Soft Lift RF คืออะไร เครื่อง RF ตัวช่วยลดแก้มหย่อน เหนียงย้อย

หน้าแรก » Lifting » Soft Lift RF คืออะไร เครื่อง RF ตัวช่วยลดแก้มหย่อน เหนียงย้อย
ว.43115
Soft Lift RF
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Soft Lift RF คือการยกกระชับด้วยพลังงาน RF สำหรับคนที่มีปัญหาแก้มห้อย เหนียงหย่อนคล้อย และกรอบหน้าไม่ชัด ซึ่งเป็นปัญหาที่หลาย ๆ เคสมักเข้ามาปรึกษา แต่ไม่อยากเจ็บตัว ไม่พึ่งเข็ม และไม่อยากพักฟื้น วันนี้เราเลยจะมาเจาะลึกกันว่า Soft Lift RF คืออะไร ทำไมช่วยแก้ปัญหาเหนียงและแก้มได้ และมีอะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนเดินเข้าคลินิก

Soft Lift RF คืออะไร

Soft Lift RF คือการยกกระชับและฟื้นฟูผิว โดยใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ หรือที่รู้จักกันว่าพลังงานแบบ RF (Radiofrequency) แบบ Monopolar ประมาณ 6.78 MHz ส่งลงไปในชั้นผิวหนัง ซึ่งคุณหมอส่วนใหญ่จะย้ำเสมอว่าแม้จะช่วยยกกระชับ แต่ไม่ใช่การดึงให้ตึงทันทีเหมือนผ่าตัดดึงหน้า ฉะนั้นอาจต้องใช้เวลา

การทำงานของ Soft Lift RF

การทำงานของ Soft Lift RF

คลื่นความถี่วิทยุของ Soft Lift RF ทำงานโดยส่งความร้อนลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยมีกลไกสำคัญ 3 ส่วนด้วยกัน

  • ความร้อนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ กระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่หย่อนคล้อยหดตัว ให้ร่างกายเร่งผลิตคอลลาเจนใหม่
  • เร่งกระบวนการเผาผลาญไขมัน ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต และให้เซลล์ไขมันแตกตัวตัวเล็กลง ขับออกจากร่างกายง่ายขึ้น
  • เมื่อไขมันลดลงและคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวหนังที่เคยหย่อนเป็นถุงจะค่อย ๆ หดกระชับแนบไปกับโครงหน้า ปรับให้หน้าดูเรียวกระชับ

แต่เพราะบางเคสอาจมีความหย่อนคล้อยหรืออาจมีปัญหาไขมันสะสมเฉพาะจุดต่างกัน สุดท้ายแล้วคุณหมอจะเป็นผู้ประเมินอย่างละเอียด เพื่อวางแผนและเลือกที่ตอบโจทย์ในแต่ละเคสอีกครั้ง

Soft Lift RF ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

ส่วนใหญ่แล้วเคสที่เข้ามาปรึกษา และเหมาะกับการทำ Soft Lift RF มักเป็นกลุ่มคนที่มีปัญหาผิวจากความหย่อนคล้อยสะสมและไขมันส่วนเกิน ซึ่งพลังงานจะช่วยแก้ปัญหาได้ ดังนี้

  • แก้มห้อย ผิวเริ่มย้วย หน้าดูหย่อนคล้อย ผิวไม่เด้งตึงเหมือนเก่า
  • หน้าดูโทรมแก่กว่าวัย เพราะคอลลาเจนลดลง ผิวฝ่อจนดูไม่อิ่มฟู
  • แก้มเยอะ หน้ากลม มีไขมันสะสมเฉพาะจุด แก้มดูกระเปาะ
  • เหนียงโผล่ กรอบหน้าหาย มีคางสองชั้น และไม่เรียวกระชับ

Soft Lift RF ทำกี่ครั้งเห็นผล ควรทำบ่อยแค่ไหน

เพื่อการคงผลลัพธ์หลังทำ Soft Lift RF คุณหมอมักแนะนำให้ทำต่อเนื่องในช่วงแรกประมาณ 3-4 ครั้ง (ห่างกันทุก 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว) หลังจากนั้นสามารถทำเพื่อคงสภาพผิว ได้ทุก ๆ 1-2 เดือน หรือตามปัญหาในแต่ละเคส

Soft Lift RF ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง

ตำแหน่งที่นิยมทำ Soft Lift RF

สำหรับตำแหน่งบนใบหน้าและลำคอที่คนนิยมเลือกทำ Soft Lift RF เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยและเก็บไขมันส่วนเกิน มีจุดหลัก ๆ ดังนี้

  • แก้มและกระพุ้งแก้ม ยกเนื้อแก้มที่ห้อยย้อยเป็นกระเปาะ และช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
  • เหนียงและใต้คาง ลดไขมันสะสมและลดคางสองชั้น ให้ผิวใต้คางหดกระชับไม่หย่อนเป็นถุง
  • กรอบหน้าและแนวกราม เก็บผิวที่คล้อยช่วงกราม เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวและเห็นแนวกรามชัดเจน
  • รอบดวงตาและหางตา ลดถุงใต้ตา กระชับผิวรอบดวงตา และช่วยพยุงหางตาที่ตกให้ดูเปิดขึ้น
  • หน้าผากและลำคอ ตึงผิวลดรอยยับบริเวณหน้าผากและเส้นพับที่คอ ให้เรียบเนียนขึ้นสม่ำเสมอ

ทั้งนี้คนที่เข้ามาทำส่วนใหญ่อาจไม่ได้ทำแค่จุดใดจุดหนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้ช่วยประเมินโครงหน้าและปัญหาหน้างานอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Soft Lift RF

สำหรับเคสที่มักเข้ามาปรึกษา และเหมาะสำหรับทำ Soft Lift RF ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยและไขมันสะสม เช่น

  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อย แก้มตอบล่าง หรือมีกระพุ้งแก้มย้อย
  • ผู้ที่มีเหนียงใต้คาง ชั้นคางซ้อน (Double Chin)
  • ผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าชัด หน้าดูมีความเรียวมากขึ้น
  • ผู้ที่กลัวเข็ม กลัวความเจ็บ และไม่ต้องการพักฟื้นหลังทำ)
  • ผู้ที่ต้องการรักษาสภาพผิวและลดการเสื่อมโทรมแต่เนิ่น ๆ

ใครที่ไม่แนะนำให้ทำ Soft Lift RF

สำหรับคนที่หมอมักไม่แนะนำให้ทำ Soft Lift RF หรือหัตถการกลุ่ม RF ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัดเรื่องกระแสไฟฟ้า ความร้อน หรือสภาพผิว ซึ่งมีลิสต์หลัก ๆ ดังนี้

  • คนที่ฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย
  • คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรเลี่ยงไปก่อน
  • คนที่มีแผลเปิดหรือแผลติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ Soft Lift RF
  • คนที่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่ควบคุมไม่ได้ เช่น โรคหัวใจ
  • คนที่มีการฝังโลหะในบริเวณที่จะทำ เช่น หมุดยึดกระดูก หรือลวดดัดฟัน

แต่ถ้าใครไม่แน่ใจว่าเงื่อนไขของตัวเองจะสามารถทำได้ไหม แนะนำให้เข้ามาปรึกษาและให้คุณหมอช่วยประเมินสภาพร่างกายอย่างละเอียดก่อนเริ่มทำก่อนได้

หลังทำ Soft Lift RF มีผลข้างเคียงไหม

หลังทำ Soft Lift RF ส่วนใหญ่แล้วแทบไม่ต้องพักฟื้นเลย แต่ก็อาจมีอาการที่เกิดขึ้นได้ชั่วคราว รวมถึงผลข้างเคียงที่ต้องระวัง ซึ่งสรุปออกมาเป็นตารางให้ดูง่าย ๆ ดังนี้

ผลข้างเคียงทั่วไป (หายได้เอง) ผลข้างเคียงรุนแรง (ต้องพบหมอ)
ผิวแดงอมชมพู จากความร้อนใต้ผิว มักจะหายประมาณ 1-2 ชั่วโมง ผิวเป็นพุพองเป็นน้ำหรือเป็นตุ่มน้ำพองจากความร้อน
รู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิวหนัง จะค่อย ๆ อุณหภูมิลดลงเป็นปกติ ผิวบุ๋มหรือไขมันฝ่อลึกจุด เป็นคลื่น หากใช้พลังงานสูงเกินไปในจุดที่ไม่ควรทำ
ผิวบวมแรกรุ่นหรือดึง ๆ อาจมีอาการบวมเล็กน้อย โดยเฉพาะเคสที่ผิวบาง ติดเชื้อหรือผิวอักเสบกะทันหัน มักเกิดในเคสที่มีแผลเปิดอยู่ก่อนแล้ว
ผิวแห้งหรืออกเป็นขุยเล็กน้อย สามารถทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นได้ หน้าเบี้ยวหรือปากเบี้ยวชั่วคราว จากความร้อนไปรบกวนเส้นประสาทส่วนปลาย

