Profhilo คืออะไร เหมาะกับใคร กี่วันเห็นผล มีข้อเสียอะไรบ้าง

หน้าแรก » Skin Booster » Profhilo คืออะไร เหมาะกับใคร กี่วันเห็นผล มีข้อเสียอะไรบ้าง
ว.43115
Profhilo
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Profhilo หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ‘ฟิลเลอร์งานผิว’ เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เพราะเป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่น ดูสุขภาพดี แต่ก่อนจะตัดสินใจจองคิว ลองมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเจ้าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ดีจริงไหม มีหลักการทำงานอย่างไร และที่สำคัญคือต้องรอนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล วันนี้เรารวมคำตอบมาให้แล้ว

Profhilo คืออะไร

Profhilo คือสารเติมเต็มกลุ่มกรดไฮยาลูโรนิกเข้มข้น ที่มีคุณสมบัติในการทำ Bio-remodelling ฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยตัวยาจะทำหน้าที่กระจายตัวใต้ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้แก่เนื้อเยื่อผิว ส่งผลให้สภาพผิวโดยรวมดูแน่นกระชับและเรียบเนียนขึ้น โดยเน้นการปรับปรุงคุณภาพผิวในระยะยาวมากกว่าการปรับเปลี่ยนโครงหน้าเพียงอย่างเดียว

หลักการทำงาน Profhilo

Profhilo ทำงานอย่างไร

กลไกการทำงานของ Profhilo อาศัยการทำงานที่เน้นการปรับปรุงคุณภาพผิว ผ่านกระบวนการทางชีวภาพ โดยมีรายละเอียดการทำงานในชั้นผิวที่สำคัญ ดังนี้

  • การกระจายตัวแบบ Hybrid HA : Profhilo ใช้เทคโนโลยี NAHYCO ที่รวมกรดไฮยาลูโรนิกโมเลกุลสูงและต่ำเข้าด้วยกัน ทำให้มีความหนืดต่ำและแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อผิวได้กว้างและสม่ำเสมอ
  • การทำ Bio-remodelling : เมื่อกระจายตัวแล้ว จะทำหน้าที่เป็นสัญญาณทางชีวภาพเข้าไปกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดในชั้นผิว ให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมและปรับโครงสร้างเนื้อเยื่อใหม่จากภายใน
  • กระตุ้น Fibroblasts และ Keratinocytes : Profhilo จะเข้าจับกับตัวรับบนเซลล์เพื่อส่งสัญญาณให้เกิดการสังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสตินรวม 4 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ช่วยพยุงผิว
  • ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรอบเซลล์ไขมัน : ช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ไขมันใต้ผิวหนังให้สมบูรณ์ขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างผิวโดยรวมมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น

Profhilo แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

การทำ Profhilo เป็นหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีความกังวลด้านคุณภาพผิว หรือผิวเสื่อมสภาพตามวัย โดยมีขอบเขตในการช่วยบรรเทาปัญหาผิวที่สำคัญ ดังนี้

  • ความแห้งกร้าน : ช่วยเพิ่มระดับความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มน้ำจากภายใน
  • ความหย่อนคล้อย : ช่วยกระชับผิวที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยให้ดูแน่นขึ้น
  • ริ้วรอยร่องตื้น : ช่วยปรับให้ริ้วรอยขนาดเล็กดูเรียบเนียนขึ้น
  • คุณภาพผิวเสื่อมสภาพ : ช่วยฟื้นฟูผิวที่ดูฝ่อตัวหรือขาดความสดใสตามวัย
  • ผิวสัมผัสไม่ละเอียด : ช่วยปรับปรุงสภาพผิวโดยรวมให้ดูละเอียดและเรียบเนียนขึ้น

Profhilo ต้องฉีดกี่ครั้ง และกี่วันถึงจะเห็นผล

หลังรับบริการ Profhilo อาจยังไม่สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในทันทีได้ โดยทั่วไปจะเริ่มสัมผัสได้ในช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ แพทย์มักแนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 1 เดือน และสามารถฉีดซ้ำเพื่อคงสภาพผิวทุก ๆ 6-9 เดือน โดยมีระยะเวลาเห็นผลเบื้องต้น ดังนี้

  • หลังฉีดทันที : อาจมีตุ่มนูนเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะยุบตัวลงเองภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • หลังฉีด 7-14 วันแรก : ผิวจะเริ่มรู้สึกชุ่มชื้นขึ้น แต่งหน้าติดง่ายขึ้น ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้น
  • หลังฉีด 4 สัปดาห์หลังฉีด : จะเริ่มสังเกตเห็นความกระชับและความเรียบเนียนที่ชัดเจนขึ้น

หมายเหตุ : ผลลัพธ์และความเร็วในการแสดงผลอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวเดิม อายุ และการดูแลตัวเองรายบุคคล ซึ่งถือเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกลไกธรรมชาติ

Profhilo ฉีดตรงไหน

ฉีด Profhilo ตรงไหนได้บ้าง

Profhilo เป็นหัตถการที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่น ในการฟื้นฟูคุณภาพผิว โดยสามารถนำมาใช้รักษาในบริเวณที่มักประสบปัญหาความหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่นได้หลายจุด ดังนี้

  • ใบหน้า : นิยมฉีดด้วยเทคนิคเฉพาะ เพื่อให้ตัวยากระจายตัวครอบคลุมทั่วใบหน้า ช่วยเรื่องความยกกระชับและผิวที่ดูอิ่มน้ำ
  • ลำคอ : ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องขวางและฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอที่มักจะเริ่มหย่อนคล้อยหรือดูแห้งกร้านตามวัย
  • เนินอก : เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยบริเวณหน้าอกจากการนอนตะแคงหรือผิวเสียจากแสงแดด
  • หลังมือ : ช่วยฟื้นฟูผิวหลังมือที่ดูฝ่อตัว เห็นเส้นเลือดชัด หรือมีผิวหนังที่เหี่ยวย่นให้กลับมาดูแน่นและเรียบเนียนขึ้น
  • บริเวณอื่น ๆ บนร่างกาย : เช่น ต้นแขน หรือเหนือเข่า ซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวหนังมีความบางและสูญเสียความยืดหยุ่นได้ง่าย

Profhilo เหมาะกับใคร

การฉีด Profhilo เหมาะกับใครบ้าง

การฉีด Profhilo เป็นการทำหัตถการที่เน้นการปรับคุณภาพผิว (Skin Quality) จากภายใน ดังนั้นจึงเหมาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนที่มีปัญหาผิวและไลฟ์สไตล์ ดังนี้

  • ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน แต่งหน้าไม่ติด
  • ผู้ที่มีวัย 30+ ที่ต้องการให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลง
  • ผู้ที่มีเวลาน้อย ไม่อยากพักฟื้นนาน
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวดูยับ หรือขาดความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่ต้องการงานผิวที่ไม่บวม ไม่เป็นก้อน

การฉีด Profhilo ไม่เหมาะกับใคร

แม้ Profhilo จะเป็นหัตถการที่สามารถดูแลให้ปลอดภัยได้ เนื่องจากเป็น HA บริสุทธิ์ แต่ก็มีกลุ่มที่ไม่แนะนำหรือควรปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนฉีด ดังนี้

  • คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตร : เพื่อป้องกันความเสี่ยง ควรเลี่ยงหัตถการกลุ่มสารเติมเต็มทุกชนิด
  • คนที่มีการอักเสบบริเวณที่ฉีด : เช่น เป็นสิวอักเสบ ผื่นแพ้ หรือเริม ในตำแหน่ง 5 จุดที่จะลงเข็ม
  • คนที่มีประวัติแพ้ HA : แม้จะพบได้ค่อนข้างน้อย แต่หากแพ้กรดไฮยาลูรอนิกควรหลีกเลี่ยง
  • คนที่มีปัญหาเลือดออกผิดปกติ : หรือทานยาละลายลิ่มเลือด เพราะอาจช้ำหรือห้อเลือดได้ง่าย
  • คนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง : หรือทานยากดภูมิ ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของผิว
  • คนที่เป็นคีลอยด์ง่าย : เนื่องจากเป็นการใช้เข็ม แม้จะมีจุดฉีดน้อยแต่ควรระมัดระวัง
  • คนที่เพิ่งทำหัตถการอื่น : เช่น เลเซอร์ร้อนหรือผ่าตัดใบหน้า ควรเว้นระยะ 2-4 สัปดาห์ตามคำแนะนำแพทย์

Profhilo ต่างจากหัตถการประเภทอื่นไหม

นอกเหนือจาก Profhilo แล้ว ในปัจจุบันยังมีหัตถการฟื้นฟูผิวในกลุ่ม Bio-remodeling และ Biostimulators อีกหลากหลายประเภท ที่มีคุณสมบัติเฉพาะในการกระตุ้นคอลลาเจนและปรับโครงสร้างผิวให้มีความแข็งแรงตามความเหมาะสม โดยมีความแตกต่างกัน ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ Profhilo (Bio-remodeling) Biostimulators (เช่น Sculptra, Radiesse)
ส่วนประกอบหลัก High & Low Molecular Weight HA PLLA, CaHA, หรือ PDLLA
กลไกการทำงาน กระตุ้นการสร้าง Collagen & Elastin + เติมความชุ่มชื้น กระตุ้นปฏิกิริยาการอักเสบอ่อน ๆ เพื่อสร้าง Collagen ใหม่
ผลลัพธ์เด่น ผิวฉ่ำวาว รูขุมขนกระชับ ผิวสุขภาพดี ยกกระชับ ปรับโครงสร้างผิวให้แน่นขึ้น ลดริ้วรอยลึก
ความรู้สึกหลังทำ เห็นผลเรื่องความชุ่มชื้นค่อนข้างไว (ใน 1-2 สัปดาห์) เห็นผลค่อยเป็นค่อยไป (เริ่มชัดเจนที่ 1-3 เดือน)
จำนวนจุดที่ฉีด นิยมฉีด 5 จุด (BAP Technique) ทั่วใบหน้า ฉีดกระจายตามชั้นผิว หรือเน้นบริเวณที่ต้องการความกระชับ
ระยะเวลาผลลัพธ์ ประมาณ 6-9 เดือน ประมาณ 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร)
↔ เลื่อนเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

Profhilo มีผลข้างเคียงอะไรบ้างหลังฉีด

การฉีด Profhilo สามารถดูแลการทำหัตถการให้ปลอดภัยได้ แต่ผู้เข้ารับบริการอาจพบปฏิกิริยาชั่วคราวหลังการทำหัตถการ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของร่างกายในการตอบสนองต่อตัวยาและการกระจายตัวเข้าสู่ชั้นผิว เช่น

  • ตุ่มนูนบริเวณที่ฉีด : เนื่องจากตัวยาเข้มข้น ซึ่งจะกระจายตัวและหายประมาณ 24-48 ชั่วโมง
  • รอยแดง : อาการแดงระเรื่อบริเวณรอยเข็ม มักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
  • อาการบวม : ผิวอาจบวมเล็กน้อยจากการดึงน้ำของตัวยา จะดีขึ้นภายในประมาณ 1-3 วัน
  • รอยเขียวช้ำ : อาจเกิดขึ้นได้ในบางจุดที่มีเส้นเลือดฝอย โดยจะค่อย ๆ จางในประมาณ 1 สัปดาห์
  • ความรู้สึกตึงผิว : อาจมีอาการเจ็บหรือตึงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดในช่วง 1-2 วันแรกโดยประมาณ

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีด Profhilo

การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมก่อนรับบริการ Profhilo จะช่วยลดโอกาสเกิดรอยช้ำและทำให้กระบวนการฟื้นฟูผิวมีประสิทธิภาพ โดยมีหลักการเตรียมตัวเบื้องต้น ดังนี้

  • แจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว แพ้ยา กำลังตั้งครรภ์ หรือ ให้นมบุตร
  • งดยากลุ่มที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด : เช่น แอสไพริน หรือ NSAIDs (ไอบูโพรเฟน) อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดอาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย : เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากแปะก๊วย หรือโสม ประมาณ 1 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดการขยายตัวของหลอดเลือดและอาการบวม
  • งดการผลัดเซลล์ผิวและเลเซอร์ : หลีกเลี่ยงการใช้ Retinol หรือสครับผิวหน้าอย่างน้อยประมาณ 3-5 วัน

หลังฉีด Profhilo ดูแลตัวเองอย่างไรดี

เพื่อให้ผลลัพธ์ของ Profhilo มีประสิทธิภาพตามแผนที่วางไว้ และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ควรปฏิบัติตัวหลังรับบริการ รวมถึงหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

  • งดสัมผัสหรือนวดใบหน้า : หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • งดออกกำลังกายหนัก : หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ตัวร้อนจัดหรือเหงื่อออกมากประมาณ 48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง : งดซาวน่า อาบน้ำอุ่นจัด หรือทำเลเซอร์หน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อลดอาการบวมและอักเสบ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ : เพื่อช่วยให้กระบวนการดึงน้ำเข้าสู่ชั้นผิวมีประสิทธิภาพขึ้น
  • งดแต่งหน้าชั่วคราว : ประมาณ 6-12 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อบริเวณรอยเข็ม

Profhilo รีวิว

รีวิวผลลัพธ์หลังฉีด Profhilo

ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่ที่มีปัญหาผิวขาดความยืดหยุ่น รูขุมขนกว้าง และเริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ จากการสูญเสียคอลลาเจนตามวัย พบว่าการทำ Profhilo ช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื้นในชั้นผิวให้ดูอิ่มน้ำ และเปล่งปลั่งขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยผลลัพธ์ด้านความกระชับและการปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น เมื่อตัวยากระตุ้นการสร้างอีลาสตินและคอลลาเจนในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

ฉีด Profhilo ที่ไหนดี

การพิจารณาเลือกสถานพยาบาลก่อนฉีด Profhilo เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้หัตถการราบรื่น ลดความเสี่ยง พร้อมทั้งได้รับผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสม ดังนี้

  • ให้บริการโดยแพทย์ : เลือกแพทย์ที่ประเมินเทคนิคการฉีดได้อย่างเหมาะสม สามารถให้คำปรึกษา และดูแลให้ปลอดภัยได้
  • ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ : คลินิกต้องใช้ตัวยาที่ตรวจสอบได้ผ่านช่องทางทางการจากผู้นำเข้า เพื่อลดความเสี่ยงและคุณภาพของสารสกัด
  • มีการประเมินผิวรายบุคคล : แพทย์ควรวิเคราะห์สภาพผิวและระดับความกังวลก่อนทำ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละคน
  • มาตรฐานสถานพยาบาล : เลือกคลินิกที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง มีความสะอาด และมีระบบดูแลติดตามผลหลังทำหัตถการอย่างเหมาะสม
  • ข้อมูลรีวิวที่น่าเชื่อถือ : ศึกษาผลลัพธ์จากผู้ใช้บริการจริงภายใต้ข้อมูลที่เป็นกลาง เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน

Profhilo ราคา

Profhilo ราคาเท่าไหร่

Profhilo ราคาในปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 30,000 บาท ต่อการฉีด 1 ครั้ง (ปริมาณ 2 CC) ทั้งนี้อัตราค่าบริการอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับโปรโมชันของแต่ละสถานพยาบาล แพทย์ และคลินิกที่ใช้บริการ ดังนั้นผู้เข้ารับบริการควรสอบถามรายละเอียดราคาและตรวจสอบผลิตภัณฑ์จากผู้นำเข้าโดยตรงก่อนตัดสินใจ

หมายเหตุ : ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นไม่ใช่ราคาจริงของทางคลินิก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ

ซึ่งที่เอเพ็กซ์ที่ค่าบริการสำหรับ Profhilo ราคา 25,000 บาท ซึ่งราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับโปรโมชัน แนะนำให้สอบถามก่อนเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Profhilo

ฉีด Profhilo เจ็บไหม

ระดับความรู้สึกเจ็บขณะทำหัตถการอยู่ในเกณฑ์ที่ทนได้ โดยจะมีการแปะยาชาเพื่อบรรเทาความรู้สึก (ขึ้นอยู่กับทางคลินิก) และอาจรู้สึกตึงหรือแสบเล็กน้อยขณะตัวยากำลังกระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อผิว

ฉีด Profhilo บวมกี่วัน

อาการบวมและตุ่มนูนบริเวณจุดที่ฉีด Profhilo เป็นปฏิกิริยาปกติจากการกระจายตัวของยาเข้มข้น ซึ่งมักจะค่อย ๆ ยุบตัวลงและหายไปเองภายในเวลาประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมง

Profhilo ใช้กี่ CC

โดยทั่วไปปริมาณในการฉีด Profhilo ทั่วใบหน้าจะใช้ผลิตภัณฑ์ปริมาณ 2 CC ต่อการทำหนึ่งครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมจุดฉีดตามทั่วใบหน้าอย่างเหมาะสม

หลังฉีด Profhilo ห้ามอะไรบ้าง

หลังฉีด Profhilo ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้า การออกกำลังกายหนัก และการสัมผัสความร้อนสูงในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของยาและลดโอกาสการเกิดอาการบวมอักเสบ

Profhilo อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์จากการทำหัตถการโดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณ 6 – 9 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม การดูแลตัวเอง และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้เข้ารับบริการแต่ละบุคคล

Profhilo กับ Sculptra ต่างกันยังไง

Profhilo เน้นการปรับคุณภาพผิวและเติมความชุ่มชื้นด้วยกรดไฮยาลูโรนิกเข้มข้น ในขณะที่ Sculptra เป็นสารกลุ่ม PLLA ที่มุ่งเน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อยกกระชับโครงสร้างผิวในระยะยาว

สรุป

Profhilo เป็นหัตถการกลุ่ม Bio-remodeling ที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวแห้งกร้านและฟื้นฟูความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้น โดยเน้นการเติมความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสติน เพื่อปรับปรุงคุณภาพผิวจากโครงสร้างภายใน โดยเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังรับบริการ ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ควรเข้ารับการประเมินสภาพผิวโดยละเอียดกับแพทย์

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
K1 Jet™ คืออะไร ช่วยดูแลผิวแห้ง

K1 Jet™ คืออะไร ช่วยดูแลผิวแห้ง ขาดน้ำได้อย่างไร

K1 Jet เป็นโปรแกรมนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยไม่ใช้เข็ม โดยอาศัยระบบแรงดันเจ็ต เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น หรือผิวดูไม่สดใส
Skin Prime

Skin Prime คืออะไร ช่วยผิวสวย ลดรอยสิวได้จริงไหม

Skin Prime คือหนึ่งใน Polynucleotide (PN) ที่คนรักผิวช่วงนี้เริ่มพูดถึงกัน โดยเฉพาะใครที่กำลังมีปัญหารอยสิว ผิวแห้งกร้าน
Vitaran

Vitaran คืออะไร ช่วยฟื้นฟูผิว ลดหลุมสิวได้อย่างไร

Vitaran เป็นเทคโนโลยีซ่อมแซมเนื้อเยื่อระดับลึกเพื่อคืนความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างผิวตามกลไกธรรมชาติ บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลตั้งแต่กลไกการทำงาน
Skinvive

Skinvive คืออะไร เหมาะกับผิวแบบไหน ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Skinvive เป็นหัตถการที่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อผ่านหูกันมาบ้าง แต่อาจจะยังสงสัยว่ามันคือฟิลเลอร์หรือเปล่า หรือเป็นแค่เมโสหน้าใส