HIFU (ไฮฟู่) เป็นเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้เพื่อการยกกระชับ และกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามกลไกธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง แต่ก่อนจะตัดสินใจ ควรประเมินสภาพผิวและตรวจสอบความเหมาะสมของปัญหาว่าตอบโจทย์กับตัวเครื่องมากน้อยเพียงใด ซึ่งเราพาไปเจาะลึกข้อมูล พร้อมสรุปเช็กลิสต์ว่ากลุ่มอาการแบบไหนที่เหมาะกับการทำหัตถการนี้
HIFU คืออะไร
HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) คือเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ ส่งผ่านพลังงานไปยังชั้นเนื้อเยื่อพังผืด (SMAS) เพื่อกระตุ้นการเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยในการยกกระชับผิวและลดความหย่อนคล้อย ในระดับเบื้องต้นถึงปานกลางโดยไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรมหรือใช้เข็ม
เครื่อง HIFU ทำงานอย่างไร
เทคโนโลยี HIFU ทำงานโดยการส่งผ่านคลื่นอัลตราซาวด์ลงลึกสู่ชั้นเนื้อเยื่อพังผืดหรือชั้น SMAS ในลักษณะของจุดพลังงานขนาดเล็ก ซึ่งพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังในชั้นต่าง ๆ เกิดการหดตัว และยังกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย
HIFU ช่วยอะไรได้บ้าง
ด้วยหลักการทำงานของคลื่นอัลตราซาวด์จากเครื่อง HIFU ที่ส่งผ่านพลังงานลงถึงชั้นที่ต้องการ จึงช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในได้ จึงสามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาผิวพรรณที่หลากหลาย เช่น
- ยกกระชับใบหน้าและลำคอ : แก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม กรอบหน้า และใต้คาง
- ลดเลือนริ้วรอย : กระตุ้นคอลลาเจนช่วยให้ริ้วรอยร่องตื้นบริเวณหางตา และหน้าผากดูจางลง
- ปรับภาพรวมใบหน้าให้ดูเรียว : ช่วยให้แนวกรามคมชัด และดูเรียวขึ้นจากการหดตัวของชั้นเนื้อเยื่อ
- ฟื้นฟูความยืดหยุ่นผิว : เพิ่มการสร้างอีลาสติน ช่วยให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้นจากภายใน
- ยกคิ้วและหางตา : ช่วยดึงรั้งเนื้อเยื่อบริเวณเหนือดวงตาให้ดูสดใสและไม่ตกจนทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า
HIFU ทำแล้วหน้าเรียวจริงไหม
HIFU มีส่วนช่วยในการยกกระชับชั้นเนื้อเยื่อ SMAS และลดความหย่อนคล้อยของผิวพรรณ ซึ่งส่งผลทางอ้อมให้กรอบหน้าดูชัดเจนและผิวดูตึงกระชับขึ้น อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ในด้านการปรับให้หน้าดูเรียวเล็กลงนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบุคคล เช่น ปริมาณไขมันสะสม โครงสร้างกระดูก และความยืดหยุ่นของผิวหนังในบริเวณที่ทำหัตถการ
หมายเหตุ : การประเมินสภาพปัญหาโดยละเอียดจากแพทย์ก่อนทำ HIFU จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผู้รับบริการมีความเข้าใจในผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริงและตรงตามเป้าหมาย
HIFU มีหัวขนาดไหนบ้าง
การทำ HIFU ถูกออกแบบให้มีหัวส่งพลังงานหลากหลายขนาด เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกใช้ระดับความลึกที่เหมาะสมกับชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณได้อย่างเหมาะสม โดยมีรายละเอียดระดับความลึกดังนี้
- หัวความลึก 1.5 mm : เน้นส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ส่วนบน ช่วยลดริ้วรอยร่องตื้น และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น
- หัวความลึก 3.0 mm : ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมันและเนื้อเยื่อชั้นกลาง ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อลดความหย่อนคล้อยและกระชับรูขุมขน
- หัวความลึก 4.5 mm : ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นพังผืดที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อยกกระชับโครงสร้างผิว ช่วยให้ใบหน้าดูมีกรอบคมชัด
- หัวความลึก 6 mm / 9 mm / 13 mm : เป็นหัวระดับลึกที่มักใช้สำหรับกระชับสัดส่วนบนร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หรือหน้าท้อง
เครื่อง HIFU ที่พบบ่อย
ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ มาประยุกต์ใช้เพื่อการดูแลผิวพรรณอย่างแพร่หลาย โดยถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติและรูปแบบการปล่อยพลังงานที่แตกต่างกัน เพื่อเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาโครงสร้างผิวได้อย่างเหมาะสมตามดุลยพินิจของแพทย์ เช่น
| เครื่อง | ประเภทพลังงาน | หลักการทำงาน | ระดับความรู้สึก (โดยประมาณ) | ระยะเวลาคงผลลัพธ์ (โดยประมาณ) |
|---|---|---|---|---|
| Ulthera (Ultherapy) | Micro-Focused Ultrasound | มีหน้าจอ Real-time Visualization ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวขณะยิง | รู้สึกปวดหน่วง/ร้อนลึก (ค่อนข้างมาก) | ประมาณ 1 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวบุคคล) |
| Ultraformer III / MPT | MMFU (Micro & Macro Focused) | ปล่อยพลังงานได้ทั้งจุดเล็กและจุดกว้าง ครอบคลุมทั้งชั้นผิวและชั้นไขมัน | รู้สึกจี๊ดหรือปวดหน่วง (ปานกลาง) | ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี |
| HIFU Sygma | Fractionated HIFU | กระจายพลังงานแบบไม่สะสมความร้อนสูงในจุดเดียว เน้นการกระชับผิวชั้นตื้น | รู้สึกอุ่น ๆ หรือเจ็บน้อยมาก | ประมาณ 3 – 6 เดือน |
| LinearZ | Linear & Dot HIFU | เลือกปล่อยพลังงานแบบเส้น (Linear) เพื่อกระจายความร้อนได้กว้าง หรือแบบจุด (Dot) | รู้สึกเจ็บน้อยลงเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า | ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี |
ตำแหน่งที่นิยมทำ HIFU
เครื่อง HIFU สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลผิวพรรณได้อย่างครอบคลุมในหลายบริเวณ โดยเฉพาะตำแหน่งที่มีความกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยและริ้วรอยตามวัย โดยสามารถใช้เพื่อแก้ปัญหาในหลายตำแหน่งได้ ดังนี้
- แก้มและร่องแก้ม : เพื่อช่วยยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย และช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
- กรอบหน้าและแนวกราม : เน้นปรับภาพรวมของใบหน้า เสริมให้แนวกรามคมชัดและดูเรียวสวย
- ใต้คาง (เหนียง) : ช่วยกระชับผิวบริเวณใต้คางที่หย่อนคล้อยให้ดึงรั้งขึ้น
- รอบดวงตาและคิ้ว : ช่วยยกคิ้วที่ตกให้ดูสูงขึ้น และช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณหางตา
- หน้าผาก : เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณหน้าผากดูตึงกระชับและลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น
- ลำคอ : แก้ไขปัญหาผิวบริเวณลำคอที่มีความหย่อนคล้อยหรือมีริ้วรอยตามวัย
- ผิวกายส่วนต่าง ๆ : เช่น ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง เพื่อช่วยกระชับสัดส่วนในระดับเบื้องต้น
HIFU เหมาะกับใคร
เนื่องจากเครื่อง HIFU ไม่ใช่หัตถการที่ทำให้เกิดแผลใหญ่ จึงเหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการฟื้นฟูผิวพรรณอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกลไกธรรมชาติ โดยมีรายละเอียดกลุ่มเป้าหมายที่แนะนำดังนี้
- ผู้ที่เริ่มมีปัญหาความไม่กระชับแต่ยังไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัด
- ผู้ที่แนวคางและกรามดูคมชัดขึ้น รวมถึงลดปัญหาแก้มห้อยหรือเหนียง
- ผู้ที่มีริ้วรอยร่องตื้นบนใบหน้า เช่น รอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้ม
- ผู้ที่มีปัญหาคิ้วหรือหางตาตก ต้องการยกกระชับเนื้อเยื่อส่วนบน
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่ต้องพักฟื้น กังวลเรื่องเข็มหรือรอยแผล
HIFU ไม่เหมาะกับใคร
เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม ควรพิจารณาข้อจำกัดด้านสุขภาพและสภาพผิวบางประการ ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำหัตถการ โดยกลุ่มบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด มีดังนี้
- สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ควบคุมไม่ได้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรง
- ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณใบหน้า เช่น มีสิวอักเสบรุนแรง
- ผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ
- ผู้ที่เพิ่งผ่านการทำหัตถการบางประเภท:เช่น การฉีดสารเติมเต็ม
หลังทำ HIFU มีผลข้างเคียงไหม
การทำ HIFU ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่อาจพบปฏิกิริยาชั่วคราวจากการตอบสนองของต่อพลังงานความร้อนได้ในบางกรณี ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย และจะค่อย ๆ บรรเทาลงเองดังรายละเอียดต่อไปนี้
- อาการบวมเล็กน้อย : อาจมีความรู้สึกตึงหรือบวมในบริเวณที่ทำ ซึ่งจะค่อย ๆ ยุบตัวลงและหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์
- รอยแดงชั่วคราว : ผิวอาจมีสีชมพูหรือรอยแดงเล็กน้อยหลังทำหัตถการ และมักจะเลือนหายไปเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
- ความรู้สึกระบมใต้ผิว : อาจมีอาการระบมเล็กน้อยเมื่อสัมผัสผิวในจุดที่เน้นพลังงาน ซึ่งเป็นอาการปกติที่จะหายไปเองในเวลาไม่นาน
- อาการชาเล็กน้อย : อาจมีความรู้สึกชาชั่วคราวในบางจุด ซึ่งเป็นผลจากการตอบสนองของเส้นประสาทส่วนปลายและจะกลับเป็นปกติในที่สุด
- รอยช้ำขนาดเล็ก : พบได้น้อยในบางรายที่มีผิวบางหรือเส้นเลือดเปราะบาง โดยรอยช้ำจะจางหายไปเองตามกลไกธรรมชาติ
ก่อนทำ HIFU เตรียมตัวอย่างไร
การเตรียมความพร้อมของผิวและร่างกายก่อนเข้ารับบริการ มีส่วนช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพของเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงและลดโอกาสเกิดการระคายเคือง ผู้รับบริการจึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้กระบวนการฟื้นฟูผิวเป็นไปอย่างเหมาะสม ดังนี้
- ปรึกษาแพทย์ : แจ้งประวัติการทำหัตถการอื่น ๆ เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือร้อยไหม (ควรเว้นระยะ 2-4 สัปดาห์)
- งดผลัดเซลล์ผิว : หลีกเลี่ยงการสครับ ทรีตเมนต์ หรือเลเซอร์บริเวณที่จะทำอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- เลี่ยงแดดจัด : งดกิจกรรมกลางแจ้งที่ทำให้ผิวระคายเคืองหรือไหม้แดดก่อนเข้ารับบริการ
- งดยากลุ่มระคายเคือง : งดใช้สกินแคร์กลุ่ม Retinol AHA หรือ BHA อย่างน้อย 3-5 วัน
- เตรียมผิวให้พร้อม : พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำสะอาด เพื่อให้เซลล์ผิวมีความชุ่มชื้น
- แจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งโรคประจำตัว การฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือการตั้งครรภ์ให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ HIFU
ด้วยหลักการทำงานของ HIFU ที่ใช้คลื่นเสียงส่งผ่านพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่ ผู้รับบริการจึงจำเป็นต้องดูแลสภาพผิวหลังทำหัตถการอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อและคงผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ดังนี้
- งดนวดหรือถูหน้าแรง : หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าอย่างรุนแรงในบริเวณที่ทำประมาณ 1 สัปดาห์
- เลี่ยงความร้อนสะสม : งดซาวน่า อาบน้ำอุ่นจัด หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่โดนแดดจัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- เน้นความชุ่มชื้น : ทาครีมบำรุงที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวและเสริมปราการผิวให้แข็งแรง
- ปกป้องผิวจากแสงแดด : ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันผิวระคายเคือง
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ : เพื่อส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการฟื้นตัวของเซลล์ผิว
- งดปัจจัยทำลายผิว : หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้เหมาะสม
ผลลัพธ์หลังทำ HIFU
หลังทำไฮฟู่ผู้รับบริการส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย ช่วยปรับภาพรวมของหน้าให้ดูคมชัดขึ้น ซึ่งหลังจากการรับบริการ ร่างกายจะค่อย ๆ กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกธรรมชาติ ส่งผลให้สภาพผิวดูเรียบเนียนและกระชับขึ้นอย่างเป็นลำดับ ทั้งนี้ความเปลี่ยนแปลงอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาเดิม พื้นฐานการดูแลผิว และการตอบสนองต่อพลังงานความร้อนของเนื้อเยื่อ
HIFU ราคาเท่าไหร่
ค่าบริการในการทำ HIFU มีความหลากหลายตามเทคโนโลยีและจำนวนพลังงานที่ใช้ โดยราคาสำหรับการดูแลเฉพาะจุดมักอยู่ในช่วง 2,000 – 4,000 บาท ขณะที่การดูแลทั่วใบหน้า จะมีราคาตั้งแต่ประมาณ 8,000 – 25,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องมือ แพทย์ รวมถึงจำนวนไลน์หรือช็อตที่เหมาะสม
หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นไม่ใช่ราคาจริงของทางคลินิก แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HIFU
HIFU กี่ช็อตถึงจะเห็นผล
จำนวนช็อตที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพความหย่อนคล้อยของผิว โดยแพทย์จะประเมินปริมาณพลังงาน HIFU ให้เพียงพอต่อการกระตุ้นเนื้อเยื่อในแต่ละบุคคล
HIFU ควรทำทุกกี่เดือน
การทำหัตถการซ้ำมักแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 4-6 เดือน เพื่อรอให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำงานได้อย่างเต็มที่และไม่รบกวนผิวจนเกินไป
HIFU กับ Botox อันไหนดีกว่ากัน
ทั้งสองหัตถการมีกลไกต่างกัน โดย HIFU เน้นการยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึก ส่วน Botox เน้นการคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอยหรือลดขนาดกรามตามข้อบ่งชี้
ทํา HIFU อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน -1 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นของเทคโนโลยีที่ใช้ พื้นฐานสภาพผิวเดิม และการดูแลตนเองหลังทำของผู้รับบริการ
HIFU ลดร่องแก้มได้ไหม
เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ร่องแก้มที่เกิดจากความหย่อนคล้อยดูจางลงได้ จากการยกกระชับผิวบริเวณแก้มให้ดูตึงขึ้น แต่อาจต้องใช้หัตถการอื่นร่วมด้วยหากร่องแก้มเกิดจากปัจจัยอื่น
ทำไมทำ HIFU แล้วหน้าบวม
อาการบวมเกิดขึ้นได้จากปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อต่อพลังงานความร้อนที่ส่งลงไปใต้ชั้นผิว ซึ่งเป็นอาการชั่วคราวที่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์
สรุป
การทำ HIFU ตอบโจทย์ผู้มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง โดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์กระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงชั้น SMAS เพื่อให้ผิวตึงกระชับและกรอบหน้าดูชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์ที่ได้จะค่อย ๆ แสดงความเปลี่ยนแปลงภายในประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองและสภาพผิวพื้นฐานของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพปัญหา และเลือกใช้พลังงานที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความคาดหวัง





