ปลูกผมพลาสม่า PRP คืออะไร เห็นผลเมื่อไหร่ เหมาะกับใครบ้าง

หน้าแรก » Hair » ปลูกผมพลาสม่า PRP คืออะไร เห็นผลเมื่อไหร่ เหมาะกับใครบ้าง
ปลูกผมพลาสม่า PRP
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ปลูกผมพลาสม่า PRP เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีฟื้นฟูเส้นผมที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงหรือผมบาง โดยใช้สารจากเลือดของตัวเองมาช่วยกระตุ้นรากผมให้กลับมาแข็งแรงและงอกใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่า PRP คืออะไร เห็นผลเมื่อไหร่ และเหมาะกับใครบ้าง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจดูแลเส้นผมได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ปลูกผมพลาสม่า PRP คืออะไร

ปลูกผมพลาสม่า PRP คือ การนำเลือดตัวเองมาปั่นแยกสกัดเอาเกล็ดเลือดเข้มข้นที่มีโปรตีน Growth Factor แล้วฉีดกลับเข้าสู่หนังศีรษะเพื่อกระตุ้นเซลล์รากผมให้แข็งแรงและซ่อมแซมส่วนที่เสื่อมสภาพ ช่วยลดปัญหาผมหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ และทำให้เส้นผมหนาขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

ปลูกผมพลาสม่า PRP หลักการงาน

ปลูกผมพลาสม่า PRP มีหลักการงานอย่างไร

การฟื้นฟูเส้นผมด้วยเทคนิคปลูกผมพลาสม่า PRP เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กลไกการซ่อมแซมตัวเองของร่างกายเพื่อฟื้นบำรุงลึกถึงรากผม ดังนี้

  • สกัดเกล็ดเลือดเข้มข้น : นำเลือดของตัวเองมาปั่นแยกส่วนประกอบ เพื่อให้ได้เกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้น
  • ฉีดกระตุ้นรากผม : นำพลาสม่าที่ได้มาฉีดเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรง เพื่อซ่อมแซมเซลล์ที่ฝ่อตัวให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น
  • กระตุ้น Growth Factor : สารในเกล็ดเลือดจะทำหน้าที่เร่งการแบ่งตัวของเซลล์รากผม และเพิ่มการไหลเวียนเลือด
  • เพิ่มความหนาและแข็งแรง : ช่วยให้เส้นผมที่งอกใหม่นแข็งแรงกว่าเดิมและลดอัตราการหลุดร่วง

ปลูกผมพลาสม่า PRP ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

การทำปลูกผมพลาสม่า PRP เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ ในการแก้ไขปัญหาผมบางในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ช่วยคืนความมั่นใจด้วยการฟื้นฟูรากผมให้กลับมาแข็งแรง ดังนี้

  • แก้ปัญหาผมบาง : ช่วยกระตุ้นให้เส้นผมที่เล็กลงกลับมาหนาและมีน้ำหนักมากขึ้น
  • ลดการหลุดร่วง : เสริมความแข็งแรงให้รากผมยึดเกาะหนังศีรษะได้ดีขึ้นกว่าเดิม
  • ฟื้นฟูรากผมฝ่อ : กระตุ้นเซลล์รากผมที่เริ่มทำงานน้อยลงให้กลับมาผลิตเส้นผมได้ตามปกติ
  • เร่งผมยาวเร็ว : สารอาหารในเกล็ดเลือดช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตทำให้ผมยาวไวขึ้น
  • ตัวช่วยดูแลหลังปลูกผม : ช่วยให้กราฟผมที่ปลูกใหม่ติดทนและแผลหายเร็วขึ้นหลังผ่าตัด

จุดเด่นของการปลูกผมพลาสม่า PRP

การเลือกทำปลูกผมพลาสม่า PRP นิยมในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาเส้นผมเพราะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ โดดเด่นด้วยการใช้สารสกัดเข้มข้นจากร่างกายตนเอง เพื่อซ่อมแซมรากผมโดยไม่ต้องผ่าตัด ดังนี้

  • ผลข้างเคียงต่ำ : เนื่องจากใช้เลือดของตัวเองจึงไม่เสี่ยงต่ออาการแพ้หรือการต่อต้านจากร่างกาย
  • ไม่ต้องพักฟื้น : เป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นานและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้หลังทำ
  • ผลลัพธ์ธรรมชาติ : ช่วยให้เส้นผมดูหนาขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและกลมกลืนกับเส้นผมเดิม
  • เจ็บน้อย : ใช้เพียงเข็มขนาดเล็กฉีดเข้าที่หนังศีรษะจึงไม่สร้างความกังวลให้ผู้เข้ารับบริการ
  • ทำควบคู่ได้ : สามารถใช้ร่วมกับการรักษาแบบอื่น หรือการปลูกผมถาวรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่ดี

ปลูกผมพลาสม่า PRP เหมาะกับใครบ้าง

ปลูกผมพลาสม่า PRP เหมาะกับใครบ้าง

การฉีด PRP เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมเริ่มบางแต่ยังมีรากผมหลงเหลืออยู่ โดยต้องการฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาหนาและแข็งแรง เป็นวิธีการบำรุงที่ตอบโจทย์คนที่ไม่ต้องการผ่าตัด ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผมบางระยะแรก : ช่วยชะลอการหลุดร่วงและกระตุ้นเส้นผมที่เล็กลงให้กลับมาหนาขึ้น
  • ผู้ที่มีกรรมพันธุ์ผมบาง : ช่วยรักษาความแข็งแรงของรากผมเดิม ไม่ให้หลุดร่วงไปตามอายุ
  • ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด : ตอบโจทย์คนที่กังวลเรื่องแผลผ่าตัด หรือไม่อยากเสียเวลาพักฟื้นนาน
  • ผู้ที่เพิ่งผ่านการปลูกผม : ช่วยให้รากผมใหม่ติดไวขึ้น และช่วยสมานแผลหลังผ่าตัดให้หายเร็ว
  • ผู้ที่มีเส้นผมลีบแบน : ช่วยเพิ่มขนาดเส้นผมให้แข็งแรง มีน้ำหนัก และดูดกดำขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น : เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลเส้นผมแต่มีเวลาน้อยและต้องทำงานต่อทันที

ปลูกผมพลาสม่า PRP ไม่เหมาะกับใครบ้าง

การปลูกผมพลาสม่า PRP มีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่มีเงื่อนไขสุขภาพบางประการ เพื่อให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดีและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเสมอ ดังนี้

  • ผู้ที่มีเกล็ดเลือดต่ำ : มีภาวะเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติหรือโรคที่เกี่ยวกับเลือดรุนแรง
  • ผู้ที่มีแผลอักเสบ : บริเวณหนังศีรษะมีการติดเชื้ออักเสบเป็นหนองหรือเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็ง : โดยเฉพาะมะเร็งในกระแสเลือดหรือมะเร็งที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการรักษา
  • ผู้ที่มีภาวะตับอักเสบ : มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อคุณภาพของพลาสม่าในร่างกาย
  • ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง : กลุ่มโรคในระบบภูมิคุ้มกันที่อาจส่งผลต่อการสมานแผล
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ : กำลังให้นมบุตรควรเลื่อนการทำออกไปก่อนเพื่อการดูแลให้ปลอดภัย

ปลูกผมพลาสม่า PRP เห็นผลเมื่อไหร่

ผลลัพธ์ของปลูกผมพลาสม่า PRP จะเริ่มสังเกตเห็นการลดลงของผมร่วงได้ตั้งแต่การทำครั้งที่ 1-2 โดยเส้นผมใหม่จะดูหนาและแข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อทำต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้งขึ้นไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของรากผมและการเจริญเติบโตมักจะเห็นผลได้เต็มที่ในช่วง 3-6 เดือนหลังเริ่มรักษา

ปลูกผมพลาสม่า PRP กี่ครั้งถึงเห็นผลชัด

การทำปลูกผมพลาสม่า PRP จะเริ่มเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เมื่อทำต่อเนื่องตั้งแต่ 3-4 ครั้งขึ้นไป โดยผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับสภาพรากผมเดิมและการกระตุ้นของแต่ละบุคคล ดังนี้

  • ครั้งที่ 1-2 : สังเกตเห็นว่าจำนวนการหลุดร่วงของเส้นผม เริ่มลดน้อยลงและหนังศีรษะดูสุขภาพดีขึ้น
  • ครั้งที่ 3-4 : เส้นผมเดิมเริ่มมีความหนาและแข็งแรงขึ้น รวมถึงเริ่มเห็นไรผมใหม่งอกในบริเวณที่บาง
  • ระยะเห็นผลชัด : การเปลี่ยนแปลงที่ดีจะเห็นได้ในช่วง 3-6 เดือนหลังเริ่มเข้ารับการรักษา

ปลูกผมพลาสม่า PRP เจ็บไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่

การทำปลูกผมพลาสม่า PRP มีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อยในขณะฉีด และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องพักฟื้น เนื่องจากเป็นหัตถการกึ่งการแพทย์ที่ไม่ใช่การผ่าตัดและใช้เพียงเข็มขนาดเล็กจึงไม่ได้เจ็บมาก

การดูแลตัวเองก่อนปลูกผมพลาสม่า PRP

การเตรียมตัวก่อนทำปลูกผมพลาสม่า PRP ควรวางแผนเข้ารับบริการต่อเนื่องอย่างน้อย 3-4 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ และควรดูแลร่างกายให้พร้อมจะช่วยให้เกล็ดเลือดมีความเข้มข้นในการฟื้นฟูรากผม ดังนี้

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ : ควรดื่มน้ำสะอาดประมาณ 1.5-2 ลิตรในวันที่จะทำเพื่อป้องกันเลือดหนืดเกินไป
  • งดยาและอาหารเสริม : กลุ่มที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดเช่น แอสไพริน วิตามินอี หรือน้ำมันปลา 1 สัปดาห์
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ : ควรงดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนทำ เพราะส่งผลกระทบต่อคุณภาพของเกล็ดเลือด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : ควรนอนหลับให้ครบ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการสกัดพลาสม่า
  • สระผมให้สะอาด : ทำความสะอาดหนังศีรษะให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับบริการและงดการใช้สารเคมีรุนแรง
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ : เน้นผักใบเขียวและโปรตีน เพื่อช่วยเสริมสร้างคุณภาพของเลือดและเซลล์รากผม

ขั้นตอนการทำปลูกผมพลาสม่า PRP เป็นอย่างไร

การทำปลูกผมพลาสม่า PRP เป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่นาน แต่ละขั้นตอนจะเน้นการดูแลให้ปลอดภัยและความสะอาด เพื่อให้ได้พลาสม่าที่มีคุณภาพในการกระตุ้นรากผม ดังนี้

  • เจาะเลือด : นำเลือดจากข้อพับแขนในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อนำไปสกัดแยกเกล็ดเลือดเข้มข้น
  • ปั่นแยกพลาสม่า : ใช้เครื่องเหวี่ยงสารความเร็วสูงเพื่อแยกเกล็ดเลือดที่มีความสมบูรณ์และมีสารบำรุง
  • ทำความสะอาดหนังศีรษะ : เช็ดฆ่าเชื้อบริเวณที่ต้องการรักษา และอาจมีการประคบเย็นเพื่อลดความรู้สึก
  • ฉีดพลาสม่า : แพทย์นำเกล็ดเลือดเข้มข้นฉีดเข้าสู่ชั้นหนังศีรษะ บริเวณที่มีปัญหาผมบางโดยตรง
  • นวดกระตุ้น : คลึงบริเวณที่ฉีดเบา ๆ เพื่อให้พลาสม่ากระจายตัวเข้าสู่รากผมได้อย่างทั่วถึง

การดูแลตัวเองหลังปลูกผมพลาสม่า PRP

การดูแลตัวเองหลังปลูกผมพลาสม่า PRP อย่างถูกวิธี จะช่วยให้เกล็ดเลือดทำงานได้เต็มที่และลดความเสี่ยง ของการระคายเคืองหนังศีรษะดังนี้

  • งดสระผม : ควรหลีกเลี่ยงการสระผมอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อให้พลาสม่าซึมเข้าสู่รากผมได้ดี
  • หลีกเลี่ยงความร้อน : งดการใช้ไดร์เป่าผมร้อน การซาวน่า หรือตากแดดจัดในช่วง 2-3 วันแรก
  • งดเกาหรือสัมผัส : หลีกเลี่ยงการเกาหรือแกะเกาหนังศีรษะบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรืออักเสบ
  • งดออกกำลังกายหนัก : หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังรับบริการ
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ : ควรงดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2-3 วันเพื่อการฟื้นฟูที่ดี
  • ดื่มน้ำสะอาด : ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี และส่งสารอาหารไปเลี้ยงรากผม

ปลูกผมพลาสม่า PRP ราคาเท่าไหร่

ราคาของการทำปลูกผมพลาสม่า PRP แตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีการสกัด โดเริ่มต้นที่ประมาณ 3,500 บาทต่อครั้ง การซื้อเป็นแพ็กเกจ 3-5 ครั้ง มักจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำเพียงครั้งเดียว ดังนี้

  • ราคาต่อครั้ง : ประมาณ 3,500-8,000 บาท ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและอุปกรณ์ที่ใช้
  • ราคาแบบคอร์ส : สำหรับการทำ 3-5 ครั้ง ราคาประมาณ 10,000-25,000 บาท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปลูกผมพลาสม่า PRP

ปลูกผมพลาสม่า PRP ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์มักอยู่ได้นาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแล ควรกลับมาทำซ้ำทุก 6-12 เดือนเพื่อคงสภาพผมหนา

ถ้าหัวล้านไปแล้วปลูกผมพลาสม่า PRP ช่วยได้ไหม

หากรากผมฝ่อจนเรียบเนียนไม่มีรูขุมขนแล้ว PRP จะไม่เห็นผล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อปลูกผมถาวรแทน

หลังทำมีรอยบวมหรือรอยช้ำนานไหม

อาจมีอาการตึงหรือรอยเข็มเล็กน้อยในช่วง 1-2 วันแรก และจะหายไปเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพักฟื้น

ปลูกผมพลาสม่า PRP ออกกำลังกายหลังทำได้ทันทีไหม

ควรงดออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่เหงื่อออกมากใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดโอกาสการอักเสบและติดเชื้อ

สรุป

ปลูกผมพลาสม่า PRP คือการใช้เกล็ดเลือดตัวเองกระตุ้นรากผมให้แข็งแรงและหนาขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางระยะแรกหรือต้องการเร่งผมงอกใหม่ เห็นผลชัดเจนเมื่อทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง เป็นวิธีที่เจ็บน้อยและไม่ต้องพักฟื้น โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีในช่วง 3-6 เดือน

แชร์บทความ
พญ.ปรณีย์ ฉัตรธานี (หมอเอิง)
ว.57758
บทความโดย พญ.ปรณีย์ ฉัตรธานี (หมอเอิง)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปลูกผม FUE

ปลูกผม FUE คืออะไร พักฟื้นนานไหม เหมาะกับใครบ้าง

ปลูกผม FUE คือหัตถการที่ช่วยเสริมความมั่นใจ สำหรับคนที่กำลังเผชิญปัญหาแนวผมร่นหรือศีรษะล้าน ซึ่งหลายครั้งก็กลายเป็นต้นเหตุของความประหม่าเวลาเข้าสังคม
Exosome Hair

Exosome Hair คืออะไร ช่วยฟื้นฟูผมบาง ผมร่วงได้จริงไหม

Exosome Hair กู้ความมั่นใจและสุขภาพเส้นผม ด้วยเทคโนโลยีฟื้นฟูระดับเซลล์ที่ใช้สารสกัดจากสเต็มเซลล์เข้ามากระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม
Hair Stem Micro Transplant

Hair Stem Micro Transplant คืออะไร เจ็บไหม แก้ปัญหาผมบางได้อย่างไร

Hair Stem Micro Transplant เป็นการปลูกผมที่ช่วยแก้ปัญหาผมบาง ผมร่วง และศีรษะล้านได้อย่างถูกจุด โดยใช้เทคโนโลยีสเต็มเซลล์จากรากผม
ปลูกผมเทคนิคแขนกล

ปลูกผมเทคนิคแขนกล คืออะไร แตกต่างจากปลูกผมวิธีอื่นอย่างไร

ปลูกผมเทคนิคแขนกล เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมในการแก้ปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน โดยใช้ระบบแขนกลช่วยย้ายเซลล์รากผม