ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยปากอวบอิ่ม ใช้กี่ CC อยู่ได้นานไหม

หน้าแรก » ฟิลเลอร์ » ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยปากอวบอิ่ม ใช้กี่ CC อยู่ได้นานไหม
ว.41660
ฟิลเลอร์ปาก
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ฉีดฟิลเลอร์ปาก คือหนึ่งในหัตถการที่หลายคนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว มักใช้สารเติมเต็มกลุ่ม HA เข้าไปแก้ปัญหาสำหรับคนที่มีเนื้อปากบาง ปากแห้งลอกเป็นร่อง หรือมุมปากตก ให้กลับมาดูชุ่มชื้น อวบอิ่ม และได้รูปทรงที่สมดุลรับกับใบหน้า ซึ่งในแต่ละเคสจะมีดีเทลต่างกันไป วันนี้หมอเลยจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจตั้งแต่กลไกการทำงานของฟิลเลอร์ปาก ระยะเวลาในการคงตัว รวมถึงการประเมินปริมาณ CC ที่เหมาะสม

ฟิลเลอร์ปาก คืออะไร

ฟิลเลอร์ปาก คือหัตถการที่ใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid : HA) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีอยู่ในร่างกาย ฉีดเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่ออ่อน ที่เห็นบ่อย ๆ ก็จะเป็นตรงขอบริมฝีปาก รอยหยักริมฝีปากบน หรือมุมปาก เพื่อเติมเต็ม ปรับทรง แก้ไขสัดส่วน ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นโดยการกักเก็บน้ำในชั้นผิวด้วย

ฟิลเลอร์ปาก ทำงานอย่างไร

การทำงานของฟิลเลอร์ปาก

หลักการทำงานของการฉีดฟิลเลอร์ปาก จริง ๆ แล้วคือการใช้ HA ซึ่งเป็นโมเลกุลน้ำตาลชนิดหนึ่งที่ก็มีอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว โดยมีคุณสมบัติพิเศษในการอุ้มน้ำได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปที่ริมฝีปาก ก็จะทำงานประสานกัน 2 กลไกหลัก ๆ แบบนี้

  • Mechanical Volumization : เมื่อฉีด HA เข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อ ตัวเจลจะทำหน้าที่เป็นโครงร่าง เข้าไปเติมเต็มช่องว่าง เพื่อเพิ่มวอลลุ่ม จัดทรง และยกกระชับขอบปากให้คมชัดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
  • Hydrophilic Property : โมเลกุลของ HA จะทำหน้าที่ดึงน้ำจากเนื้อเยื่อรอบข้างเข้าหากัน เกิดกระบวนการ Hydration ส่งผลให้ผิวริมฝีปากส่วนบนอิ่มฟู ร่องปากเรียบเนียนขึ้น และดูชุ่มชื้น

นอกจากนี้ แรงดันจากเนื้อเจลยังช่วยกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้นในระยะยาว ก่อนที่สาร HA จะค่อย ๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องฉีดบ่อยไหม

ฟิลเลอร์ปากเป็นสาร HA ที่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่ได้อยู่คงทนติดตัวเราไปตลอด โดยทั่วไปจะคงสภาพได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและการขยับริมฝีปากของแต่ละคน ซึ่งถ้าอยากคงความอวบอิ่มและรูปทรงให้สวยต่อเนื่อง ก็สามารถกลับมาฉีดเติมซ้ำได้เรื่อย ๆ ทุก 6-8 เดือน โดยไม่ต้องรอให้สลายจนหมดเกลี้ยง

ฉีดฟิลเลอร์ปากกี่ CC ถึงจะพอดี

โดยทั่วไปแล้วการฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวย ดูเป็นธรรมชาติ และเห็นความเปลี่ยนแปลงในแต่ละเคสจะใช้ไม่เท่ากัน แต่มักใช้อยู่ที่ประมาณ 1 – 2 CC

