ร้อยไหม เป็นหัตถการที่หลายคนนึกถึงเวลาส่องกระจกแล้วเริ่มเห็นความหย่อนคล้อย แต่สงสัยไหมว่าไหมเส้นเล็ก ๆ จะช่วยยกกระชับหน้าให้เรียวขึ้นได้อย่างไร เพราะหลายคนกังวลเรื่องผลลัพธ์ อาการหลังทำ หรือความเหมาะสม วันนี้หมอจะพามาทำความเข้าใจตั้งแต่ข้อดีไปจนถึงสิ่งที่ต้องระวัง เพื่อช่วยให้เข้าใจก่อนตัดสินใจทำมากขึ้น
ร้อยไหม คืออะไร
ร้อยไหม (Thread Lifting) คือหัตถการทางการแพทย์ที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ โดยหมอจะใช้เข็มนำทางเพื่อพาเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงเล็ก ๆ สอดเข้าไปในชั้นผิวหนัง (ชั้น SMAS หรือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง) จากนั้นจะทำการดึงและล็อกเส้นไหม เพื่อยกผิวส่วนที่หย่อนคล้อยให้ดูกระชับขึ้น
หลักการทำงานของการร้อยไหม
ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ การร้อยไหมก็เหมือนเราเข้าไปช่วยพยุงโครงสร้างผิวให้กลับมาตึงกระชับ พร้อมกับกระตุ้นให้ผิวดูแลตัวเองจากภายใน ซึ่งมีขั้นตอนตามนี้
- เส้นไหมยกกระชับจะมีเงี่ยง (Barbs) ขนาดเล็กตลอดแนวเส้น ไม่ได้เรียบเหมือนเส้นด้ายทั่วไป
- เมื่อคุณหมอสอดไหมเข้าสู่ผิวชั้น SMAS เงี่ยงเหล่านี้จะเข้าไปเกี่ยวและยึดเกาะกับเนื้อเยื่อ
- ช่วยให้สามารถออกแรงดึงและจัดระเบียบเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย ให้ยกตัวขึ้นในตำแหน่งที่เหมาะสม
- หลังจากนั้นเส้นไหมจะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกาย (Healing Process)
- ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสต์ ล้อมรอบแนวเส้นไหม เป็นโครงข่ายพยุงผิวขึ้นมาใหม่
ร้อยไหม ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
หากดูจากเคสส่วนใหญ่ การร้อยไหมสามารถช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยในจุดที่หลายคนกังวลใจได้หลายปัญหาขึ้นอยู่กับการประเมิน ดังนี้
- เคสพวงแก้มห้อยย้อย ช่วยดึงพยุงเนื้อแก้มที่ตก ให้กลับไปยกกระชับในตำแหน่งที่เหมาะสม
- เคสกังวลร่องลึก ลดร่องแก้มและร่องน้ำหมาก ช่วยให้รอยพับข้างจมูกและมุมปากดูตื้นขึ้น
- เคสอยากเก็บกรอบหน้า เก็บเนื้อหย่อนคล้อยช่วงขากรรไกรและใต้คาง ให้กรอบหน้าชัดและดูเรียว
- เคสคิ้วตก หางตาตก ดึงยกช่วงคิ้วและหางตาที่ตก เพื่อเปิดชั้นตาให้ดูสดใส ไม่ดูอิดโรย
- เคสผิวไม่เฟิร์ม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนช่วยแก้ปัญหาผิวย้วย ให้ยืดหยุ่นและแน่นกระชับขึ้น
วัสดุที่ใช้ในการร้อยไหมมีอะไรบ้าง
วัสดุที่ใช้ในการร้อยไหม ส่วนใหญ่เป็นวัสดุสังเคราะห์ประเภทพอลิเมอร์ ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ (Bio-absorbable) โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนี้
- PDO (Polydioxanone) : เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันบ่อย ๆ มีความยืดหยุ่น สลายตัวได้ภายใน 6-8 เดือน ผลลัพธ์การสร้างคอลลาเจนอยู่ได้ประมาณ 1 ปี
- PLLA (Poly-L-Lactic Acid) : วัสดุที่มีความแข็งกว่า PDO เล็กน้อย โดดเด่นเรื่องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน สลายตัวช้าโดยใช้เวลาประมาณ 12-18 เดือน
- PCL (Polycaprolactone) : วัสดุรุ่นใหม่ที่มีความนิ่มแต่แข็งแรงและยืดหยุ่น สลายตัวช้า ประมาณ 18-24 เดือน ช่วยให้ผลการยกกระชับอยู่ได้นานขึ้น
- PLCL (Poly-L-Lactide-co-ε-Caprolactone) : เป็นวัสดุผสมที่ดึงจุดเด่นของ PLLA และ PCL เข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ทั้งแรงดึงที่ดีและการกระตุ้นคอลลาเจน
ลักษณะของเส้นไหมที่พบบ่อย
ประเภทของเส้นไหมที่ใช้ในกระบวนการร้อยไหม สามารถจำแนกได้หลากหลายรูปแบบเลย ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง ซึ่งถ้าเราลองสังเกตจากลักษณะของไหม ก็จะมีอยู่หลายแบบเลย ดังนี้
| ชนิดของเส้นไหม | ลักษณะของเส้นไหม | หลักการทำงานและจุดเด่น |
|---|---|---|
| ไหมเรียบ (Mono Threads) |
เส้นไหมผิวเรียบขนาดเล็ก | เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแน่นกระชับขึ้น (แต่ไม่มีแรงดึงยกผิว) |
| ไหมเกลียว (Screw Threads) |
เส้นไหมที่มีลักษณะพันเป็นเกลียวรอบเข็ม | ช่วยเติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวในบริเวณที่มีปัญหาร่องลึกได้ดี |
| ไหมเงี่ยง (Cog Threads) |
เส้นไหมที่มีเงี่ยงหรือตะขอขนาดเล็กตลอดแนว | ใช้สำหรับเกี่ยวล็อกเนื้อเยื่อ ช่วยดึงและพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นได้ |
| ไหมมิ้นท์ (Mint Lift) |
ไหมเงี่ยงที่ใช้เทคโนโลยีการหล่อแบบ 360 องศา | เงี่ยงมีความแข็งแรงทนทานและหมุนรอบทิศทาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงพยุงผิว |
| ไหมตาข่าย (Tesslift Soft) |
เส้นไหมเงี่ยงที่มีโครงตาข่าย (Mesh) ล้อมรอบ | เนื้อเยื่อสามารถเติบโตประสานเข้าไปในตาข่ายได้ ทำให้การยึดเกาะแน่นหนาและคงผลลัพธ์ได้นานขึ้น |
| ไหมกรวย (Silhouette Soft) |
เส้นไหมที่ใช้รูปทรงกรวยเป็นจุดยึดเกาะแบบ 3 มิติ | ช่วยรั้งเนื้อเยื่อเพื่อยกกระชับผิว พร้อมกับกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
เข็มในการร้อยไหมแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการสอดเส้นไหมเข้าสู่ชั้นผิว จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ซึ่งมีลักษณะและความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
เข็มแหลม (Sharp Needle)
มีปลายคมคล้ายเข็มฉีดยาทั่วไป ที่สามารถสอดผ่านชั้นผิวได้โดยตรง ช่วยให้ร้อยไหมเส้นสั้นหรือไหมคอลลาเจนได้ค่อนข้างเร็ว แต่อาจมีความเสี่ยงที่ปลายเข็มจะโดนเส้นเลือดฝอยใต้ผิว จึงมีโอกาสเกิดรอยเขียวช้ำหลังทำได้มากกว่า
เข็มทู่ (Blunt Cannula)
