Profhilo หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ‘ฟิลเลอร์งานผิว’ เป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่น ดูสุขภาพดี แต่ก่อนที่คนไข้จะตัดสินใจเข้ารับบริการ หมออยากให้ทำความเข้าใจก่อนว่าหลักการทำงานในระดับเซลล์ผิวเป็นอย่างไร มีความแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปในจุดไหน และที่สำคัญคือต้องใช้ระยะเวลากี่วันถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
Profhilo คืออะไร
Profhilo คือ เทคโนโลยี Biostimulator ในกลุ่ม Non-crosslinked Hyaluronic Acid (HA) ไฮยาลูโรนิกที่มีความเข้มข้นสูงที่เรียกว่า NAHYCO Hybrid Technology ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง HA โมเลกุลต่ำ (L-HA) และ HA โมเลกุลสูง (H-HA) เข้าด้วยกันด้วยความร้อน โดยปราศจากสารพันธะเคมี (BDDE-free) ผลิตโดยบริษัท IBSA Derma จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์
Profhilo vs ฟิลเลอร์ แตกต่างกันอย่างไร
แม้จะเป็นสารกลุ่มไฮยาลูโรนิกเหมือนกัน แต่ Profhilo กับ ฟิลเลอร์ มีคุณสมบัติและการทำงานที่ต่างกัน ซึ่งสรุปความแตกต่างได้ดังนี้
| หัวข้อ | Profhilo (Bio-remodelling) | Filler (Dermal Filler) |
|---|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | HA บริสุทธิ์เข้มข้นสูง 100% Pure HA | HA ที่มีสารเชื่อมขวาง คงรูปเป็นก้อนหรือเนื้อเจลได้ |
| กลไกการทำงาน | กระจายตัวใต้ผิวเพื่อ กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน | เติมเต็มปริมาตรและปรับรูปหน้าในจุดที่ต้องการ |
| วัตถุประสงค์หลัก | ฟื้นฟูคุณภาพผิว แก้ผิวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น และกระชับรูขุมขน | เติมร่องลึกและปรับรูปหน้า |
| ผลลัพธ์หลังทำ | ผิวดูฉ่ำวาว สุขภาพดี กระชับขึ้น ไม่เปลี่ยนรูปหน้า | เห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าหลังทำ |
| ความถี่ในการทำ | แนะนำทำ 2 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน | ทำครั้งเดียวเห็นผล และอยู่ได้นานตามรุ่นของฟิลเลอร์ |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | ประมาณ 6–9 เดือน | ประมาณ 6–24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ) |
หลักการทำงานของ Profhilo อย่างไร
การทำงานของ Profhilo เป็น Bio-remodeling เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวและกระตุ้นการสร้างโปรตีน ดังนี้
- เทคโนโลยี NAHYCO ผสานกรดไฮยาลูโรนิกโมเลกุลสูงและต่ำ ทำให้ตัวยาแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อได้กว้างและสม่ำเสมอทั่วใบหน้า
- Bio-remodelling ทำหน้าที่เป็นสัญญาณทางชีวภาพกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิด ให้เกิดการซ่อมแซมและจัดระเบียบโครงสร้างเนื้อเยื่อใหม่จากภายใน
- กระตุ้น Fibroblasts และ Keratinocytes จับกับตัวรับบนเซลล์เพื่อส่งสัญญาณให้สังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสตินรวม 4 สายพันธุ์ ช่วยพยุงผิวให้แน่นกระชับและยืดหยุ่น
- ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรอบเซลล์ไขมัน ช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ไขมันใต้ผิวหนังให้สมบูรณ์ขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างผิวโดยรวมมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น
Profhilo แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
Profhilo เป็นเทคโนโลยี Bio-remodelling เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวเสื่อมสภาพ ดังนี้
- ช่วยยกกระชับผิว ในบริเวณที่เริ่มหย่อนคล้อย ซ่อมแซมโครงสร้างผิวจากภายในให้กลับมาแน่นขึ้น
- แก้ปัญหาริ้วรอยขนาดเล็ก และผิวที่ดูบางหรือฝ่อตัวลง ช่วยให้ผิวดูเต็มและเรียบเนียนขึ้น
- เติมความชุ่มชื้นในระดับลึก ฟื้นฟูผิวที่ดูหมองคล้ำและขาดน้ำ ให้กลับมาดูฉ่ำวาว อิ่มน้ำ สุขภาพดี
- ช่วยปรับสภาพผิวให้ละเอียดขึ้น รูขุมขนดูกระชับ และช่วยให้การแต่งหน้าติดทนขึ้น
Profhilo ต้องฉีดกี่ครั้ง และกี่วันถึงจะเห็นผล
แพทย์แนะนำให้ฉีด Profhilo ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ครั้ง เว้นห่างกัน 4 สัปดาห์ โดยจะเริ่มรู้สึกถึงผิวที่ชุ่มชื้นอิ่มฟูขึ้นภายใน 3-5 วัน และเห็นผลลัพธ์ด้านการยกกระชับรวมถึงคุณภาพผิวชัดเจนในช่วง 4 สัปดาห์หลังการฉีดครั้งที่สอง จากเคสที่ใช้บริการจริงพบว่าช่วยให้ผิวดูแน่น อิ่มน้ำ
ฉีด Profhilo บริเวณไหนได้บ้าง
ตำแหน่งที่แนะนำทำ Profhilo แก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยและฟื้นคืนความยืดหยุ่นให้แก่ผิว มีดังนี้
- ใบหน้า ใช้เทคนิค BAP 5 จุดในแต่ละข้าง เพื่อยกกระชับและเพิ่มความอิ่มฟูทั่วใบหน้า
- ลำคอ ช่วยลดริ้วรอยเส้นขวางและแก้ปัญหาผิวคอที่เหี่ยวย่นให้เรียบเนียนขึ้น
- เนินอก ฟื้นฟูผิวบริเวณหน้าอกที่แห้งกร้านหรือมีรอยย่นจากแสงแดดและอายุ
- หลังมือ เติมเต็มความชุ่มชื้น ลดความตอบ และช่วยให้ผิวหลังมือดูกระชับ
- ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้องหรือต้นแขน เพื่อกระชับผิวที่ขาดความเฟิร์มหลังการลดน้ำหนักหรือตามวัย
การฉีด Profhilo เหมาะกับใครบ้าง
สำหรับการฟื้นฟูคุณภาพผิว หมอแนะนำ Profhilo ซึ่งตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวในลักษณะดังนี้
- ผู้ที่มีอายุ 45-50 ปีขึ้นไป ที่คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพอย่างหนัก
- ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเหมือนก่อน ผิวบริเวณแก้มเริ่มคล้อยลงเล็กน้อย
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยจาง ๆ ทั่วใบหน้าหรือลำคอ รวมถึงปัญหาผิวหลังมือเหี่ยวย่นจนเห็นเส้นเลือดชัด
การฉีด Profhilo ไม่เหมาะกับใคร
กลุ่มผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดเฉพาะทาง จำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาโดยแพทย์อย่างละเอียดก่อนฉีด Profhilo ดังนี้
- ผู้ที่เคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจากการฉีดฟิลเลอร์ มีอาการบวมผิดปกติ หายใจลำบาก หรือลมพิษ
- ผู้ที่เป็นโรคพุ่มพวง (SLE) หรือรูมาตอยด์ที่โรคยังไม่อยู่ในระยะสงบ (Remission)
- ผู้ที่มีสิวอักเสบขึ้นในบริเวณ 5 จุดที่จะฉีด (BAP Points) หรือมีแผลสด แผลเริมที่ยังไม่แห้งสนิท
- ผู้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรืออาหารเสริมกลุ่มน้ำมันปลา ปริมาณสูงเป็นประจำ
- คุณแม่ที่เพิ่งคลอดและอยู่ในช่วงให้นม เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อบุตรได้
Profhilo มีผลข้างเคียงอะไรบ้างหลังฉีด
ผลข้างเคียงที่อาจพบหลังฉีด Profhilo เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้และหายไปเอง ดังนี้
- หลังฉีดจะเห็นเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ ซึ่งจะยุบตัวและกระจายตัวเข้าสู่ผิวเองภายใน 24-48 ชั่วโมง
- อาจพบรอยช้ำจากเข็มขนาดเล็กในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบาง สามารถหายเองภายใน 3-7 วัน
- อาจมีอาการบวมตึงในบริเวณที่ฉีดได้ในช่วง 1-2 วันแรก ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของเนื้อเยื่อต่อตัวยา
- ผิวอาจมีรอยแดงชั่วคราวจากรอยเข็ม หรือรู้สึกอุ่นๆ อาการจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
- ขณะฉีดหรือหลังฉีดอาจรู้สึกตึงผิวหรือปวดหน่วง ๆ เล็กน้อยในตำแหน่งที่ตัวยากำลังกระจายตัว
การเตรียมตัวก่อนฉีด Profhilo
ก่อนเข้ารับบริการ Profhilo ควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์ก่อนเข้ารับหัตถการ ดังต่อไปนี้
- แจ้งประวัติสุขภาพ หากแพ้สาร HA มีโรคประจำตัว หรือกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร
- วางแผนทำล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วันก่อนออกงานสำคัญ เพราะจะเห็นเป็นตุ่มนูนบริเวณจุดฉีด
- งดการทำเลเซอร์ยกกระชับ หรือ RF บริเวณที่จะฉีดล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์
- งดการนวดหน้า กัวซา หรือการทำหัตถการที่ต้องกดนวดใบหน้าหนัก ๆ ล่วงหน้า 2-3 วัน
- งดทานยากลุ่มต้านการอักเสบ เพราะอาจรบกวนกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนของตัวยา
ขั้นตอนการฉีดโปรแกรม Profhilo
ขั้นตอนการรักษา Profhilo หมอจะใช้เทคนิคการฉีดเฉพาะจุดบนใบหน้า โดยมีลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ประเมินสภาพผิว ออกแบบตำแหน่งฉีดให้เหมาะสมกับโครงหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล
- ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดเพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อนเริ่มขั้นตอนถัดไป
- แปะยาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที หรือเลือกไม่แปะยาชาก็ได้เนื่องจากเทคนิค BAP เจ็บน้อยมาก
- แพทย์ฉีดตัวยาข้างละ 5 จุดทั่วใบหน้า โดยใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีในการกระจายตัวยาเข้าสู่ชั้นผิว
- กรณีมีหลุมสิวจะใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) เซาะพังผืดร่วมด้วย ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่าปกติเล็กน้อยครับ
หลังฉีด Profhilo ดูแลตัวเองอย่างไรดี
การดูแลตัวเองหลังฉีด Profhilo อย่างถูกวิธีตามแพทย์สั่ง ลดระยะเวลาการพักฟื้นผิว โดยมีรายละเอียดดังนี้
- นอนหงาย 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันไม่ให้หมอนกดทับบริเวณจุดฉีด BAP Points
- ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยให้ตัวยาไฮยาลูรอนิกทำงานอุ้มน้ำได้เต็มที่
- งดการกด นวด หรือคลึงบริเวณตุ่มยาที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อปล่อยให้ตัวยากระจายตัว
- งดการเข้าซาวน่า แช่น้ำอุ่น หรือทำเลเซอร์ยกกระชับในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ป้องกันตัวยาสลายตัว
- งดการทำเลเซอร์กลุ่มยกกระชับที่ให้ความร้อนสูง หรือการนวดหน้าด้วยเครื่อง RF เป็นเวลา 2 สัปดาห์
โปรแกรม Profhilo ราคาเท่าไหร่
Profhilo ราคาในปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 30,000 บาท ต่อการฉีด 1 ครั้ง (ปริมาณ 2 CC) ทั้งนี้อัตราค่าบริการอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับโปรโมชันของแต่ละสถานพยาบาล ที่ Apex โปรแกรม Profhilo มีโปรโมชัน 2 CC ราคา 36,000 บาท
รีวิว Profhilo จากผู้ใช้บริการที่ APEX Clinic
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Profhilo
ฉีด Profhilo เจ็บมากไหม มีวิธีช่วยลดความเจ็บระหว่างทำยังไงบ้าง
จะมีความรู้สึกตึงๆ หรือแสบจี๊ดๆ เล็กน้อยตอนเดินยา แต่ก่อนทำผู้ช่วยหมอจะมีการแปะยาชาช่วยเตรียมผิวให้ก่อน ทำให้ความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้
หลังฉีด Profhilo เสร็จแล้วจะมีรอยนูนหรืออาการบวมกี่วัน
เกิดรอยนูนเหมือนตุ่มมดกัดเป็นเรื่องปกติ เพราะตัวยามีความเข้มข้นสูง โดยปกติจะค่อย ๆ ยุบตัวและเนียนไปกับผิวเองภายใน 1-2 วัน
ต้องฉีด Profhilo กี่ CC ถ้าอยากให้เห็นผลชัดเจนทั่วทั้งหน้า
หมอแนะนำที่ปริมาณ 2 CC ต่อการทำหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นปริมาณที่คำนวณมาแล้วว่าเพียงพอต่อการกระจายตัวให้ทั่วจุดสำคัญบนใบหน้า
ช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีด Profhilo มีข้อห้ามสำคัญอะไรบ้าง
หมอขอให้งดการนวดหน้าแรง ๆ งดออกกำลังกายหนัก และเลี่ยงพวกความร้อนอย่างซาวน่าในช่วง 2 วันแรก เพื่อให้ตัวยาทำงานอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและลดอาการบวม
Profhilo จะอยู่ได้นานแค่ไหน และต้องกลับมาฉีดซ้ำเมื่อไหร่
อยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือน หมอแนะนำให้เริ่มฉีด 2 ครั้งแรกห่างกัน 1 เดือน และหลังจากนั้นค่อยกลับมาฉีดซ้ำทุก 6 เดือนเพื่อรักษาคุณภาพผิวให้ดูดีต่อเนื่อง
ระหว่าง Profhilo กับ Sculptra แตกต่างกันยังไง
Profhilo เหมือนการเติมน้ำให้ผิว เน้นใบหน้าดูฉ่ำวาวสุขภาพดี ส่วน Sculptra เหมือนการกระตุ้นคอลลาเจน เน้นสร้างโครงสร้างผิวให้แน่นและยกกระชับในระยะยาว
สรุป
Profhilo เป็นหัตถการกลุ่ม Bio-remodeling แก้ไขปัญหาผิวแห้งกร้านและฟื้นฟูความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้น โดยเน้นการเติมความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินจากโครงสร้างภายใน สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ควรเข้ารับการประเมินสภาพผิวโดยละเอียดกับแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ Profhilo หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound








