Profhilo คืออะไร เหมาะกับใคร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง

หน้าแรก » Skin Booster » Profhilo คืออะไร เหมาะกับใคร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง
ว.43115
Profhilo คืออะไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Profhilo หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ‘ฟิลเลอร์งานผิว’ เป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่น ดูสุขภาพดี แต่ก่อนที่คนไข้จะตัดสินใจเข้ารับบริการ หมออยากให้ทำความเข้าใจก่อนว่าหลักการทำงานในระดับเซลล์ผิวเป็นอย่างไร มีความแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปในจุดไหน และที่สำคัญคือต้องใช้ระยะเวลากี่วันถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

Profhilo คืออะไร

Profhilo คือ เทคโนโลยี Biostimulator ในกลุ่ม Non-crosslinked Hyaluronic Acid (HA) ไฮยาลูโรนิกที่มีความเข้มข้นสูงที่เรียกว่า NAHYCO Hybrid Technology ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง HA โมเลกุลต่ำ (L-HA) และ HA โมเลกุลสูง (H-HA) เข้าด้วยกันด้วยความร้อน โดยปราศจากสารพันธะเคมี (BDDE-free) ผลิตโดยบริษัท IBSA Derma จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Profhilo vs ฟิลเลอร์ แตกต่างกันอย่างไร

แม้จะเป็นสารกลุ่มไฮยาลูโรนิกเหมือนกัน แต่ Profhilo กับ ฟิลเลอร์ มีคุณสมบัติและการทำงานที่ต่างกัน ซึ่งสรุปความแตกต่างได้ดังนี้

หัวข้อ Profhilo (Bio-remodelling) Filler (Dermal Filler)
ส่วนประกอบหลัก HA บริสุทธิ์เข้มข้นสูง 100% Pure HA HA ที่มีสารเชื่อมขวาง คงรูปเป็นก้อนหรือเนื้อเจลได้
กลไกการทำงาน กระจายตัวใต้ผิวเพื่อ กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน เติมเต็มปริมาตรและปรับรูปหน้าในจุดที่ต้องการ
วัตถุประสงค์หลัก ฟื้นฟูคุณภาพผิว แก้ผิวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น และกระชับรูขุมขน เติมร่องลึกและปรับรูปหน้า
ผลลัพธ์หลังทำ ผิวดูฉ่ำวาว สุขภาพดี กระชับขึ้น ไม่เปลี่ยนรูปหน้า เห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าหลังทำ
ความถี่ในการทำ แนะนำทำ 2 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทำครั้งเดียวเห็นผล และอยู่ได้นานตามรุ่นของฟิลเลอร์
ระยะเวลาผลลัพธ์ ประมาณ 6–9 เดือน ประมาณ 6–24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ)

หลักการทำงานของ Profhilo อย่างไร

หลักการทำงานของ Profhilo อย่างไร

การทำงานของ Profhilo เป็น Bio-remodeling เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างโปรตีน ดังนี้

  • เทคโนโลยี NAHYCO ผสานกรดไฮยาลูโรนิกโมเลกุลสูงและต่ำ ทำให้ตัวยาแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อได้กว้างและสม่ำเสมอทั่วใบหน้า
  • Bio-remodelling ทำหน้าที่เป็นสัญญาณทางชีวภาพกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิด ให้เกิดการซ่อมแซมและจัดระเบียบโครงสร้างเนื้อเยื่อใหม่จากภายใน
  • กระตุ้น Fibroblasts และ Keratinocytes จับกับตัวรับบนเซลล์เพื่อส่งสัญญาณให้สังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสตินรวม 4 สายพันธุ์ ช่วยพยุงผิวให้แน่นกระชับและยืดหยุ่น
  • ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรอบเซลล์ไขมัน ช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ไขมันใต้ผิวหนังให้สมบูรณ์ขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างผิวโดยรวมมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น

Profhilo แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

Profhilo เป็นเทคโนโลยี Bio-remodelling เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวเสื่อมสภาพ ดังนี้

  • ช่วยยกกระชับผิว ในบริเวณที่เริ่มหย่อนคล้อย ซ่อมแซมโครงสร้างผิวจากภายในให้กลับมาแน่นขึ้น
  • แก้ปัญหาริ้วรอยขนาดเล็ก และผิวที่ดูบางหรือฝ่อตัวลง ช่วยให้ผิวดูเต็มและเรียบเนียนขึ้น
  • เติมความชุ่มชื้นในระดับลึก ฟื้นฟูผิวที่ดูหมองคล้ำและขาดน้ำ ให้กลับมาดูฉ่ำวาว อิ่มน้ำ สุขภาพดี
  • ช่วยปรับสภาพผิวให้ละเอียดขึ้น รูขุมขนดูกระชับ และช่วยให้การแต่งหน้าติดทนขึ้น

Profhilo ต้องฉีดกี่ครั้ง และกี่วันถึงจะเห็นผล

แพทย์แนะนำให้ฉีด Profhilo ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ครั้ง เว้นห่างกัน 4 สัปดาห์ โดยจะเริ่มรู้สึกถึงผิวที่ชุ่มชื้นอิ่มฟูขึ้นภายใน 3-5 วัน และเห็นผลลัพธ์ด้านการยกกระชับรวมถึงคุณภาพผิวชัดเจนในช่วง 4 สัปดาห์หลังการฉีดครั้งที่สอง จากเคสที่ใช้บริการจริงพบว่าช่วยให้ผิวดูแน่น อิ่มน้ำ

ฉีด Profhilo บริเวณไหนได้บ้าง

ฉีด Profhilo บริเวณไหนได้บ้าง

ตำแหน่งที่แนะนำทำ Profhilo แก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นคืนความยืดหยุ่นให้แก่ผิว มีดังนี้

  • ใบหน้า ใช้เทคนิค BAP 5 จุดในแต่ละข้าง เพื่อยกกระชับและเพิ่มความอิ่มฟูทั่วใบหน้า
  • ลำคอ ช่วยลดริ้วรอยเส้นขวางและแก้ปัญหาผิวคอที่เหี่ยวย่นให้เรียบเนียนขึ้น
  • เนินอก ฟื้นฟูผิวบริเวณหน้าอกที่แห้งกร้านหรือมีรอยย่นจากแสงแดดและอายุ
  • หลังมือ เติมเต็มความชุ่มชื้น ลดความตอบ และช่วยให้ผิวหลังมือดูกระชับ
  • ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้องหรือต้นแขน เพื่อกระชับผิวที่ขาดความเฟิร์มหลังการลดน้ำหนักหรือตามวัย

การฉีด Profhilo เหมาะกับใครบ้าง

สำหรับการฟื้นฟูคุณภาพผิว หมอแนะนำ Profhilo ซึ่งตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวในลักษณะดังนี้

  • ผู้ที่มีอายุ 45-50 ปีขึ้นไป ที่คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพอย่างหนัก
  • ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเหมือนก่อน ผิวบริเวณแก้มเริ่มคล้อยลงเล็กน้อย
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยจาง ๆ ทั่วใบหน้าหรือลำคอ รวมถึงปัญหาผิวหลังมือเหี่ยวย่นจนเห็นเส้นเลือดชัด

การฉีด Profhilo ไม่เหมาะกับใคร

กลุ่มผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดเฉพาะทาง จำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาโดยแพทย์อย่างละเอียดก่อนฉีด Profhilo ดังนี้

  • ผู้ที่เคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจากการฉีดฟิลเลอร์ มีอาการบวมผิดปกติ หายใจลำบาก หรือลมพิษ
  • ผู้ที่เป็นโรคพุ่มพวง (SLE) หรือรูมาตอยด์ที่โรคยังไม่อยู่ในระยะสงบ (Remission)
  • ผู้ที่มีสิวอักเสบขึ้นในบริเวณ 5 จุดที่จะฉีด (BAP Points) หรือมีแผลสด แผลเริมที่ยังไม่แห้งสนิท
  • ผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรืออาหารเสริมกลุ่มน้ำมันปลา ปริมาณสูงเป็นประจำ
  • คุณแม่ที่เพิ่งคลอดและอยู่ในช่วงให้นม เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อบุตรได้

Profhilo มีผลข้างเคียงอะไรบ้างหลังฉีด

ผลข้างเคียงที่อาจพบหลังฉีด Profhilo เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้และหายไปเอง ดังนี้

  • หลังฉีดจะเห็นเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ ซึ่งจะยุบตัวและกระจายตัวเข้าสู่ผิวเองภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • อาจพบรอยช้ำจากเข็มขนาดเล็กในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบาง สามารถหายเองภายใน 3-7 วัน
  • อาจมีอาการบวมตึงในบริเวณที่ฉีดได้ในช่วง 1-2 วันแรก ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของเนื้อเยื่อต่อตัวยา
  • ผิวอาจมีรอยแดงชั่วคราวจากรอยเข็ม หรือรู้สึกอุ่นๆ อาการจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • ขณะฉีดหรือหลังฉีดอาจรู้สึกตึงผิวหรือปวดหน่วง ๆ เล็กน้อยในตำแหน่งที่ตัวยากำลังกระจายตัว

การเตรียมตัวก่อนฉีด Profhilo

ก่อนเข้ารับบริการ Profhilo ควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์ก่อนเข้ารับหัตถการ ดังต่อไปนี้

  • แจ้งประวัติสุขภาพ หากแพ้สาร HA มีโรคประจำตัว หรือกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร
  • วางแผนทำล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วันก่อนออกงานสำคัญ เพราะจะเห็นเป็นตุ่มนูนบริเวณจุดฉีด
  • งดการทำเลเซอร์ยกกระชับ หรือ RF บริเวณที่จะฉีดล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์
  • งดการนวดหน้า กัวซา หรือการทำหัตถการที่ต้องกดนวดใบหน้าหนัก ๆ ล่วงหน้า 2-3 วัน
  • งดทานยากลุ่มต้านการอักเสบ เพราะอาจรบกวนกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนของตัวยา

ขั้นตอนการฉีดโปรแกรม Profhilo

ขั้นตอนการรักษา Profhilo หมอจะใช้เทคนิคการฉีดเฉพาะจุดบนใบหน้า โดยมีลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • ประเมินสภาพผิว ออกแบบตำแหน่งฉีดให้เหมาะสมกับโครงหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล
  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดเพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อนเริ่มขั้นตอนถัดไป
  • แปะยาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที หรือเลือกไม่แปะยาชาก็ได้เนื่องจากเทคนิค BAP เจ็บน้อยมาก
  • แพทย์ฉีดตัวยาข้างละ 5 จุดทั่วใบหน้า โดยใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีในการกระจายตัวยาเข้าสู่ชั้นผิว
  • กรณีมีหลุมสิวจะใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) เซาะพังผืดร่วมด้วย ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่าปกติเล็กน้อยครับ

หลังฉีด Profhilo ดูแลตัวเองอย่างไรดี

การดูแลตัวเองหลังฉีด Profhilo อย่างถูกวิธีตามแพทย์สั่ง ลดระยะเวลาการพักฟื้นผิว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • นอนหงาย 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันไม่ให้หมอนกดทับบริเวณจุดฉีด BAP Points
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยให้ตัวยาไฮยาลูรอนิกทำงานอุ้มน้ำได้เต็มที่
  • งดการกด นวด หรือคลึงบริเวณตุ่มยาที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อปล่อยให้ตัวยากระจายตัว
  • งดการเข้าซาวน่า แช่น้ำอุ่น หรือทำเลเซอร์ยกกระชับในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ป้องกันตัวยาสลายตัว
  • งดการทำเลเซอร์กลุ่มยกกระชับที่ให้ความร้อนสูง หรือการนวดหน้าด้วยเครื่อง RF เป็นเวลา 2 สัปดาห์

โปรแกรม Profhilo ราคาเท่าไหร่

Profhilo ราคาในปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 30,000 บาท ต่อการฉีด 1 ครั้ง (ปริมาณ 2 CC) ทั้งนี้อัตราค่าบริการอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับโปรโมชันของแต่ละสถานพยาบาล ที่ Apex โปรแกรม Profhilo มีโปรโมชัน 2 CC ราคา 36,000 บาท

รีวิว Profhilo จากผู้ใช้บริการที่ APEX Clinic

รีวิว Profhilo

รีวิว Profhilo

รีวิว Profhilo

รีวิว Profhilo

รีวิว Profhilo

รีวิว Profhilo

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Profhilo

ฉีด Profhilo เจ็บมากไหม มีวิธีช่วยลดความเจ็บระหว่างทำยังไงบ้าง

จะมีความรู้สึกตึงๆ หรือแสบจี๊ดๆ เล็กน้อยตอนเดินยา แต่ก่อนทำผู้ช่วยหมอจะมีการแปะยาชาช่วยเตรียมผิวให้ก่อน ทำให้ความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้

หลังฉีด Profhilo เสร็จแล้วจะมีรอยนูนหรืออาการบวมกี่วัน

เกิดรอยนูนเหมือนตุ่มมดกัดเป็นเรื่องปกติ เพราะตัวยามีความเข้มข้นสูง โดยปกติจะค่อย ๆ ยุบตัวและเนียนไปกับผิวเองภายใน 1-2 วัน

ต้องฉีด Profhilo กี่ CC ถ้าอยากให้เห็นผลชัดเจนทั่วทั้งหน้า

หมอแนะนำที่ปริมาณ 2 CC ต่อการทำหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นปริมาณที่คำนวณมาแล้วว่าเพียงพอต่อการกระจายตัวให้ทั่วจุดสำคัญบนใบหน้า

ช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีด Profhilo มีข้อห้ามสำคัญอะไรบ้าง

หมอขอให้งดการนวดหน้าแรง ๆ งดออกกำลังกายหนัก และเลี่ยงพวกความร้อนอย่างซาวน่าในช่วง 2 วันแรก เพื่อให้ตัวยาทำงานอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและลดอาการบวม

Profhilo จะอยู่ได้นานแค่ไหน และต้องกลับมาฉีดซ้ำเมื่อไหร่

อยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือน หมอแนะนำให้เริ่มฉีด 2 ครั้งแรกห่างกัน 1 เดือน และหลังจากนั้นค่อยกลับมาฉีดซ้ำทุก 6 เดือนเพื่อรักษาคุณภาพผิวให้ดูดีต่อเนื่อง

ระหว่าง Profhilo กับ Sculptra แตกต่างกันยังไง

Profhilo เหมือนการเติมน้ำให้ผิว เน้นใบหน้าดูฉ่ำวาวสุขภาพดี ส่วน Sculptra เหมือนการกระตุ้นคอลลาเจน เน้นสร้างโครงสร้างผิวให้แน่นและยกกระชับในระยะยาว

สรุป

Profhilo เป็นหัตถการกลุ่ม Bio-remodeling แก้ไขปัญหาผิวแห้งกร้านและฟื้นฟูความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้น โดยเน้นการเติมความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินจากโครงสร้างภายใน สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ควรเข้ารับการประเมินสภาพผิวโดยละเอียดกับแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ Profhilo หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่

ช่องทางการติดต่อ

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
HArmonyCa คืออะไร Hybrid Filler

HArmonyCa คืออะไร ฟิลเลอร์ไฮบริด มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร

มีผู้เข้ารับบริการเข้ามาปรึกษาหมอด้วยปัญหาผิวหย่อนคล้อย ใบหน้าดูไม่สดใส แม้จะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี หนึ่งในตัวเลือกที่หมอมักแนะนำคือ HArmonyCa
K1 Jet™ คืออะไร ช่วยดูแลผิวแห้ง

K1 Jet™ คืออะไร ช่วยดูแลผิวแห้ง ขาดน้ำได้อย่างไร

K1 Jet เป็นโปรแกรมนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยไม่ใช้เข็ม โดยอาศัยระบบแรงดันเจ็ต เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น หรือผิวดูไม่สดใส
Skin Prime

Skin Prime คืออะไร ช่วยผิวสวย ลดรอยสิวได้จริงไหม

Skin Prime คือหนึ่งใน Polynucleotide (PN) ที่คนรักผิวช่วงนี้เริ่มพูดถึงกัน โดยเฉพาะใครที่กำลังมีปัญหารอยสิว ผิวแห้งกร้าน
Vitaran

Vitaran คืออะไร ช่วยฟื้นฟูผิว ลดหลุมสิวได้อย่างไร

Vitaran เป็นเทคโนโลยีซ่อมแซมเนื้อเยื่อระดับลึกเพื่อคืนความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างผิวตามกลไกธรรมชาติ บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลตั้งแต่กลไกการทำงาน