ลักษณะปลายมนทู่ (เช่น L-type, W-type) จะค่อย ๆ แหวกผ่านเนื้อเยื่อไปโดยไม่ทำร้ายเส้นเลือด ช่วยลดอาการบวมช้ำหลังทำได้เป็นอย่างดี แต่ต้องอาศัยความชำนาญของคุณหมอในการเจาะนำผิวและควบคุมทิศทางเข็มให้อยู่ในชั้นผิวที่ถูกต้อง
ซึ่งปัจจุบันคุณหมอส่วนใหญ่มักใช้เข็มทู่ เพราะช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บของเส้นเลือดและรอยช้ำ ทำให้ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ โดยไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน
ตำแหน่งที่ใช้ในการร้อยไหม
สำหรับตำแหน่งต่าง ๆ บนใบหน้าและลำคอที่หมอมักจะใช้การร้อยไหม เพื่อจัดการปัญหาความหย่อนคล้อยให้กับผู้รับบริการ จะมีบริเวณหลัก ๆ ดังนี้
- ร้อยไหมจมูก : ช่วยเสริมสันจมูกให้คมชัดและยกปลายจมูก
- ร้อยไหมปีกจมูก : ช่วยดึงรั้งเนื้อเยื่อบริเวณปีกจมูกให้ดูแคบลง
- ร้อยไหมหน้าเรียว : ดึงยกเนื้อพวงแก้มที่ห้อยย้อย ให้กระชับและเรียวขึ้น
- ร้อยไหมก้างปลา : เน้นใช้เส้นไหมที่มีเงี่ยงดึงพยุงผิวที่ตกให้ยกกระชับ
- ร้อยไหมคอลลาเจน : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวยืดหยุ่นและแน่นกระชับ
- ร้อยไหมยกหางตา : ยกช่วงหางตาและคิ้วที่ตกตามวัย ช่วยเปิดชั้นตาให้ดูสดใส
- ร้อยไหมกรอบหน้า : เก็บกระชับผิวบริเวณแนวขากรรไกร ให้เส้นขอบหน้าดูคมชัดขึ้น
- ร้อยไหมเหนียง : เก็บกระชับความหย่อนคล้อยบริเวณเหนียง ช่วยให้ช่วงใต้คางดูตึง
- ร้อยไหมร่องแก้ม : ยกกระชับเนื้อเยื่อแก้มที่ตกลงมาทับร่อง ให้รอยพับข้างจมูกดูตื้น
ข้อดี-ข้อจำกัด ของการร้อยไหมมีอะไรบ้าง
การร้อยไหม เป็นหัตถการที่มีข้อดีแต่ก็ยังมีข้อควรระวังบางอย่างอยู่ ดังนั้นก่อนตัดสินใจร้อยไหม อยากให้ลองพิจารณาทั้งข้อดีและข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าหัตถการนี้ตอบโจทย์ปัญหาผิวของเราก่อน ดังนี้
ข้อดีของการร้อยไหม
- สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า ที่ยกกระชับขึ้นได้ค่อนข้างเร็ว
- เป็นหัตถการที่ใช้เพียงเข็มนำเส้นไหมเข้าไป จึงไม่มีแผลเป็นขนาดใหญ่
- ร่างกายฟื้นตัวได้ไว มีอาการบวมช้ำเพียงเล็กน้อยและสามารถใช้ชีวิตปกติได้
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแน่นและดูสุขภาพดีขึ้น
ข้อจำกัดของการร้อยไหม
- เส้นไหมจะสลายไปตามกาลเวลา ผลลัพธ์จึงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดไหม
- หากมีผิวหนังส่วนเกินหนาหรือห้อยมาก การร้อยไหมอาจให้ผลได้ไม่ชัดเจนเท่าการผ่าตัด
- อาจเกิดรอยเขียวช้ำ อาการบวม หรือผิวหนังบุ๋มชั่วคราวในช่วงหลังทำ
- หากทำโดยหมอที่ไม่มีประสบการณ์ อาจเกิดปัญหาไหมขาด ไหมโผล่ หรือใบหน้าไม่เท่ากันได้
ร้อยไหมอันตรายไหม
การร้อยไหมทั่วไปถือว่าค่อนข้างปลอดภัย หากทำโดยคุณหมอและใช้ไหมทางการแพทย์ หลังทำเสร็จอาจจะมีอาการบวมหรือระบมบ้างนิดหน่อย ซึ่งร่างกายจะค่อย ๆ ฟื้นตัวและหายไปเองได้ แต่จุดที่อยากฝากไว้คือเรื่องความปลอดภัยของสถานพยาบาล ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำ อย่าลืมตรวจสอบให้รอบคอบก่อนใช้บริการด้วย
