Ultraformer III เครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์แบบ MMFU ส่งพลังงานลงสู่ผิวหลายระดับ เพื่อดูแลความหย่อนคล้อยและกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงจำนวนช็อตครับ แต่รวมถึงการเลือกหัว ความลึก แนววางพลังงาน และการประเมินว่าปัญหาเกิดจากผิวหย่อน ไขมัน หรือโครงสร้างใบหน้า
Ultraformer III คืออะไร
Ultraformer III คือ เครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส หรือ High Intensity Focus Ultrasound (HIFU) โดยส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวตามระดับความลึกที่แพทย์กำหนด โดยไม่ทำให้ผิวด้านบนเกิดบาดแผล เมื่อพลังงานรวมตัวเป็นจุด จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเป้าหมายเกิดความร้อนและหดตัว พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ ผิวจึงค่อย ๆ ดูกระชับและแน่นขึ้นในระยะต่อมาครับ
ตัวเครื่องมีหัวที่ลงพลังงานได้หลายระดับความลึก หมอจึงสามารถวางแนวการยิงให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ รวมถึงปรับตามความหนาของผิว ชั้นไขมัน และปัญหาของแต่ละคนได้ครับ
Ultraformer III มีหลักการทำงานอย่างไร
การทำงานของ Ultraformer III สามารถอธิบายอย่างง่ายได้ 3 ขั้นตอนครับ
- ส่งคลื่นอัลตราซาวนด์ผ่านผิวชั้นบน โดยไม่ทำให้เกิดแผลเปิดบนผิว
- รวมพลังงานเป็นจุดความร้อน ในระดับความลึกตามหัวที่เลือกใช้
- กระตุ้นการหดตัวและปรับโครงสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ ดูแน่นขึ้น
พลังงานไม่ได้ดึงหรือเย็บชั้น SMAS เหมือนการผ่าตัด แต่เป็นการสร้างจุดพลังงานในระดับความลึกที่สัมพันธ์กับเนื้อเยื่อพยุงใบหน้าครับ
หัวยิง Ultraformer III มีกี่ระดับ
Ultraformer III มีหัวพลังงานหลายระดับ โดยแพทย์จะเลือกตามความลึกของเนื้อเยื่อและบริเวณที่ต้องการดูแล
| ระดับความลึก | แนวทางการใช้งาน |
|---|---|
| 1.5 มม. | ดูแลผิวชั้นตื้นและริ้วรอยขนาดเล็ก |
| 2.0 มม. | ใช้ในพื้นที่ตื้นหรือบริเวณที่ต้องการความละเอียด |
| 3.0 มม. | ดูแลผิวชั้นหนังแท้ระดับลึกและความหย่อนบางตำแหน่ง |
| 4.5 มม. | ส่งพลังงานสู่เนื้อเยื่อระดับลึกที่สัมพันธ์กับชั้น SMAS |
| 6.0 มม. | ใช้กับเนื้อเยื่อที่หนาและลึกขึ้นตามการประเมิน |
| 9.0 มม. | ใช้กับชั้นไขมันหรือบริเวณลำตัวบางตำแหน่ง |
| 13.0 มม. | ใช้กับบริเวณลำตัวที่มีเนื้อเยื่อหนา |
ระดับความลึกไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ครบทุกหัวครับ แพทย์จะเลือกเฉพาะหัวที่เหมาะกับสภาพผิวและบริเวณที่ทำ
Ultraformer III ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
Ultraformer III เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง และอาจช่วยดูแลปัญหาต่อไปนี้
- ผิวแก้มล่างหย่อน อาจช่วยให้ผิวดูแน่นและแนวกรอบหน้าชัดขึ้น
- กรอบหน้าไม่ชัด ช่วยดูแลความหย่อนบริเวณแนวกรามและแก้มส่วนล่าง
- ผิวใต้คางไม่กระชับ อาจช่วยให้บริเวณใต้คางดูกระชับขึ้นในเคสที่เหมาะสม
- แนวคิ้วเริ่มตก อาจช่วยพยุงผิวรอบคิ้วที่หย่อนเล็กน้อย
- ริ้วรอยขนาดเล็ก อาจดูจางลงเมื่อผิวมีความแน่นและยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น
