Emface คืออะไร ช่วยอะไร ราคาเท่าไหร่ ต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นอย่างไร

หน้าแรก » Lifting » Emface คืออะไร ช่วยอะไร ราคาเท่าไหร่ ต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นอย่างไร
ว.41082
Emface คืออะไร ดีไหม ต่างจากยกกระชับหน้าเครื่องอื่นอย่างไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Emface เป็นเทคโนโลยีดูแลความหย่อนคล้อยที่ใช้พลังงาน 2 รูปแบบทำงานร่วมกัน โดยดูแลทั้งคุณภาพผิวและกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าบางมัดโดยไม่ใช้เข็ม หลายคนจึงสงสัยว่า Emface ช่วยยกกระชับได้มากแค่ไหน เหมาะกับปัญหาแบบใด บทความนี้หมอจะอธิบายให้เข้าใจง่าย พร้อมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

Emface คืออะไร

Emface หรือ เอ็มเฟซ คือเทคโนโลยีที่ผสานพลังงาน Synchronized RF กับ HIFES โดยส่งพลังงานผ่านแผ่น applicator ที่ติดบริเวณหน้าผากและแก้ม รวมถึงบริเวณใต้คางหรือรอบดวงตาในบางรุ่น เมื่อรวมกันทั้ง 2 กลไก จึงทำให้เอ็มเฟซแตกต่างจากเครื่องยกกระชับที่เน้นพลังงานลงสู่ชั้นผิวหรือใต้ผิวเพียงอย่างเดียว

กลไกการทำงานของ Emface

Emface ส่งพลังงาน RF และ HIFES พร้อมกันผ่าน applicator โดยพลังงานแต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้

กลไกการทำงานของ Emface

Synchronized RF ดูแลคุณภาพผิว

Synchronized RF เป็นพลังงานคลื่นวิทยุทำให้เกิดความร้อนในเนื้อเยื่อตามอุณหภูมิที่กำหนด ความร้อนมีส่วนกระตุ้นกระบวนการปรับตัวของเส้นใยคอลลาเจน จึงอาจช่วยให้ผิวดูแน่น เรียบเนียน และริ้วรอยตื้นดูจางลงเมื่อเวลาผ่านไป

HIFES กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า

HIFES ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ติด applicator หดตัวเป็นจังหวะ โดยเน้นกล้ามเนื้อบางมัดที่เกี่ยวข้องกับการพยุงหน้าผากและแก้ม เป้าหมายคือช่วยปรับคุณภาพและการทำงานของกล้ามเนื้อควบคู่กับการดูแลชั้นผิว

การใช้ RF ร่วมกับ HIFES อาจช่วยให้ความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว ความหนาของกล้ามเนื้อ และภาพรวมของใบหน้าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

Emface ช่วยอะไรบ้าง

Emface ช่วยอะไรบ้าง

Emface ช่วยดูแลปัญหาได้หลายด้าน แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับอายุ ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และจำนวนครั้งที่ทำ โดยประโยชน์ที่พบได้มีดังนี้

  • ช่วยให้ริ้วรอยตื้นบริเวณหน้าผากและรอบดวงตาดูจางลง
  • ช่วยให้ผิวบริเวณแก้มดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น
  • ดูแลความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าบางมัดที่ช่วยพยุงหน้าผากและแก้ม
  • อาจช่วยให้ตำแหน่งคิ้วดูยกขึ้นเล็กน้อยในบางราย
  • ช่วยให้ภาพรวมใบหน้าดูสดใสและกระชับขึ้น
  • ดูแลลักษณะเนื้อเยื่อหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางหรือรอบดวงตาตามชนิดของ applicator

ทั้งนี้การใช้พลังงานนี้บริเวณส่วนบนของใบหน้าพบแนวโน้มว่าริ้วรอยหน้าผาก รอยหางตา และตำแหน่งคิ้วอาจดีขึ้นหลังทำต่อเนื่อง โดยหมอแนะนำให้ติดตามผลถึงประมาณ 24 สัปดาห์

จุดเด่นของ Emface

จุดเด่นของ Emface คือการดูแลผิวร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า โดยมีลักษณะสำคัญดังนี้

  • ไม่ใช้เข็มและไม่มีแผลเปิด
  • โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา
  • ใช้เวลาทำประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง
  • ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นและมีกล้ามเนื้อขยับเป็นจังหวะ
  • หลังทำส่วนใหญ่อาการไม่มากและกลับไปทำกิจวัตรได้
  • มี applicator สำหรับตำแหน่งต่าง ๆ ตามรุ่นของอุปกรณ์
  • สามารถปรับระดับพลังงานตามความเหมาะสมและความรู้สึกของผู้รับบริการ

Emface แบ่งตามตำแหน่งที่ทำอย่างไร

Applicator ของ Emface มีหลายรูปแบบเพื่อดูแลตำแหน่งที่แตกต่างกัน โดยแพทย์ควรเลือกตามสาเหตุของปัญหาในรายบุคคล

Emface บริเวณหน้าผากและแก้ม

เป็นตำแหน่งหลักของการทำ Emface โดยติด applicator บริเวณหน้าผากและแก้มทั้งสองข้าง เพื่อส่งพลังงาน RF ร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ช่วยดูแลปัญหา เช่น

  • ริ้วรอยตื้นบริเวณหน้าผาก
  • ผิวบริเวณแก้มเริ่มไม่แน่น
  • แนวคิ้วดูตกจากความหย่อนคล้อยเล็กน้อย
  • ใบหน้าดูอ่อนล้าหรือไม่กระชับ
  • ความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

Emface Eyes ดูแลบริเวณรอบดวงตา

Emface Eyes ใช้ applicator ที่ออกแบบสำหรับบริเวณรอบดวงตา โดยมุ่งดูแลลักษณะของเนื้อเยื่อหย่อนคล้อยบริเวณใต้ตาและผิวรอบดวงตา ซึ่งถุงใต้ตาอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไขมันใต้ตานูน ร่องใต้ตาลึก ผิวหย่อนคล้อย หรือโครงสร้างกระดูก หากมีไขมันใต้ตานูนมาก หนังตาตก หรือผิวหนังส่วนเกินชัด อาจต้องพิจารณาวิธีอื่นร่วมด้วย

Emface Submentum ดูแลบริเวณใต้คาง

Emface Submentum ใช้ applicator สำหรับบริเวณใต้คาง เน้นการปรับลักษณะของเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง ก่อนทำควรแยกสาเหตุของเหนียงว่าเกิดจากอะไร เช่น

  • ไขมันสะสมใต้คาง
  • ผิวและเนื้อเยื่อหย่อนคล้อย
  • กล้ามเนื้อหรือพังผืดใต้คาง
  • คางสั้นหรือแนวกรามไม่ชัด

หากปัญหาหลักมาจากไขมันสะสมจำนวนมาก Emface เพียงอย่างเดียวอาจไม่ตรงกับสาเหตุ และแพทย์อาจพิจารณาวิธีดูแลไขมันหรือปรับโครงสร้างเพิ่มเติม

ใครบ้างที่เหมาะกับ Emface

Emface เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • เริ่มมีผิวหน้าหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • มีริ้วรอยตื้นบริเวณหน้าผากหรือรอบดวงตา
  • ผิวบริเวณแก้มเริ่มไม่แน่นเหมือนเดิม
  • ใบหน้าดูอ่อนล้าหรือขาดความกระชับ
  • ต้องการดูแลผิวร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า
  • ไม่ต้องการทำหัตถการที่ใช้เข็ม
  • ไม่สะดวกพักฟื้นเป็นเวลานาน
  • เข้าใจว่าผลลัพธ์จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและไม่เทียบเท่าการผ่าตัด

สำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก มีผิวหนังส่วนเกินชัด หรือมีการสูญเสียกระดูกและไขมันบนใบหน้า อาจต้องใช้วิธีอื่นหรือทำหลายหัตถการร่วมกันจึงจะตรงกับปัญหา

ใครบ้างที่ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบก่อนทำ

ก่อนทำ Emface ควรแจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ อุปกรณ์ที่ฝังอยู่ในร่างกาย และประวัติหัตถการบริเวณใบหน้าให้ครบ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติดังต่อไปนี้

  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
  • มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
  • มีโลหะหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บริเวณที่จะทำ
  • มีแผล การติดเชื้อ ผื่นอักเสบ หรือสิวอักเสบรุนแรง
  • มีโรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อหรือระบบประสาท
  • มีความผิดปกติในการรับรู้ความร้อนหรือความเจ็บปวด
  • เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ โบทูลินัมท็อกซิน ร้อยไหม หรือทำศัลยกรรมใบหน้า
  • มีประวัติแพ้แผ่นกาวหรือระคายเคืองผิวได้ง่าย