  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก 1 CC : เป็นปริมาณที่ใช้กันบ่อย ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการปรับทรงปากเล็กน้อย เติมกระจับ เติมความชุ่มชื้น หรือคนที่มีฐานปากเดิมดีอยู่แล้วแต่อยากให้ดูอิ่มฟูขึ้น
  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก 2 CC : มักใช้ในเคสที่เนื้อปากเดิมบางมาก ๆ หรือผู้ที่ต้องการลุคปากอวบอิ่มค่อนข้างชัด เน้นความอิ่มฟูเป็นพิเศษ โดยอาจแบ่งฉีดทีละ 1 CC เพื่อดูการเซ็ตตัวก่อน

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาว่าควรฉีดฟิลเลอร์กี่ CC

การจะเลือกปริมาณฉีดฟิลเลอร์ปากที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล จะพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้

  • ฐานปากเดิม ถ้าเคสที่ปากบางมากอาจต้องใช้ปริมาณมากกว่าคนที่มีเนื้อปากอิ่มน้ำ เพื่อให้เห็นทรงชัดเจน
  • ทรงปากที่ต้องการ เช่นถ้าอยากเน้นละมุน ดูเป็นธรรมชาติ มักใช้ปริมาณน้อยกว่าสไตล์ที่ปากอวบอิ่มมากขึ้น
  • สัดส่วนใบหน้า ส่วนใหญ่คุณหมอจะประเมินขนาดปากให้สมดุลกับจมูกและคาง ไม่ให้หนาหรือยื่นจนเกินไป
  • ปัญหาที่ต้องการแก้ไข เช่น มุมปากตก ปากไม่เท่ากัน จะใช้ปริมาณต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อเติมวอลลุ่ม
  • รุ่นและแบรนด์ฟิลเลอร์ เพราะฟิลเลอร์ที่อุ้มน้ำได้ดีมาก อาจใช้ปริมาณน้อยลงเพื่อป้องกันไม่ให้ปากดูบวมเกินไป

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยอะไร

ฉีดฟิลเลอร์ปากช่วยอะไรบ้าง

ด้วยคุณสมบัติและการทำงานของฟิลเลอร์ ทำให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องริมฝีปากได้หลากหลายเลย ซึ่งเคสส่วนใหญ่ที่เข้ามาฉีดฟิลเลอร์ปาก มักจะมาพร้อมกับความต้องการในการปรับทรงและดูแลผิวปากในเรื่องหลัก ๆ ดังนี้

  • ริมฝีปากดูเต็มและมีวอลลุ่มขึ้น เนื้อปากที่บางจะดูอิ่มฟูขึ้นทันทีหลังทำตามปริมาณซีซีที่ฉีด
  • รูปทรงปากดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น ช่วยปรับทรงให้มีกระจับ พยุงมุมปากที่ตกให้รับกับใบหน้าขึ้น
  • ร่องปากดูตื้นขึ้น ช่วยเติมเต็มรอยย่นลึกบนริมฝีปากให้เรียบเนียนขึ้น ทาลิปสติกได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ผิวริมฝีปากดูแห้งกร้านน้อยลง และดูอิ่มน้ำขึ้น (แต่ไม่ได้เปลี่ยนสีปากเดิม)

ฉีดฟิลเลอร์ปากทำทรงไหนได้บ้าง

สำหรับเคสที่ต้องการเติมเต็มและปรับรูปทรงปากด้วยการฉีดฟิลเลอร์ คุณหมอสามารถดีไซน์และปั้นแต่งทรงออกมาได้หลากหลายรูปแบบเลย ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความต้องการ ควบคู่ไปกับประเมินโครงสร้างพื้นฐานเดิมของริมฝีปากเป็นหลัก เช่น

  • เคสปากกระจับ : ปรับขอบปากบนเป็นรูปตัว M พร้อมติ่งตรงกลาง เพิ่มความละมุน
  • เคสปากอวบอิ่ม : เติมวอลลุ่มปากบน-ล่างให้หนาฟู เต่งตึง สายฝอแบบเห็นทรงชัดเจน
  • เคสปากยกมุม : ฉีดยกมุมปากสองข้างให้ดูอมยิ้ม แก้ปัญหาหน้าดุ ช่วยให้หน้าดูละมุนขึ้น
  • เคสขอบปากชัด : เน้นตัดขอบปากและรอยหยักให้คมชัด แก้ปัญหาขอบปากเบลอไม่เป็นทรง
  • เคสปากธรรมชาติ : ปรับสมดุลปากบน-ล่างคงรูปเดิม เน้นเติมความชุ่มชื้น เรียบเนียน ดูสุขภาพดี

ฉีดฟิลเลอร์ปาก กี่วันเห็นผล

ฉีดฟิลเลอร์ปากกี่วันเห็นผล

การฉีดฟิลเลอร์ปากจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยได้หลังทำเลย แต่ต้องอาศัยระยะเวลาให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวและอาการบวมช้ำลดลงก่อน โดยรูปทรงปากจะเริ่มเข้าที่สวยงาม และดูเป็นธรรมชาติอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ซึ่งถ้าให้ยกตัวอย่างก็จะมีไทม์ไลน์คร่าว ๆ ประมาณนี้

  • หลังฉีดทันที จะเริ่มเห็นทรงปากเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่อาจมีรอยเข็มเล็กน้อยปรากฏให้เห็นรอบ ๆ บริเวณริมฝีปาก
  • 1-3 วันแรก มักจะมีอาการบวมหรือช้ำเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ปากและจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ
  • 1 สัปดาห์ อาการบวมแดงเริ่มลดลงค่อนข้างชัด และรูปทรงของปากจะเริ่มมีความชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น
  • 2-4 สัปดาห์ ในหลาย ๆ เคสช่วงนี้ฟิลเลอร์จะเซ็ตตัวได้เต็มที่ ให้ผลลัพธ์สวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากอิ่มฟูและไม่แห้งกร้าน

ฉีดฟิลเลอร์ปากเหมาะกับใครบ้าง

เคสส่วนใหญ่ที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ปาก ก็มักเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องรูปทรง เนื้อสัมผัส หรือความหย่อนคล้อยตามกาลเวลา ซึ่งกลุ่มคนที่เหมาะกับการเติมฟิลเลอร์ปาก มีดังนี้

  • คนที่มีปากบางหรือปากแบน ต้องการเพิ่มเนื้อปากให้ดูหนา อวบอิ่มมากขึ้น
  • คนที่มีริ้วรอยที่ปาก ปากแห้ง แตก เป็นร่องลึก ทาลิปสติกแล้วตกร่อง
  • คนที่มีรูปปากไม่เท่ากัน ปากเบี้ยว ปากคว่ำ หรือรูปทรงไม่สมดุล
  • คนที่มีปัญหาปากเหี่ยวจากอายุที่มากขึ้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนจะลดลง
  • คนที่ต้องการปรับทรงปากให้มีความสวย เข้าทรงแบบที่ชอบ เช่น ปากกระจับ

ใครที่ยังไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก

แม้ตอนนี้การฉีดฟิลเลอร์ปากจะไม่ได้ซับซ้อนและมีตัวเลือกที่หลากหลาย แต่อยากแนะนำว่ายังมีกลุ่มคนที่จำเป็นต้องระมัดระวัง หรืออาจจะต้องเลื่อนแพลนออกไปก่อน ลองมาเช็กกันหน่อยว่ามีเคสไหนบ้างที่ยังไม่เหมาะจะฉีดฟิลเลอร์ปากในตอนนี้ เช่น

  • เป็นเริมหรือมีแผลติดเชื้อที่ปาก ควรรักษาให้หายก่อน เพื่อป้องกันแผลลุกลาม
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ควรเลี่ยงเพื่อป้องกันผลข้างเคียงต่อทารก
  • แพ้ฟิลเลอร์ (HA) หรือแพ้ยาชา เสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรง
  • เลือดออกง่ายหรือกินยาละลายลิ่มเลือด เสี่ยงช้ำง่ายและเลือดหยุดไหลยาก
  • เพิ่งผ่าตัดศัลยกรรมปาก ควรเว้นระยะ 3–6 เดือน ให้เนื้อเยื่อสมานตัวก่อน
  • มีนัดทำฟันเร็ว ๆ นี้ ควรเว้นช่วง 1–2 สัปดาห์ ป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนผิดรูป

ลักษณะปากแบบไหนไม่ควรฉีดฟิลเลอร์

ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรประเมินและสำรวจตัวเองก่อนว่าริมฝีปากของเรามีลักษณะหรือภาวะที่คุณหมอแนะนำว่าควรเลี่ยง หรือต้องรักษาให้หายดีก่อนหรือไม่ เช่น

  • มีแผลเริมที่บริเวณริมฝีปาก
  • ปากมีแผลเปิด แผลร้อนใน หรือติดเชื้อ
  • มีเนื้อฟิลเลอร์เดิมเหลืออยู่มากเกินไป
  • ริมฝีปากอักเสบ ลอกเป็นขุย หรือแพ้รุนแรง
  • เพิ่งทำศัลยกรรมผ่าตัดปากมาไม่นาน
  • โครงสร้างฟันหรือขากรรไกรมีปัญหาชัดเจน

ข้อแนะนำจากคุณหมอ : ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรให้คุณหมอตรวจประเมินสภาพเนื้อปากอย่างละเอียด และที่สำคัญต้องแจ้งประวัติการแพ้ยา ประวัติโรคเริม หรือยา อาหารเสริมที่ทานอยู่ให้ทราบทุกครั้ง

ฉีดฟิลเลอร์ปากยี่ห้อไหน รุ่นไหนบ้างที่พบบ่อย

การเลือกยี่ห้อและรุ่นสำหรับฉีดฟิลเลอร์ปาก ส่วนใหญ่จะเน้นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง เพื่อให้ริมฝีปากดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน และขยับตามรูปปากได้ดีเวลาพูดหรือยิ้ม ซึ่งยี่ห้อและรุ่นที่นิยมใช้และพบบ่อย มีหลัก ๆ ดังนี้

ยี่ห้อ รุ่น ลักษณะเด่นและผลลัพธ์ที่ได้ เหมาะสำหรับ
Restylane (สวีเดน) Kysse เจลเนื้อนิ่ม ยืดหยุ่นค่อนข้างสูง ปากอวบอิ่ม ขยับเป็นธรรมชาติ ออกแบบเพื่อฉีดริมฝีปากโดยเฉพาะ เน้นความดูเป็นธรรมชาติ
Vital Light เนื้อละเอียด ค่อนข้างบางเบา เน้นเติมความชุ่มชื้น ลดริ้วรอยแห้งแตก เน้นปากฉ่ำวาว ลดร่องแห้ง ไม่เน้นเพิ่มวอลลุ่ม
Refyne เนื้อนิ่ม ยืดหยุ่นดี กลืนกับปากได้ละมุน คนที่ต้องการเติมริมฝีปากให้เต็ม เรียบละมุนไม่เป็นก้อน
Volyme เนื้อนิ่มปานกลาง ช่วยให้ปากค่อนข้างอิ่มฟู มีน้ำมีนวล คนที่ปากบางมากและต้องการเติมเนื้อปากให้ดูอิ่มเอิบ
Juvederm (อเมริกา) Volift เนื้อนิ่ม ละเอียด ยืดหยุ่นค่อนข้างสูง บางเบา ปากละมุน คนที่ต้องการแต่งทรงปากละมุน ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ค่อนข้างนาน
Ultra Plus เนื้อค่อนข้างหนาแน่นและฟูค่อนข้างมาก คนที่ต้องการปากหนา อวบอิ่มมากเป็นพิเศษ
Voluma เนื้อค่อนข้างแข็ง คงตัวดี ใช้ปริมาณเล็กน้อย เน้นปั้นขอบปากหรือยกมุมปากให้ค่อนข้างชัดเจนเป็นพิเศษ
Belotero (สวิส) Volume เนื้อคงตัวและยืดหยุ่นดี เพิ่มวอลลุ่มให้ปากดูอิ่มฟู คนที่ต้องการปรับทรงปากชัด และเพิ่มความอิ่มฟู
Revive เจลบางเบาผสม Glycerol เน้นแก้ปากแห้งกร้าน เพิ่มความชุ่มชื้น คนที่ต้องการผิวปากสุขภาพดี ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ
Neuramis (เกาหลี) Deep เนื้อเจลปานกลาง ขึ้นรูปง่าย เติมปากให้อิ่มฟูค่อนข้างชัด คนที่ต้องการปากอิ่มฟู ในงบประมาณที่ราคาย่อมเยา
Teoxane (สวิส) RHA 1 เนื้อเจลบางเบา ยืดหยุ่นค่อนข้างสูงมาก เน้นลดริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ผิวสัมผัสเรียบ คนที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ บนปาก ต้องการความเรียบเนียน
RHA 2 เนื้อมีปานกลาง ยืดหยุ่นดี ขยับเป็นธรรมชาติ คนที่ต้องการเติมเต็มแบบขยับปากได้ หรือ ดูเป็นธรรมชาติ
RHA 3 เนื้อเจลคงตัวขึ้น เติมปากบางให้มีวอลลุ่มสวย คนที่ต้องการสร้างทรงปากให้ค่อนข้างชัดเจน หรือคนปากบาง
Definisse (อิตาลี) Touch เนื้อนิ่ม ยืดหยุ่นดี ช่วยยกกระชับและแต่งทรงปากให้ได้ขอบชัด คนที่ต้องการแต่งทรงปากพร้อมเก็บรายละเอียดรอบริมฝีปาก
↔ เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นขั้นตอนสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ เพราะริมฝีปากเป็นจุดที่เนื้อเยื่อบอบบางและมีเส้นเลือดฝอยหนาแน่นมาก การเตรียมตัวอย่างถูกต้องจึงช่วยลดความเสี่ยงเรื่องรอยเขียวช้ำ อาการบวมแดง แถมยังช่วยให้ฟิลเลอร์เนียนสวย เช่น

  • งดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดช้า เช่น Aspirin Ibuprofen วิตามินอี อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 24–48 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อลดอาการบวมช้ำ
  • งดกิจกรรมความร้อนสูง งดซาวน่า ออกกำลังกายหนัก หรือตากแดดจัด 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
  • แจ้งประวัติกับคุณหมอ ต้องบอกโรคประจำตัว การแพ้ยา ยาชา และการเป็นเริมที่ปากล่วงหน้า
  • งดหัตถการรอบปาก งดเลเซอร์ เลเซอร์หนวด หรือสักปาก ก่อนฉีดอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์
  • งดสครับปาก หลีกเลี่ยงการขัดหรือสครับริมฝีปาก เพื่อป้องกันผิวระคายเคืองหรือเป็นแผล
  • งดทาลิปสติกหรือแต่งหน้ารอบปากในวันฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อความสะอาดและลดความเสี่ยงติดเชื้อ
  • ดื่มน้ำให้มาก ๆ ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ช่วยให้ฟิลเลอร์ไฮยาอุ้มน้ำและฟูได้ดีขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปาก มีอะไรบ้าง

จริงๆ แล้ว ขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ปากส่วนใหญ่จะไม่ได้ต่างกันมากเลย แต่ละเคสมักใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาที ไม่รวมการแปะยาชา ซึ่งจะมีขั้นตอนคร่าว ๆ ดังนี้

  • คุณหมอจะทำการวิเคราะห์ ตรวจเช็กรูปปาก โครงสร้างใบหน้า และริ้วรอยที่อาจเป็นปัญหาก่อน
  • คุยดีไซน์ทรงที่อยากได้ พร้อมเลือกชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะกับแต่ละเคส
  • เช็ดทำความสะอาดผิวรอบริมฝีปากอย่างหมดจด เพื่อให้พร้อมต่อการฉีด ป้องกันการติดเชื้อ
  • ถ่ายรูป Before เก็บภาพมุมตรงและมุมข้างไว้ให้คนไข้ดูเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลง
  • บางเคสอาจมีการทายาชา ทิ้งไว้ 30 – 45 นาที เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกเจ็บน้อยลงขณะทำหัตถการ
  • คุณหมอจะใช้เทคนิคเฉพาะ ค่อย ๆ ฉีดด้วยความประณีต เพื่อให้ได้ทรงตามที่ตกลงกันไว้
  • หลังฉีดเสร็จทันที หมอจะนวดปั้นทรงเบา ๆ ให้ฟิลเลอร์กระจายตัวเนียนสวย ไม่เป็นก้อน