- ผิวบริเวณลำคอหย่อน ช่วยดูแลความแน่นของผิวบริเวณคอ
งานวิจัยและการทบทวนวรรณกรรมพบว่าพลังงานกลุ่ม focused ultrasound อาจช่วยดูแลความหย่อนของใบหน้าและลำคอได้ โดยผลที่ได้มักอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางและแตกต่างกันในแต่ละการศึกษาครับ
ปัญหาแบบไหนที่ Ultraformer III อาจไม่ตอบโจทย์
หมอจะประเมินสาเหตุของปัญหาก่อน เพราะไม่ใช่ทุกปัญหาจะเกิดจากผิวหย่อนครับ
- ร่องลึกจากการขาดวอลลุ่ม อาจต้องพิจารณาฟิลเลอร์หรือวิธีเติมเต็มร่วมด้วย
- ริ้วรอยจากกล้ามเนื้อ เช่น รอยขมวดคิ้ว อาจเหมาะกับการฉีดโบทูลินัมท็อกซินมากกว่า
- ไขมันใต้คางปริมาณมาก เครื่องยกกระชับอาจไม่สามารถลดขนาดเหนียงได้ตามที่คาดหวัง
- ใบหน้าตอบหรือมีเนื้อน้อย ต้องระวังการเลือกหัวและตำแหน่งวางพลังงาน
- ผิวหย่อนมาก ผลจากเครื่องอาจไม่เทียบเท่าการผ่าตัดยกกระชับ
- หนังตาตกจากกล้ามเนื้อหรือระบบประสาท ควรตรวจหาสาเหตุก่อนเลือกหัตถการ
Ultraformer III เหมาะกับใคร
Ultraformer III มักถูกนำมาพิจารณาในผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้
- ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ผิวดูไม่แน่นหรือกรอบหน้าเริ่มเปลี่ยน
- แก้มส่วนล่างเริ่มตกและแนวกรามไม่ชัด หมออาจวางแนวพลังงานเพื่อช่วยพยุงผิวบริเวณแก้มและกรอบหน้า
- มีเหนียงไม่มากและผิวใต้คางหย่อนร่วมด้วย เหมาะกับเคสที่ปัญหาไม่ได้เกิดจากไขมันสะสมจำนวนมากเพียงอย่างเดียว
- ผิวบริเวณลำคอเริ่มไม่กระชับ สามารถใช้ดูแลความแน่นของผิวบริเวณใต้คางและลำคอได้
- ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด ไม่มีแผลผ่าตัด แต่อาจมีอาการบวมหรือระบมชั่วคราวหลังทำ
- เข้าใจว่าผลลัพธ์จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและอาจแตกต่างกันตามสภาพผิว อายุ และการตอบสนองของแต่ละคนครับ
ใครควรให้แพทย์ประเมินเพิ่มเติมก่อนทำ
ก่อนทำควรแจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้และหัตถการที่เคยทำบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้
- มีแผล ผื่น การติดเชื้อ หรือสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะทำ
- อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- มีอุปกรณ์ วัสดุ หรือโลหะฝังในบริเวณที่จะทำ
- เคยฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือทำหัตถการบริเวณเดียวกัน
- มีใบหน้าผอม แก้มตอบ หรือเนื้อเยื่อน้อย
- เคยมีความผิดปกติของเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อใบหน้า
ในบางกรณีหมออาจแนะนำให้เลื่อนการทำ ปรับตำแหน่งหรือระดับพลังงาน หรือเลือกวิธีอื่นที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหามากกว่าครับ
Ultraformer III ทำบริเวณไหนได้บ้าง
บริเวณที่หมออาจพิจารณาทำ Ultraformer III ได้แก่
- หน้าผากและแนวคิ้ว
- รอบดวงตาและหางตา
- แก้มส่วนกลางและแก้มส่วนล่าง
- ร่องแก้มที่สัมพันธ์กับความหย่อน
- แนวกรามและกรอบหน้า
- เหนียงและบริเวณใต้คาง
- ลำคอ
- ต้นแขน หน้าท้อง หรือต้นขาบางตำแหน่ง
Ultraformer III ต้องใช้กี่ช็อต
จำนวนช็อตขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ระดับความหย่อน ความหนาของเนื้อเยื่อและจำนวนหัวที่ใช้ ไม่ควรเลือกจากจำนวนช็อตหรือราคาเพียงอย่างเดียว
| บริเวณ | ตัวอย่างช่วงจำนวนช็อต |
|---|---|
| รอบดวงตา หางตา หรือหน้าผาก | ประมาณ 100–200 ช็อต |
| แนวกรามและใต้คาง | ประมาณ 200–300 ช็อต |
| แก้มและใบหน้าส่วนล่าง | ประมาณ 300–400 ช็อต |
| ทั่วใบหน้า | ประมาณ 400–600 ช็อต |
| ทั่วใบหน้ารวมลำคอ | ประมาณ 700–1,000 ช็อต |
| บริเวณลำตัว | ประมาณ 1,000 ช็อตขึ้นไป |
ตัวเลขในตารางเป็นเพียงช่วงตัวอย่าง จำนวนจริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ตามแผนการทำของแพทย์
จำนวนช็อตมากกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป
การเพิ่มจำนวนช็อตโดยไม่ดูความหนาของเนื้อเยื่อหรือแนวที่วางพลังงาน อาจไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน
หมอจะดูว่าควรวางพลังงานตรงไหน ใช้หัวอะไร และควรหลีกเลี่ยงบริเวณใด มากกว่าดูตัวเลขจำนวนช็อตอย่างเดียวครับ
ก่อนทำ Ultraformer III แพทย์ประเมินอะไรบ้าง
ก่อนเริ่มทำ แพทย์ควรประเมินสาเหตุและโครงสร้างใบหน้าเป็นรายบุคคล
- ระดับความหย่อน ดูแก้มล่าง แนวกราม เหนียงและลำคอ
- ความหนาของไขมัน ประเมินว่าเหนียงเกิดจากไขมันหรือผิวหย่อนเป็นหลัก
- ปริมาณเนื้อใบหน้า ระวังในผู้ที่มีแก้มตอบหรือใบหน้าผอม
- ความสมมาตร วางจำนวนช็อตและแนวพลังงานให้เหมาะกับแต่ละด้าน
- ตำแหน่งโครงสร้างสำคัญ หลีกเลี่ยงเส้นประสาท กระดูกและบริเวณที่ไม่ควรวางพลังงาน
- ประวัติหัตถการ ตรวจสอบฟิลเลอร์ โบท็อก ร้อยไหมและเครื่องยกกระชับที่เคยทำ
- ความคาดหวัง อธิบายว่าผลลัพธ์อยู่ในระดับใดและมีข้อจำกัดอะไร
Ultraformer III ต่างจาก Ultraformer MPT อย่างไร
Ultraformer III และ Ultraformer MPT ใช้พลังงาน Focused Ultrasound เช่นเดียวกัน แต่มีรูปแบบการส่งพลังงานและตัวเลือกของหัวแตกต่างกัน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ultraformer III | Ultraformer MPT |
|---|---|---|
| เทคโนโลยี | MMFU | Micro-Pulsed Technology |
| รูปแบบพลังงาน | เน้นการปล่อยพลังงานเป็นจุดตามแนว | มี Normal Mode และ MP Mode |
| ระดับความลึก | มีหัวสำหรับใบหน้าและลำตัวหลายระดับ | มีหัวหลายระดับพร้อมหัว Booster |
| ความเร็ว | ใช้ความเร็วตามระบบของรุ่น III | MP Mode ส่งพลังงานได้เร็วขึ้น |
| การเลือกใช้ | ขึ้นกับปัญหาและแผนของแพทย์ | ขึ้นกับโหมดและคุณสมบัติที่ต้องการ |
Ultraformer MPT มี Normal Mode ที่ส่งพลังงานเป็นจุด และ MP Mode ที่ส่งพลังงานในรูปแบบกว้างขึ้น รวมถึงมีหัว Booster เพิ่มเติมตามข้อมูลผู้ผลิต และไม่ควรเลือกจากชื่อรุ่นอย่างเดียวครับ เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นกับการประเมิน การเลือกหัว ค่าพลังงาน และประสบการณ์ของผู้ทำด้วย
Ultraformer III ต่างจาก RF อย่างไร
พลังงานอัลตราซาวนด์และ RF มีรูปแบบการส่งความร้อนเข้าสู่เนื้อเยื่อแตกต่างกัน จึงเหมาะกับปัญหาที่ไม่เหมือนกันทั้งหมด
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Ultraformer III | Monopolar RF |
|---|---|---|
| พลังงาน | อัลตราซาวนด์พลังงานโฟกัส | คลื่นวิทยุ |
| รูปแบบความร้อน | รวมตัวเป็นจุดตามความลึกของหัว | กระจายความร้อนเป็นบริเวณในเนื้อเยื่อ |
| จุดที่มักเน้น | การวางแนวยกและดูแลความหย่อนหลายระดับ | ความแน่นของผิวและเนื้อเยื่อโดยรวม |
| การเลือกทำ | ดูแนวหย่อนและความหนาของเนื้อเยื่อ | ดูคุณภาพผิว ไขมันและความหย่อน |
ไม่มีพลังงานชนิดใดเหมาะกับทุกคน บางเคสอาจเหมาะกับอัลตราซาวนด์ บางเคสเหมาะกับ RF และบางคนอาจวางแผนร่วมกัน
Ultraformer III vs เครื่องยกกระชับรุ่นอื่น ต่างกันยังไง
Ultraformer III vs Ulthera ต่างกันอย่างไร
Ultraformer III vs Ulthera ทั้งสองเครื่องใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสเพื่อยกกระชับหน้า แต่ Ulthera มีระบบแสดงภาพชั้นผิวแบบเรียลไทม์ก่อนยิงพลังงาน ส่วน Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี Micro & Macro Focused Ultrasound และมีหัวสำหรับดูแลหลายระดับความลึก การเลือกจึงขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ปัญหาผิว และแผนการรักษาของแพทย์ครับ
Ultraformer III vs Oligio ต่างกันอย่างไร
Ultraformer III ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส เน้นส่งพลังงานเป็นจุดลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อเป้าหมาย ส่วน Oligio ใช้ Monopolar RF กระจายความร้อนในชั้นผิว เหมาะกับการเพิ่มความแน่นและดูแลผิวหย่อนโดยรวม บางเคสแพทย์อาจใช้ร่วมกันเมื่อมีปัญหาหลายชั้นครับ
Ultraformer III vs HIFU ต่างกันอย่างไร
HIFU เป็นชื่อเรียกเทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงแบบโฟกัส ส่วน Ultraformer III คือชื่อเครื่องที่นำเทคโนโลยี Micro & Macro Focused Ultrasound มาใช้ ดังนั้นประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่า HIFU เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงมาตรฐานเครื่อง หัวที่ใช้ พลังงาน และเทคนิคของแพทย์ครับ
Ultraformer III vs Thermage ต่างกันอย่างไร
Ultraformer III ส่งคลื่นอัลตราซาวนด์เป็นจุดไปยังระดับความลึกที่กำหนด จึงมักเน้นเรื่องการยกและปรับกรอบหน้า ส่วน Thermage FLX ใช้พลังงาน RF ให้ความร้อนในชั้นผิวเป็นบริเวณกว้าง เน้นเพิ่มความแน่น ความเรียบ และลดความหย่อนของผิว ควรเลือกตามชั้นที่เป็นสาเหตุหลักครับ
Ultraformer III vs Morpheus8 ต่างกันอย่างไร
Ultraformer III เป็นการส่งพลังงานผ่านผิวโดยไม่ใช้เข็ม เน้นยกกระชับเนื้อเยื่อในระดับที่กำหนด ส่วน Morpheus8 ใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับพลังงาน Fractional RF จึงเน้นปรับทั้งความแน่นและพื้นผิว เช่น รูขุมขน ริ้วรอย รอยสิว และมักมีระยะฟื้นตัวมากกว่าครับ
ข้อดีของ Ultraformer III
จุดเด่นของ Ultraformer III คือหมอสามารถเลือกความลึกและวางพลังงานให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละคนได้
- มีหัวหลายระดับสำหรับดูแลทั้งชั้นผิว เนื้อเยื่อระดับลึกและบริเวณลำตัว
- ส่งพลังงานเป็นจุดลงไปยังระดับความลึกที่กำหนดได้
- ปรับจำนวนช็อตและค่าพลังงานตามความหนาของผิวและเนื้อเยื่อ
- ไม่มีแผลเปิดจากเข็มหรือการผ่าตัด
- หลังทำส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หลังแพทย์ประเมินแล้ว
ข้อจำกัดของ Ultraformer III
ก่อนตัดสินใจทุกคนควรเข้าใจก่อนว่าเครื่องมีข้อจำกัดและไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกประเภทครับ
- ไม่ได้เติมวอลลุ่มที่ยุบตัวเหมือนฟิลเลอร์
- ไม่ได้ลดไขมันปริมาณมากในทุกบริเวณ
- ไม่สามารถให้ผลเทียบเท่าการผ่าตัดในผู้ที่หย่อนมาก
- ต้องใช้เวลาให้กระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจนเกิดขึ้น
- ระดับความรู้สึกและผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน
- อาจต้องใช้หัตถการอื่นร่วม หากมีหลายสาเหตุพร้อมกัน
การเตรียมตัวก่อนทำ Ultraformer III
ก่อนทำไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวซับซ้อน แต่ควรแจ้งข้อมูลให้แพทย์ครบถ้วน
- แจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติการแพ้ยา
- แจ้งประวัติฟิลเลอร์ โบท็อก ร้อยไหม หรือเครื่องยกกระชับ
- เลื่อนการทำหากมีแผล ผื่น การติดเชื้อ หรือผิวไหม้แดด
- หลีกเลี่ยงการสครับหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคืองก่อนวันทำ
- พักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารตามปกติ
- ทำความสะอาดเครื่องสำอางก่อนเข้ารับบริการ
ขั้นตอนการทำ Ultraformer III
ขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามบริเวณและแนวทางของแต่ละคลินิก โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้
- แพทย์ประเมินใบหน้าและกำหนดบริเวณที่จะทำ
- ถ่ายภาพก่อนทำเพื่อใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลง
- ทำความสะอาดผิวและทายาชาหากจำเป็น
- วาดแนวและเลือกหัวตามระดับความลึก
- ทาเจลเพื่อเป็นตัวกลางในการส่งคลื่นอัลตราซาวนด์
- แพทย์ส่งพลังงานตามแนวและจำนวนช็อตที่วางไว้
- เช็ดเจลและตรวจสภาพผิวหลังทำ
ระยะเวลารวมขึ้นอยู่กับพื้นที่ จำนวนช็อต และเวลาทายาชา โดยทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที
ทำ Ultraformer III เจ็บไหม
ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่น หน่วง หรือจี๊ดลึกใต้ผิว โดยเฉพาะบริเวณใกล้กระดูก แนวกรามและใต้คาง ระดับความรู้สึกขึ้นอยู่กับค่าพลังงาน บริเวณที่ทำ ความไวต่อความรู้สึกและความหนาของเนื้อเยื่อ หากรู้สึกเจ็บมากควรแจ้งแพทย์ ไม่ควรฝืนรับพลังงานครับ
อาการที่อาจพบหลังทำ Ultraformer III
อาการส่วนใหญ่มักเกิดชั่วคราวและค่อย ๆ ลดลง แต่อาการของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน
อาการทั่วไปที่อาจพบ
- ผิวแดงหรือบวมเล็กน้อย
- รู้สึกอุ่น ตึง หรือกดแล้วระบม
- มีรอยช้ำบางตำแหน่ง
- รู้สึกชาหรือไวต่อการสัมผัสชั่วคราว
- เจ็บเมื่อขยับใบหน้าหรือสัมผัสบริเวณที่ทำ
อาการที่ควรติดต่อแพทย์
- ปวดหรือบวมมากขึ้นต่อเนื่อง
- ชาหรืออ่อนแรงนานกว่าที่แพทย์แจ้ง
- ใบหน้าเคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่สมมาตร
- มีตุ่มพอง แผล หรือสีผิวผิดปกติ
- มีอาการอื่นที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
การดูแลหลังทำ Ultraformer III
หลังทำสามารถดูแลผิวได้ตามปกติ โดยปรับตามอาการระคายเคืองที่เกิดขึ้น
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ยังระบม
- เลี่ยงซาวน่า ความร้อนจัด และการออกกำลังกายหนักหากยังบวมแดง
- ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและมอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยน
- ทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแดดจัด
- ไม่ทำหัตถการซ้ำบริเวณเดิมโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ติดต่อคลินิกหากมีอาการผิดปกติหรือไม่ดีขึ้น
Ultraformer III เห็นผลเมื่อไร
หลังทำบางคนอาจรู้สึกว่าผิวตึงหรือแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่การเปลี่ยนแปลงจากกระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจนต้องใช้เวลา โดยทั่วไปอาจเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงประมาณ 2–4 สัปดาห์ และมักประเมินผลชัดขึ้นในช่วง 1–3 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความหย่อน หัวและค่าพลังงานที่ใช้ ไม่ควรประเมินผลจากภาพหลังทำทันทีเพียงอย่างเดียว เพราะอาการบวม มุมกล้อง แสง และการแสดงสีหน้าสามารถทำให้ภาพดูแตกต่างกันได้
ผลลัพธ์ Ultraformer III อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์อาจอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน แตกต่างกันในแต่ละคน โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- อายุและสภาพผิวก่อนทำ ผิวที่ยังมีความยืดหยุ่นดีมักตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่า
- ระดับความหย่อนคล้อย หากหย่อนมาก ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเท่ากลุ่มที่มีปัญหาเล็กน้อยถึงปานกลาง
- จำนวนช็อต หัว และค่าพลังงาน ต้องเลือกให้เหมาะกับความหนาของผิวและตำแหน่งที่ทำ
- บริเวณที่ทำ แต่ละจุดมีโครงสร้างผิวและชั้นไขมันแตกต่างกัน จึงตอบสนองไม่เท่ากัน
- การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก น้ำหนักที่ขึ้นหรือลงมากอาจทำให้รูปหน้าและความกระชับเปลี่ยนตาม
- การตอบสนองต่อการสร้างคอลลาเจน แต่ละคนสร้างคอลลาเจนได้ไม่เท่ากัน จึงเห็นผลเร็วและอยู่ได้นานต่างกัน
Ultraformer III ควรทำซ้ำเมื่อไร
ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าทุกคนต้องทำเป็นคอร์สหรือทำซ้ำทุก 6 เดือนครับ ที่จริงแล้วควรรอให้ผลลัพธ์เข้าที่และให้แพทย์ประเมินอีกครั้ง โดยดูจากระดับความหย่อน สภาพผิว และเป้าหมายในขณะนั้น การทำถี่เกินไปไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์มากขึ้นเสมอ
รีวิวหลังทำ Ultraformer III 400 Shots
เคสนี้แพทย์วางพลังงานบริเวณแก้มส่วนล่าง แนวกราม และกรอบหน้า หลังทำประมาณ 1 เดือน จากภาพอาจสังเกตได้ว่าแก้มด้านข้างดูเก็บขึ้น แนวกรามดูชัดและกรอบหน้าโดยรวมดูเรียวกระชับขึ้นครับ ผลลัพธ์เป็นของผู้รับบริการเฉพาะราย อาจแตกต่างกันตามสภาพผิว โครงสร้างใบหน้าและการตอบสนองของแต่ละบุคคล รวมถึงมุมถ่าย แสงและสีหน้าในแต่ละภาพด้วย
Ultraformer III ราคาเท่าไหร่
ราคาของการทำ Ultraformer III จะแตกต่างกันไปตาม จำนวนช็อตที่ใช้และบริเวณที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษเพื่อให้ครอบคลุมปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ดังนี้
- 100 ช็อต : ประมาณ 2,400-4,000 บาท
- 300 ช็อต : ประมาณ 7,500-12,000 บาท
- 500-600 ช็อต : ประมาณ 14,000-20,000 บาท
- 800-1,000 ช็อต : ประมาณ 25,000-30,000 บาท
ราคาสามารถแตกต่างกันได้ตามจำนวนช็อต พื้นที่ที่ทำ โปรโมชั่นและประสบการณ์ของแพทย์ ควรสอบถามรายละเอียดและประเมินผิวกับคลินิกทุกครั้งก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ultraformer III
Ultraformer III ทำให้หน้าตอบไหม
อาจเกิดความกังวลเรื่องหน้าตอบได้หากเลือกหัวหรือตำแหน่งไม่เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อน้อย แพทย์จึงต้องประเมินความหนาของไขมันและหลีกเลี่ยงบริเวณที่ตอบอยู่แล้ว
คนหน้าผอมทำ Ultraformer III ได้ไหม
อาจทำได้ในบางเคส แต่ต้องวางพลังงานเฉพาะบริเวณที่มีความหย่อน ไม่ควรเน้นหัวหรือค่าพลังงานที่อาจกระทบชั้นไขมันโดยไม่จำเป็น
Ultraformer III ลดเหนียงได้ไหม
อาจช่วยลดเหนียงให้ดูน้อยลงเมื่อมีผิวใต้คางหย่อนหรือไขมันมีไม่มาก หากไขมันหนาหรือเกิดจากโครงสร้างคาง อาจต้องพิจารณาวิธีอื่นร่วมด้วย
Ultraformer III ทำครั้งเดียวเห็นผลไหม
บางคนอาจสังเกตการเปลี่ยนแปลงหลังทำครั้งเดียว แต่ระดับผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความหย่อน สภาพผิว จำนวนช็อตและการตอบสนองของแต่ละคน
Ultraformer III ทำร่วมกับโบท็อกหรือฟิลเลอร์ได้ไหม
สามารถวางแผนร่วมกันได้ แต่ลำดับและระยะห่างขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ชนิดผลิตภัณฑ์ และวันที่เคยทำ ควรแจ้งประวัติให้แพทย์ประเมินก่อน
จัดฟันหรือมีรากฟันเทียมทำ Ultraformer III ได้ไหม
ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ เพราะบริเวณใกล้ฟันหรือโลหะอาจรู้สึกเสียวหรือไวต่อพลังงาน แพทย์จะปรับแนวและเทคนิคตามความเหมาะสม
Ultraformer III เหมาะกับอายุเท่าไร
ไม่ได้พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ดูระดับความหย่อน ความหนาของเนื้อเยื่อและสาเหตุของปัญหาเป็นหลัก
Ultraformer III กับ Ultraformer ต่างกันอย่างไร
Ultraformer เป็นชื่อกลุ่มเครื่องและเทคโนโลยี ส่วน Ultraformer III เป็นหนึ่งในรุ่นของเครื่อง สำหรับข้อมูลภาพรวมของแต่ละรุ่นสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ Ultraformer คืออะไร
สรุป
Ultraformer III เป็นเครื่อง HIFU ที่ใช้เทคโนโลยี MMFU ส่งพลังงานลงสู่เนื้อเยื่อหลายระดับ เพื่อดูแลความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม กรอบหน้า ใต้คาง รอบดวงตาและลำคอในเคสที่เหมาะสม ก่อนทำควรประเมินว่าสาเหตุเกิดจากผิวหย่อน ไขมัน วอลลุ่ม หรือโครงสร้างใบหน้าครับ เพราะจำนวนช็อตมากไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกว่าเสมอไป การเลือกหัว ความลึก แนวพลังงาน และประสบการณ์ของแพทย์มีผลต่อทั้งผลลัพธ์และความเสี่ยง
อ้างอิง
- CLASSYS Inc. ULTRAFORMER III Product Brochure. 2022. อ่านเอกสาร
- Ling J, Zhao H. A Systematic Review and Meta-Analysis of the Clinical Efficacy and Patients’ Satisfaction of Micro-Focused Ultrasound Treatment for Facial Rejuvenation and Tightening. Aesthetic Plastic Surgery. 2023. PubMed
- Pan R, et al. Efficacy and Safety of Intense Focused Ultrasound for Skin Rejuvenation: A Systematic Review and Meta-analysis. Archives of Dermatological Research. 2024. Springer





