Exosome เป็นสารชีวโมเลกุลขนาดเล็กที่ถูกนำมาใช้ในงาน Skin Booster เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูผิว โดยทำหน้าที่ส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ และมีส่วนช่วยดูแลผิวโทรม ผิวขาดความชุ่มชื้น รอยแดง รอยสิว หรือรูขุมขนกว้างในบางเคส วันนี้จะมาอธิบายว่า Exosome ทำงานอย่างไร เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน และมีข้อควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจทำ
Exosome คืออะไร
Exosome (เอ็กโซโซม) คือถุงสารชีวโมเลกุลขนาดเล็กระดับนาโน 40–100 นาโนเมตรที่หลั่งออกมาจากเซลล์เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างเซลล์ โดยภายในจะบรรจุสารสำคัญเอาไว้หลายชนิด เมื่อนำเข้าสู่ชั้นผิวจะส่งสัญญาณช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูและปรับสมดุลของเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้ทำงานตามกลไกธรรมชาติได้
สารประกอบสำคัญใน Exosome มีอะไรบ้าง
ภายใต้ถุงนาโนขนาดเล็กนี้ ประกอบไปด้วยสารชีวโมเลกุลที่จำเป็นต่อผิว ซึ่งอาจมีมากถึงร้อยชนิด โดยมีกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
- Growth Factors : กลุ่มโปรตีนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ผิว
- MicroRNA (miRNA) : ควบคุมการแสดงออกของยีน ช่วยต้านความเสื่อมของเซลล์ (Anti-aging)
- Cytokines : สารส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ที่ช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการสมานแผล
- Amino Acids & Coenzymes : อาหารผิวที่จำเป็นต่อการสร้างโปรตีนและพลังงานของเซลล์
การทำงานของ Exosome กับหัตถการความงาม
Exosome ในด้านความงามทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งสารชีวโมเลกุลและสัญญาณระหว่างเซลล์ผิว เพื่อช่วยสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ในบางเคสอาจพิจารณาใช้ร่วมกับเลเซอร์หรือหัตถการงานผิวอื่น ๆ เพื่อช่วยดูแลรอยแดง การระคายเคือง และการฟื้นตัวของผิว ทั้งนี้ควรให้คุณหมอประเมินเป็นรายบุคคล
Exosome ช่วยอะไรบ้าง
Exosome เป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเซลล์ผิว โดยทำหน้าที่ส่งสัญญาณและช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายด้าน ดังนี้
- บรรเทาอาการระคายเคือง ลดรอยแดง และสนับสนุนการฟื้นตัวของผิวหลังทำหัตถการ
- เสริมการทำงานตามธรรมชาติของคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแลดูยืดหยุ่นและเรียบเนียนขึ้น
- มีส่วนช่วยในการดูแลปัญหาหลุมสิวและรูขุมขนกว้าง ให้ผิวแลดูเนียนละเอียดในบางเคส
- ลดเลือนความหมองคล้ำ ดูแลปัญหาจุดด่างดำ เพื่อสีผิวที่แลดูสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น
- เติมความชุ่มชื้นและช่วยให้ปราการผิวแข็งแรงขึ้น ลดโอกาสที่ผิวจะไวต่อสิ่งเร้า ระคายเคือง
Exosome ต่างจากฟิลเลอร์, Radiesse หรือ Rejuran อย่างไร
สำหรับใครที่ยังสับสนกับตัวเลือกงานผิวที่หลากหลาย เราสรุปข้อแตกต่างระหว่าง Exosome กับหัตถการอื่น ๆ เพื่อให้เข้าใจกลไกการทำงานของแต่ละตัวได้ง่ายขึ้น ดังนี้
- Exosome vs ฟิลเลอร์ : ฟิลเลอร์เน้นฉีดเพื่อเติมเต็มปริมาตรและปรับภาพรวมหน้า ส่วน Exosome เน้นฟื้นฟูและปรับสภาพผิวระดับเซลล์โดยไม่เพิ่มปริมาตรผิว
- Exosome vs Radiesse : Radiesse เน้นกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความหนาแน่นและยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึก ส่วนเอ็กโซโซมเน้นซ่อมแซมและบำรุงผิวชั้นบน