ซึ่งเคสส่วนใหญ่มักจะเจอแค่เอฟเฟกต์ทั่วไปอย่างผิวแดงหรืออุ่น ๆ เพราะผิวตอบสนองต่อความร้อนใต้ชั้นผิว สามารถบรรเทาได้ง่าย ๆ แต่ถ้าเจอผลข้างเคียงรุนแรง ให้รีบพบคุณหมอทันที

ก่อนทำ Soft Lift RF

ก่อนทำ Soft Lift RF เตรียมตัวอย่างไรดี

ก่อนจะเดินเข้าคลินิกไปทำ Soft Lift RF การเตรียมตัวให้พร้อมจะช่วยให้ผิวตอบสนองต่อพลังงานความร้อนได้ดีซึ่งหมอแนะนำให้เตรียมตัวง่าย ๆ ดังนี้

  • แจ้งประวัติสุขภาพหากมีโรคประจำตัว ฝังโลหะ ดัดฟัน หรือเพิ่งฉีดโบท็อกซ์ฟิลเลอร์มา
  • ดื่มน้ำและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ช่วยนำคลื่นความร้อน RF ลงลึกได้ดีขึ้น ลดความเจ็บระหว่างทำ
  • หลีกเลี่ยงแดดจัด กิจกรรมกลางแจ้งหรือการอาบแดด เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวสะสมความร้อน
  • หยุดขัดหน้าหรือทำเลเซอร์บริเวณที่จะทำ Soft Lift RF เพื่อป้องกันผิวบางและอักเสบ
  • งดใช้ครีมกลุ่ม AHA, BHA, เรตินอล หรือกรดวิตามินเอทุกชนิดก่อน 3-5 วัน ก่อนทำ

แอบเตือนว่าถ้าเพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์มาในบริเวณเดียวกัน ควรเว้นให้ตัวยาเซ็ตตัวก่อนสัก 2-4 สัปดาห์ หากมีแพลนทำหัตถการอื่นอยู่ด้วย อย่าลืมปรึกษาคุณหมอเพื่อจัดตารางที่เหมาะสมได้

แนะนำการดูแลผิวหลังทำ Soft Lift RF

หลังทำ Soft Lift RF เสร็จแล้วไม่ใช่ว่าจบเลย เพราะผลลัพธ์จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ซึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองช่วงนี้ด้วย เช่น

  • เน้นทามอยส์เจอไรเซอร์ เพราะผิวช่วงแรกจะแห้งและสูญเสียน้ำจากความร้อนใต้ผิว
  • หลีกเลี่ยงแดดจัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ และต้องทาครีมกันแดด ทุกวันเพื่อปกป้องผิว
  • งดล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น น้ำร้อน รวมถึงงดเข้าซาวน่าหรือทำเลเซอร์อื่น ๆ 1-2 สัปดาห์
  • งดสครับหน้าและหยุดใช้สกินแคร์กลุ่ม AHA, BHA หรือเรตินอล 3-5 วัน ป้องกันผิวระคายเคือง

ตัวอย่างผู้รับบริการ Soft Lift RF

รีวิว Soft Lift RF

เคสที่ 1 : แก้มย้อย ดูไม่กระชับ

เคสแรกเป็นเคสที่เข้ามาด้วยความกังวลว่าช่วงพวงแก้มและกรอบหน้าเริ่มหย่อนคล้อยทิ้งตัวเบา ๆ ทำให้รูปหน้าดูขาดความตึงกระชับ หมอจึงใช้โปรแกรม Soft Lift RF เข้าไปลดความหย่อนคล้อย ซึ่งหลังทำทันทีจะเห็นว่ากรอบหน้าท่อนล่างถูกยกเรียว ละมุน ผิวดูเฟิร์มตึงกระชับขึ้นในเบื้องต้น

รีวิว Soft Lift RF

เคสที่ 2 : มีความหย่อนคล้อยบริเวณแนวกราม

เป็นเคสที่เข้ามาเพราะเริ่มสังเกตเห็นความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มด้านข้างและใต้คาง ซึ่งบดบังแนวกรามจนทำให้ใบหน้ามองมุมข้างดูไม่เรียว หมอจึงเลือกใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุของโปรแกรม Soft Lift RF เข้าไปยกพยุงผิว ซึ่งหลังทำเสร็จจะเห็นความเปลี่ยนแปลงว่ากรอบหน้าถูกดึงกระชับขึ้น แนวกรามดูเรียวคม

รีวิว Soft Lift RF

เคสที่ 3 : แก้มหย่อนคล้อย ไม่กระชับ

ก่อนทำมีปัญหาแก้มส่วนล่างเริ่มคล้อยเล็กน้อย ทำให้บดบังแนวกรอบหน้า หมอจึงใช้โปรแกรม Soft Lift RF เข้าไปช่วยคืนความตึงแน่นและจัดระเบียบชั้นผิวใหม่ ผลลัพธ์คือพวงแก้มดูยกกระชับขึ้น แนวกรามลากยาวสวยคมชัด ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูเรียวขึ้น

Soft Lift RF ราคาเท่าไหร่ ที่ Apex Clinic

ราคาโปรแกรม Soft Lift RF มักมีราคาเป็นช็อตหรือเหมา อยู่ที่ประมาณ 2,000-6,000 บาท หรือมีการจัดเป็นแพ็กเกจโปรโมชันลดราคา 3,990 บาท จากราคาปกติ 6,000 บาท (จำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ที่จองคิวด่วนผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น)

ราคาประเมินอาจแตกต่างกันตามปัญหาของแต่ละบุคคล แนะนำให้ทักสอบถามและปรึกษาคุณหมออีกครั้งก่อนทำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Soft Lift RF

ยกกระชับด้วย Soft Lift RF แล้วเจ็บไหม

ระหว่างทำจะอาจเจ็บมากน้อยต่างกันไป บางคนจะรู้สึกแค่อุ่น ๆ สบาย ๆ ใต้ผิวหนังเหมือนกำลังทำทรีตเมนต์นวดหน้า จึงไม่จำเป็นต้องแปะยาชาก่อนทำ หรือใครไม่ไหวก็อาจขอยาชาได้

ทำเสร็จแล้วเห็นผลเลยไหม แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังทำจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าผิวดูตึงกระชับ จากนั้นค่อย ๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นใน 1-2 เดือน และผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือนขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ทำครั้งเดียวได้ไหม ทำบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผลลัพธ์

สามารถทำครั้งเดียวได้ แต่ถ้าอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานและต่อเนื่อง หมอมักแนะนำให้ทำซ้ำเดือนละครั้งติดต่อกันในช่วง 3-5 ครั้งแรก หรือขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน

หลังทำต้องพักฟื้นไหม หน้าจะบวมหรือเปล่า

หลังทำอาจมีแค่รอยแดงอุ่น ๆ บนผิวชั่วคราวซึ่งจะหายไปเองใน 1-2 ชั่วโมง โดยสามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ แค่ดูแลตัวเองตามคำแนะนำอย่างเหมาะสม

สรุป

Soft Lift RF คือการยกกระชับผิวและลดไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น แก้มและเหนียง โดยใช้คลื่นวิทยุ (RF) ส่งความร้อนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวโดยไม่เจ็บและไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยแต่กลัวเข็ม โดยทั่วไปในเคสปกติจะแนะนำให้ทำต่อเนื่องในช่วงแรกเพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง โดยคงอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากคุณหมอก่อนทำ

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Titanium Lifting

Titanium Lifting คืออะไร เทคโนโลยีดูแลผิวด้วยพลังงานแสง 3 ระดับ

เทคโนโลยี Titanium Lifting ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการดูแลผิวและเก็บรายละเอียดในจุดที่ต้องการความละเอียดอ่อน โดยเน้นการส่งผ่านพลังงานแสงลงลึกถึงชั้นโครงสร้างผิว
EMFACE Eyes

EMFACE Eyes คืออะไร ลดริ้วรอยรอบดวงตาเห็นผลจริงไหม เหมาะกับใคร

EMFACE Eyes เทคโนโลนีที่ผสานพลังงานคลื่นวิทยุร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อเพื่อฟื้นฟูผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ
Morpheus8

Morpheus8 คืออะไร ยกกระชับผิวได้จริงไหม เหมาะกับใครบ้าง

Morpheus8 ถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะตัวช่วยยกกระชับและปรับโครงสร้างผิวได้ลึกถึงระดับชั้นไขมัน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าเทคโนโลยีนี้ทำงานอย่างไร
Morpheus Pro

Morpheus Pro คืออะไร ยกกระชับผิว ลดไขมันต่างจากเครื่องอื่นอย่างไร

Morpheus Pro เป็นเทคโนโลยี RF Microneedling ที่ช่วยทั้งยกกระชับผิวและลดไขมันในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยทั้งบริเวณใบหน้าและผิวกาย