กระ มีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร รักษาแบบไหนดี

หน้าแรก » สาระน่ารู้ » กระ มีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร รักษาแบบไหนดี
ว.23897
กระ มีกี่แบบ
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

หากรักษากระมานานแล้วไม่ดีขึ้น สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะกำลังรักษาไม่ตรงกับชนิดของกระที่เป็นอยู่ ก่อนเริ่มรักษา หมออยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจก่อนว่ากระมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร และวิธีรักษาที่เหมาะสมควรเป็นแบบไหน เพื่อให้วางแผนการดูแลผิวได้ถูกต้อง

กระ คืออะไร

กระ (Freckles หรือ Lentigines) คือ รอยสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม ที่เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ในผิวหนัง มักพบบริเวณที่โดนแสงแดดเป็นประจำ เช่น ใบหน้า แขน และไหล่ โดยมีทั้งชนิดที่เกิดจากพันธุกรรมและชนิดที่เกิดจากรังสี UV แม้กระจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่สามารถเข้มขึ้นเมื่อโดนแดดและส่งผลต่อความสม่ำเสมอของสีผิวได้

กระมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

กระมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

กระสามารถแบ่งได้ 4 ประเภทหลัก โดยแต่ละชนิดมีสาเหตุ ลักษณะ และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้

กระตื้น (Ephelides)

มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อน ขนาดเล็ก ขอบค่อนข้างชัด มักเกิดจากพันธุกรรมร่วมกับการสัมผัสแสงแดด สีจะเข้มขึ้นเมื่อโดนแดดและจางลงเมื่อหลีกเลี่ยงแสงแดด

กระแดด (Solar Lentigines)

เป็นจุดสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม ขนาดใหญ่กว่ากระตื้น มักพบในผู้ใหญ่ที่สะสมแสงแดดเป็นเวลานาน เช่น บริเวณใบหน้า หลังมือ และไหล่ โดยสีมักไม่จางลงเอง

กระลึก (Hori’s Nevus)

มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเทา เทาอมฟ้า หรือเทาเข้ม เกิดจากเม็ดสีอยู่ลึกในชั้นหนังแท้ มักพบบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง และรักษาได้ยากกว่ากระชนิดอื่น

กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)

เป็นตุ่มนูนหรือปื้นนูนสีน้ำตาลถึงดำ ผิวขรุขระคล้ายแปะติดบนผิวหนัง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิวตามอายุและพันธุกรรม ไม่ใช่ความผิดปกติของเม็ดสี จึงไม่ตอบสนองต่อเลเซอร์รักษาเม็ดสีเหมือนกระชนิดอื่น

กระ เกิดจากอะไรบ้าง

หมอขออธิบายสาเหตุที่ทำให้เกิดกระ ซึ่งมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้

  • แสงแดดและรังสี UV กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินมากกว่าปกติ
  • พันธุกรรม หากคนในครอบครัวเป็นกระ มีโอกาสเกิดได้มากขึ้น
  • อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีสะสมจนเกิดกระบางชนิด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์หรือใช้ฮอร์โมน
  • การใช้ยาหรือสารที่ทำให้ผิวไวต่อแสง ทำให้ผิวตอบสนองต่อรังสี UV มากขึ้น
  • มลภาวะและอนุมูลอิสระ อาจเร่งการเสื่อมของผิวและกระตุ้นการเกิดเม็ดสี
  • การละเลยการทาครีมกันแดด ทำให้กระเดิมเข้มขึ้นและเกิดกระใหม่ได้

ตำแหน่งที่กระขึ้นบ่อย มีจุดไหนบ้าง

หมอพบว่ากระมักเกิดในบริเวณที่สัมผัสแสงแดดเป็นประจำ โดยเฉพาะตำแหน่งต่อไปนี้

  • โหนกแก้ม เป็นตำแหน่งที่พบกระได้บ่อยที่สุด
  • สันจมูก รับแสงแดดโดยตรงจึงเกิดกระได้ง่าย
  • แก้มด้านข้าง มักพบกระกระจายทั้งสองข้างของใบหน้า
  • หน้าผาก เป็นบริเวณที่โดนรังสี UV ได้ตลอดวัน
  • ขมับ พบได้บ่อยในผู้ที่ออกแดดเป็นประจำ
  • รอบดวงตา โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาด้านนอก
  • ริมฝีปากบน อาจพบกระตื้นหรือเม็ดสีสะสมได้
  • คาง พบได้ในบางรายที่สัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน
  • คอและลำคอ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ทาครีมกันแดดบริเวณนี้
  • หลังมือ เป็นตำแหน่งนอกใบหน้าที่พบกระแดดได้บ่อยจากการโดนแสงแดดสะสม

กระ vs ฝ้า ต่างกันอย่างไร

กระ vs ฝ้า ต่างกันอย่างไร

หมอแนะนำให้สังเกตความแตกต่างระหว่างกระและฝ้า เพราะแม้จะเป็นปัญหาเม็ดสีเหมือนกัน แต่สาเหตุ ลักษณะ และแนวทางการรักษาแตกต่างกัน ดังนี้

หัวข้อ กระ ฝ้า
ลักษณะ เป็นจุดสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม ขนาดเล็ก ขอบชัด เป็นปื้นสีน้ำตาลหรือเทา ขอบไม่คมชัด
ขนาด เม็ดเล็ก กระจายเป็นจุด ปื้นใหญ่ เชื่อมต่อกันได้
ตำแหน่ง โหนกแก้ม จมูก หน้าผาก หลังมือ โหนกแก้ม หน้าผาก เหนือริมฝีปาก คาง
สาเหตุหลัก แสงแดด รังสี UV และพันธุกรรม ฮอร์โมน แสงแดด และปัจจัยทางพันธุกรรม
การเปลี่ยนแปลง สีเข้มขึ้นเมื่อโดนแดด เข้มขึ้นจากแดดและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
โอกาสกลับมาเป็นซ้ำ เป็นซ้ำได้หากไม่ป้องกันแสงแดด มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยกระตุ้น

วิธีรักษากระด้วยวิธีธรรมชาติ มีอะไรบ้าง

การรักษากระด้วยวิธีธรรมชาติเป็นทางเลือกที่ช่วยให้กระจางลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเน้นการใช้สารสกัดจากพืชผักผลไม้ที่มีฤทธิ์ช่วยผลัดเซลล์ผิว ดังนี้

  • เจลว่านหางจระเข้ช่วยลดเม็ดสีและเพิ่มความชุ่มชื้น
  • น้ำมะนาวช่วยผลัดเซลล์ผิวให้รอยดูจางลง
  • หอมแดงช่วยลดรอยดำด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ
  • มะเขือเทศช่วยบำรุงผิวให้ขาวใสและแข็งแรง
  • ทานาคาผสมน้ำผึ้งช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

วิธีรักษากระด้วยเวชสำอาง มีอะไรบ้าง

หมอขอรวบรวมส่วนผสมสำคัญในเวชสำอาง ที่ช่วยลดเลือนกระอย่างมีประสิทธิภาพมา ดังนี้

  • สารกลุ่มไทอามิดอลและอัลฟ่าอาร์บูติน ช่วยยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสีเมลานินโดยตรง
  • วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสพร้อมลดความเข้มของจุดด่างดำ
  • ไนอะซินาไมด์หรือวิตามินบีสาม ช่วยลดการส่งผ่านเม็ดสีขึ้นมาสู่ผิวชั้นบน
  • กรดผลไม้ AHA และ LHA ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำให้หลุดออก
  • เรตินอลหรืออนุพันธ์วิตามินเอ ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาทดแทนผิวเดิม
  • ครีมกันแดด Broad Spectrum SPF50+ PA++++ ป้องกันรังสี UV ไม่ให้กระเข้มขึ้นหรือกลับมาใหม่

หัตถการรักษากระ มีอะไรบ้าง

หากคุณกำลังมองหาวิธีบอกลาปัญหากระกวนใจ การปรึกษาหมอเพื่อเลือกหัตถการที่เหมาะสมคือสิ่งสำคัญสู่ผิวหน้ากระจ่างใส ดังนี้

Pico Laser

Pico Laser ใช้พลังงานแสงความถี่สูงแตกตัวเม็ดสีให้เป็นอนุภาคขนาดเล็กเพื่อให้ร่างกายกำจัดออกได้ง่าย ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างรวดเร็ว เจ็บน้อย และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวเรียบเนียนไปพร้อมกัน

Q-Switched Laser

เน้นการทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติในชั้นผิวอย่างเฉพาะเจาะจง เหมาะสำหรับกระตื้นและกระลึก หลังทำอาจมีสะเก็ดบางๆ ประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่ช่วยให้รอยดำจางลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อแผลหลุดลอก

Sylfirm X Plus

Sylfirm X Plus คลื่นวิทยุเข็มไมโคร (Microneedle RF) ที่ช่วยทำลายเม็ดสีผิดปกติ พร้อมตัดวงจรการเกิดกระซ้ำด้วยการฟื้นฟูชั้นผิวให้แข็งแรง นอกจากจะช่วยลดเลือนรอยดำแล้ว ยังช่วยยกกระชับผิวและกระชับรูขุมขนให้ดูเรียบเนียน

IPL (Intense Pulsed Light)

เป็นการใช้คลื่นแสงความเข้มข้นสูงช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและลดเลือนรอยดำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระตื้นกระจายทั่วใบหน้า โดยไม่มีแผลหลังทำและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peel)

ใช้กรดทางการแพทย์ผลัดเซลล์ผิวชั้นบนที่มีเม็ดสีสะสมให้หลุดออก ช่วยให้กระตื้นดูจางลงพร้อมกระตุ้นการเกิดเซลล์ผิวใหม่ที่กระจ่างใสและเรียบเนียนกว่าเดิม

การจี้เย็น (Cryotherapy)

ใช้ไนโตรเจนเหลวที่มีความเย็นจัดจี้บริเวณที่ เป็นกระแดดหรือกระเนื้อให้หลุดลอก เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการทำลายเซลล์ผิวที่ผิดปกติ โดยใช้เวลาในการรักษาสั้นและได้ผลชัดเจน

การจี้ไฟฟ้า (Electrocautery)

ใช้ความร้อนจากกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กจี้ทำลายเนื้อเยื่อส่วนเกินที่เป็นกระเนื้อ ช่วยให้กระที่มีลักษณะนูนเรียบเนียนไปกับผิวได้ทันทีหลังทำและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในจุดเดิม

กระแต่ละแบบรักษาอย่างไร วิธีไหนเห็นผลดี

การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของกระที่เป็นอยู่ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูดีและไม่ทิ้งรอยดำหลังทำ ดังนี้

ประเภทกระ ลักษณะของกระ วิธีรักษาที่แนะนำ
กระตื้น จุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ กระจายทั่วหน้า ยิ่งโดนแดดยิ่งเข้ม Pico Laser, IPL, Chemical Peel
กระลึก จุดสีเทาหรือน้ำเงินเข้ม มักอยู่บริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง Pico Laser, Q-Switched
กระลึก ดวงสีน้ำตาล ขอบชัด มักเกิดในผู้ใหญ่ที่โดนแดดสะสม Pico Laser, Sylfirm X Plus, Q-Switched
กระเนื้อ ดวงสีน้ำตาล ขอบชัด มักเกิดในผู้ใหญ่ที่โดนแดดสะสม Co2 Laser, การจี้ไฟฟ้า, การจี้เย็น

รักษากระกี่ครั้งจึงเริ่มเห็นผล ต้องทำซ้ำกี่ครั้ง

ระยะเวลาและจำนวนครั้งในการรักษา ขึ้นอยู่กับชนิดและความลึกของกระ ดังนี้

  • กระตื้นและกระแดด : มักเริ่มเห็นผลว่าจางลงใน 1-2 ครั้งแรก ทั้งนี้แนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง (ห่างกันทุก 2-4 สัปดาห์)
  • กระลึก : เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำประมาณ 3-4 ครั้ง ควรทำต่อเนื่อง 5-8 ครั้งขึ้นไป (ห่างกันทุก 4-6 สัปดาห์)
  • กระเนื้อ : สามารถกำจัดตุ่มนูนออกได้หมดตั้งแต่ 1-2 ครั้งแรก

วิธีป้องกันไม่ให้กระกลับมาเป็นซ้ำ

แม้ว่าจะทำหัตถการรักษากระจนจางลงแล้ว แต่แสงแดดและมลภาวะยังคงเป็นตัวกระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินผลิตซ้ำได้ ดังนี้

  • ทาครีมกันแดดทุกวันใช้ SPF 50+ PA++++ และควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด สวมหมวก ปีกกว้าง หรือกางร่มเมื่ออยู่นอกอาคาร
  • บำรุงผิวให้แข็งแรง ใช้สกินแคร์กลุ่ม Whitening หรือ Anti-oxidant เพื่อยับยั้งการผลิตเม็ดสีใหม่
  • การถูหรือขัดผิวแรง ๆ การรบกวนผิวหน้าด้วยความรุนแรง อาจทำให้ผิวเกิดการอักเสบ

รักษากระที่ APEX มีอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่

ที่ APEX มีเทคโนโลยีดูแลและรักษากระหลากหลายรูปแบบที่ดูแลโดยแพทย์ โดยมีรายละเอียดและอัตราค่าบริการเริ่มต้น ดังนี้

  • Pico Laser : ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,000-7,000 บาทต่อครั้ง
  • Sylfirm X Plus : ราคาเริ่มต้นประมาณ 9,900-15,900 บาทต่อครั้ง
  • Co2 Laser : ราคาประมาณ 300-1,000 บาทต่อจุด (ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวน)

FAQ กระ

เลเซอร์กระแล้วหน้าจะบางไหม

การเลเซอร์ด้วยเครื่องที่มาตรฐานโดยแพทย์ ไม่ได้ทำให้หน้าบางลง แต่เป็นการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างคอลลาเจนใหม่ อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกหลังทำผิวจะไวต่อแสง จึงต้องเน้นทากันแดดเป็นพิเศษ

กระลึกสามารถรักษาให้หายขาดได้ไหม

กระลึกรักษายากกว่ากระตื้น แต่สามารถทำให้จางลงได้มากจนแทบมองไม่เห็นด้วย Pico Laser แต่อาจต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่าปกติ

หลังเลเซอร์กระ ต้องพักหน้านานแค่ไหน

หากเป็นเลเซอร์แบบมีสะเก็ด (เช่น Q-Switched หรือ Co2) จะใช้เวลาประมาณ 5-7 วันเพื่อให้สะเก็ดหลุดออกเอง ห้ามแกะเกาโดยเด็ดขาด

รักษากระด้วยเลเซอร์ เจ็บไหม

ระหว่างทำจะรู้สึกคล้ายยางวงดีดเบา ๆ บนผิว สำหรับหัตถการที่ต้องใช้พลังงานสูงหรือจี้กระเนื้อ ทางคลินิกจะมีการแปะยาชาให้ก่อนทำประมาณ 30 – 45 นาที ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและไม่เจ็บ

สรุป

การรักษากระให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน จำเป็นต้องวิเคราะห์แยกชนิดของกระให้ถูกต้องก่อนเลือกวิธีรักษา ไม่ว่าจะเป็นกระตื้น กระแดด กระลึก หรือกระเนื้อ ซึ่งการใช้เทคโนโลยีอย่าง Pico Laser, Sylfirm X Plus หรือ CO2 Laser จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงสาเหตุและฟื้นฟูผิวให้กลับมากระจ่างใส

แชร์บทความ
พญ.ศิริรัตน์ พูลทรัพย์ (หมอยุ่ง)
ว.23897
บทความโดย พญ.ศิริรัตน์ พูลทรัพย์ (หมอยุ่ง)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
Emsculpt NEO

Emsculpt NEO ช่วยลดไขมันและเสริมกล้ามเนื้อ เหมาะกับใครบ้าง

Emsculpt NEO เป็นเทคโนโลยีดูแลรูปร่างที่ใช้พลังงาน HIFEM+ ร่วมกับคลื่น RF เพื่อช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อและลดไขมันเฉพาะจุด
วิธีลดรอยสิว

16 วิธีลดรอยสิว รอยแดง รอยดำ เลือกยังไงให้รอยจางไวขึ้น

วิธีลดรอยสิวมีค่อนข้างเยอะเลย ทั้งครีม ยาทา เลเซอร์ ไปจนถึงหัตถการ แต่สิ่งที่หมออยากให้เช็กก่อนคือ รอยที่เห็นเป็นรอยสีหรือผิวเป็นหลุมไปแล้ว
Ultra Bright Treatment

Ultra Bright Treatment ทรีทเม้นท์หน้าใส ฟื้นผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส ที่ APEX

ผิวดูหมอง แห้ง แต่งหน้าไม่ค่อยติด หรือรู้สึกว่าทาครีมเป็นประจำแต่ผิวยังดูไม่สดใส อาจลองเสริมการดูแลด้วย Ultra Bright Treatment จาก APEX
วิธีกระตุ้นคอลลาเจน

รวม 12 วิธีกระตุ้นคอลลาเจน ผิวหย่อน ริ้วรอยถามหา ควรเลือกแบบไหนดี

พอเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เด้งเหมือนเดิม ริ้วเล็ก ๆ ชัดขึ้น หรือกรอบหน้าเริ่มไม่คม หลายคนจะนึกถึงการกระตุ้นคอลลาเจนเป็นอย่างแรก