- Exosome vs Rejuran : Rejuran ใช้สารสกัด DNA (PN) ฉีดเพื่อซ่อมแซมและเพิ่มความฉ่ำวาว ส่วนเอ็กโซโซมใช้ถุงอนุภาคขนาดเล็กส่งสัญญาณปลุกเซลล์ผิวในวงกว้าง
Exosome ทำตำแหน่งไหนบ้าง ใช้กี่ cc
ในการทำ Exosome แต่ละครั้ง คุณหมอจะประเมินปัญหา ร่วมกับปริมาณยาให้เหมาะสมกับพื้นที่ผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไขในแต่ละจุด
- ใบหน้า : ใช้ประมาณ 3–5 cc ต่อครั้ง เพื่อดูแลผิวโทรม รอยสิว และรูขุมขนกว้างในบางเคส
- ใต้ตา : ใช้ประมาณ 1–2 cc ต่อครั้ง เพื่อดูแลผิวแห้ง ริ้วรอยเล็ก ๆ และความหมองคล้ำบริเวณใต้ตา
- ลำคอและเนินอก : ใช้ประมาณ 2–3 cc ต่อครั้ง เพื่อดูแลผิวแห้ง ริ้วรอยและผิวที่ดูไม่เรียบเนียน
- หนังศีรษะ : อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลหนังศีรษะและเส้นผมในบางเคส โดยควรประเมินสาเหตุของปัญหาร่วมด้วย
ทั้งนี้ ปริมาณ cc ที่ใช้ในแต่ละเคสอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและระดับความรุนแรงของปัญหา เช่น เคสที่รูขุมขนกว้างมากอาจต้องใช้ปริมาณยาที่มากกว่าเคสที่ต้องการเพียงแค่เติมความฉ่ำทั่วไป
ควรทำ Exosome กี่ครั้ง ต้องทำซ้ำบ่อยไหม
แนะนำให้ทำ Exosome ต่อเนื่องในช่วงแรกประมาณ 3–5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 2–4 สัปดาห์ต่อครั้งในช่วงแรก หลังจากที่สภาพผิวเริ่มเข้าที่และแข็งแรงขึ้นแล้ว สามารถเว้นระยะการทำซ้ำเพื่อคงสภาพผิวทุก ๆ 3–6 เดือนได้ ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและการประเมินของคุณหมอ
Exosome กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานไหม
หลังทำ Exosome บางรายอาจเริ่มสังเกตว่าผิวดูชุ่มชื้นขึ้นในช่วงประมาณ 3–7 วันแรก ส่วนการเปลี่ยนแปลงด้านผิวเรียบเนียน รอยแดง รอยสิว หรือรูขุมขน อาจค่อย ๆ เห็นชัดขึ้นในช่วงประมาณ 4 สัปดาห์ขึ้นไป ทั้งนี้ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่แตกต่างกันตามสภาพผิว จำนวนครั้งที่ทำ และการดูแลผิวของแต่ละบุคคล
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Exosome
หัตถการนี้จะเหมาะกับเคสที่มีปัญหาผิวสะสมหรือต้องการการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีสภาพผิวในลักษณะต่อไปนี้
- ผู้ที่มีริ้วรอยแห่งวัย ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
- ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน
- ผู้ที่มีรอยสิว หลุมสิว หรือแผลเป็นที่ต้องการการสมานตัว
- ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวบาง หรือผิวอักเสบเรื้อรัง
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหลังการทำเลเซอร์หรือตากแดดจัด
ใครที่ยังไม่เหมาะกับการทำ Exosome
เนื่องจาก Exosome เป็นสารสกัดชีวภาพเข้มข้นที่เน้นการเข้าไปกระตุ้นและปรับการทำงานของเซลล์ คนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
- สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
- ผู้ที่มีผิวหนังติดเชื้อ มีแผลเปิด สิวอักเสบรุนแรง หรือเป็นเริมในบริเวณที่จะทำ
- ผู้ป่วยโรคระบบภูมิคุ้มกัน หรืออยู่ระหว่างกินยากดภูมิคุ้มกันบางชนิด
- ผู้มีประวัติแพ้สารสกัดชีวภาพ หรือแพ้ส่วนประกอบโปรตีนใน Exosome
- ผู้ที่เป็นหรือเสี่ยงโรคมะเร็ง เพราะอาจมีส่วนกระตุ้นการแบ่งตัวและการเติบโตของเซลล์
สำหรับเคสที่มีโรคประจำตัวหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงข้างต้น หากมีความประสงค์ที่จะทำ Exosome แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินอย่างละเอียดก่อนเริ่มทำหัตถการ
