หน้าเหี่ยว เป็นปัญหาที่คนไข้นำมาปรึกษาหมออยู่บ่อยครั้ง แต่คำนี้อาจหมายถึงหลายอย่าง บางคนมีผิวแห้งจนเห็นริ้วรอยเล็ก ๆ บางคนแก้มตอบ วอลลุ่มลด หรือมีผิวหย่อนร่วมด้วย การแยกว่าปัญหาเกิดจากผิว กล้ามเนื้อ ไขมัน หรือเนื้อเยื่อส่วนลึก จะช่วยให้เลือกวิธีดูแลได้ตรงกับสาเหตุมากขึ้น
หน้าเหี่ยว คืออะไร มีลักษณะอย่างไร
หน้าเหี่ยว เป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้เรียกใบหน้าซึ่งดูไม่อิ่มฟู มีริ้วรอย ผิวบาง แห้ง หรือตกหย่อนมากขึ้น ซึ่งสามารถเกิดจากปัญหาเพียงอย่างเดียวหรือหลายอย่างร่วมกันได้
ลักษณะของผิวหน้าเหี่ยวย่น
- มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือร่องลึกบนใบหน้า
- ผิวดูแห้ง บาง หยาบ หรือไม่อิ่มฟู
- ขมับตอบ แก้มตอบ หรือใต้ตาดูลึก
- กรอบหน้าไม่ชัดและแก้มล่างเริ่มหย่อน
- ผิวดูไม่แน่นและคืนตัวช้ากว่าเดิม
หมออยากให้เข้าใจก่อนว่า ใบหน้าที่เปลี่ยนไปตามวัยไม่ได้เกิดเฉพาะบริเวณผิวด้านบน แต่ยังเกี่ยวข้องกับไขมัน กล้ามเนื้อ เอ็นยึด และโครงสร้างกระดูกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปด้วย
หน้าแห้งเหี่ยวต่างจากหน้าเหี่ยวหย่อนคล้อยอย่างไร
- หน้าแห้งเหี่ยว มักเห็นเป็นริ้วเล็ก ๆ ผิวลอก ตึง หรือแต่งหน้าไม่ติด เกิดจากความชุ่มชื้นและเกราะป้องกันผิวลดลง การใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสมจึงช่วยให้ผิวดูเรียบและอิ่มขึ้นได้
- หน้าเหี่ยวหย่อนคล้อย จะเห็นแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีร่องลึก แม้เติมความชุ่มชื้นแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะปัญหาเกี่ยวข้องกับคอลลาเจน วอลลุ่ม และเนื้อเยื่อส่วนลึก ครีมจึงไม่สามารถเติมไขมันที่หายไปหรือยกเนื้อเยื่อที่หย่อนได้ทั้งหมด
หน้าเหี่ยวเกิดจากอะไร
สาเหตุของผิวหน้าเหี่ยวย่น เกิดจากหลายปัจจัยที่สะสมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น
- อายุที่เพิ่มขึ้น ผิวบางลง ความยืดหยุ่นลด และวอลลุ่มใบหน้าค่อย ๆ เปลี่ยน
- แสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลตทำลายโครงสร้างผิว ทำให้ริ้วรอย ความหย่อน และสีผิวไม่สม่ำเสมอชัดขึ้น
- การสูบบุหรี่และมลภาวะ เร่งการเสื่อมของผิว ทำให้ผิวแห้ง หมอง และเกิดริ้วรอยเร็วขึ้น
- การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ การยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกหน้าผาก ทำให้เกิดริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
- วอลลุ่มลดลง ไขมันบางตำแหน่งลดหรือเคลื่อนตัว ทำให้ขมับ แก้มและใต้ตาดูตอบ
- โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยน กระดูก เอ็นยึด และเนื้อเยื่อส่วนลึกเปลี่ยนไปตามวัย
หน้าเหี่ยวทำไงดี เริ่มดูแลด้วยตัวเองอย่างไร
การดูแลตัวเองช่วยชะลอความเปลี่ยนแปลงและทำให้คุณภาพผิวดีขึ้นได้ โดยเฉพาะคนที่ยังมีปัญหาไม่มาก
- ป้องกันแสงแดดเป็นประจำ ใช้ครีมกันแดดทุกวันและทาในปริมาณที่เหมาะสม หากต้องอยู่กลางแจ้งควรทาซ้ำ รวมถึงใช้หมวก แว่นกันแดด หรือหลบแดดช่วงที่รังสีเข้ม
- เติมความชุ่มชื้นให้เหมาะกับสภาพผิว เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำและไม่ทำให้ระคายเคือง ผิวที่ชุ่มชื้นขึ้นจะช่วยให้ริ้วเล็กจากความแห้งดูจางลง
- ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการล้างหน้าบ่อย ใช้น้ำร้อนจัด หรือขัดผิวแรง เพราะอาจทำให้เกราะป้องกันผิวเสีย ผิวแห้งและเห็นริ้วชัดกว่าเดิม
- เลือกครีมบำรุงให้ตรงกับปัญหา ผิวแห้งควรเน้นสารเพิ่มความชุ่มชื้น ส่วนผิวที่มีริ้วรอยหรือเสียจากแดดอาจพิจารณาผลิตภัณฑ์กลุ่มเรตินอยด์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเริ่มใช้ทีละชนิดเพื่อลดการระคายเคือง
- กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วน เน้นโปรตีน ผัก ผลไม้ และไขมันที่เหมาะสม พร้อมดื่มน้ำตามความต้องการของร่างกาย ควรลดอาหารหวานจัด เค็มจัด ของทอด และอาหารแปรรูป
- พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนน้อยอาจทำให้ผิวดูหมอง ใต้ตาชัด และใบหน้าดูโทรม ควรนอนประมาณ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน และพยายามเข้านอนให้เป็นเวลา
- หลีกเลี่ยงบุหรี่และควันบุหรี่ สารจากบุหรี่มีผลต่อหลอดเลือดและโครงสร้างผิว ทำให้ผิวแห้ง หมอง และเกิดริ้วรอยเร็วขึ้น
- ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป การลดน้ำหนักเร็วหรือมากเกินไปอาจทำให้ไขมันบริเวณแก้ม ขมับ และใต้ตาลดลง จนใบหน้าดูตอบหรือหย่อนชัดขึ้น ควรวางแผนลดน้ำหนักให้เหมาะสม
- ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การออกกำลังกายไม่ได้ทำให้หน้าเหี่ยวโดยตรง แต่หากออกหนักร่วมกับการจำกัดอาหารมากเกินไป น้ำหนักและวอลลุ่มใบหน้าอาจลดเร็วได้
รักษาหน้าเหี่ยวย่นให้ตรงสาเหตุด้วยวิธีทางการแพทย์
สำหรับคนไข้ที่มักถามว่า หน้าเหี่ยวแก้ยังไง หน้าเหี่ยวต้องฉีดอะไร หรือทำหัตถการแบบไหน หมอแนะนำว่าการแก้ไขปัญหาต้องเลือกหัตถการให้ตรงกับสาเหตุ บางคนใช้เพียงวิธีเดียวได้ แต่บางคนอาจต้องดูแลหลายปัญหาร่วมกัน
1. ริ้วเล็กและผิวเสียจากแสง
ริ้วเล็ก ผิวหยาบ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ มักเกี่ยวข้องกับความแห้ง แสงแดดสะสม และการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจน แนวทางที่อาจพิจารณา ได้แก่
- มอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดด กลุ่ม Retinoids, Vitamin C และ AHA
- เครื่องมือเลเซอร์และผลัดเซลล์ผิว Fractional CO2, Picosecond Laser, Chemical Peeling และ RF Microneedling
Ps. ผลิตภัณฑ์กลุ่มเรตินอยด์อาจช่วยริ้วรอยในบางคน แต่ควรเริ่มทีละน้อย เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง แสบ หรือลอกได้
2. ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า
ริ้วรอยที่ชัดเวลาเลิกหน้าผาก ขมวดคิ้ว หรือยิ้ม เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ หากรอยยังเห็นแม้ไม่แสดงสีหน้า อาจมีการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวร่วมด้วย หมออาจพิจารณา ฉีดโบท็อก เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราวในตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น หน้าผาก ระหว่างคิ้ว หรือหางตา โดยต้องประเมินการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและตำแหน่งคิ้วก่อน เพื่อไม่ให้กระทบสีหน้ามากเกินไป
3. หน้าตอบและวอลลุ่มลดลง
เมื่อไขมันและโครงสร้างพยุงใบหน้าเปลี่ยนไป ร่วมกับการยุบตัวของกระดูกใบหน้าตามวัย อาจทำให้ขมับตอบ แก้มตอบ ใต้ตาลึก หรือร่องแก้มชัดขึ้น หัตถการฟื้นฟูผิวหน้าที่ควรพิจารณา มีดังนี้
- ฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid ใช้แก้ปัญหาร่องแก้ม ขมับตอบ หรือแก้มตอบ ตัวอย่างเช่น Restylane, Juvederm, E.P.T.Q., Neuramis
- Biostimulator สารกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว เช่น Sculptra, Radiesse, AestheFill, Juvelook
- เติมไขมันที่หน้า เป็นการดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกาย เช่น หน้าท้อง หรือต้นขา นำมาคัดแยกสกัดแล้วฉีดกลับเข้าไปเติมเต็มวอลลุ่มบนใบหน้า
- Skin Booster เพิ่มความชุ่มชื้นและซ่อมแซมผิวชั้นนอก เช่น Rejuran, Belotero Revive, Skinvive
4. ผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง
หน้าเหี่ยวในระดับปานกลาง หมอแนะนำให้ยกกระชับหน้าเหี่ยวด้วยเครื่องมือพลังงาน กลุ่มนี้จะยกกระชับได้ถึงโครงสร้างผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
- High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU / MMFU) ส่งคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงลงลึกถึงชั้น SMAS เกิดเป็นจุดความร้อนขนาดเล็ก ช่วยให้ชั้นใต้ผิวหดตัวและดึงรั้งกรอบหน้าให้ยกขึ้น ตัวอย่างเช่น Ulthera, Ultraformer III และ Ultraformer MPT
- Radiofrequency (RF) ส่งคลื่นวิทยุแปลงเป็นความร้อนกระจายลงสู่ชั้น Dermis และ Subcutis เพื่อกระตุ้นการเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น ลดไขมันส่วนเกิน และสมานรอยย่น ตัวอย่างเช่น Thermage FLX, Oligio และ Volnewmer
5. ผิวหย่อนคล้อยมาก
คนที่มีแก้มล่าง กรอบหน้า หรือลำคอหย่อนชัดจากอายุที่มากขึ้น อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงจากวิธีไม่ผ่าตัดได้จำกัด หมอแนะนำว่าให้ปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินการศัลยกรรมดึงหน้า และลำคอ การผ่าตัดสามารถปรับผิวและเนื้อเยื่อส่วนลึกได้มากกว่าวิธีไม่ผ่าตัด แต่ต้องพิจารณาเรื่องสุขภาพก่อนผ่าตัด
รักษาหน้าเหี่ยวด้วยโปรแกรมดึงหน้า ที่ APEX
สำหรับที่ APEX มีโปรแกรมดึงหน้าชั้นลึกหรือ Deep Plane Facelift พร้อมวิเคราะห์ใบหน้า 11 จุด เพื่อประเมินความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และแนวกรอบหน้า ก่อนวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะกับคนไข้แต่ละเคส พร้อมเครื่องมือที่มีมาตรฐานและทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ผ่านการรับรองจาก AACI
หน้าเหี่ยวมากควรพบแพทย์เมื่อไร
การเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินภาวะหน้าเหี่ยวย่น ควรทำเมื่อพบสัญญาณต่อไปนี้
- ริ้วรอยเริ่มฝังลึก ริ้วรอยไม่หายไปแม้หยุดแสดงสีหน้า แสดงว่าริ้วรอยเริ่มลงลึกถึงชั้นผิว
- รูปหน้าเปลี่ยนจากโครงสร้างทรุด เริ่มมีแก้มย้อย กรอบหน้าไม่ชัด ขมับตอบ หรือร่องแก้ม ร่องน้ำตาลึกขึ้น ชี้ว่าชั้นไขมันและกระดูกเริ่มสลายตัว
- สกินแคร์เริ่มไม่ได้ผล ทายากลุ่ม Retinol หรือครีมบำรุงแล้วไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง เพราะปัญหาลงลึกเกินกว่าชั้นผิวชั้นนอก
- ต้องการวางแผนรักษาให้ตรงกับปัญหา แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าและแยกสาเหตุ เพื่อเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการทำหัตถการที่ไม่ตอบโจทย์
ก่อนเลือกวิธีรักษา ควรให้แพทย์ประเมินทั้งคุณภาพผิว วอลลุ่ม การทำงานของกล้ามเนื้อ และระดับความหย่อน เพื่อเลือกวิธีที่ตรงกับปัญหาและลดการทำหัตถการเกินความจำเป็น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับหน้าเหี่ยว
หน้าเหี่ยวก่อนวัยเกิดจากอะไร
หน้าเหี่ยวก่อนวัยมักสัมพันธ์กับการโดนแดดสะสม ไม่ทาครีมกันแดด สูบบุหรี่ ผิวแห้งเรื้อรัง พักผ่อนน้อย หรือมีน้ำหนักลดลงเร็ว บางคนอายุยังไม่มาก แต่มีรูปหน้าที่วอลลุ่มน้อยอยู่เดิม เมื่อผอมลงเพียงเล็กน้อยจึงเห็นแก้มตอบและร่องต่าง ๆ ชัดกว่าคนทั่วไปได้
อายุ 30 แต่หน้าเริ่มเหี่ยว ควรเริ่มทำหัตถการอะไร
เบื้องต้นแนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อวิเคราะห์สาเหตุก่อน สำหรับคนอายุประมาณ 30 ปี หากมีริ้วรอยจากกล้ามเนื้อ ผิวขาดความชุ่มชื้น หรือเริ่มหย่อนเล็กน้อย แพทย์อาจพิจารณาโบทูลินัมท็อกซินร่วมกับ Skin Booster หรือเครื่องยกกระชับกลุ่ม HIFU ตามปัญหาที่พบ
ลดน้ำหนักแล้วหน้าเหี่ยวจริงไหม
เกิดขึ้นได้ในบางคน โดยเฉพาะเมื่อน้ำหนักลดเร็วหรือลดลงมาก ไขมันบริเวณแก้ม ขมับ และใต้ตาอาจลดลง ทำให้ใบหน้าดูตอบและความหย่อนเห็นชัดขึ้น แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน เพราะยังขึ้นอยู่กับอายุ คุณภาพผิว พันธุกรรม และปริมาณไขมันเดิม
ผอมแล้วหน้าเหี่ยวเกิดจากอะไร
มักเกี่ยวข้องกับวอลลุ่มไขมันบนใบหน้าลดลง รวมถึงความยืดหยุ่นของผิวที่ไม่สามารถหดกลับได้ทัน หากน้ำหนักยังลดต่อเนื่อง ควรรอให้น้ำหนักคงที่ก่อนประเมินรูปหน้า เพราะวอลลุ่มและความหย่อนอาจเปลี่ยนเพิ่มเติมได้
ทำไมวิ่งแล้วหน้าเหี่ยว
การวิ่งไม่ได้ทำให้หน้าเหี่ยวโดยตรง แต่หากวิ่งร่วมกับการจำกัดอาหารจนร่างกายขาดพลังงานและน้ำหนักลดเร็ว ใบหน้าอาจดูตอบขึ้นได้ ส่วนการเสียเหงื่ออาจทำให้ผิวดูแห้งชั่วคราว และการออกกำลังกายกลางแจ้งโดยไม่ป้องกันแดดอาจเพิ่มการสะสมของความเสียหายจากรังสีอัลตราไวโอเลต
เจลาตินกินลดหน้าเหี่ยวได้จริงไหม
ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าเจลาตินสามารถลดหน้าเหี่ยวได้อย่างชัดเจน เพราะเจลาตินชิ้นใหญ่เกินไป ร่างกายย่อยและซึมเข้าผิวได้ยาก เมื่อกินเข้าไป ร่างกายจะย่อยโปรตีนเป็นกรดอะมิโนและเปปไทด์ก่อน ไม่ได้ส่งเจลาตินไปสร้างคอลลาเจนที่ใบหน้าโดยตรง
ทาครีมช่วยบำรุงเพื่อลดหน้าเหี่ยวได้จริงไหม
ครีมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ริ้วเล็กจากผิวแห้งดูน้อยลง และผลิตภัณฑ์บางกลุ่มอาจช่วยดูแลผิวเสียจากแสงได้เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถเติมวอลลุ่มที่หายไปหรือยกเนื้อเยื่อที่หย่อนชัดได้
สรุป
หน้าเหี่ยวอาจเกิดจากผิวแห้ง ริ้วรอยจากกล้ามเนื้อ วอลลุ่มลด หรือความหย่อนของเนื้อเยื่อ การทาครีมกันแดด เติมความชุ่มชื้น พักผ่อนให้เพียงพอ และควบคุมน้ำหนักอย่างเหมาะสมช่วยดูแลคุณภาพผิวได้ ส่วนคนที่มีหน้าตอบ ร่องลึก หรือผิวหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ APEX เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนรักษาให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนได้


