Ulthera เป็นหัตถการที่เห็นได้บ่อย ๆ สำหรับคนที่กำลังเจอปัญหาแก้มห้อย ร่องแก้มลึก หรือกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัดเหมือนแต่ก่อน แต่ด้วยความที่ราคาค่อนข้างสูง เครื่องปลอมก็ระบาด การจะตัดสินใจเลยทำให้หลายคนเกิดความลังเล วันนี้เราเลยขออาสาพาไปเจาะลึกทุกเรื่องที่คนอยากทำ Ulthera ต้องรู้ตั้งแต่การทำงาน การเช็กเครื่อง รวมถึงผลลัพธ์หลังทำหัตถการด้วย
Ulthera คืออะไร
อัลเทอร่า หรือ Ulthera, Ultherapy คือเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยใช้ Micro-Focused Ultrasound with Visualization หรือ MFU-V โดยส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับความลึกที่กำหนด เช่น ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมัน หรือชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ถือว่าเป็นหัตถการแบบ Non-invasive treatment ผลิตโดยบริษัท MERZ AESTHETICS
เครื่อง Ulthera ทำงานอย่างไร
เครื่อง Ulthera ปล่อยคลื่นเสียงความถี่ลงลึกสู่ใต้ผิวหนังเพื่อเปลี่ยนเป็นความร้อนประมาณ 60–70°C เป็นจุดเล็ก ๆ เรียงกันในชั้น SMAS ทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยเกิดการหดตัวและจัดเรียงตัวใหม่ กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว เร่งสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างต่อเนื่อง 1.4 เท่า ผิวจึงค่อย ๆ ยกกระชับขึ้น ดูเป็นธรรมชาติ
Ulthera ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
การทำ Ulthera ถือว่าช่วยดูแลปัญหาได้ค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งในเคสที่เคยใช้บริการมาก่อน ก็มักจะมาด้วยปัญหาต่างกัน เช่น
- เคสแก้มห้อย ร่องแก้มลึก ยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย ช่วยให้ร่องแก้มและร่องมุมปากดูตื้นขึ้น
- เคสกรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง เก็บกระชับผิวใต้คางและลำคอ ช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
- เคสคิ้วตก ตาดูเศร้า ดึงกระชับผิวรอบดวงตา ยกหางตา คิ้ว และรอบดวงตาให้ดูเปิดขึ้น
- เคสผิวฝ่อ ขาดความยืดหยุ่น ช่วยเติมเต็มริ้วรอย ผิวอาจดูกระชับขึ้นตามการตอบสนอง
หัวยิงของเครื่อง Ulthera ลงลึกได้กี่ระดับ
หัวยิงหลักของเครื่อง Ulthera รุ่นทั่วไป จะแบ่งระดับความลึกออกเป็น 3 ระดับ เพื่อให้คุณหมอสามารถเลือกใช้แก้ปัญหาผิวในแต่ละชั้นได้ดังนี้
- ระดับความลึก 1.5 มิลลิเมตร (ชั้น Superficial Dermis) : เน้นดูแลผิวชั้นบน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อลดเลือนริ้วรอยตื้น ๆ และช่วยกระชับรูขุมขนให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
- ระดับความลึก 3.0 มิลลิเมตร (ชั้น Deep Dermis หรือ Subcutaneous Fat) : ลึกลงมาถึงชั้นไขมันและผิวชั้นลึก ช่วยกระชับความหย่อนคล้อย ลดแก้ม และลดเหนียงใต้คาง
- ระดับความลึก 4.5 มิลลิเมตร (ชั้น SMAS) : ยิงถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เพื่อการยกกระชับกรอบหน้าและแก้มที่ห้อยให้ยกขึ้นจากผิวชั้นลึก
Ulthera ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ให้ผลลัพธ์อย่างไร
เครื่อง Ulthera สามารถใช้ได้หลายบริเวณของใบหน้า ลำคอ และบางบริเวณของร่างกาย ซึ่งแต่ละจุดก็ช่วยแก้ปัญหาต่างกันไปตามนี้เลย
- รอบดวงตาและคิ้ว แก้ตาปรือ คิ้วตก หนังตาหย่อน ช่วยยกคิ้วและรอบดวงตาดูเปิดขึ้น
- แก้มและร่องแก้ม ยกร่องแก้มลึก แก้มห้อย ให้ภาพรวมของใบหน้าดูยกกระชับมากขึ้น
- กรอบหน้าและเหนียง ลดเหนียง คืนกรอบหน้า (Jawline) ชัด แนวกรามดูชัดขึ้น
- ลำคอ ช่วยลดรอยพับ หรือรอยเหี่ยวเป็นชั้น ๆ ปรับให้ผิวคอตึงกระชับขึ้น
- เนินอก ลดรอยยับ รอยย่นบริเวณเนินอก ให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและแน่นขึ้น
- ต้นแขน หน้าท้อง สะโพก แก้อาการผิวคล้อย แขนห้อย ท้องย้วยหลังคลอดหรือหลังลดน้ำหนัก
เครื่อง Ulthera มีรุ่นไหนบ้าง
ถ้าพูดถึงเครื่อง Ulthera ที่นิยมใช้ในบ้านเราหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 2 รุ่น ซึ่งมีการพัฒนาให้ตอบโจทย์เรื่องการใช้งานและเพิ่มฟังก์ชันที่ช่วยให้สบายผิวมากขึ้น ดังนี้
Ulthera SPT
Ulthera SPT (See-Plan-Treat) มาจากเทคนิคที่ช่วยให้สามารถมองเห็นชั้นผิวหนังผ่านหน้าจอได้ Real-time ทำให้ยิงพลังงานเข้าชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ผ่าตัดดึงหน้า) ได้ดีขึ้น โดยความรู้สึกระหว่างทำขึ้นอยู่กับระดับพลังงาน ตำแหน่งที่ยิง และความไวต่อความเจ็บของแต่ละบุคคล
Ulthera PRIME
Ulthera PRIME เป็นเครื่องยกกระชับรุ่นใหม่ที่พัฒนาระบบประมวลผล หน้าจอ และการใช้งานให้คล่องตัวขึ้น ช่วยให้มองเห็นชั้นผิวได้ชัดขึ้นและวางแผนการทำงานได้ละเอียดขึ้นในบางตำแหน่ง เช่น รอบดวงตา กรอบหน้า ทั้งนี้ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับการประเมินและเทคนิคของคุณหมอเป็นหลัก
ตารางเปรียบเทียบความต่างของ Ulthera SPT และ Ulthera PRIME
| หัวข้อ | Ulthera SPT | Ulthera PRIME |
|---|---|---|
| เทคโนโลยีหลัก | MFU-V พร้อมภาพชั้นผิวแบบ Real-time | MFU-V พร้อมระบบประมวลผลและหน้าจอที่พัฒนาขึ้น |
| จุดเด่น | วางแผนยิงตามชั้นผิวแบบเฉพาะบุคคล | ภาพคมชัดขึ้น ประมวลผลเร็วขึ้น ใช้งานคล่องขึ้น |
| ความเหมาะสม | เคสยกกระชับทั่วไป | เคสที่ต้องการความละเอียด เช่น รอบตา กรอบหน้า หรือจุดเล็ก ๆ |
| ระยะเวลาทำ | ขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์ | อาจใช้เวลาสั้นลงในบางเคส |
Ulthera ต่างจากหัตถการอื่นอย่างไร
แม้จะมีเทคโนโลยียกกระชับให้เลือกมากมาย แต่เครื่องแต่ละประเภทต่างก็มีกลไกและการแก้ปัญหาผิวที่เหมาะสมแตกต่างกัน เช่น
- Ulthera ยกกระชับชั้นลึก พร้อมภาพชั้นผิวแบบ Real-time แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด คิ้วตก
- HIFU ยกกระชับด้วย Ultrasound แต่ขึ้นกับชนิดเครื่องและหัวที่ใช้ เหมาะกับคนที่เริ่มหย่อนคล้อย
- Thermage ใช้คลื่น RF เน้นความแน่นผิวและกระชับผิวโดยรวม ผิวหลวม รูขุมขน ผิวไม่แน่น
- Oligio RF ยกกระชับผิว เน้นงานผิวแน่นและกรอบหน้าบางเคส คนที่ต้องการกระชับผิวแบบไม่ลงลึก
ใครเหมาะกับการทำ Ulthera
การทำ Ulthera จะตอบโจทย์กลุ่มคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับน้อยถึงปานกลาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีปัญหาผิวและต้องการผลลัพธ์ประมาณนี้
- คนที่มีปัญหาแก้มห้อย ร่องแก้มลึก ผิวเริ่มหย่อนคล้อยตามวัยจนหน้าดูเหนื่อย
- คนที่อยากให้หน้าดูกระชับ กรอบหน้าชัด และอยากลดความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง
- คนที่มีปัญหาตาปรือ คิ้วตก หนังตาหย่อน แต่อยากให้ตาดูโตขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
- คนที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและเนินอก ดูแลด้วยสกินแคร์อย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์
- คนที่อยากยกกระชับหน้า แต่ไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรม และไม่มีเวลาพักฟื้นนานมากนัก
- คนที่มีอายุตั้งแต่ 25–30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนน้อยลง ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น
ใครไม่เหมาะกับการทำ Ulthera
อาจไม่ใช่ทุกคนที่จะเดินเข้าคลินิกแล้วเหมาะกับ Ulthera เพราะบางสภาวะผิวหรือปัญหาสุขภาพบางอย่างก็ควรเลี่ยงไปก่อน โดยกลุ่มคนที่ไม่เหมาะกับการทำ Ulthera มีดังนี้
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- คนที่มีแผลเปิดหรือสิวอักเสบรุนแรงทั่วหน้า
- คนที่เป็นแผลเป็นนูนง่าย (Keloid)
- คนที่มีโลหะฝังอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณที่จะทำ
- คนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบเลือด เช่น เลือดแข็งตัวยาก
- คนที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้แผลหายช้า โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
- คนที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือร้อยไหมมาก่อนทำ Ulthera
ปัญหาที่เหมาะกับการทำ Ulthera ในแต่ละช่วงวัย
เพราะผิวแต่ละช่วงวัยมีเรื่องให้กังวลต่างกัน การทำ Ulthera ในแต่ละเคส เลยอาจต้องปรับให้เข้ากับปัญหาผิว ซึ่งในช่วงวัยต่าง ๆ จะมี Pain Point ของผิวต่างกันไป เช่น
อายุ 25–30 (เน้นป้องกันและงานผิว)
ในช่วงอายุ 25–30 ปี Ulthera อาจใช้ในกลุ่มที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย หรือเริ่มสังเกตว่าผิวไม่กระชับเท่าเดิม โดยคุณหมอจะประเมินว่าจำเป็นต้องทำหรือไม่ และควรใช้จำนวนไลน์มากน้อยเพียงใด เพื่อป้องกันปัญหาความหย่อนคล้อย
อายุ 30–40 (เน้นเก็บกรอบหน้าและริ้วรอย)
เป็นช่วงวัยที่โครงสร้างผิวจะเริ่มทรุดตัวชัดขึ้น ทำให้เจอปัญหาร่องแก้มลึก แก้มห้อย และมีเหนียงใต้คางจนกรอบหน้าไม่ชัด ซึ่ง Ulthera จะเข้าไปยกพยุงชั้นผิวลึก ยกร่องแก้มให้ตื้นขึ้น พร้อมลดเหนียงให้กรอบหน้ากลับมาคมชัดอีกครั้ง
อายุ 40 ปีขึ้นไป (เน้นยกกระชับลึกขึ้น)
ชั้นกล้ามเนื้อจะเริ่มหลวมมาก ทำให้ผิวหย่อนคล้อยทั่วหน้า ทั้งแก้มย้อย หางตาตก และผิวคอเหี่ยวเป็นชั้น ๆ การทำ Ulthera ในวัยนี้ เลยจะเน้นยกพยุงผิวที่หลวมให้ขยับตึงขึ้น ลดความเหี่ยวที่ลำคอ ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนล้าลดลงในบางเคส
ทำ Ulthera กี่ช็อต (ไลน์)
สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะทำ Ulthera แต่ยังนึกภาพไม่ออกว่าปัญหาผิวของเราต้องใช้พลังงานมากน้อยแค่ไหน ซึ่งโดยเฉลี่ยจะมีการประเมินจำนวนคร่าว ๆ ดังนี้
- รอบดวงตาหรือยกคิ้ว 100–200 ไลน์
- แก้มหรือร่องแก้ม 300–500 ไลน์
- กรอบหน้า 300–500 ไลน์
- เหนียงใต้คาง 200–500 ไลน์
- ทั่วหน้า 600 ไลน์ขึ้นไป
- ทั่วหน้า + เหนียง ประมาณ 800–1,200 ไลน์
หากใช้ไลน์น้อยเกินไป อาจไม่ครอบคลุมชั้นผิวหรือบริเวณที่มีปัญหา แต่หากใช้มากเกินก็อาจทำให้ผิวระบมหรือหน้าแลดูตอบลงได้ในบางเคส จึงควรให้คุณหมอประเมินจากชั้นไขมัน ความหย่อนคล้อย และโครงหน้าเป็นหลัก
การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera
เพราะค่าใช้จ่ายในการทำ Ulthera ก็ถือว่าไม่น้อยเลย ดังนั้นก่อนจะเดินเข้าคลินิกไปยิง Ulthera มาเช็กลิสต์ขั้นตอนการเตรียมตัวล่วงหน้ากันหน่อย ดังนี้
- ปรึกษาแพทย์ล่วงหน้า เพื่อประเมินใบหน้า แจ้งโรคประจำตัว ประวัติศัลยกรรม หรือการตั้งครรภ์
- เว้นระยะห่างหัตถการอื่น หากเพิ่งฉีดโบ ฟิลเลอร์ หรือทำเลเซอร์ควรเว้นอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์
- งดยาและวิตามินบางชนิด งดแอสไพริน น้ำมันปลา วิตามินอี และแปะก๊วย 1 สัปดาห์ เพื่อลดรอยช้ำ
- หยุดสครับและครีมผลัดเซลล์ผิว AHA, BHA และเรตินอลล่วงหน้า 3 วัน ป้องกันผิวระคายเคือง
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ ควรงดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ Ulthera เพื่อให้ผิวพร้อมฟื้นฟูเต็มที่
ขั้นตอนการทำ Ulthera
สำหรับใครที่แพลนจะทำ Ulthera แนะนำให้เผื่อเวลาไว้สัก 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งโดยทั่วไปมักมีขั้นตอนเบื้องต้น ดังนี้
- คุณหมอตรวจประเมินสภาพผิวและวางแผนการทำ Ulthera
- เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม
- อาจมีการทายาชาบริเวณที่จะทำ ทิ้งไว้ประมาณ 45–60 นาที แล้วเช็ดออก
- คุณหมอจะใช้ดินสอเขียนผิววาดเส้นแบ่งโซนบนหน้าในจุดที่จะทำ Ulthera
- ทาเจลใสสูตรเย็นทั่วบริเวณผิวที่จะยิง เพื่อเป็นตัวกลางในการส่งพลังงาน
- คุณหมอจะเริ่มแนบหัวเครื่องลงบนผิว โดยดูหน้าจอแบบ Real-time ไปด้วย
- ทำความสะอาดผิวหลังทำหัตถการ และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง
การดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera
หลังทำ Ulthera ผิวเราอาจจะยังบอบบางและระบมอยู่บ้าง ช่วงนี้เลยต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพื่อให้ผิวฟื้นฟูได้เต็มที่ เช่น
- ประคบเย็นได้ถ้าบวม โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองในประมาณ 1–2 สัปดาห์
- ช่วงนี้ผิวอาจจะแห้งหรือลอกได้ง่าย ให้เน้นทาครีมบำรุงที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น
- ผิวหลังทำหัตถการจะค่อนข้างไวต่อแดดมาก จึงควรทาครีมกันแดดเสมอ
- ในช่วง 1 สัปดาห์แรก แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง
- งดการเข้าซาวน่า แช่ออนเซ็น หรือทำกิจกรรมหน้าเตา รวมถึงการออกกำลังกายหนัก
- ควรงดการนวดหน้า ขัดผิว รวมถึงการทำเลเซอร์บนใบหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่หลังทำ Ulthera อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสผิวบวมช้ำ
หลังทำ Ulthera มีผลข้างเคียงไหม
หลังยิง Ulthera อาการแบบไหนเรียกว่าปกติ แล้วแบบไหนที่เริ่มอันตรายจนต้องรีบไปหาหมอ มาดูตารางเปรียบเทียบกันชัด ๆ ได้เลย
| ผลข้างเคียงทั่วไป (อาการทั่วไป หายได้เอง) | ผลข้างเคียงรุนแรง (ควรรีบพบแพทย์) |
|---|---|
| ผิวแดงระเรื่อ มักเป็นทันทีหลังทำ จางเองได้ | ผิวเบิร์นหรือพุพอง จากความร้อนที่ผิวมากเกินไป |
| บวม ตึง หรือระบมใต้ผิว อาจมีอาการเจ็บแปลบเวลาจับ | หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด พลังงานกระทบเส้นประสาทชั่วคราว |
| รอยเขียวช้ำเล็ก ๆ ในจุดที่ผิวบาง จางหายเองประมาณ 1–2 สัปดาห์ | ผิวเป็นขีดขาวหรือรอยแผลเป็น เกิดจากการแนบหัวยิงไม่สนิท |
| ตึงหรือชาผิวชั่วคราว อาจรู้สึกคล้ายเข็มจิ้มเล็ก ๆ เวลาสัมผัส | อาการชาหนาต่อเนื่อง มีอาการชาเป็นบริเวณกว้าง นานหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน |
คำแนะนำ : หากรู้สึกว่าอาการบวมเจ็บรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ทุเลาลง แนะนำให้รีบติดต่อคลินิกเพื่อกลับไปให้คุณหมอตรวจเช็กทันที
ตัวอย่างผู้รับบริการ Ulthera SPT และ Ulthera PRIME
เคสที่ 1 : แก้มล่างหย่อน แนวกรามไม่คม
สำหรับเคสแรกนี้จะมีปัญหาเนื้อแก้มล่างและเหนียงใต้คางคล้อยย้อยลงมา ทำให้กรอบหน้าดูไม่คมชัด จึงเน้นยิงยกกระชับเก็บกรอบหน้าและใต้คางด้วยโปรแกรม Ulthera PRIME ลึกถึงชั้นผิว SMAS หลังทำไป 3 เดือน จะเห็นแนวกรามที่ดูคมชัด และปรับให้หน้าดูกระชับขึ้น
เคสที่ 2 : มีแก้มเยอะ ทำให้หน้าดูบวม
สำหรับเคสนี้ ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าก่อนทำมีปัญหาแก้มค่อนข้างเยอะ ทำให้รูปหน้าตรงดูบานออกและกรอบหน้าดูไม่ตึงกระชับ จึงเลือกใช้โปรแกรม Ulthera SPT เน้นยิงยกกระชับเก็บแก้มและกรอบหน้า ส่งผลให้หลังทำ 3 เดือน พวงแก้มถูกยกพยุงขึ้น รูปหน้าดูสมดุลและกระชับขึ้น ดูเป็นธรรมชาติ
เคสที่ 3 : แก้มล่างหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
เคสนี้จะมีความกังวลเรื่องแก้มล่างหย่อนคล้อยทิ้งตัวลงมา ทำให้รูปหน้าท่อนล่างดูแบนกว้างไม่กระชับตึง จึงดีไซน์การยกร่องแก้มและกระชับกรอบหน้าด้วยโปรแกรม Ulthera SPT ผลลัพธ์หลังทำ 1 เดือน พวงแก้มถูกรวบยกขึ้น ร่องแก้มดูตื้นขึ้น หน้าดูเรียวรับกับช่วงคางได้ดีขึ้น
*เป็นผลลัพธ์เฉพาะราย และขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล
ข้อควรระวังในการทำ Ulthera
ก่อนจะตัดสินใจทำ Ulthera นอกจากเรื่องราคาแล้ว ยังมีข้อควรระวังสำคัญที่เราต้องเช็กให้ดีก่อน เช่น
- เช็กเครื่องปลอมให้ชัวร์ก่อนจ่ายเงิน เพราะเครื่องปลอมค่อนข้างเยอะ แนะนำให้เลือกคลินิกที่เช็กชื่อในเว็บไซต์ Merz Aesthetics ก่อน
- อย่าเพิ่งรีบร้อนทำหลังฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ แนะนำให้รอสัก 2–4 สัปดาห์ค่อยทำ Ulthera เพราะความร้อนอาจไปสลายตัวยา
- คนแก้มตอบมาก ๆ อาจต้องให้คุณหมอประเมินดี ๆ เพราะถ้าเนื้อแก้มน้อยอยู่แล้ว หากวางไลน์ยิงไม่พอดี หน้าอาจจะยิ่งดูตอบลงได้
- หลังทำหน้าอาจจะมีรอยแดง บวมหน่วง ๆ ใครมีงานสำคัญต้องใช้หน้า แนะนำให้เผื่อเวลาล่วงหน้าไว้สักหน่อย จะได้ไม่กังวล
แนะนำวิธีเช็กเครื่อง Ulthera ไม่เสี่ยงเครื่องปลอม
เพราะเครื่องปลอมในตลาดทำได้คล้ายของจริงมาก การรู้เท่าทันวิธีเช็กเครื่อง Ulthera จึงเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยให้เราเลือกคลินิกได้อย่างถูกต้อง ดังนี้
- เช็กชื่อคลินิกผ่านเว็บไซต์ทางการ นำชื่อคลินิกไปค้นหาในเว็บไซต์ Merz Aesthetics ในประเทศไทย
- คลินิกที่ใช้เครื่องนำเข้าจริง ต้องมีใบ Certificate หรือโล่คริสตัลเป็นสัญลักษณ์จาก Merz Aesthetics
- เครื่อง Ulthera คือเทคโนโลยี See Plan Treat บนหน้าจอจะต้องแสดงภาพโครงสร้างชั้นผิว (SMAS)
- ที่เครื่อง Ulthera แท้ จะต้องมีสติกเกอร์สีทอง Authentic Ultherapy เพื่อยืนยันตัวเครื่องจากบริษัท
- ในบางสถานพยาบาล อาจสามารถขอใบรับรองและสแกน QR Code โดยบริษัท Merz เพื่อตรวจสอบ
Ulthera ราคาเท่าไหร่
ปัจจุบันราคาเฉลี่ยสำหรับการยกกระชับทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 30,000–60,000 บาท ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของเครื่องที่เลือกใช้ อย่าง Ulthera SPT จะอยู่ที่ประมาณ 39,000 บาท ส่วนรุ่นใหม่อย่าง Ulthera PRIME จะอยู่ที่ประมาณ 51,000 บาทขึ้นไป (ราคาสำหรับจำนวนช็อตประมาณ 400 ช็อต)
หมายเหตุ: ราคาประเมินอาจแตกต่างกันตามปัญหาของแต่ละบุคคล แนะนำให้ทักสอบถามโปรโมชันล่าสุด และปรึกษาคุณหมออีกครั้งก่อนทำ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera
ทำ Ulthera เจ็บมากไหม ทนไหวหรือเปล่า
ความเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่จะรู้สึกอุ่น ๆ ลึก ๆ ใต้ผิว ซึ่งเป็นระดับที่ทนได้ เนื่องจากมีการแปะยาชาก่อนทำให้ในเคสที่กลัวเจ็บขณะทำหัตถการ
ถ้าเจอ Ulthera ปลอม เสี่ยงทำหน้าเบี้ยวจริงไหม
มีความเสี่ยงครับ เพราะเครื่องปลอมมักปล่อยพลังงานไม่เสถียร หากความร้อนกระจายไปโดนเส้นประสาทควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า ก็อาจทำให้ปากเบี้ยวหรือหน้าเบี้ยวชั่วคราวได้
ทำ Ulthera ครั้งหนึ่ง ผลลัพธ์อยู่ได้นานกี่ปี
โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี ซึ่งยาวนานแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง สภาพผิวเดิม และกระบวนการเสื่อมสภาพตามวัยของแต่ละคน
หลังทำ Ulthera ต้องพักหน้าไหม แต่งหน้าได้หรือเปล่า
ไม่ต้องพักฟื้นนาน หลังทำผิวชั้นบนจะไม่มีแผล สามารถล้างหน้า ทาครีมบำรุง และแต่งหน้าใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ทำไมทำ Ulthera เสร็จแล้วหน้าบวม เป็นเพราะอะไร
เป็นปฏิกิริยาปกติของเนื้อเยื่อใต้ผิวที่ตอบสนองต่อความร้อนเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งอาการบวมนี้จะค่อย ๆ ยุบลงเองใน 1–2 สัปดาห์
สรุป
Ulthera เป็นหัตถการยกกระชับผิวด้วยพลังงาน MFU-V ที่ส่งพลังงานลงสู่ผิวหลายระดับความลึก เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง เช่น แก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด ใต้คางหย่อน หรือคิ้วตก มีทั้งรุ่น Ulthera SPT และ Ulthera PRIME ซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้ประเมินก่อนทำ จึงควรเลือกสถานพยาบาลที่ใช้เครื่องแท้ และเข้ารับการประเมินก่อนทุกครั้ง