ก่อนทำ Exosome เตรียมตัวอย่างไรดี
การเตรียมตัวก่อนทำ Exosome คล้ายกับหัตถการกลุ่มฉีดทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มักแนะนำให้ปฏิบัติ ดังนี้
- แจ้งประวัติสุขภาพกับคุณหมอโดยละเอียด ทั้งโรคประจำตัว ยาที่ทานประจำ และประวัติการแพ้ยา
- งดยาและอาหารเสริมบางชนิด เช่น แอสไพริน วิตามินอี และน้ำมันปลา 1 สัปดาห์ก่อนทำ
- งดสครับหน้าและสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA BHA หรือเรตินอล ก่อนทำอย่างน้อย 3 วัน
- หลีกเลี่ยงการรบกวนผิวหน้า เช่น การโกนขน แว็กซ์ หรือการตากแดดจัดจนผิวไหม้
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนทำ Exosome
ขั้นตอนการทำ Exosome
ขั้นตอนการทำเอ็กโซโซมในวันจริงนั้นไม่ได้ซับซ้อน โดยทั่วไปจะใช้เวลารวมแปะยาชาประมาณ 1–2 ชั่วโมง ซึ่งจะมีลำดับการดูแลผิว ดังนี้
- คุณหมอจะตรวจสภาพผิวเพื่อวางแผนการทำและคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสม
- เจ้าหน้าที่จะช่วยเช็ดล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนผิวบริเวณที่จะทำ Exosome
- แปะยาชา ทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30–45 นาที เพื่อระงับความรู้สึกและให้สบายผิวขณะทำ
- ทำ Exosome โดยคุณหมอจะส่งตัวยาเข้าสู่ผิวด้วยเทคนิคเฉพาะในจุดที่ต้องการฟื้นฟู
- บำรุงผิวหลังทำ ทาครีมหรือมาส์กหน้าเพื่อช่วยลดรอยแดงและช่วยให้ผิวสมานตัวได้เร็วขึ้น
หลังทำ Exosome ควรดูแลผิวอย่างไร
แม้ว่าหลังทำอาจจะมีรอยเข็มเล็ก ๆ หรือมีอาการบวมแดงบ้างเล็กน้อย เนื่องจากผิวอาจยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังทำ แต่ถ้าเราดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีตามนี้ ก็จะช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้ดีขึ้น ดังนี้
- งดล้างหน้าและทาสกินแคร์ ในช่วง 4–6 ชั่วโมงแรกหลังทำเพื่อลดการรบกวนผิว
- ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น วันละประมาณ 2–3 ลิตรเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ผิว
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า งดการแกะ เกา หรือนวดในบริเวณที่ทำ ป้องกันการติดเชื้อ
- งดโดนความร้อนและเลเซอร์ รวมถึงการซาวน่าหรือตากแดดจัด อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เลือกสูตรอ่อนโยนที่มี SPF 30 ขึ้นไปเพื่อปกป้องผิว
Exosome อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
การทำ Exosome จำเป็นต้องทำโดยคุณหมอภายใต้สถานพยาบาลที่ตรวจสอบได้ ถึงจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น สำหรับผลข้างเคียงทั่วไปที่สามารถเกิดขึ้นได้หลังทำ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากรอยเข็มและเป็นอาการชั่วคราวที่หายได้เอง มีดังนี้
- รอยแดงและรอยเข็ม มักจางหายไปเองในประมาณ 1–3 วัน
- อาการบวมตึงชั่วคราวในระยะแรก จะยุบลงในประมาณ 24–48 ชั่วโมง
- รอยช้ำ พบได้ในผู้ที่ผิวบางหรือเส้นเลือดเปราะ จะจางลงประมาณ 1 สัปดาห์
Exosome ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม
การทำ Exosome สามารถพิจารณาทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินของคุณหมอและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
- Exosome ควบคู่กับฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ มักใช้ในเคสปรับภาพรวมหน้าพร้อมดูแลผิว โดยคุณหมอจะวางแผนตำแหน่งและลำดับการรักษาตามความเหมาะสม
