ฉีดโบท็อก (Botox) คืออะไร มีความเสี่ยงหรือไม่ ฉีดบริเวณใดได้บ้าง

หน้าแรก » โบท็อก » ฉีดโบท็อก (Botox) คืออะไร มีความเสี่ยงหรือไม่ ฉีดบริเวณใดได้บ้าง
ฉีดโบท็อก (Botox)
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

หากคุณอยากหน้าเรียบเนียน กระชับ และลดเลือนริ้วรอยโดยไม่พึ่งการผ่าตัด การฉีดโบท็อกคือทางเลือกอันดับต้น ๆ ที่ตอบโจทย์เพราะเห็นผลค่อนข้างไว เจ็บน้อย และไม่ต้องพักฟื้น หัตถการนี้สามารถจัดการปัญหาได้ครอบคลุม ตั้งแต่การลดริ้วรอยหน้าผาก ปรับรูปหน้าเรียวลดกราม ยกมุมปาก ไปจนถึงการช่วยระงับเหงื่อในจุดต่าง ๆ บทความนี้จะสรุปประเด็นสำคัญของการฉีดโบท็อก ทั้งกลไกการทำงานและบริเวณที่ควรทำ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีให้ผิวพรรณของตนเอง

ฉีดโบท็อก คืออะไร

ฉีดโบท็อก (Botox) คือการใช้สารสกัดโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) ฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อเพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นหน้าผากและตีนกา รวมถึงช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวโดยการลดขนาดกล้ามเนื้อกราม สารนี้จะออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียนและแแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยสามารถดูแลให้ปลอดภัยได้หากฉีดโดยแพทย์

หลักการทำงานโบท็อก

หลักการทำงานของการฉีดโบท็อกคือ การส่งสารเข้าไปขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาท ที่ส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวและหยุดการหดเกร็งชั่วคราว ช่วยลดเลือนริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ให้จางลง รวมถึงช่วยลดขนาดมวลกล้ามเนื้อให้ดูเล็กลง เช่น บริเวณกราม เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย

รีวิว ฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อกแก้ปัญหาจุดไหนได้บ้าง

ฉีดโบท็อกสามารถช่วยแก้ปัญหาผิวพรรณและรูปหน้าได้อย่างครอบคลุม โดยนิยมทำในบริเวณที่ส่งผลต่อความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด และสามารถใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาปัญหาอื่น ๆ ได้ ดังนี้

  • ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย : ฉีดโบท็อกช่วยจัดการรอยย่นบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว และรอยตีนกาได้อย่างเห็นผล
  • ปรับโครงสร้างใบหน้าเรียว : ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกราม พร้อมยกกระชับกรอบหน้าให้ดูเรียวและสมส่วนยิ่งขึ้น
  • ยกกระชับมุมปาก : แก้ปัญหามุมปากตกที่ทำให้ใบหน้าดูบึ้งตึง ให้กลับมาดูสดใสและดูเป็นธรรมชาติ
  • ปรับสัดส่วนผิวกาย : ฉีดโบท็อกช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อน่องและต้นแขน เพื่อให้รูปร่างดูเพรียวสวย
  • ระงับเหงื่อส่วนเกิน : ช่วยลดปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ และฝ่าเท้า เพื่อความมั่นใจตลอดวัน
  • บรรเทาอาการปวดไมเกรน : ลดความรุนแรงของอาการปวดศีรษะเรื้อรัง สำหรับผู้ที่ดื้อต่อการรักษาด้วยยาตามปกติ
  • รักษากล้ามเนื้อกระตุก : ช่วยแก้ไขอาการตากระตุก หรือกล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกจากความผิดปกติของระบบประสาท

ข้อดีของการฉีดโบท็อก

การฉีดโบท็อกซ์เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยดูแลและแก้ไขปัญหาด้านความงามได้หลายจุดอย่างมีประสิทธิภาพ มีข้อดีดังนี้

  • ไม่ต้องผ่าตัด : เป็นหัตถการที่ไม่เกิดแผล ไม่มีรอยเย็บ ลดความกังวลเรื่องการพักฟื้น
  • เห็นผลค่อนข้างรวดเร็ว : โดยทั่วไปเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ภายในประมาณ 3–7 วันหลังฉีด
  • ไม่ต้องพักฟื้น : หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือแต่งหน้าได้ตามปกติ
  • ช่วยลดริ้วรอยและเสริมความสมดุลของใบหน้า : ให้ดูเรียบเนียน ยกกระชับ และดูเป็นธรรมชาติ
  • สามารถทำซ้ำได้ตามระยะเวลา : เมื่อผลลัพธ์เริ่มลดลง สามารถกลับมาฉีดใหม่ได้โดยไม่เกิดการสะสมของสาร ทั้งนี้ไม่ควรเปลี่ยนยี่ห้อบ่อยเกินไป
  • ฉีดได้หลายบริเวณ : ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำคอ รักแร้ น่อง รวมถึงจุดอื่น ๆ ตามการประเมินของแพทย์
  • เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นดูแลตัวเอง : ขั้นตอนไม่ซับซ้อน เจ็บน้อย และสามารถเลือกงบประมาณได้ตามบริเวณและปริมาณที่ฉีด

ข้อจำกัดของการฉีดโบท็อกซ์

แม้จะให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ แต่ผู้เข้ารับบริการควรทำความเข้าใจเงื่อนไขบางประการของการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อการวางแผนดูแลความสวยอย่างถูกต้อง ดังนี้

  • ผลลัพธ์ไม่คงอยู่ถาวร : ตัวยาจะค่อย ๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ ทำให้ต้องมีการฉีดซ้ำเพื่อคงสภาพผลลัพธ์เอาไว้
  • ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ : จำเป็นต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อวางตำแหน่งยาให้ถูกต้องและป้องกันปัญหาหน้าผิดรูป
  • มีข้อห้ามสำหรับบางกลุ่มอาการ : ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือผู้ที่มีประวัติแพ้สาร Botulinum Toxin โดยตรง
  • ผลข้างเคียงชั่วคราวหลังทำ : อาจพบรอยเข็ม อาการบวมแดง หรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักจะหายไปเองภายใน 1-3 วัน
  • เสี่ยงต่อภาวะหน้าแข็งตึง : หากได้รับปริมาณยาที่มากเกินความจำเป็น อาจส่งผลให้การแสดงสีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติหรือดูแข็งทื่อ
  • ไม่สามารถยกกระชับในชั้นลึกได้ : ฉีดโบท็อกซ์ไม่สามารถยกกระชับถึงระดับชั้น SMAS ได้เท่าการผ่าตัดหรือเทคโนโลยีบางประเภท

ฉีดโบท็อกเหมาะกับใครบ้าง

ฉีดโบท็อกซ์เป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผิวพรรณหรือการปรับใบหน้าให้ดูสมดุล โดยกลุ่มผู้ที่เหมาะสำหรับการรักษา ได้แก่

  • ผู้ที่มีริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดรอยย่นบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว และรอยตีนกาที่ชัดเจนเวลายิ้ม
  • ผู้ที่ต้องการปรับทรงหน้าให้เรียวสวย : โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาหน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อกรามใหญ่ หรือมีนิสัยชอบขบฟันจนเสียรูปทรงหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากเกินไป : ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า
  • ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนกล้ามเนื้อ : เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องขนาดน่องหรือต้นแขนที่ดูแข็งและใหญ่ ให้กลับมาดูเรียวเพรียวขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการปรับบุคลิกภาพบนใบหน้า : ช่วยยกมุมปากที่ตกให้ดูละมุนขึ้น เปลี่ยนใบหน้าที่ดูบึ้งตึงให้ดูสดใสและเป็นมิตรมากกว่าเดิม
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันริ้วรอยในอนาคต : เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยแรกเริ่มและต้องการล็อกผิว ให้ดูเรียบเนียน ไม่ให้เกิดร่องลึกตามกาลเวลา
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ค่อนข้างรวดเร็ว : เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย ไม่ต้องการผ่าตัด และไม่ต้องการเสียเวลาพักฟื้นนานแต่ยังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

รีวิว ฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล

หลังเข้ารับบริการโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นได้ภายใน 3-7 วัน โดยเฉพาะในส่วนของการลดเลือนริ้วรอย ที่ผิวจะเริ่มดูเรียบเนียนขึ้น สำหรับการลดกรามหรือลดขนาดกล้ามเนื้อตัวยาจะใช้เวลาทำงานนานกว่า โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังฉีด ทั้งนี้ระยะเวลาที่เห็นผลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และปริมาณยูนิตที่ใช้

ฉีดโบท็อกฉีดจุดไหนได้บ้าง

สามารถนำมาใช้ดูแลและแก้ไขปัญหาได้หลากหลายบริเวณ ตั้งแต่ใบหน้าไปจนถึงลำตัว โดยแต่ละตำแหน่งจะช่วยตอบโจทย์ปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนี้

จุดฉีดโบท็อกบริเวณใบหน้า

  • โบท็อกหน้าผาก ลดริ้วรอยจากการเลิกคิ้วหรือแสดงสีหน้า ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน สดใสขึ้น
  • โบท็อกริ้วรอยใต้ตา ลดเส้นเล็ก ๆ เวลายิ้มหรือหัวเราะ ทำให้ผิวใต้ตาดูเรียบขึ้นโดยยังคงความเป็นธรรมชาติ
  • โบท็อกหางตา (ตีนกา) คลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา ลดร่องลึกบริเวณหางตา ช่วยให้ดวงตาดูอ่อนเยาว์
  • โบท็อกระหว่างคิ้ว (รอยขมวดคิ้ว) ลดรอยย่นที่ทำให้หน้าดูดุหรือเคร่งเครียด ช่วยให้ใบหน้าดูผ่อนคลายมากขึ้น
  • โบท็อกยกคิ้ว ปรับทรงคิ้วให้ดูยกขึ้น เปิดพื้นที่เปลือกตา ทำให้ดวงตาดูสดใสโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • โบท็อกจมูกหรือปีกจมูก ลดรอยย่นบนสันจมูก และช่วยควบคุมปีกจมูกบานเวลายิ้ม
  • โบท็อกยกมุมปาก ปรับมุมปากคว่ำให้ดูเชิดขึ้นเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าดูเป็นมิตรและสดใส
  • โบท็อกกราม ปรับรูปหน้า ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ช่วยให้กรอบหน้าดูเรียวชัดขึ้น
  • โบท็อกลำคอ ลดเส้นริ้วรอยแนวขวางบริเวณคอ ช่วยให้ผิวดูเรียบขึ้น

จุดฉีดโบท็อกบริเวณลำตัว

  • โบท็อกไหล่และบ่า ลดขนาดกล้ามเนื้อบ่าที่ดูหนา ช่วยให้ช่วงคอดูยาวและลาดสวยขึ้น
  • โบท็อกต้นแขน ลดความเด่นของกล้ามเนื้อต้นแขน ให้แขนดูเรียวขึ้นในบางกรณี
  • โบท็อกรักแร้ ลดเหงื่อออกมากผิดปกติ ช่วยลดความชื้นและกลิ่นกาย
  • โบท็อกฝ่ามือ ช่วยลดเหงื่อออกมากที่ฝ่ามือ เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • โบท็อกหลังมือ ใช้ในบางเทคนิคเพื่อช่วยให้ผิวดูเรียบขึ้น (ควรประเมินโดยแพทย์)
  • โบท็อกน่อง ลดขนาดกล้ามเนื้อน่องที่เด่นชัด ทำให้ขาดูเรียวขึ้นในบางราย

ฉีดโบท็อก ราคาและซีซีที่ใช้ในแต่ละจุด

การตัดสินใจเลือกฉีดโบท็อก เพื่อปรับรูปหน้าหรือลดเลือนริ้วรอยนั้น ปัจจัยด้านงบประมาณถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณวางแผนการดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  • หน้าผาก ราคาประมาณ 3,000-8,000 บาท ใช้ประมาณ 8-12 Units
  • ระหว่างคิ้ว ราคาประมาณ 3,000-8,000 บาท ใช้ประมาณ 8-12 Units
  • หางตา ราคาประมาณ 4,000-9,000 บาท ใช้ประมาณ 16-24 Units
  • ริ้วรอยใต้ตา ราคาประมาณ 3,000-6,000 บาท ใช้ประมาณ 8-16 Units
  • ยกคิ้ว ราคาประมาณ 3,000-6,000 บาท ใช้ประมาณ 4-8 Units
  • กราม ราคาประมาณ 6,000-18,000 บาท ใช้ประมาณ 50-80 Units
  • ลิฟต์กรอบหน้า ราคาประมาณ 5,000-12,000 บาท ใช้ประมาณ 20-30 Units
  • จมูก ราคาประมาณ 2,000-4,000 บาท ใช้ประมาณ 4-6 Units
  • ยกมุมปาก ราคาประมาณ 3,000-6,000 บาท ใช้ประมาณ 4-8 Units
  • ถุงใต้ตา ราคาประมาณ 3,000-5,000 บาท ใช้ประมาณ 4-8 Units
  • ลำคอ ราคาประมาณ 7,000-15,000 บาท ใช้ประมาณ 30-50 Units
  • น่อง ราคาประมาณ 15,000-30,000 บาท ใช้ประมาณ 100-200 Units
  • ต้นแขน ราคาประมาณ 15,000-25,000 บาท ใช้ประมาณ 100-200 Units
  • ไหล่ ราคาประมาณ 12,000-25,000 บาท ใช้ประมาณ 80-120 Units
  • รักแร้ ราคาประมาณ 8,000-18,000 บาท ใช้ประมาณ 50-100 Units
  • ฝ่ามือ ราคาประมาณ 10,000-20,000 บาท ใช้ประมาณ 50-100 Units
  • หลังมือ ราคาประมาณ 4,000-8,000 บาท ใช้ประมาณ 16-32 Units.

* ราคาประมาณข้างต้น เป็นราคาโดยประมาณ ซึ่งการทำฉีดโบท็อกแต่ละคลินิกมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

ฉีดโบท็อก ยี่ห้อไหนดี

ฉีดโบท็อก ยี่ห้อไหนดี

การเลือกใช้สารลดเลือนริ้วรอย ให้ตอบโจทย์กับปัญหาผิวและความต้องการ ที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลนั้น มีตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพ ดังนี้

โบท็อก Allergan

ผลิตโดยบริษัท AbbVie มีจุดเด่นด้านความบริสุทธิ์และตัวยากระจายตัวได้แคบมาก ทำให้แพทย์ผู้ทำหัตถการ สามารถควบคุมตำแหน่งการฉีดเพื่อลดริ้วรอยเฉพาะจุดได้อย่างถูกต้อง พร้อมให้ผลลัพธ์ที่คงทนและเป็นธรรมชาติ

โบท็อก Dysport

จากบริษัท Galderma โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีโมเลกุลขนาดเล็ก ที่สามารถกระจายตัวได้กว้างกว่ายี่ห้ออื่น เหมาะสำหรับการฉีดในบริเวณพื้นที่กว้าง เช่น การลดน่อง การลดเหงื่อ หรือการยกกระชับใบหน้าแบบ Dermolift ที่ช่วยให้ผิวตึงกระชับและเห็นผลลัพธ์ได้ค่อนข้างรวดเร็ว

โบท็อก Xeomin

ผลิตโดยบริษัท Merz Aesthetics มีจุดเด่นที่ความบริสุทธิ์แบบ Pure Tox เนื่องจากไม่มีโปรตีนเจือปนที่ทำให้ร่างกายเกิดการต่อต้าน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการดื้อยาหรือฉีดแล้วไม่เห็นผล เหมาะสำหรับผู้ที่ฉีดติดต่อกันมาเป็นเวลานาน

โบท็อก Nabota

จากบริษัท Daewoong Pharmaceutical เป็นสารลดเลือนริ้วรอยที่มีความบริสุทธิ์ มีความคล้ายกับโปรแกรม Allergan เน้นการออกฤทธิ์ที่เห็นผลลัพธ์ค่อนข้างไว เหมาะสำหรับการใช้ปรับรูปหน้าเรียวและลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในราคาย่อมเยา

โบท็อก Aestox

ผลิตโดยบริษัท Hugel Inc. โดยมีการควบคุมคุณภาพให้มีความเสถียรและอ่อนโยนต่อกล้ามเนื้อ ให้ผลลัพธ์การขยับใบหน้าที่ดูละมุนเป็นธรรมชาติไม่แข็งทื่อจนเกินไป ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์ไว้เสมอ

โบท็อก Hugel

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากบริษัท Hugel Inc. ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน เนื่องจากให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ค่อนข้างชัดเจน ตัวยาออกฤทธิ์เร็วและราคาเข้าถึงง่าย ช่วยปรับรูปหน้าให้สวยคมชัดเจนยิ่งขึ้น

โบท็อก Botulax

ผลิตโดยบริษัท Hugel Inc. โดดเด่นในเรื่องการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามและน่องได้อย่างดี ช่วยให้สัดส่วนของใบหน้าและร่างกายดูเพรียวบางลง ตัวยามีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่คงทนคุ้มค่า

โบท็อก Neuronox

ผลิตโดยบริษัท Medytox Inc. มีโครงสร้างโมเลกุลที่คล้ายคลึงกับโปรแกรม Allergan ช่วยลดริ้วรอยและปรับรูปร่างกล้ามเนื้อให้เล็กลงได้อย่างเห็นผลชัดเจนและสามารถดูแลให้ปลอดภัยได้

การเตรียมตัวก่อนทำฉีดโบท็อก

เพื่อให้การทำหัตถการ เป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการฉีด การเตรียมความพร้อมของร่างกายถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่คุณไม่ควรละเลย ดังนี้

  • งดยาและอาหารเสริม : ควรงดกลุ่มยาแอสไพริน วิตามินอี หรือน้ำมันปลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อป้องกันอาการเลือดออกง่ายและลดการเกิดรอยเขียวช้ำหลังฉีด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดขยายตัวซึ่งส่งผลต่อความบวม
  • ตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้น : หากมีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มขั้นตอน
  • หลีกเลี่ยงการสครับผิว : งดการขัดผิว พีลลิ่งผิว หรือการทำโปรแกรมเลเซอร์บริเวณที่จะฉีดอย่างน้อย 3 วัน เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบก่อนการทำหัตถการ
  • เตรียมสภาพผิวให้สะอาด : ในวันนัดหมาย ควรล้างหน้าให้สะอาดและไม่ควรแต่งหน้าหนาจนเกินไป เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ในบริเวณที่จะฉีด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : ควรนอนหลับให้ครบ 8 ชั่วโมงและดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่พร้อมและช่วยให้ผิวฟื้นตัวหลังจากการฉีดได้ดียิ่งขึ้น

การดูแลตัวเองหลังทำฉีดโบท็อก

ผลลัพธ์ที่ดีและอยู่ได้นานนั้น ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ซึ่งจะช่วยให้ตัวยากระจายตัวและทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนี้

  • งดการนอนราบ : หลังฉีดทันทีควรหลีกเลี่ยงการนอนราบอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อส่วนที่ไม่ต้องการซึ่งอาจส่งผลเสียได้
  • งดความร้อนทุกชนิด : ควรหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า การตากแดดจัด หรือการทำโปรแกรมเลเซอร์ร้อนบริเวณใบหน้าเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนจะเข้าไปเร่งการสลายตัวของตัวยา
  • ห้ามกดหรือนวดผิว : หลีกเลี่ยงการนวดหน้า กดจุด หรือถูบริเวณที่ฉีดแรง ๆ ในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อให้สารที่ฉีดเข้าไปยังคงอยู่ในตำแหน่งที่แพทย์กำหนด
  • งดออกกำลังกายหนัก : ควรพักการออกกำลังกาย ที่ทำให้เหงื่อออกมากหรือต้องเกร็งกล้ามเนื้อใบหน้าแรง ๆ ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการไหลเวียนเลือดที่อาจทำให้ตัวยาเคลื่อนที่
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และอาหารหมักดองหลังทำอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เนื่องจากทำให้ผิวเกิดอาการบวมและอักเสบได้ง่ายขึ้นกว่าปกติ
  • ขยับกล้ามเนื้อตามคำแนะนำ : แพทย์อาจแนะนำให้ลองขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบา ๆ ในช่วง 1-2 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายเข้าสู่เส้นประสาทและกล้ามเนื้อได้ดี

ฉีดโบท็อกซ์ เจ็บไหม

หลายคนมักกังวลเรื่องความเจ็บในการฉีด แต่ในความเป็นจริงแล้วขั้นตอนการทำนั้นแทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลย เพราะเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กบวกกับ การประคบเย็นหรือใช้ยาชาช่วยบรรเทาความรู้สึกระหว่างทำได้ดี ช่วยให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกผ่อนคลายและไม่กังวลในขณะที่แพทย์กำลังดำเนินการ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากฉีดโบท็อก

แม้ว่าการฉีดโบท็อก จะเป็นหัตถการที่สามารถดูแลปลอดภัยได้ แต่ผลข้างเคียงเล็กน้อยก็อาจเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลและการดูแลตัวเองหลังทำ ได้แก่

  • รอยเขียวช้ำหรือบวม : อาจพบรอยแดงจากจุดเข็มหรือรอยช้ำเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติที่จะค่อย ๆ จางหายไปเองภายในระยะเวลาประมาณ 3-7 วัน
  • อาการปวดศีรษะ : บางรายอาจมีอาการปวดหัวตึบ ๆ หลังการฉีดริ้วรอยบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้วในช่วง 1-2 วันแรก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดทั่วไป
  • อาการหนังตาตกหรือคิ้วกระดก : หากตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่ต้องการ อาจทำให้เกิดอาการตาปรือหรือทรงคิ้วผิดรูปชั่วคราว ซึ่งต้องอาศัยเวลาเพื่อให้ตัวยาสลายไปเอง
  • ความรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด : ในช่วงแรกที่ตัวยาเริ่มออกฤทธิ์ อาจรู้สึกตึงผิวหรือแสดงสีหน้าได้ไม่ถนัดนัก ซึ่งอาการนี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่สองที่ตัวยาเริ่มคงที่
  • การแพ้สารประกอบ : แม้จะพบได้น้อยมาก แต่บางคนอาจมีอาการผื่นคันหรือหายใจลำบากหากแพ้ส่วนประกอบในตัวยา ซึ่งต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง

อันตรายจากฉีดโบท็อกปลอม

อันตรายจากฉีดโบท็อกปลอม

การเลือกใช้ฉีดโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐานหรือของปลอม ถือเป็นความเสี่ยงที่อันตรายอย่างยิ่งต่อร่างกาย เพราะนอกจากจะเห็นผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจนแล้ว ยังอาจนำไปสู่ปัญหาดื้อยา ซึ่งจะทำให้ในอนาคตคุณไม่สามารถใช้โปรแกรมโบท็อกซ์เพื่อเห็นผลได้อีกเลย นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการอักเสบ ติดเชื้อ หรือสารแปลกปลอมกระจายตัวไปยังอวัยวะสำคัญจนทำให้เกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อใบหน้าในระยะยาวได้

ฉีดโบท็อก ที่ไหนดี

การเลือกคลินิกฉีดโบท็อกให้สวยและลดความเสี่ยง ต้องพิจารณาจากมาตรฐานของสถานพยาบาลและประสบการณ์ของแพทย์เป็นสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและคุ้มค่า ดังนี้

  • ตรวจสอบใบอนุญาตคลินิก : สถานพยาบาลต้องมี ใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องและตั้งอยู่ในทำเลที่สะอาดน่าเชื่อถือ
  • ประสบการณ์ของแพทย์ : ควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อป้องกันปัญหาหน้าแข็งทื่อหรือตาตกหลังการรักษา
  • ผลิตภัณฑ์ต้องตรวจสอบได้ : คลินิกควรแกะกล่องโบท็อกให้ดูต่อหน้าและอนุญาตให้เราตรวจสอบเลข Lot Number ได้
  • รีวิวจากผู้ใช้จริง : ควรดูรีวิวที่เป็นภาพถ่ายหรือวิดีโอจากลูกค้าจริงที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่มีการแต่งภาพจนเกินจริง
  • การติดตามผลหลังการรักษา : คลินิกที่ดีควรมีการนัดหมายเพื่อติดตามผล หลังการฉีดประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • ราคาที่สมเหตุสมผล : ราคาที่ถูกจนผิดปกติ อาจเสี่ยงต่อการเจอโบท็อกปลอมหรือยาหิ้วที่เสื่อมสภาพซึ่งเป็นอันตราย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อกหนึ่งครั้งอยู่ได้นานแค่ไหน

โดยปกติผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของยาและสภาพผิวของแต่ละคน หากดูแลตัวเองดีและหลีกเลี่ยงความร้อนสะสมบนใบหน้า ก็จะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ถ้าหยุดฉีดโบท็อกแล้วหน้าจะเหี่ยวไหม

หน้าจะไม่เหี่ยวลงกว่าเดิมแน่นอน แต่กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติเหมือนก่อนเริ่มฉีด การฉีดต่อเนื่องยังช่วยป้องกันไม่ให้ริ้วรอยตื้น ๆ กลายเป็นร่องลึกถาวรในอนาคตได้อีกด้วย

คนท้องหรือให้นมบุตรฉีดโบท็อกได้ไหม

ทางการแพทย์ยังไม่มีงานวิจัยที่รับรอง สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร จึงขอแนะนำให้งดเว้นการฉีดไปก่อนจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาการให้นมเพื่อลดความเสี่ยงต่อลูกน้อย

ฉีดโบท็อกตั้งแต่อายุยังน้อยจะส่งผลเสียไหม

ไม่มีผลเสียในระยะยาว และยังเป็นการช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยถาวร ที่ยากจะแก้ไขเมื่ออายุมากขึ้น การเริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วัยรุ่น จะช่วยรักษาโครงสร้างผิวให้ดูอ่อนเยาว์และเต่งตึงได้นานกว่า

ถ้าฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผลเกิดจากสาเหตุใด

อาจเกิดจากปริมาณยามีน้อยเกิน ไปต่อกล้ามเนื้อส่วนนั้น หรือร่างกายมีภาวะดื้อยาโบท็อกเดิมอยู่แล้ว นอกจากนี้การใช้ยาปลอมที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง

หลังฉีดโบท็อกดื่มแอลกอฮอล์ได้ตอนไหน

ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมหรือช้ำ แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดซึ่งอาจส่งผลต่อการกระจายตัวของยาในบริเวณที่เพิ่งฉีดไป

สรุป

การทำฉีดโบท็อกให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและลดความเสี่ยง สิ่งที่สำคัญคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบได้ ควบคู่ไปกับการเข้ารับบริการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ นอกจากนี้การเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลหลังทำหัตถการ จะช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่และอยู่กับเราได้นานยิ่งขึ้น หากคุณให้ความสำคัญกับ มาตรฐานความสะอาดและความน่าเชื่อถือของคลินิก ผิวพรรณที่ดูอ่อนเยาว์และรูปหน้าที่เรียวกระชับตามที่ตั้งใจไว้ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Allergan Botox

Allergan Botox (อเมริกา) อยู่ได้นานแค่ไหน ฉีดจุดไหนได้บ้าง

Allergan Botox คือโบทูลินัมท็อกซินชนิด Botulinum Toxin Type A ที่พัฒนาโดยบริษัท Allergan ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา
Dysport Botox

Dysport Botox (ดิสพอร์ต) ดีไหม ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นอย่างไร

Dysport Botox เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการปรับรูปหน้าและลดเลือนริ้วรอย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ Dysport Botox คืออะไร
โบท็อกซ์ Neuronox

โบท็อกซ์ Neuronox คืออะไร ลดริ้วรอยลึกได้ไหม มีรุ่นไหนบ้าง

โบท็อกซ์ Neuronox คือหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนเริ่มมองหา เมื่อการบำรุงผิวด้วยสกินแคร์แบบเดิม อาจไม่สามารถจัดการกับปัญหาริ้วรอย
BTXA Botox

โบท็อกซ์ BTXA คืออะไร อันตรายไหม เหมาะกับปัญหาแบบไหนบ้าง

โบท็อกซ์ BTXA เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนนิยมใช้เพื่อช่วยดูแลเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังมีความกังวลใจ