้นไว้หลังล้างหน้า ทำให้ผิวไม่แห้งตึง
• โปรแกรมฟิลเลอร์ คือการฉีดสารเติมเต็มที่มีไฮยาลูรอนิกเป็นส่วนประกอบหลักเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อเติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา หรือเพื่อปรับรูปหน้าด้วยไฮยาลูรอนิก เช่น เติมริมฝีปาก คาง และโหนกแก้ม
• โปรแกรมสกินบูสเตอร์  เป็นการฉีดไฮยาลูรอนิกโมเลกุลเล็ก ๆ เข้าไปในชั้นผิวหนังทั่วใบหน้า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และสุขภาพดีจากภายใน

ใช้ไฮยาลูรอนิกบริเวณไหนได้บ้าง

นอกจากไฮยาลูรอนิกจะนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้ว ไฮยาลูรอนิกยังถูกนำมาใช้ในรูปแบบสารเติมเต็ม หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ สำหรับหัตถการทางการแพทย์ โดยบริเวณที่นิยมใช้มีดังนี้

• ริมฝีปาก เพื่อเพิ่มความอวบอิ่มให้แก่ริมฝีปาก แก้ไขปัญหาริมฝีปากบางไม่ได้รูปทรง โดยไฮยาลูรอนิกจะทำหน้าที่เติมความชุ่มชื้นและช่วยลดเลือนร่องลึก ทำให้ริมฝีปากดูสุขภาพดีขึ้น
• ร่องแก้ม เพื่อเติมเต็มร่องแก้มให้ตื้นขึ้นด้วยไฮยาลูรอนิก ซึ่งจะช่วยลดเงาที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุและอ่อนล้า ส่งผลให้ภาพรวมของใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ลง
• ขมับ เพื่อเพิ่มปริมาตรบริเวณขมับที่ตอบหรือยุบตัวลงตามวัย ซึ่งการเติมไฮยาลูรอนิกจะช่วยปรับโครงหน้าให้ได้สัดส่วนที่สมดุลและดูอ่อนโยนขึ้น
• ใต้ตา เพื่อเติมเต็มร่องลึกใต้ตา ซึ่งเป็นสาเหตุของเงาคล้ำ ทำให้บริเวณใต้ตาดูเรียบเนียนและสว่างขึ้น การใช้ไฮยาลูรอนิกจึงช่วยลดความเด่นของถุงใต้ตาและทำให้ใบหน้าดูสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย
• หน้าผาก เพื่อปรับแก้ความโค้งมนของหน้าผากที่แบนหรือยุบให้ดูอิ่มเต็มและได้รูปสวยงามด้วยไฮยาลูรอนิก อีกทั้งยังสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ ที่เกิดจากการสูญเสียปริมาตรได้
• คาง เพื่อปรับรูปทรงคางให้มีความยาวและสมส่วนมากขึ้น โดยการใช้ไฮยาลูรอนิกจะช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด หรือคางหลุบเข้าด้านใน และเสริมให้กรอบหน้าโดยรวมดูเรียวและมีสเน่ห์ยิ่งขึ้น

ไฮยาลูรอนิก
สารไฮยาลูรอนิก Hyaluronic Acid มีประโยชน์อย่างไร ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
ผลลัพธ์หลังรับบริการ เติมเต็มด้วยไฮยาลูรอนิก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ข้อควรระวังของการใช้ไฮยาลูรอนิก

แม้ว่ากรดไฮยาลูรอนิกจะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางถึงคุณประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งการนำมาใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งผลิตภัณฑ์ทาและหัตถการทางการแพทย์ ก็ยังคงมีข้อควรพิจารณาและข้อควรระวังบางประการที่ผู้ใช้ควรทำความเข้าใจ เช่น

ไฮยาลูรอนิกทั่วไป

สำหรับกรดไฮยาลูรอนิกในรูปแบบผลิตภัณฑ์ทาภายนอก โดยทั่วไปถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็อาจมีข้อควรระวังบางประการที่ควรทราบเพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

• อาจเกิดการระคายเคืองหรืออาการแพ้  แม้จะพบได้ค่อนข้างน้อย แต่ในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายเป็นพิเศษ อาจเกิดผื่นแดงหรืออาการคันได้ ควรทดสอบผลิตภัณฑ์ไฮยาลูรอนิกที่บริเวณท้องแขนหรือหลังหูก่อนใช้กับใบหน้า
• อาจดึงความชื้นออกจากผิว  หากใช้ในสภาพแวดล้อมที่อากาศแห้งมาก โดยไม่ทามอยส์เจอไรเซอร์ทับ กรดไฮยาลูรอนิกอาจดึงความชื้นจากชั้นผิวที่ลึกกว่าขึ้นมาสู่ผิวชั้นบนแทนที่จะดึงจากอากาศ ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งลงได้ในระยะยาว
• คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ไฮยาลูรอนิกที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีส่วนผสมอื่นที่ก่อให้เกิดการอุดตันหรือระคายเคืองได้ จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างรอบคอบ

ไฮยาลูรอนิกรูปแบบฉีด

การใช้ไฮยาลูรอนิกในรูปแบบสารเติมเต็มชนิดฉีดเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยม ซึ่งอาจมีความและจำเป็นต้องดำเนินการโดยแพทย์ กับสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานการบริการ โดยผลข้างเคียงที่พบบ่อยมีดังนี้

• ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป  อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือปวดเล็กน้อยบริเวณที่ทำโปรแกรมฉีดไฮยาลูรอนิก ซึ่งโดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์
• ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ  หากกระบวนการทำโปรแกรมฉีดไฮยาลูรอนิกและเครื่องมือไม่สะอาดปราศจากเชื้อ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังได้ จึงจำเป็นต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานการบริการ
• ปฏิกิริยาแพ้  แม้จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่บางรายอาจมีปฏิกิริยาแพ้สารไฮยาลูรอนิกหรือยาชาที่ผสมอยู่ ซึ่งอาจมีอาการบวมแดงผิดปกติหรือเกิดเป็นก้อนแข็ง
• การเกิดก้อนหรือผิวไม่เรียบ  หากฉีดในปริมาณที่ไม่เหมาะสมหรือผิดตำแหน่ง อาจทำให้เกิดเป็นก้อนนูนใต้ผิวหนัง หรือทำให้ผิวบริเวณนั้นดูไม่เรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
• ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง (พบได้น้อยมาก)  อาจไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือดและนำไปสู่ภาวะเนื้อเยื่อตาย หรือหากเข้าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตาอาจทำให้ตาบอดได้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องทำหัตถการกับแพทย์

อาการแพ้ไฮยาลูรอนิก

แม้ว่ากรดไฮยาลูรอนิกจะเป็นสารที่เข้ากันได้ดีกับร่างกาย แต่ในบางกรณีอาจเกิดอาการแพ้ไฮยาลูรอนิก หรือปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์ได้เช่นกัน ซึ่งอาการที่ปรากฏจะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน เช่น

อาการแพ้ไฮยาลูรอนิกชนิดทา

อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดทามักไม่ได้มีสาเหตุมาจากตัวสารไฮยาลูรอนิกโดยตรง แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากการตอบสนองของผิวต่อส่วนผสมอื่น ๆ ในสูตรผลิตภัณฑ์ โดยอาการที่สังเกตได้ มักมีลักษณะเป็นการอักเสบของผิวหนัง จากการสัมผัส โดยมีอาการไฮยาลูรอนิกทั่วไปดังนี้

• ผื่นแดง คัน เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดเมื่อผิวเกิดการระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ที่มีไฮยาลูรอนิก ซึ่งอาจมีอาการแสบเล็กน้อยร่วมด้วยบริเวณที่ทา
• ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย เกิดจากการระคายเคืองต่อส่วนผสมบางชนิดในผลิตภัณฑ์ไฮยาลูรอนิก ซึ่งส่งผลรบกวนการทำงานของเกราะป้องกันผิว
• เกิดตุ่มน้ำใส หรือผื่นนูน เป็นลักษณะของปฏิกิริยาแพ้ที่รุนแรงขึ้นต่อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีไฮยาลูรอนิกเป็นส่วนประกอบ

อาการแพ้ไฮยาลูรอนิกชนิดฉีด

สำหรับการใช้ไฮยาลูรอนิกในรูปแบบสารเติมเต็มชนิดฉีด ปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์มีความซับซ้อนกว่า และจำเป็นต้องแยกอาการข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปออกจากปฏิกิริยาการแพ้ที่แท้จริง ซึ่งอาจเกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารประกอบอื่น ๆ หรือกระบวนการฉีดโปรแกรมไฮยาลูรอนิก

• อาการบวม แดง และคันมากผิดปกติ เป็นสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงการตอบสนองที่รุนแรงต่อสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิก ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นวงกว้างกว่าที่คาดการณ์ไว้
• เกิดก้อนแข็ง นูนแดง  เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่อาจสร้างพังผืดขึ้นมาล้อมรอบสารไฮยาลูรอนิกที่ฉีดเข้าไป โดยอาจปรากฏอาการหลังการทำหัตถการไปแล้วหลายสัปดาห์
• ลมพิษ การเกิดผื่นนูนแดงคันอาจเป็นสัญญาณของการแพ้สารประกอบในฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก ซึ่งสามารถปรากฏได้ทั้งบริเวณที่ฉีดหรือส่วนอื่นของร่างกาย
• ปฏิกิริยาแพ้รุนแรง แม้จะพบได้น้อยมาก แต่เป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นหลังการฉีดไฮยาลูรอนิก โดยมีอาการสำคัญ เช่น หายใจลำบาก ปากบวม และจำเป็นต้องได้รับการรักษาทันที

วิธีเลือกใช้ไฮยาลูรอนิกให้เหมาะกับตัวเอง

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือหัตถการที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิกให้เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมให้การบำรุงผิวมีประสิทธิภาพ โดยจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในสภาพผิวและความต้องการของตนเองเป็นพื้นฐาน เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไฮยาลูรอนิกได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์ ดังนี้

ประเมินปัญหา

ขั้นตอนแรกคือการประเมินสภาพปัญหาผิวของตนเองอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแยกว่าปัญหาหลักคือภาวะผิวแห้งขาดความชุ่มชื้นทั่วไป หรือเป็นปัญหาริ้วรอยร่องลึกที่เกิดจากการสูญเสียปริมาตร ซึ่งการประเมินนี้จะเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกใช้ไฮยาลูรอนิกในรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป

เลือกตามจุดประสงค์

ควรเลือกวิธีการดูแลให้สอดคล้องกับจุดประสงค์หลัก หากต้องการดูแลความชุ่มชื้นและส่งเสริมสุขภาพผิวในชีวิตประจำวัน การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิกชนิดทาภายนอกถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่หากจุดประสงค์คือการเติมเต็มร่องลึกด้วยไฮยาลูรอนิก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาหัตถการทางการแพทย์

เลือกรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับสภาพผิว

การพิจารณาเลือกรูปแบบและเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ไฮยาลูรอนิกให้เหมาะสมกับสภาพผิวเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ที่มีผิวมันอาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา เช่น เซรั่มหรือเจล ในขณะที่ผู้มีผิวแห้งอาจต้องการเนื้อครีมที่เข้มข้นขึ้น เพื่อส่งเสริมความสบายผิวและประสิทธิภาพในการเก็บกักความชุ่มชื้น

เข้าใจถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้

การตั้งความคาดหวังต่อผลลัพธ์ของไฮยาลูรอนิกให้สอดคล้องกับความเป็นจริงเป็นสิ่งจำเป็น ผลิตภัณฑ์ไฮยาลูรอนิกชนิดทาสามารถช่วยเรื่องความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและอิ่มฟูขึ้นได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวหรือเติมเต็มร่องลึกได้ ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นขอบเขตของหัตถการทางการแพทย์

สังเกตการตอบสนองของผิว

ควรสังเกตการตอบสนองของผิวตนเองหลังการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินว่าผลิตภัณฑ์ที่มีไฮยาลูรอนิกเป็นส่วนประกอบนั้น ให้ความชุ่มชื้นได้เพียงพอและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง หากพบความผิดปกติหรือรู้สึกไม่สบายผิว ควรพิจารณาปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ไฮยาลูรอนิก เพื่อให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมเกี่ยวกับไฮยาลูรอนิก หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ค่ะ

สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ ไฮยาลูรอนิก Hyaluronic Acid มีประโยชน์อย่างไร ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง,ไฮยาลูรอนิก หรือสอบถามรายละเอียด โปรโมชั่นพิเศษ หรือ หัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ทุกช่องทางค่ะ

Apex
Apex

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ Apex Clinic สาขาเพลินจิต

ไฮยาลูรอนิก คืออะไร ทำความรู้จักสารสำคัญที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มฟู แลดูอ่อนเยาว์ ค้นพบคุณสมบัติ ข้อดี และวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง ไฮยาลูรอนิกคืออะไร เจาะลึกคุณสมบัติและข้อดีเพื่อผิวชุ่มชื้น

329
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
Apex
รับโปรโมชั่นพิเศษ
รับโปรโมชั่นพิเศษ
ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี
โทรสอบถามโปรโมชั่น
โทรสอบถามโปรโมชั่น