- Exosome ควบคู่กับเลเซอร์และเครื่องยกกระชับ มักใช้ในเคสยกกระชับหรือปรับสภาพผิวด้วยความร้อน เพื่อให้เอ็กโซโซมช่วยดูแลผิวหลังทำ
- Exosome ควบคู่กับเมโสหน้าใส มักใช้ในเคสเน้นงานผิว โดยผสมผสานตามสภาพผิวเพื่อเพิ่มสารอาหารและการฟื้นฟูที่หลากหลาย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Exosome
Exosome อยู่ในร่างกายได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปแล้ว Exosome จะสลายตัวและทำงานในร่างกายประมาณ 1–2 สัปดาห์แรก แต่จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวฟื้นฟูตัวเองต่อเนื่องประมาณ 3–6 เดือน
Exosome แตกต่างจาก PRP ไหม
แตกต่างกันจากแหล่งที่มา ซึ่ง Exosome เป็นสารสกัดจากสเต็มเซลล์ในขณะที่ PRP เป็นการปั่นแยกเกล็ดเลือดจากเลือด ซึ่งความเข้มข้นของ Growth Factor จะขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคล
ถ้าไม่ทำ Exosome ต่อเนื่อง จะเห็นผลไหม
สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นได้ หากต้องการผลลัพธ์ในการซ่อมแซมผิวและกระตุ้นคอลลาเจนเต็มที่ หมอแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้งตามที่หมอประเมิน
ทำ Exosome กับ Rejuran ทำพร้อมกันได้ไหม
สามารถทำร่วมกันในการฟื้นฟูผิวได้ เพราะ Rejuran ที่เป็น PN จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างผิวชั้นลึก ส่วน Exosome จะช่วยซ่อมแซมและลดการอักเสบได้
ผิวแพ้ง่ายสามารถทำ Exosome ได้ไหม
ผิวแพ้ง่ายสามารถทำได้ เนื่องจาก Exosome มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยลดการอักเสบ ปรับสมดุลผิว และช่วยเสริมสร้างปราการผิวให้กลับมาแข็งแรงขึ้น แต่จำเป็นต้องประเมินร่วมกับคุณหมออีกครั้ง
ถ้าใช้ Exosome ปลอม จะส่งผลเสียอย่างไร
การใช้ของปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ เป็นผื่นคันเรื้อรัง หรือเกิดพังผืดใต้ผิวหนังจากสารแปลกปลอม ซึ่งอันตรายและรักษาได้ค่อนข้างยาก
หลังฉีด Exosome ห้ามทําอะไรบ้าง
ควรหลีกเลี่ยงการล้างหน้าใน 4–6 ชั่วโมงแรก งดการแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดรวมถึงกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงหรือเหงื่อออกมากประมาณ 2–3 วัน
ฉีด Exosome ครั้งเดียวได้ไหม
สามารถฉีดครั้งเดียวเพื่อฟื้นฟูผิวเบื้องต้น แต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้ไม่นานเท่าการฉีดต่อเนื่องประมาณ 3–5 ครั้งตามวงจรการฟื้นฟูของเซลล์ผิว
Exosome ราคาเท่าไหร่
ราคาตลาดทั่วไปของการทำ Exosome มักจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 ถึง 30,000 บาทต่อครั้ง ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ ปริมาณซีซี ความเข้มข้นของสารสกัดชีวภาพ รวมถึงมาตรฐานและบริการของแต่ละสถานพยาบาล
*ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ
สรุป
Exosome คือสารชีวโมเลกุลขนาดเล็ก ซึ่งส่งสัญญาณสนับสนุนการฟื้นฟูผิว และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นในบางเคส โดยทั่วไปคุณหมอมักใช้ประมาณ 1–5 cc และหากทำต่อเนื่อง 3–5 ครั้งจะช่วยดูแลผิวที่อ่อนล้า ผิวดูโทรม หรือผิวที่ต้องการการฟื้นฟูให้แข็งแรงขึ้นได้ประมาณ 6–12 เดือน ทั้งนี้จำเป็นต้องทำโดยคุณหมอและหลีกเลี่ยงในกลุ่มเสี่ยง เช่น สตรีมีครรภ์หรือผู้มีแผลติดเชื้อ
หากต้องการรักษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ APEX Clinic ได้เลยค่ะ
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound






