ไฮเปอร์แบริค หรือ Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) เป็นการให้ออกซิเจนภายในห้องหรืออุโมงค์ที่มีแรงดันสูงกว่าสภาวะปกติ เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่ละลายในเลือดและส่งไปยังเนื้อเยื่อได้มากขึ้น แพทย์อาจพิจารณาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาภาวะบางประเภท รวมถึงใช้สนับสนุนการฟื้นตัวในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับแผลหรือเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน
ไฮเปอร์แบริค คืออะไร
ไฮเปอร์แบริคอธิบายง่าย ๆ ได้ว่า เป็นการเพิ่มแรงดันรอบตัวขณะหายใจรับออกซิเจน ทำให้ออกซิเจนละลายในส่วนของพลาสมาได้มากกว่าการหายใจในสภาวะทั่วไป
เมื่อปริมาณออกซิเจนในเลือดเพิ่มขึ้น ร่างกายจึงสามารถส่งออกซิเจนไปยังบริเวณที่มีเลือดไปเลี้ยงลดลงหรืออยู่ระหว่างการซ่อมแซมได้มากขึ้นในบางภาวะ อย่างไรก็ตาม ผลของการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของห้องปรับแรงดัน ระดับแรงดัน ความเข้มข้นของออกซิเจน ระยะเวลาที่ทำ และปัญหาสุขภาพของแต่ละคน
Hyperbaric Oxygen Therapy ทำงานอย่างไร
หลักการของ Hyperbaric Oxygen Therapy คือการใช้แรงดันร่วมกับการให้ออกซิเจน เพื่อเพิ่มออกซิเจนที่ละลายในกระแสเลือดและส่งต่อไปยังเนื้อเยื่อ โดยมีกระบวนการสำคัญดังนี้
- เพิ่มออกซิเจนที่ละลายในพลาสมา แรงดันที่สูงขึ้นช่วยให้ออกซิเจนละลายในของเหลวส่วนต่าง ๆ ของเลือดได้มากขึ้น ไม่ได้อาศัยเฉพาะออกซิเจนที่จับกับเม็ดเลือดแดง
- เพิ่มการส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อบริเวณที่บาดเจ็บ บวม หรือมีเลือดไปเลี้ยงลดลง อาจได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้นภายใต้แผนการรักษาที่เหมาะสม
- สนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมแผล ออกซิเจนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจน การทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน และการสร้างหลอดเลือดใหม่
- ช่วยควบคุมการบวมในบางภาวะ การเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดภายใต้แรงดันอาจมีส่วนช่วยลดการคั่งของของเหลวในเนื้อเยื่อบางประเภท
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ HBOT ไม่ได้ให้ผลเหมือนกันในทุกคน และไม่สามารถนำมาใช้แทนการรักษาหลัก เช่น การผ่าตัด การให้ยาปฏิชีวนะ การทำแผล หรือการควบคุมโรคประจำตัวได้
ไฮเปอร์แบริคช่วยอะไรบ้าง
การนำไฮเปอร์แบริคมาใช้ควรแบ่งระหว่างข้อบ่งใช้ทางการแพทย์กับการทำเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูทั่วไป เพราะมีระดับหลักฐานและเป้าหมายแตกต่างกัน
ภาวะทางการแพทย์ที่อาจใช้ HBOT ร่วมกับการรักษาหลัก
แพทย์อาจพิจารณา Hyperbaric Oxygen Therapy ในภาวะบางประเภท เช่น
- ภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ
- โรคลดความดันจากการดำน้ำ หรือ Decompression Sickness
- ฟองอากาศอุดตันในหลอดเลือด
- แผลเบาหวานบางระดับที่มีปัญหาแผลหายช้า
- เนื้อเยื่อเสียหายภายหลังการฉายรังสี
- การติดเชื้อในเนื้อเยื่อบางชนิด
- กระดูกอักเสบเรื้อรังที่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไปไม่เพียงพอ
- แผ่นเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่ปลูกถ่ายและมีปัญหาเลือดไปเลี้ยง
- ภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือดจากการบาดเจ็บเฉียบพลันบางประเภท
การใช้เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของร่างกาย
สถานพยาบาลบางแห่งอาจนำออกซิเจนแรงดันสูงมาใช้ในโปรแกรมสนับสนุนการฟื้นตัว เช่น หลังใช้ร่างกายหนัก หลังทำหัตถการ หรือในผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลีย อย่างไรก็ตาม อาการอ่อนเพลีย สมาธิลดลง หรือนอนหลับไม่เพียงพออาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ การทำไฮเปอร์แบริคจึงไม่ควรนำมาแทนการตรวจสุขภาพ การนอนให้เพียงพอ การดูแลโภชนาการ หรือการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ
ไฮเปอร์แบริคช่วยฟื้นฟูหลังผ่าตัดได้หรือไม่
หลังผ่าตัด ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนในกระบวนการสร้างคอลลาเจน สมานแผล และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ แพทย์จึงอาจพิจารณา HBOT เป็นการดูแลเสริมในบางกรณีที่แผลมีความเสี่ยงขาดออกซิเจน เลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ หรือเนื้อเยื่อฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด แต่ผู้ที่ผ่าตัดหรือศัลยกรรมทุกคนไม่ได้จำเป็นต้องทำไฮเปอร์แบริค หากแผลเป็นปกติและไม่มีภาวะแทรกซ้อน การดูแลแผล รับประทานยาตามแผน พักผ่อน และติดตามอาการกับแพทย์เจ้าของเคสยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด กรณีที่อาจต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติม ได้แก่
- แผลหายช้าหรือขอบแผลมีสีผิดปกติ
- เนื้อเยื่อมีความเสี่ยงขาดเลือดหรือขาดออกซิเจน
- แผ่นผิวหนังหรือเนื้อเยื่อที่ปลูกถ่ายมีปัญหา
- มีโรคประจำตัวที่กระทบต่อการหายของแผล
- แพทย์เจ้าของเคสเห็นว่าควรใช้เป็นการรักษาเสริม
ข้อดีของการทำ Hyperbaric Oxygen Therapy
ประโยชน์ของ HBOT ขึ้นอยู่กับข้อบ่งใช้และสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละคน โดยอาจมีส่วนช่วยในด้านต่อไปนี้
- เพิ่มปริมาณออกซิเจนที่ส่งไปยังเนื้อเยื่อ
- สนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนและสมานแผล
- สนับสนุนการสร้างหลอดเลือดใหม่ในเนื้อเยื่อบางประเภท
- ช่วยควบคุมการบวมของเนื้อเยื่อในบางภาวะ
- เสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการควบคุมเชื้อบางชนิด
- ใช้ร่วมกับการรักษาหลักในภาวะที่มีข้อบ่งใช้ชัดเจน
ไฮเปอร์แบริคเหมาะกับใคร
ผู้ที่อาจได้รับการพิจารณาให้ทำไฮเปอร์แบริค ได้แก่
- ผู้ที่มีภาวะอยู่ในข้อบ่งใช้ของ HBOT
- ผู้ที่มีแผลหายช้าหรือแผลเรื้อรังบางประเภท
- ผู้ที่มีเนื้อเยื่อขาดออกซิเจนหรือมีเลือดไปเลี้ยงลดลง
- ผู้ที่มีแผ่นเนื้อเยื่อหรือผิวหนังปลูกถ่ายที่เริ่มมีปัญหา
- ผู้ที่แพทย์เห็นว่าควรใช้ HBOT ร่วมกับการรักษาหลัก
- ผู้ที่ต้องการดูแลการฟื้นตัวหลังหัตถการและผ่านการประเมินแล้ว
แพทย์จะพิจารณาจากปัญหาที่ต้องการรักษา โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และความสามารถในการปรับแรงดันบริเวณหูและไซนัสก่อนวางแผน
ไฮเปอร์แบริคไม่เหมาะกับใคร
ภาวะปอดรั่วที่ยังไม่ได้รับการรักษาเป็นข้อห้ามสำคัญของการทำ HBOT เพราะการเปลี่ยนแปลงของแรงดันอาจทำให้อากาศในช่องเยื่อหุ้มปอดขยายตัวและเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ กลุ่มต่อไปนี้ควรแจ้งแพทย์และรับการประเมินเป็นพิเศษก่อนทำ
- ผู้ที่มีประวัติปอดรั่ว ปอดแฟบ หรือผ่าตัดปอด
- ผู้ที่มีโรคถุงลมโป่งพองหรือถุงลมโป่งพองเฉพาะจุด
- ผู้ที่เป็นหวัด คัดจมูก ไซนัสอักเสบ หรือหูอักเสบ
- ผู้ที่มีไข้หรือกำลังเจ็บป่วยเฉียบพลัน
- ผู้ที่มีประวัติลมชักหรือควบคุมอาการชักได้ไม่ดี
- ผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคหัวใจที่ยังควบคุมไม่ได้
- ผู้ที่ใช้ยาเคมีบำบัดหรือยาบางชนิดที่อาจมีปฏิกิริยากับออกซิเจน
- ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำง่าย
- ผู้ที่กลัวพื้นที่แคบหรือมีอาการตื่นตระหนกรุนแรง
- สตรีมีครรภ์ เว้นแต่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์และอยู่ในการดูแลของแพทย์
การมีภาวะเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้ทุกคน แต่แพทย์ต้องชั่งน้ำหนักประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายกรณี
ผลข้างเคียงของไฮเปอร์แบริค
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของแรงดันและปริมาณออกซิเจนที่ได้รับ อาการที่อาจพบ ได้แก่
- หูอื้อ แน่นหู หรือปวดหู
- แน่นไซนัสหรือปวดบริเวณใบหน้า
- เวียนศีรษะหรืออ่อนเพลียชั่วคราว
- การมองเห็นเปลี่ยนแปลงชั่วคราวเมื่อทำต่อเนื่องหลายครั้ง
- รู้สึกอึดอัดหรือวิตกกังวลจากพื้นที่ปิด
- น้ำตาลในเลือดลดลงในผู้ป่วยเบาหวานบางราย
- การบาดเจ็บจากแรงดันบริเวณปอด ซึ่งพบไม่บ่อย
- ภาวะออกซิเจนเป็นพิษต่อระบบประสาทหรือปอด ซึ่งพบได้น้อยเมื่อควบคุมการรักษาอย่างเหมาะสม
หากรู้สึกปวดหูมาก หายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก มองเห็นผิดปกติ หรือมีอาการผิดปกติระหว่างทำ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
การเตรียมตัวก่อนทำไฮเปอร์แบริค
การเตรียมตัวที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงจากแรงดันและความเข้มข้นของออกซิเจน โดยควรปฏิบัติดังนี้
- แจ้งโรคประจำตัว ประวัติผ่าตัด และอาการที่ต้องการรักษา
- แจ้งรายชื่อยา วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้อยู่
- แจ้งเจ้าหน้าที่หากมีหวัด คัดจมูก ปวดหู ไซนัสอักเสบ หรือมีไข้
- รับประทานอาหารในปริมาณเหมาะสมก่อนทำ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับบริการ
- ไม่ทาโลชั่น น้ำมัน น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมติดไฟง่าย
- ถอดเครื่องประดับ นาฬิกา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสิ่งของที่ไม่อนุญาต
- เปลี่ยนเป็นชุดที่สถานพยาบาลจัดเตรียมให้
- เรียนรู้วิธีปรับแรงดันหูจากเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าห้อง
ขั้นตอนการทำไฮเปอร์แบริคที่ APEX Clinic
ก่อนเริ่มทำ ทีมดูแลจะประเมินความพร้อมและอธิบายวิธีปฏิบัติตัวภายในอุโมงค์ โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้
- ซักประวัติและประเมินสุขภาพ แพทย์หรือทีมดูแลจะสอบถามโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติโรคปอด โรคหูและไซนัส รวมถึงเป้าหมายของการทำ
- ตรวจสัญญาณชีพ เจ้าหน้าที่จะตรวจความดันโลหิต ชีพจร และอาการทั่วไป เพื่อประเมินความพร้อมก่อนเข้าอุโมงค์
- เตรียมตัวก่อนเข้าอุโมงค์ ผู้รับบริการจะเปลี่ยนชุด ถอดสิ่งของที่ไม่อนุญาต และเรียนรู้วิธีปรับแรงดันหู เช่น การกลืนน้ำลาย หาว หรือขยับขากรรไกร
- ปรับแรงดันขึ้นอย่างช้า ๆ หลังเข้าอุโมงค์ ระบบจะค่อย ๆ เพิ่มแรงดัน ผู้รับบริการอาจรู้สึกคล้ายเวลาขึ้นเครื่องบิน หากแน่นหรือปวดหูควรแจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่ควรฝืนทน
- รับออกซิเจนตามแผนที่กำหนด เมื่อถึงระดับแรงดันที่เหมาะสม ผู้รับบริการจะอยู่ในอุโมงค์ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยมีเจ้าหน้าที่ติดตามอาการตลอดการทำ
- ลดแรงดันกลับสู่สภาวะปกติ เมื่อครบเวลา ระบบจะค่อย ๆ ลดแรงดันเพื่อให้หู ไซนัส และร่างกายปรับตัว
- ประเมินอาการหลังทำ หลังออกจากอุโมงค์ เจ้าหน้าที่จะสอบถามอาการหูอื้อ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือความผิดปกติอื่นก่อนให้กลับ
การดูแลตัวเองหลังทำ HBOT
หลังทำ ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ โดยมีข้อแนะนำดังนี้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- พักผ่อนตามความเหมาะสม
- กลืนน้ำลาย หาว หรือขยับขากรรไกรหากยังรู้สึกแน่นหูเล็กน้อย
- รับประทานยาและดูแลแผลตามแผนของแพทย์เจ้าของเคส
- ไม่หยุดยา เปลี่ยนยา หรือปรับการรักษาด้วยตนเอง
- หลีกเลี่ยงการดำน้ำหรือกิจกรรมที่มีแรงดันเปลี่ยนแปลงมากจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
ไฮเปอร์แบริคต้องทำกี่ครั้ง
จำนวนครั้งของการทำไฮเปอร์แบริคขึ้นอยู่กับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละคน โดยเคสฟื้นฟูหลังหัตถการหรือหลังผ่าตัดอาจทำประมาณ 3–10 ครั้ง ส่วนแผลเรื้อรัง แผลหายช้า หรือภาวะที่เนื้อเยื่อเสียหาย อาจต้องทำต่อเนื่องประมาณ 20–40 ครั้ง ระยะเวลาและจำนวนครั้งจึงควรให้แพทย์ประเมินจากลักษณะแผล โรคประจำตัว และการตอบสนองระหว่างการรักษา เพื่อปรับแผนให้เหมาะกับแต่ละเคส
ราคาโปรแกรมไฮเปอร์แบริคที่ APEX
ราคา Hyperbaric Oxygen ที่ APEX เริ่มต้นประมาณ 1,900 บาทต่อครั้ง ส่วนราคาแพ็กเกจขึ้นอยู่กับจำนวนครั้ง โปรโมชัน และเงื่อนไขในแต่ละช่วงเวลา ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้สอบถามราคาล่าสุดและเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับบริการ
รีวิวโปรแกรมไฮเปอร์แบริค
คุณน้ำแข็งเข้ารับบริการเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากต้องตื่นเช้า ใช้สมาธิ และจดจำข้อมูลจำนวนมากจากการทำงาน จึงเลือกทำไฮเปอร์แบริคเพื่อดูแลการฟื้นตัวของร่างกายในช่วงที่พักผ่อนน้อย
ประสบการณ์และความรู้สึกหลังทำเป็นผลเฉพาะบุคคล ไม่สามารถใช้แทนการประเมินทางการแพทย์หรือรับรองว่าทุกคนจะได้รับผลลัพธ์เหมือนกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฮเปอร์แบริค
ไฮเปอร์แบริคกับ HBOT เหมือนกันไหม
เหมือนกัน โดย HBOT ย่อมาจาก Hyperbaric Oxygen Therapy ส่วนคำว่าไฮเปอร์แบริคเป็นคำที่นิยมใช้เรียกการบำบัดด้วยออกซิเจนภายใต้แรงดันสูง
การทำไฮเปอร์แบริคเจ็บไหม
โดยทั่วไปไม่มีการฉีดหรือผ่าตัด ความรู้สึกที่พบได้คือแน่นหูหรือหูอื้อในช่วงที่แรงดันเปลี่ยน หากปวดหูควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ทำ HBOT แต่ละครั้งใช้เวลานานเท่าไร
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและชนิดของเครื่อง โดยทั่วไปต้องรวมช่วงเพิ่มแรงดัน รับออกซิเจน และลดแรงดันกลับสู่ปกติด้วย
หากปวดหูระหว่างทำควรทำอย่างไร
ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที พร้อมกลืนน้ำลาย หาว หรือขยับขากรรไกรตามคำแนะนำ ไม่ควรฝืนปรับแรงดันต่อหากยังมีอาการปวด
เป็นหวัดหรือคัดจมูกทำไฮเปอร์แบริคได้ไหม
ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน เพราะอาการคัดจมูก ไซนัสอักเสบ หรือหูอักเสบอาจทำให้ปรับแรงดันได้ยากและเพิ่มโอกาสปวดหูหรือปวดไซนัส
ไฮเปอร์แบริคช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็วขึ้นหรือไม่
อาจช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวในบางกรณีที่เนื้อเยื่อมีปัญหาขาดออกซิเจนหรือเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับแผลผ่าตัดทุกประเภท และไม่สามารถแทนการดูแลแผลตามแผนของแพทย์ได้
ทำไฮเปอร์แบริคแล้วต้องพักฟื้นไหม
โดยทั่วไปไม่ต้องพักฟื้นเป็นพิเศษ แต่ควรสังเกตอาการหูอื้อ เวียนศีรษะ หรือความผิดปกติอื่น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ทำไฮเปอร์แบริคเพื่อแก้อาการอ่อนเพลียได้ไหม
อาการอ่อนเพลียมีหลายสาเหตุ ตั้งแต่พักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะเครียด โลหิตจาง ไปจนถึงโรคประจำตัว หากอ่อนเพลียต่อเนื่องควรตรวจหาสาเหตุก่อน ไม่ควรใช้ HBOT แทนการวินิจฉัยและรักษาโรค
สรุป
ไฮเปอร์แบริค หรือ Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) เป็นการให้ออกซิเจนภายใต้แรงดันสูง เพื่อเพิ่มออกซิเจนที่ละลายในเลือดและส่งไปยังเนื้อเยื่อ การรักษาวิธีนี้มีข้อบ่งใช้ในภาวะทางการแพทย์บางประเภท และอาจใช้สนับสนุนการฟื้นตัวในบางกรณี แต่ไม่ได้เหมาะหรือจำเป็นสำหรับทุกคน ก่อนทำควรได้รับการประเมินโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ปัญหาเกี่ยวกับปอด หู และไซนัส รวมถึงตรวจสอบว่าชนิดเครื่อง ระดับแรงดัน และแผนการทำเหมาะกับเป้าหมายของตนเองหรือไม่
อ้างอิงข้อมูล
Undersea & Hyperbaric Medical Society. (2020). HBO indications.
Gawdi, R., Yrastorza, J., & Cooper, J. S. (2025). Hyperbaric oxygen therapy contraindications. StatPearls Publishing.
Sadri, R. A., & Cooper, J. S. (2025). Hyperbaric complications. StatPearls Publishing.
U.S. Food and Drug Administration. (2025). Follow instructions for safe use of hyperbaric oxygen therapy devices: Letter to health care providers.