ร้อยไหม เหมาะกับใคร
การร้อยไหมเริ่มทำได้ตั้งแต่ 25 – 30 ปีขึ้นไปเลย ซึ่งจากลักษณะปัญหาที่พบในหลายเคส จะเหมาะกับกลุ่มคนเหล่านี้ เช่น
- คนที่เริ่มมีเนื้อแก้มตกลงมา จนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหรือไม่สดใส
- คนที่ต้องการเติมเต็มและดึงรั้ง ผิวบริเวณร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากให้ดูตื้นขึ้น
- คนที่อยากปรับกรอบหน้าให้ดูคมชัดมากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดใหญ่
- คนที่ต้องการยกคิ้วหรือหางตาให้ดูเชิดขึ้น เพื่อให้ดวงตาดูโตและอ่อนเยาว์
- คนที่มีเวลาน้อยและต้องการหัตถการที่เห็นผลลัพธ์ได้โดยไม่มีแผลผ่าตัด
ใครที่ยังไม่เหมาะกับการร้อยไหม
แม้การร้อยไหมจะเป็นหัตถการที่ดูแลให้ปลอดภัยได้ แต่ก็ต้องเตือนก่อนว่า ในทางการแพทย์ยังมีกลุ่มคนที่คุณหมออาจจะยังไม่แนะนำ หรือต้องรอให้ร่างกายพร้อมก่อน เช่น
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากหรือไขมันหน้าหนา
- สตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรงหรือผิวติดเชื้อ
- ผู้มีโรคประจำตัวที่มีผลต่อการสมานแผล
- ผู้ที่เคยฉีดสารชนิดไม่สลาย (เช่น ซิลิโคนเหลว)
ร้อยไหมกี่เส้น ต้องใช้เยอะไหม
ปริมาณเส้นไหมที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามปัญหา สภาพผิว และชนิดของเส้นไหม หากเป็นกลุ่มเส้นไหมที่มีเงี่ยงซึ่งเน้นการดึงยกกระชับ ก็มักจะมีจำนวนเฉลี่ยที่มักใช้ในแต่ละจุดคร่าว ๆ ดังนี้
- พวงแก้มและร่องแก้ม : ใช้ประมาณ 2-4 เส้นต่อข้าง (รวม 4-8 เส้นทั่วหน้า)
- กรอบหน้าและเหนียง : ใช้ประมาณ 2-4 เส้นต่อข้าง (รวม 4-8 เส้นทั่วหน้า)
- ยกหางตาและคิ้ว : ใช้ประมาณ 1-2 เส้นต่อข้าง (รวม 2-4 เส้นทั่วหน้า)
- จมูก : ใช้ประมาณ 4-6 เส้นสำหรับดันสันจมูก และ 2-3 เส้นสำหรับยกปลายจมูก
- ยกกระชับทั่วใบหน้า (Full Face) : โดยเฉลี่ยจะใช้รวมกันประมาณ 8-12 เส้นขึ้นไป
การเตรียมตัวก่อนร้อยไหมมีอะไรบ้าง
ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ ขอแนะนำขั้นตอนการเตรียมความพร้อมของร่างกายเบื้องต้น เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบวมช้ำ และช่วยให้กระบวนการร้อยไหมเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้
- งดยาในกลุ่มแอสไพริน ยาแก้ปวด (NSAIDs) และยาละลายลิ่มเลือดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดวิตามินและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา แปะก๊วย
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนร้อยไหม
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ใช้ประจำให้คุณหมอทราบอย่างละเอียด
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือหัตถการรุนแรงบนใบหน้าก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์
ขั้นตอนการร้อยไหม
