HIFU (ไฮฟู่) คืออะไร ยกกระชับปรับหน้าเรียวได้จริงไหม เหมาะกับใคร

หน้าแรก » Hifu » HIFU (ไฮฟู่) คืออะไร ยกกระชับปรับหน้าเรียวได้จริงไหม เหมาะกับใคร
HIFU (ไฮฟู่)
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

HIFU (ไฮฟู่) เป็นเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้เพื่อการยกกระชับ และกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามกลไกธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง แต่ก่อนจะตัดสินใจ ควรประเมินสภาพผิวและตรวจสอบความเหมาะสมของปัญหาว่าตอบโจทย์กับตัวเครื่องมากน้อยเพียงใด ซึ่งเราพาไปเจาะลึกข้อมูล พร้อมสรุปเช็กลิสต์ว่ากลุ่มอาการแบบไหนที่เหมาะกับการทำหัตถการนี้

HIFU คืออะไร

HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) คือเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ ส่งผ่านพลังงานไปยังชั้นเนื้อเยื่อพังผืด (SMAS) เพื่อกระตุ้นการเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยในการยกกระชับผิวและลดความหย่อนคล้อย ในระดับเบื้องต้นถึงปานกลางโดยไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรมหรือใช้เข็ม

เครื่อง HIFU ทำงานอย่างไร

เครื่อง HIFU ทำงานอย่างไร

เทคโนโลยี HIFU ทำงานโดยการส่งผ่านคลื่นอัลตราซาวด์ลงลึกสู่ชั้นเนื้อเยื่อพังผืดหรือชั้น SMAS ในลักษณะของจุดพลังงานขนาดเล็ก ซึ่งพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังในชั้นต่าง ๆ เกิดการหดตัว และยังกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย

HIFU ช่วยอะไรได้บ้าง

ด้วยหลักการทำงานของคลื่นอัลตราซาวด์จากเครื่อง HIFU ที่ส่งผ่านพลังงานลงถึงชั้นที่ต้องการ จึงช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในได้ จึงสามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาผิวพรรณที่หลากหลาย เช่น

  • ยกกระชับใบหน้าและลำคอ : แก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม กรอบหน้า และใต้คาง
  • ลดเลือนริ้วรอย : กระตุ้นคอลลาเจนช่วยให้ริ้วรอยร่องตื้นบริเวณหางตา และหน้าผากดูจางลง
  • ปรับภาพรวมใบหน้าให้ดูเรียว : ช่วยให้แนวกรามคมชัด และดูเรียวขึ้นจากการหดตัวของชั้นเนื้อเยื่อ
  • ฟื้นฟูความยืดหยุ่นผิว : เพิ่มการสร้างอีลาสติน ช่วยให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้นจากภายใน
  • ยกคิ้วและหางตา : ช่วยดึงรั้งเนื้อเยื่อบริเวณเหนือดวงตาให้ดูสดใสและไม่ตกจนทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า

HIFU หน้าเรียวจริงไหม

HIFU ทำแล้วหน้าเรียวจริงไหม

HIFU มีส่วนช่วยในการยกกระชับชั้นเนื้อเยื่อ SMAS และลดความหย่อนคล้อยของผิวพรรณ ซึ่งส่งผลทางอ้อมให้กรอบหน้าดูชัดเจนและผิวดูตึงกระชับขึ้น อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ในด้านการปรับให้หน้าดูเรียวเล็กลงนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบุคคล เช่น ปริมาณไขมันสะสม โครงสร้างกระดูก และความยืดหยุ่นของผิวหนังในบริเวณที่ทำหัตถการ

หมายเหตุ : การประเมินสภาพปัญหาโดยละเอียดจากแพทย์ก่อนทำ HIFU จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผู้รับบริการมีความเข้าใจในผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริงและตรงตามเป้าหมาย

HIFU มีหัวขนาดไหนบ้าง

การทำ HIFU ถูกออกแบบให้มีหัวส่งพลังงานหลากหลายขนาด เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกใช้ระดับความลึกที่เหมาะสมกับชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณได้อย่างเหมาะสม โดยมีรายละเอียดระดับความลึกดังนี้

  • หัวความลึก 1.5 mm : เน้นส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ส่วนบน ช่วยลดริ้วรอยร่องตื้น และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  • หัวความลึก 3.0 mm : ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมันและเนื้อเยื่อชั้นกลาง ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อลดความหย่อนคล้อยและกระชับรูขุมขน
  • หัวความลึก 4.5 mm : ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นพังผืดที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อยกกระชับโครงสร้างผิว ช่วยให้ใบหน้าดูมีกรอบคมชัด
  • หัวความลึก 6 mm / 9 mm / 13 mm : เป็นหัวระดับลึกที่มักใช้สำหรับกระชับสัดส่วนบนร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หรือหน้าท้อง

เครื่อง HIFU ที่พบบ่อย

ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ มาประยุกต์ใช้เพื่อการดูแลผิวพรรณอย่างแพร่หลาย โดยถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติและรูปแบบการปล่อยพลังงานที่แตกต่างกัน เพื่อเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาโครงสร้างผิวได้อย่างเหมาะสมตามดุลยพินิจของแพทย์ เช่น

เครื่อง ประเภทพลังงาน หลักการทำงาน ระดับความรู้สึก (โดยประมาณ) ระยะเวลาคงผลลัพธ์ (โดยประมาณ)
Ulthera (Ultherapy) Micro-Focused Ultrasound มีหน้าจอ Real-time Visualization ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวขณะยิง รู้สึกปวดหน่วง/ร้อนลึก (ค่อนข้างมาก) ประมาณ 1 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวบุคคล)
Ultraformer III / MPT MMFU (Micro & Macro Focused) ปล่อยพลังงานได้ทั้งจุดเล็กและจุดกว้าง ครอบคลุมทั้งชั้นผิวและชั้นไขมัน รู้สึกจี๊ดหรือปวดหน่วง (ปานกลาง) ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี
HIFU Sygma Fractionated HIFU กระจายพลังงานแบบไม่สะสมความร้อนสูงในจุดเดียว เน้นการกระชับผิวชั้นตื้น รู้สึกอุ่น ๆ หรือเจ็บน้อยมาก ประมาณ 3 – 6 เดือน
LinearZ Linear & Dot HIFU เลือกปล่อยพลังงานแบบเส้น (Linear) เพื่อกระจายความร้อนได้กว้าง หรือแบบจุด (Dot) รู้สึกเจ็บน้อยลงเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี
↔ เลื่อนซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

ตำแหน่งที่นิยมทำ HIFU

เครื่อง HIFU สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลผิวพรรณได้อย่างครอบคลุมในหลายบริเวณ โดยเฉพาะตำแหน่งที่มีความกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยและริ้วรอยตามวัย โดยสามารถใช้เพื่อแก้ปัญหาในหลายตำแหน่งได้ ดังนี้

  • แก้มและร่องแก้ม : เพื่อช่วยยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย และช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
  • กรอบหน้าและแนวกราม : เน้นปรับภาพรวมของใบหน้า เสริมให้แนวกรามคมชัดและดูเรียวสวย
  • ใต้คาง (เหนียง) : ช่วยกระชับผิวบริเวณใต้คางที่หย่อนคล้อยให้ดึงรั้งขึ้น
  • รอบดวงตาและคิ้ว : ช่วยยกคิ้วที่ตกให้ดูสูงขึ้น และช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณหางตา
  • หน้าผาก : เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณหน้าผากดูตึงกระชับและลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น
  • ลำคอ : แก้ไขปัญหาผิวบริเวณลำคอที่มีความหย่อนคล้อยหรือมีริ้วรอยตามวัย
  • ผิวกายส่วนต่าง ๆ : เช่น ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง เพื่อช่วยกระชับสัดส่วนในระดับเบื้องต้น

HIFU เหมาะกับใคร

เนื่องจากเครื่อง HIFU ไม่ใช่หัตถการที่ทำให้เกิดแผลใหญ่ จึงเหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการฟื้นฟูผิวพรรณอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกลไกธรรมชาติ โดยมีรายละเอียดกลุ่มเป้าหมายที่แนะนำดังนี้

  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาความไม่กระชับแต่ยังไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัด
  • ผู้ที่แนวคางและกรามดูคมชัดขึ้น รวมถึงลดปัญหาแก้มห้อยหรือเหนียง
  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องตื้นบนใบหน้า เช่น รอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้ม
  • ผู้ที่มีปัญหาคิ้วหรือหางตาตก ต้องการยกกระชับเนื้อเยื่อส่วนบน
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่ต้องพักฟื้น กังวลเรื่องเข็มหรือรอยแผล

HIFU ไม่เหมาะกับใคร

เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม ควรพิจารณาข้อจำกัดด้านสุขภาพและสภาพผิวบางประการ ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำหัตถการ โดยกลุ่มบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด มีดังนี้

  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ควบคุมไม่ได้
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรง
  • ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณใบหน้า เช่น มีสิวอักเสบรุนแรง
  • ผู้ที่ฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ
  • ผู้ที่เพิ่งผ่านการทำหัตถการบางประเภท:เช่น การฉีดสารเติมเต็ม

หลังทำ HIFU มีผลข้างเคียงไหม

การทำ HIFU ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่อาจพบปฏิกิริยาชั่วคราวจากการตอบสนองของต่อพลังงานความร้อนได้ในบางกรณี ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย และจะค่อย ๆ บรรเทาลงเองดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • อาการบวมเล็กน้อย : อาจมีความรู้สึกตึงหรือบวมในบริเวณที่ทำ ซึ่งจะค่อย ๆ ยุบตัวลงและหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์
  • รอยแดงชั่วคราว : ผิวอาจมีสีชมพูหรือรอยแดงเล็กน้อยหลังทำหัตถการ และมักจะเลือนหายไปเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
  • ความรู้สึกระบมใต้ผิว : อาจมีอาการระบมเล็กน้อยเมื่อสัมผัสผิวในจุดที่เน้นพลังงาน ซึ่งเป็นอาการปกติที่จะหายไปเองในเวลาไม่นาน
  • อาการชาเล็กน้อย : อาจมีความรู้สึกชาชั่วคราวในบางจุด ซึ่งเป็นผลจากการตอบสนองของเส้นประสาทส่วนปลายและจะกลับเป็นปกติในที่สุด
  • รอยช้ำขนาดเล็ก : พบได้น้อยในบางรายที่มีผิวบางหรือเส้นเลือดเปราะบาง โดยรอยช้ำจะจางหายไปเองตามกลไกธรรมชาติ

ก่อนทำ HIFU เตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมความพร้อมของผิวและร่างกายก่อนเข้ารับบริการ มีส่วนช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพของเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงและลดโอกาสเกิดการระคายเคือง ผู้รับบริการจึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้กระบวนการฟื้นฟูผิวเป็นไปอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • ปรึกษาแพทย์ : แจ้งประวัติการทำหัตถการอื่น ๆ เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือร้อยไหม (ควรเว้นระยะ 2-4 สัปดาห์)
  • งดผลัดเซลล์ผิว : หลีกเลี่ยงการสครับ ทรีตเมนต์ หรือเลเซอร์บริเวณที่จะทำอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • เลี่ยงแดดจัด : งดกิจกรรมกลางแจ้งที่ทำให้ผิวระคายเคืองหรือไหม้แดดก่อนเข้ารับบริการ
  • งดยากลุ่มระคายเคือง : งดใช้สกินแคร์กลุ่ม Retinol AHA หรือ BHA อย่างน้อย 3-5 วัน
  • เตรียมผิวให้พร้อม : พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำสะอาด เพื่อให้เซลล์ผิวมีความชุ่มชื้น
  • แจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งโรคประจำตัว การฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือการตั้งครรภ์ให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ HIFU

ด้วยหลักการทำงานของ HIFU ที่ใช้คลื่นเสียงส่งผ่านพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่ ผู้รับบริการจึงจำเป็นต้องดูแลสภาพผิวหลังทำหัตถการอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อและคงผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ดังนี้

  • งดนวดหรือถูหน้าแรง : หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าอย่างรุนแรงในบริเวณที่ทำประมาณ 1 สัปดาห์
  • เลี่ยงความร้อนสะสม : งดซาวน่า อาบน้ำอุ่นจัด หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่โดนแดดจัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • เน้นความชุ่มชื้น : ทาครีมบำรุงที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวและเสริมปราการผิวให้แข็งแรง
  • ปกป้องผิวจากแสงแดด : ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันผิวระคายเคือง
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ : เพื่อส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการฟื้นตัวของเซลล์ผิว
  • งดปัจจัยทำลายผิว : หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้เหมาะสม

ผลลัพธ์หลังทำ HIFU

หลังทำไฮฟู่ผู้รับบริการส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย ช่วยปรับภาพรวมของหน้าให้ดูคมชัดขึ้น ซึ่งหลังจากการรับบริการ ร่างกายจะค่อย ๆ กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามกลไกธรรมชาติ ส่งผลให้สภาพผิวดูเรียบเนียนและกระชับขึ้นอย่างเป็นลำดับ ทั้งนี้ความเปลี่ยนแปลงอาจแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาเดิม พื้นฐานการดูแลผิว และการตอบสนองต่อพลังงานความร้อนของเนื้อเยื่อ

หลังทำ HIFU

หลังทำ HIFU

หลังทำ HIFU

HIFU ราคาเท่าไหร่

ค่าบริการในการทำ HIFU มีความหลากหลายตามเทคโนโลยีและจำนวนพลังงานที่ใช้ โดยราคาสำหรับการดูแลเฉพาะจุดมักอยู่ในช่วง 2,000 – 4,000 บาท ขณะที่การดูแลทั่วใบหน้า จะมีราคาตั้งแต่ประมาณ 8,000 – 25,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องมือ แพทย์ รวมถึงจำนวนไลน์หรือช็อตที่เหมาะสม

หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นไม่ใช่ราคาจริงของทางคลินิก แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HIFU

HIFU กี่ช็อตถึงจะเห็นผล

จำนวนช็อตที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพความหย่อนคล้อยของผิว โดยแพทย์จะประเมินปริมาณพลังงาน HIFU ให้เพียงพอต่อการกระตุ้นเนื้อเยื่อในแต่ละบุคคล

HIFU ควรทำทุกกี่เดือน

การทำหัตถการซ้ำมักแนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 4-6 เดือน เพื่อรอให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำงานได้อย่างเต็มที่และไม่รบกวนผิวจนเกินไป

HIFU กับ Botox อันไหนดีกว่ากัน

ทั้งสองหัตถการมีกลไกต่างกัน โดย HIFU เน้นการยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึก ส่วน Botox เน้นการคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอยหรือลดขนาดกรามตามข้อบ่งชี้

ทํา HIFU อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน -1 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นของเทคโนโลยีที่ใช้ พื้นฐานสภาพผิวเดิม และการดูแลตนเองหลังทำของผู้รับบริการ

HIFU ลดร่องแก้มได้ไหม

เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ร่องแก้มที่เกิดจากความหย่อนคล้อยดูจางลงได้ จากการยกกระชับผิวบริเวณแก้มให้ดูตึงขึ้น แต่อาจต้องใช้หัตถการอื่นร่วมด้วยหากร่องแก้มเกิดจากปัจจัยอื่น

ทำไมทำ HIFU แล้วหน้าบวม

อาการบวมเกิดขึ้นได้จากปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อต่อพลังงานความร้อนที่ส่งลงไปใต้ชั้นผิว ซึ่งเป็นอาการชั่วคราวที่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์

สรุป

การทำ HIFU ตอบโจทย์ผู้มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง โดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์กระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงชั้น SMAS เพื่อให้ผิวตึงกระชับและกรอบหน้าดูชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์ที่ได้จะค่อย ๆ แสดงความเปลี่ยนแปลงภายในประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองและสภาพผิวพื้นฐานของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพปัญหา และเลือกใช้พลังงานที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความคาดหวัง

แชร์บทความ
พญ.จิรา คุณากรวงศ์ (หมอโอ)
ว.41082
บทความโดย พญ.จิรา คุณากรวงศ์ (หมอโอ)
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
Linear Z

Linear Z คืออะไร เทคโนโลยียกกระชับ ต่างจากเครื่องอื่นอย่างไร

Linear Z คือเครื่องยกกระชับผิวที่หลายคนมักใช้เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย และลดการสะสมของไขมันใต้ชั้นผิว
Ultraformer III คืออะไร

Ultraformer III คืออะไร เห็นผลกี่ช็อต และอยู่ได้นานแค่ไหน

Ultraformer III เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ช่วยแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่ชัด สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
Ultraformer MPT คืออะไร

Ultraformer MPT คืออะไร ต่างจากรุ่นอื่นอย่างไร เหมาะกับปัญหาแบบไหน

Ultraformer MPT เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นพัฒนาที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน ท่ามกลางเครื่องยกกระชับหลากหลายรุ่นที่มีให้เลือก
Ultraformer

Ultraformer คืออะไร ควรทำกี่ช็อตเห็นผล ยกกระชับหน้าได้จริงไหม

Ultraformer คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (HIFU) ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงชั้นผิว ทำให้ใบหน้าดูตึง กระชับ