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ดูแลตัวเองอย่างไรดี

แม้หลาย ๆ เคสที่เคยฉีดฟิลเลอร์ปาก จะไม่ได้รู้สึกว่าทำให้ใช้ชีวิตยากขึ้น แต่การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมก็ยังเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ทรงปากที่สวย ดังนี้

  • ประคบเย็นในช่วง 24–48 ชม. แรก เพื่อลดอาการบวมระบมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
  • เลี่ยงความร้อน งดของร้อนจัด ซาวน่า และเลเซอร์ 1-2 สัปดาห์ ป้องกันฟิลเลอร์เสียทรง
  • งดอาหารรสจัด-ของหมักดอง เพื่อลดโอกาสการอักเสบและบวมเพิ่ม
  • งดแอลกอฮอล์-สูบบุหรี่ อย่างน้อย 3-7 วัน ช่วยลดรอยช้ำและให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ดื่มน้ำมาก ๆ วันละประมาณ 2-3 ลิตร ช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูและอวบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติ
  • ห้ามจับ นวด เม้มปากหลังฉีดทันที ป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนผิดรูปทรงที่ต้องการ
  • งดทาลิปสติกในช่วง 24 ชม. แรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่รอยฉีดฟิลเลอร์ปาก
  • พยายามเลือกนอนหมอนสูง ใน 1-2 คืนแรก เพื่อช่วยให้ยุบบวมไวขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วห้ามกินอะไรบ้าง

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากแล้ว จริง ๆ ก็ใช้ชีวิตกันปกติได้เลย แต่คุณหมอส่วนใหญ่ ก็อยากให้ดูแลตัวเองต่อกันอีกนิด เพื่อให้ปากทรงสวยอวบอิ่มเข้าที่ ซึ่งจะมีอาหารบางประเภทที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น

  • งดแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 48 ชม. – 1 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวมช้ำและเลือดออกง่าย
  • งดของหมักดองและของดิบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณรอยเข็ม
  • เลี่ยงอาหารรสจัดและเค็ม เพราะโซเดียมสูงจะกระตุ้นให้ปากบวมน้ำและยุบตัวช้า
  • งดของร้อนจัด ในช่วง 48 ชม. แรก เพื่อลดการระคายเคืองและการอักเสบ
  • งดใช้หลอดดูด หลีกเลี่ยงการทำปากจู๋ในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เสียรูปทรง

ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปากเคสที่ 1

เคสคุณวีวี่ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก (28/04/2025) จะเห็นริมฝีปากเดิมที่ดูบาง เรียบตรง และขาดวอลลุ่ม แม้จะมีมุมปากที่ดูเป็นกระจับ ซึ่งหลังจากเข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ปากในวันเดียวกัน จะเห็นความเปลี่ยนแปลง โดยทรงปากดูอวบอิ่ม อิ่มฟูฉ่ำวาว และได้รูปทรงกระจับสวยละมุนรับกับใบหน้าได้

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปากเคสที่ 2

เคสของเอมี่เข้ามาปรึกษาเมื่อวันที่ 04/12/2024 ซึ่งเป็นเคสที่มีริมฝีปากค่อนข้างบางและมีปัญหามุมปากตกเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าดูดุและเหนื่อยล้า ซึ่งหลังฉีดฟิลเลอร์ปากในวันนั้น จะเห็นเลยว่าทรงปากเปลี่ยนไป ดูอวบอิ่ม อิ่มฟูฉ่ำวาวขึ้น และได้รูปทรงกระจับที่สวยละมุน ช่วยปรับให้ใบหน้าดูหวานและสดใสขึ้น

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ปากเคสที่ 3

สำหรับเคสคุณดม เป็นเคสที่เข้ามาฉีดฟิลเลอร์ปากเมื่อวันที่ 08/09/2025 ด้วยโจทย์ริมฝีปากเดิมที่ดูบางและค่อนข้างเรียบตรง ทำให้ใบหน้าดูดูล้าเล็กน้อย ซึ่งผลลัพธ์หลังฉีดเสร็จในวันเดียวกัน ส่งผลให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม อิ่มฟูฉ่ำวาว มีขอบปากและกระจับที่คมชัด สวยละมุน ดูเป็นธรรมชาติ

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมีผลข้างเคียงไหม

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากอาจพบผลข้างเคียงทั่วไป เช่น อาการบวม ช้ำ หรือคลำเจอตัวยาเป็นก้อน ซึ่งสามารถหายได้เองในไม่กี่วันโดยไม่ต้องกังวลใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงรุนแรงจากหัตถการที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น

ผลข้างเคียงปกติทั่วไป(ไม่อันตราย หายได้เองใน 3–7 วัน) อาการรุนแรง/ภาวะแทรกซ้อน(อันตราย ต้องรีบพบแพทย์ทันที)
อาการบวม เจ็บ หรือดึง บริเวณริมฝีปาก (บวมมากสุดใน 1–3 วันแรก) ฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด (ปากซีดขาว หรือเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำทันที ร่วมกับปวดรุนแรง)
รอยแดงหรือรอยช้ำ เขียว จากรอยเข็ม การติดเชื้อ บวมแดงรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มีตุ่มหนอง มีความร้อนผิว หรือมีไข้
คลำเจอเนื้อฟิลเลอร์เป็นก้อนนิ่ม ๆ จะค่อย ๆ กลืนไปกับผิวในประมาณ 1–2 สัปดาห์ เนื้อตายตาย (Necrosis) ผลจากการอุดตันเส้นเลือดที่ขาดการรักษาอย่างทันท่วงที
อาการชา จากฤทธิ์ยาชา หายไปเองในประมาณไม่กี่ชั่วโมง อาการแพ้ฟิลเลอร์หรือยาชา มีผื่นขึ้น ปากบวม เจ็บผิดปกติ หรือหายใจไม่ออก
↔ เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อสังเกตสำคัญ : หากผ่านไป 3-5 วันแล้ว อาการบวมแดงหรือความเจ็บปวดแทนที่จะลดลงกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือผิวเริ่มเปลี่ยนสี แนะนำให้ติดต่อคลินิกที่ฉีดฟิลเลอร์ปากทันที

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ปาก คือการใช้สารเติมเต็มไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) เพื่อปรับทรง แก้ไขปากบาง ร่องลึก หรือมุมปากตก ให้กลับมาอวบอิ่มชุ่มชื้น โดยทั่วไปจะใช้ปริมาณ 1-2 CC และคงผลลัพธ์นานประมาณ 6-12 เดือน ซึ่งจะเริ่มเซ็ตตัวเต็มที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ อย่างเคสที่เคยมาใช้บริการ ก็จะรู้สึกว่าหลังทำริมฝีปากมีทรงสวย รับกับใบหน้าดีขึ้น แต่ทั้งนี้คุณหมอก็อยากแนะนำให้เข้ามาปรึกษาและเลือกทรงที่เหมาะกับตัวเองอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

แชร์บทความ
นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ว.41660
บทความโดย นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีอะไรบ้าง เช็กลิสต์พฤติกรรมและอาหารที่ควรเลี่ยง

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นสิ่งที่ต้องรู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดหลังจากเข้ารับบริการหัตถการเติมเต็มผิว เพราะถึงแม้ว่าฟิลเลอร์ใต้ตา จะช่วยกู้ผิวใต้ตาคล้ำ
ไฮยาลูรอน

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อไฮยาลูรอนกันจนคุ้นหู ในฐานะตัวช่วยกู้ผิวโทรมให้กลับมาดูอิ่มน้ำ แต่ในวงการความงามนั้น ถูกนำมาพัฒนาเป็นฟิลเลอร์
Belotero Revive

Belotero Revive คืออะไร ต่างจากรุ่นอื่นไหม ช่วยอะไรบ้าง

Belotero Revive คือฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ด้วยการผสมไฮยาลูรอนเข้ากับกลีเซอรอล เพื่อเน้นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ต่างกันอย่างไรบ้าง

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี เป็นคำถามที่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะคุณสมบัติของสารเติมเต็มที่ต้องมีความละเอียดและยืดหยุ่น