ขั้นตอนของการร้อยไหม ใช้เวลาเพียงไม่นานเพราะไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ประเมินโครงสร้างใบหน้าเพื่อวางแผนการร้อยไหมสำหรับแต่ละเคส
- เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนร้อยไหม
- ทายาชาเฉพาะจุดประมาณ 45–60 นาที และเช็ดทำความสะอาดผิวอีกครั้ง
- ทำหัตถการ โดยร้อยไหมใต้ผิวเพื่อยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยในจุดที่ต้องการ
- หลังร้อยไหมจะมีการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อให้ผลลัพธ์คงประสิทธิภาพ
- เจ้าหน้าที่จะดูแลความเรียบร้อยและให้ข้อมูลการดูแลเบื้องต้นก่อนกลับ
หลังร้อยไหมดูแลตัวเองอย่างไรดี
เพื่อให้ผลลัพธ์การร้อยไหมเป็นไปตามแผนที่คุณหมอวางเอาไว้ แนะนำให้ดูแลตัวเองในช่วงแรกเป็นพิเศษ โดยมีขั้นตอนที่ต้องใส่ใจ ดังนี้
- ประคบเย็นใน 1-2 วันแรก หากมีอาการบวม ให้ประคบเย็นเบา ๆ โดยไม่กดทับ
- หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือขัดผิวหน้าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังร้อยไหม
- เลี่ยงความร้อน งดซาวน่า อบไอน้ำ หรือเลเซอร์ที่ใช้ความร้อนสูงประมาณ 1 เดือน
- ลดการขยับใบหน้า ช่วงสัปดาห์แรกควรเลี่ยงการอ้าปากกว้าง หรือเคี้ยวอาหารที่เหนียวมาก ๆ
- รักษาความสะอาดจุดร้อยไหมและงดให้แผลโดนน้ำตามคำแนะนำของคุณหมอเสมอ
- หากมีการจ่ายยา ให้ทานยาแก้อักเสบหรือยาแก้ปวดตามที่คุณหมอสั่งให้ครบ
- สังเกตอาการ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดรุนแรงหรือมีหนอง ให้รีบปรึกษาคุณหมอทันที
หลังร้อยไหมมีผลข้างเคียงไหม
หลังร้อยไหมอาจเกิดปฏิกิริยาต่อผิวหนังได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาการทั่วไปที่หายได้เอง แต่หากมีอาการที่ผิดปกติรุนแรงควรปรึกษาคุณหมอทันที โดยสรุปความแตกต่างได้ดังนี้
| ลักษณะที่พบได้ทั่วไป (ไม่อันตราย) | ลักษณะที่รุนแรง (ควรพบหมอทันที) |
|---|---|
| รู้สึกตึงผิว ระบม หรือปวดหน่วง ๆ เล็กน้อย | ปวดรุนแรงต่อเนื่องไม่ดีขึ้น แม้ทานยาแก้ปวด |
| มีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำชั่วคราว | ผิวหนังเปลี่ยนสีเข้มผิดปกติหรือเป็นแผลพุพอง |
| พบตุ่มนูนเล็กน้อยบริเวณจุดสอดไหม | มีหนอง มีไข้สูง หรือบวมแดงขยายวงกว้าง |
| ไหมอาจมีปลายแหลมโผล่เพียงเล็กน้อย | ไหมทะลุออกมาจากผิวหนังอย่างชัดเจน |
คำแนะนำจากหมอ : อาการบวมช้ำในช่วง 3–7 วันแรกถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าอาการเหล่านี้ไม่ดีหรือรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะถ้าเริ่มมีอาการอักเสบหรือติดเชื้อ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด ให้รีบติดต่อทางสถานพยาบาล
ร้อยไหมแล้วหน้าไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร
อาการหน้าไม่เท่ากันหลังร้อยไหมส่วนใหญ่เกิดจากแรงดึงของไหมสองข้างไม่สมดุลกัน หรือผิวเดิมมีโครงสร้างและปริมาณไขมันไม่เท่ากันอยู่แล้วตั้งแต่แรก นอกจากนี้อาการบวมช้ำที่ยุบไม่พร้อมกันในแต่ละข้าง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกดูเบี้ยวเอียงได้ ซึ่งต้องอาศัยเวลาหรือให้หมอช่วยปรับแก้ตามความเหมาะสม
รีวิวร้อยไหม จากเคสตัวอย่างของเรา
เคสที่ 1 ร่องแก้มลึก ไม่กระชับ
เคสของคุณโรส มีความกังวลเรื่องริ้วรอยร่องแก้มลึกและเนื้อผิวบริเวณแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อยตามวัย ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและขาดความกระชับ หลังจากเข้ามาแก้ปัญหาด้วยโปรแกรมร้อยไหมเพื่อดึงพยุงปรับแนวกระชับใหม่ ผลลัพธ์หลังทำเมื่อวันที่ 28/08/2025 พบว่าผิวดูยกทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
เคสที่ 2 แก้มหย่อนคล้อย ไม่เรียว
เคสของคุณมายด์ มีเรื่องช่วงแก้มล่างที่เริ่มคล้อยตัวลงมาเบา ๆ ทำให้รูปหน้าดูหย่อนคล้อยและบดบังกรอบหน้า จึงแก้ปัญหาด้วยการร้อยไหมเพื่อล็อกและปรับทิศทางแนวกระชับใหม่ ซึ่งพอพ้นไป 2 สัปดาห์ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าแก้มถูกยกพยุงขึ้น กรอบหน้าดูเรียวกระชับขึ้น
เคสที่ 3 แก้มหย่อนคล้อย
เคสของคุณกีตาร์ มีความกังวลเรื่องแก้มและกรอบหน้าด้านล่างที่เริ่มทิ้งตัวคล้อยลงมา จนรู้สึกว่าหน้าดูมีอายุ จึงปรับด้วยการร้อยไหม เพื่อพยุงผิวส่วนที่ตกให้ยกกระชับขึ้น ซึ่งพอกลับมาติดตามผลในวันที่ 15/09/2025 แนวแก้มถูกยกขึ้นอย่างแนบเนียน กรอบหน้าดูกระชับขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนทำ
*เป็นผลลัพธ์เฉพาะราย และขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล
ร้อยไหม ราคาเท่าไหร่
ราคาการร้อยไหมจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเส้นไหมและจำนวนเส้นไหม โดยทั่วไปราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 5,000 บาทต่อกลุ่มเส้นไหมสำหรับจุดเล็ก ๆ หรือริ้วรอยทั่วไป แต่ถ้าเป็นการยกกระชับ หรือปรับทรงใบหน้า ราคาจะขยับขึ้นอีก ซึ่งมีตั้งแต่หลักหมื่นต้น ๆ ไปจนถึงหลักหลายหมื่นบาท
ราคาประเมินอาจแตกต่างกันตามปัญหาของแต่ละบุคคล แนะนำให้ทักสอบถามข้อมูลและโปรโมชันล่าสุด หรือปรึกษาคุณหมออีกครั้งก่อนทำ
ร้อยไหมที่ไหนดีต้องดูจากอะไรบ้าง
การเลือกสถานพยาบาลสำหรับการร้อยไหม เป็นสิ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยดูเป็นธรรมชาติได้ในเบื้องต้น ดังนี้
- ต้องมีใบอนุญาตประกอบการอย่างถูกต้อง สะอาด ปลอดเชื้อ และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อมใช้
- คุณหมอต้องตรวจสอบกับแพทยสภาได้ ต้องมีประสบการณ์ด้านเทคนิคการวางแนวเส้นไหมที่ถูกต้อง
- เส้นไหมที่ใช้ต้องสามารถตรวจสอบเลข Lot การผลิตได้จริง พร้อมใช้งาน ไม่เป็นของปลอม เถื่อน
- มีภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังทำที่ชัดเจน รวมถึงมีเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าจริง เพื่อการตัดสินใจ