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าสามารถทำได้หรือควรเว้นระยะจากหัตถการเดิมนานเท่าใด ไม่ควรกำหนดช่วงห่างด้วยตนเอง

ทำ Emface กี่ครั้งเห็นผล

แนะนำให้ทำ Emface ต่อเนื่อง 4 ครั้ง เว้นระยะประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง บางคนอาจเริ่มรู้สึกว่าผิวตึงขึ้นหลังทำครั้งแรก แต่ผลลัพธ์จะเห็นชัดขึ้นหลังทำครบคอร์ส และค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงประมาณ 1-3 เดือน เนื่องจากผิวและกล้ามเนื้อต้องใช้เวลาในการตอบสนองต่อพลังงาน

ทำ Emface แล้วอยู่ได้นานไหม ประมาณกี่เดือน

หลังทำ Emface ครบคอร์ส ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี โดยผิวและกล้ามเนื้อใบหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรก หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ลดลงตามอายุและการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หากต้องการคงความกระชับ แพทย์อาจแนะนำให้กลับมาทำซ้ำประมาณทุก 6 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามอายุ คุณภาพผิว จำนวนครั้ง และการตอบสนองของแต่ละคน

Emface ราคาเท่าไหร่

ราคา Emface อยู่ที่ประมาณ 25,000-45,000 บาทต่อครั้ง ส่วนคอร์สประมาณ 4 ครั้งอาจอยู่ที่ 80,000-150,000 บาท ทั้งนี้เป็นราคาโดยประมาณและอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันหรือบริเวณที่เลือกทำ

ก่อนตัดสินใจควรสอบถามให้ชัดเจนว่า

  • ราคาครอบคลุมบริเวณใด
  • ใช้ applicator กี่ตำแหน่ง
  • เป็นราคาต่อครั้งหรือราคาแพ็กเกจ
  • ต้องทำทั้งหมดกี่ครั้ง
  • มีค่าประเมินหรือค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
  • เป็นโปรโมชันที่มีเงื่อนไขอย่างไร

ซึ่งราคาอาจแตกต่างกันตามบริเวณที่ทำ จำนวน applicator จำนวนครั้งในแพ็กเกจ และเงื่อนไขของแต่ละคลินิก

โปรแกรม Emface ราคาโปรโมชั่น ที่ APEX

โปรแกรม Emface ที่ APEX ราคาเริ่มต้นประมาณ 15,000 ถึง 25,000 บาทต่อครั้ง แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน แพทย์มักแนะนำให้ทำเป็นคอร์สต่อเนื่อง 4-6 ครั้ง สำหรับผู้ที่สนใจโปรแกรม Emface ที่ APEX แนะนำให้ทักเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวหน้าและจุดที่ต้องการยกกระชับก่อน

เปรียบเทียบ Emface กับเครื่องยกกระชับอื่น

เมื่อคิดจะยกกระชับหน้า หลายคนอาจสับสนระหว่าง Emface กับเครื่องยกกระชับยอดนิยมอื่น ๆ เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่าย หมอจะเปรียบเทียบข้อแตกต่างของแต่ละเทคโนโลยีให้ทราบกัน

Emface vs Ulthera

Emface vs Ulthera

Emface ใช้พลังงาน RF ร่วมกับ HIFES เพื่อดูแลผิวและกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าบางมัดพร้อมกัน ส่วน Ulthera ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์แบบมีระบบภาพช่วยดูชั้นผิว โดยเน้นส่งพลังงานลงสู่เนื้อเยื่อระดับลึก จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับกรอบหน้าและความหย่อนคล้อยที่ชัดกว่า ขณะที่ Emface เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยและต้องการดูแลกล้ามเนื้อใบหน้าร่วมด้วย

Emface vs Ultraformer MPT

Emface เน้นดูแลผิวควบคู่กับการกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า ส่วน Ultraformer MPT ใช้พลังงาน Micro และ Macro Focused Ultrasound ส่งลงสู่ชั้นผิวหลายระดับตามหัวที่เลือก จึงเหมาะกับการดูแลผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือเหนียงบางลักษณะ ขณะที่ Emface เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูแน่นและสดใสขึ้นโดยไม่ใช้เข็ม

Emface vs Thermage

ทั้งสองเทคโนโลยีใช้พลังงาน RF แต่ Emface มี HIFES เพิ่มเข้ามาเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า ส่วน Thermage ใช้ Monopolar RF โดยเน้นความแน่นของผิว ริ้วรอย และความหย่อนคล้อยเป็นหลัก ดังนั้นหากปัญหาหลักคือผิวไม่กระชับ Thermage อาจเหมาะกว่า แต่หากต้องการดูแลทั้งผิวและกล้ามเนื้อใบหน้า Emface อาจตอบโจทย์มากกว่า

Emface vs Morpheus8

Emface เป็นหัตถการที่ไม่ใช้เข็มและเน้นดูแลผิวร่วมกับกล้ามเนื้อใบหน้า ส่วน Morpheus8 ใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับพลังงาน RF ส่งลงสู่ชั้นผิวตามระดับที่กำหนด จึงเหมาะกับปัญหาผิวไม่เรียบ รูขุมขนกว้าง รอยสิว และความหย่อนคล้อยบางรูปแบบ ขณะที่ Emface เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องริ้วรอยและความหย่อนคล้อย แต่ไม่ต้องการมีแผลหรือรอยเข็ม

ขั้นตอนการทำ Emface

ขั้นตอนการทำ Emface อาจแตกต่างกันตามบริเวณและ applicator ที่ใช้ แต่โดยทั่วไปมีดังนี้

  • แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้า ตรวจระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว กล้ามเนื้อ และประวัติหัตถการเดิม
  • ทำความสะอาดผิว เช็ดเครื่องสำอาง ครีม และความมันออกจากบริเวณที่จะติด applicator
  • กำหนดตำแหน่ง applicator วางแผ่นให้สัมพันธ์กับแนวกล้ามเนื้อและบริเวณที่ต้องการดูแล
  • เริ่มปล่อยพลังงาน เครื่องจะส่ง RF และ HIFES™ พร้อมกัน โดยจะรู้สึกอุ่นและมีกล้ามเนื้อขยับเป็นจังหวะ
  • ปรับระดับพลังงาน ผู้ดูแลจะปรับระดับตามการตอบสนองและความรู้สึกของผู้รับบริการ
  • ตรวจผิวหลังทำ เมื่อครบเวลาจะถอด applicator ทำความสะอาดผิว และตรวจอาการก่อนกลับ

ทำ Emface เจ็บไหม

ระหว่างทำมักรู้สึกอุ่นร่วมกับการหดตัวของกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นจังหวะ คล้ายกล้ามเนื้อกำลังออกกำลังกาย หลายคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชา แต่ระดับความรู้สึกของแต่ละคนไม่เท่ากัน

หากระหว่างทำรู้สึกร้อนมาก แสบ หรือเจ็บผิดปกติ รวมถึงรู้สึกว่า applicator แนบผิวได้ไม่สนิท ควรแจ้งคุณหมอหรือเจ้าหน้าที่ทันทีค่ะ เพราะการใช้พลังงานที่สูงขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าหรือเหมาะกับทุกคนเสมอไป

การเตรียมตัวก่อนทำ Emface

ก่อนเข้ารับบริการควรเตรียมตัวดังนี้

  • แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และอุปกรณ์ที่ฝังในร่างกาย
  • แจ้งประวัติฟิลเลอร์ โบทูลินัมท็อกซิน ร้อยไหม หรือศัลยกรรมใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงการทำในช่วงที่ผิวมีแผล ผื่น หรือการอักเสบ
  • ล้างเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่มีความมันออกก่อนทำ
  • ถอดเครื่องประดับบริเวณใบหน้าและลำคอ
  • แจ้งแพทย์หากผิวแพ้ง่ายหรือแพ้แผ่นกาว
  • พักผ่อนและรับประทานอาหารตามปกติ ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร

การเตรียมตัวก่อนทำและดูแลหลังทำ Emface

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Emface

หลังทำส่วนใหญ่อาการไม่มากและไม่ต้องดูแลซับซ้อน โดยแนะนำดังนี้

  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์หากผิวรู้สึกแห้งหรือตึง
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  • งดขัด ถู หรือนวดแรงบริเวณที่ทำในวันแรก
  • หลีกเลี่ยงซาวน่าและความร้อนจัดหากผิวยังแดงหรือรู้สึกร้อน
  • ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • มาตามนัดเพื่อประเมินการตอบสนอง
  • ติดต่อคลินิกหากมีอาการผิดปกติ

หลังทำ Emface มีผลข้างเคียงไหม

หลังทำอาจพบอาการชั่วคราวบางอย่างได้ เช่น

  • ผิวแดงหรือรู้สึกอุ่น
  • กล้ามเนื้อเมื่อยล้าหรือระบมเล็กน้อย
  • ผิวแห้งหรือตึงชั่วคราว
  • มีรอยจากขอบ applicator
  • บวมเล็กน้อยในบางราย

อาการส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้น หากมีอาการปวดหรือแสบร้อนมากขึ้น ผิวพุพอง บวมมาก ใบหน้าดูไม่สมมาตร กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีอาการเกี่ยวกับการมองเห็น ควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับการประเมิน

ตัวอย่างเคสการรักษา Emface

Emface รีวิว
Emface รีวิว
Emface รีวิว
Emface รีวิว
Emface รีวิว
Emface รีวิว

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

วิธีตรวจสอบเครื่อง Emface แท้

การดูรูปลักษณ์หรือหน้าจอเครื่องอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะเครื่องเลียนแบบสามารถออกแบบให้มีลักษณะใกล้เคียงได้ ควรตรวจสอบจากข้อมูลที่ยืนยันได้ เช่น

  • ชื่อรุ่นและหมายเลขประจำเครื่อง
  • ข้อมูลผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่าย
  • เอกสารการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
  • ชนิดของ applicator ที่ใช้ในบริเวณนั้น
  • บรรจุภัณฑ์ เลขล็อต และวันหมดอายุ
  • ขั้นตอนการใช้และทิ้ง applicator
  • ผู้ให้บริการผ่านการอบรมการใช้เครื่องหรือไม่
  • มีช่องทางติดตามอาการหลังทำหรือไม่

นอกจากนี้ยังเช็กรายชื่อคลินิกที่ผ่านเว็บไซต์ทางการ โดยเข้าไปเช็กได้ที่ https://btlaesthetics.com หรือทาง Facebook facebook.com/btlaestheticsthailand

ทำ Emface ที่ไหนดี ควรเลือกคลินิกจากอะไร

การเลือกคลินิกไม่ควรดูเฉพาะราคาหรือรีวิว แต่ควรพิจารณาความพร้อมในการประเมินและติดตามอาการร่วมด้วย

  • มีการประเมินก่อนทำ ควรมีการตรวจว่าสาเหตุของปัญหาเกิดจากผิว กล้ามเนื้อ ไขมัน หรือโครงสร้างกระดูก เพราะหากเลือกเทคโนโลยีไม่ตรงสาเหตุ ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
  • สามารถตรวจสอบข้อมูลของเครื่องได้ คลินิกควรให้ข้อมูลชื่อรุ่น ที่มาของเครื่อง และ applicator ที่ใช้ได้อย่างชัดเจน ไม่ควรอาศัยเพียงคำว่าเครื่องแท้โดยไม่มีข้อมูลประกอบ
  • วาง applicator ให้สัมพันธ์กับโครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งของแผ่นควรสัมพันธ์กับแนวกล้ามเนื้อและพื้นที่ที่ต้องการดูแล หากวางไม่เหมาะสมอาจกระตุ้นไม่ตรงตำแหน่งหรือทำให้รู้สึกไม่สบายระหว่างทำ
  • ติดตามความรู้สึกระหว่างทำ ควรมีผู้ดูแลคอยติดตามระดับความร้อนและการหดตัวของกล้ามเนื้อตลอดเวลา พร้อมลดหรือหยุดพลังงานหากมีอาการผิดปกติ
  • แจ้งราคาและรายละเอียดแพ็กเกจชัดเจน ควรทราบว่าราคาครอบคลุมบริเวณใด ทำกี่ครั้ง ใช้ applicator กี่ตำแหน่ง และมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
  • มีช่องทางติดตามหลังทำ แม้ Emface จะไม่มีแผลเปิด แต่สถานพยาบาลควรมีช่องทางให้ติดต่อเมื่อเกิดข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติหลังทำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Emface

Emface ไม่เจ็บเลยจริงไหม

อาการเจ็บค่อนข้างน้อยและมักไม่ต้องใช้ยาชา แต่จะรู้สึกอุ่นและมีกล้ามเนื้อขยับเป็นจังหวะ ความรู้สึกของแต่ละคนแตกต่างกัน หากรู้สึกร้อนหรือเจ็บผิดปกติควรแจ้งผู้ดูแลทันที

Emface ทำครั้งเดียวเห็นผลไหม

บางคนอาจรู้สึกว่าใบหน้าตึงขึ้นหลังทำ แต่ผลลัพธ์ด้านผิวและกล้ามเนื้อมักค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง จึงไม่ควรรับประกันผลจากการทำเพียงครั้งเดียว

Emface ช่วยลดถุงใต้ตาได้ไหม

อาจช่วยดูแลลักษณะถุงใต้ตาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อหย่อนคล้อยในบางราย แต่ถุงใต้ตาสามารถเกิดจากไขมันนูน ร่องใต้ตาลึก หรือผิวหนังส่วนเกิน จึงต้องประเมินสาเหตุก่อน

Emface Eyes ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไร

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นการเติมสารกลุ่มไฮยาลูโรนิกแอซิดเพื่อเพิ่มปริมาตรในผู้ที่มีร่องหรือเบ้าตาลึก ส่วน Emface Eyes ใช้พลังงานดูแลลักษณะความหย่อนคล้อยและคุณภาพเนื้อเยื่อรอบดวงตา จึงเป็นคนละกลไกและเหมาะกับปัญหาต่างกัน

Emface ช่วยลดเหนียงได้ไหม

Emface Submentum เน้นดูแลลักษณะของเนื้อเยื่อหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง หากเหนียงเกิดจากไขมันจำนวนมาก คางสั้น หรือโครงสร้างขากรรไกร อาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย

ทำ Emface หลังฉีดฟิลเลอร์หรือโบทูลินัมท็อกซินได้ไหม

อาจทำได้ในบางกรณี แต่ต้องแจ้งชนิด ตำแหน่ง และวันที่ทำหัตถการเดิมให้แพทย์ทราบ เพื่อจัดลำดับและเว้นช่วงอย่างเหมาะสม

Emface กับ Ulthera เลือกอะไรดี

หากปัญหาหลักคือความหย่อนคล้อยและต้องการส่งพลังงานอัลตราซาวนด์เป็นจุดในระดับความลึกที่กำหนด Ulthera อาจเหมาะกว่า แต่หากต้องการดูแลผิวร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าโดยไม่ใช้เข็ม Emface อาจตอบโจทย์กว่า

สรุป

Emface เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ Synchronized RF ร่วมกับ HIFES เพื่อดูแลคุณภาพผิวและกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าบางมัดพร้อมกันโดยไม่ใช้เข็ม อาจช่วยให้ริ้วรอยตื้นและความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางดูดีขึ้น รวมถึงช่วยให้ภาพรวมใบหน้าดูกระชับและสดใสขึ้น หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสามารถจองคิวปรึกษาแพทย์ที่ APEX Clinic ได้เลย

แชร์บทความ
พญ.จิรา คุณากรวงศ์ (หมอโอ)
ว.41082
บทความโดย พญ.จิรา คุณากรวงศ์ (หมอโอ)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Morpheus8 กับ Ulthera ต่างกันยังไง

Morpheus8 กับ Ulthera ต่างกันยังไง เปรียบเทียบทุกด้าน เลือกอันไหนดี

Morpheus8 กับ Ulthera ต่างกันยังไง เป็นคำถามที่คนไข้หลายๆ คนอยากทราบ เพราะทั้งสองเครื่องต่างก็เป็นหัตถการที่ถูกพูดถึงในวงการเสริมความงามด้วยกันทั้งคู่
วิธียกกระชับหน้า

15 วิธียกกระชับหน้า เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับแต่ละปัญหา ฉบับปี 2026

การยกกระชับหน้า เป็นวิธีที่ได้รับความสนใจในกลุ่มคนที่กำลังกังวลกับปัญหาแก้มห้อย มีเหนียง หรือกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด ซึ่งปัจจุบันก็จะมีอยู่หลากหลายวิธี
Soft Lift RF

Soft Lift RF คืออะไร เครื่อง RF ตัวช่วยลดแก้มหย่อน เหนียงย้อย

Soft Lift RF คือการยกกระชับด้วยพลังงาน RF สำหรับคนที่มีปัญหาแก้มห้อย เหนียงหย่อนคล้อย และกรอบหน้าไม่ชัด
Titanium Lifting

Titanium Lifting คืออะไร เทคโนโลยีดูแลผิวด้วยพลังงานแสง 3 ระดับ

เทคโนโลยี Titanium Lifting ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการดูแลผิวและเก็บรายละเอียดในจุดที่ต้องการความละเอียดอ่อน โดยเน้นการส่งผ่านพลังงานแสงลงลึกถึงชั้นโครงสร้างผิว