- สถานพยาบาลต้องมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน
คำถามที่เกี่ยวข้องกับการร้อยไหม
ร้อยไหมรอบเดียวจบไหม หรือต้องทำซ้ำ
ผลลัพธ์จากการร้อยไหมอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน – 2 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของไหมและสภาพผิว ซึ่งสามารถกลับมาทำซ้ำได้เมื่อรู้สึกว่าเริ่มหย่อนคล้อยอีกครั้งแล้ว
ร้อยไหมแล้วจะฝังอยู่ใต้ผิวตลอดไปหรือเปล่า
โดยทั่วไปไหมที่ใช้ในทางการแพทย์ในสมัยนี้จะเป็นชนิดละลายได้ ซึ่งจะค่อย ๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ใต้ผิว
ร้อยไหมต้องพักฟื้นกี่วันถึงจะหายบวม
อาการบวมช้ำหลังทำเป็นเรื่องปกติเลย โดยส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นและเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นภายใน 7-14 วัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ร้อยไหมกินของดองได้ไหม
เพื่อลดความเสี่ยงต่อการอักเสบและการติดเชื้อของแผล ควรหลีกเลี่ยงของดอง อาหารดิบ และแอลกอฮอล์ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ
ร้อยไหมแล้วจะมีโอกาสขาดไหม
สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ส่วนใหญ่เคสที่ร้อยไหมกับคุณหมอ ใช้ไหมที่มีมาตรฐานไม่เปราะเกินไป โอกาสที่ไหมจะขาดเองจากการขยับหน้าตามปกติก็ถือว่ามีค่อนข้างน้อยเลยทีเดียว
ร้อยไหมทำร่วมกับฟิลเลอร์ได้ไหม
สามารถทำร่วมกันได้ เพื่อการปรับภาพรวมของใบหน้าครบแบบยิ่งขึ้น แต่ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินลำดับการทำหัตถการที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล
ถ้ากำลังจัดฟันอยู่ ร้อยไหมได้ไหม
สามารถร้อยไหมได้ แต่แนะนำให้แจ้งคุณหมอผู้ทำหัตถการให้ทราบ เพราะอาจต้องมีการปรับเทคนิคหรือเลี่ยงบางตำแหน่งเพื่อให้ไม่กระทบกับการจัดฟัน
ร้อยไหมหน้าเรียวกับร้อยไหมกรอบหน้าต่างกันไหม
การร้อยไหมหน้าเรียวจะเน้นดึงแก้มที่หย่อนคล้อยขึ้นเพื่อปรับหน้าโดยรวมให้ดูเรียวและเล็กลง ส่วนการร้อยไหมกรอบหน้าจะเน้นเก็บความคมบริเวณแนวขากรรไกรและเหนียงเพื่อให้กรอบหน้าดูเรียว
สรุป
ร้อยไหมเป็นการใช้เส้นไหมเพื่อดึงยกผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยปรับหน้าให้ดูเรียวและกระตุ้นคอลลาเจนจากภายใน มีหลายชนิดทั้งตามวัสดุและรูปแบบเส้นไหม เหมาะสำหรับคนที่เริ่มกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยและอยากเห็นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งตัวเลือกเส้นไหมและระยะเวลาเห็นผลจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี หากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
หากต้องการทำโปรแกรมร้อยไหมกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ APEX Clinic ได้เลยครับ
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound









