ฉีดโบท็อกกราม หน้าเรียวจริงไหม ต้องใช้กี่ยูนิตจึงเห็นผล

หน้าแรก » โบท็อก » ฉีดโบท็อกกราม หน้าเรียวจริงไหม ต้องใช้กี่ยูนิตจึงเห็นผล
ฉีดโบท็อกกราม
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ปัญหากรามใหญ่ ทำให้ใบหน้าดูแข็งและกว้างเกินความจำเป็น จนหลายคนขาดความมั่นใจ การตัดสินใจฉีดโบท็อกกราม จึงเป็นทางออกยอดฮิตที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเล็กลงและมีความสมดุล ทว่ามือใหม่หัดเข้าวงการความงามมักสงสัยคือ ต้องใช้ตัวยาปริมาณเท่าไหร่ถึงจะพอดี ซึ่งการฉีดโบท็อกลดกราม ในแต่ละบุคคลนั้นมีสัดส่วนยาที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขนาดของกล้ามเนื้อและผลลัพธ์ที่ต้องการเพื่อให้ได้กรอบหน้าเรียวสวย

ฉีดโบท็อกกราม คืออะไร

ฉีดโบท็อกกราม คือ หัตถการทางการแพทย์เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็กลง โดยการใช้สารโบทูลินัมท็อกซิน ชนิดเอ (Botulinum Toxin Type A) ฉีดเข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อกราม ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณมุมขากรรไกร มีหน้าที่หลักในการเคี้ยวอาหาร เมื่อสารโบท็อกออกฤทธิ์ จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนี้ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและมีขนาดเล็กลง

ฉีดโบท็อกกรามทำงานอย่างไร

การใช้สารโบทูลินัมท็อกซินเพื่อปรับรูปหน้า คือการอาศัยกลไกการออกฤทธิ์ที่เข้าไปช่วย คลายการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนเกินอย่างเฉพาะเจาะจง โดยการฉีดโบท็อกลดกราม ได้แก่

  • ยับยั้งกระแสประสาท : ตัวยาจะเข้าไปขัดขวางสัญญาณจากเส้นประสาทที่ส่งมายังกล้ามเนื้อกราม
  • ลดการหดตัว : เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งานอย่างหนักจากการบดเคี้ยว กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ เล็กลง
  • ปรับรูปทรงหน้า : เมื่อกล้ามเนื้อฝ่อตัวลงส่งผลให้แนวกรามดูเรียวและเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ

รีวิว ฉีดโบท็อกกราม

ฉีดโบท็อกกรามต้องใช้กี่ยูนิต

ปริมาณยาฉีดโบท็อกกรามที่เหมาะสม สำหรับการรักษาในแต่ละครั้ง มีความสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและไม่ดูแข็งทื่อจนเกินไป โดยทั่วไปแล้วจำนวนยูนิตที่นิยมใช้ มีดังนี้

  • ขนาดกล้ามเนื้อเล็ก : ประมาณ 30 – 40 ยูนิต แบ่งฉีดทั้งสองข้าง
  • ขนาดกล้ามเนื้อปานกลาง : ประมาณ 50 – 60 ยูนิต ซึ่งเป็นปริมาณมาตรฐานที่เห็นผลชัดเจน
  • ขนาดกล้ามเนื้อใหญ่มาก : อาจต้องใช้ตั้งแต่ 60 – 80 ยูนิต ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

ปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนยูนิตฉีดโบท็อกกราม

การคำนวณปริมาณยาให้ถูกต้อง ไม่ได้ดูเพียงแค่ความกว้างของใบหน้าเท่านั้น แต่ยังมีตัวแปรสำคัญอื่น ๆ ที่แพทย์ต้องนำมาพิจารณาเพื่อกำหนดปริมาณ การฉีดโบท็อกกรามให้เหมาะสม ได้แก่

  • ความหนาของมวลกล้ามเนื้อ : ยิ่งกล้ามเนื้อแข็งแรงและหนามาก ยิ่งต้องใช้ปริมาณยาที่มากขึ้น
  • เพศของผู้เข้ารับบริการ : โดยปกติผู้ชายมักมีมวลกล้ามเนื้อกรามที่หนาและแข็งแรงกว่าผู้หญิง
  • ยี่ห้อของโบท็อกที่เลือกใช้ : ประสิทธิภาพการกระจายตัวของยาแต่ละแบรนด์อาจส่งผลต่อจำนวนยูนิต
  • ความต้องการส่วนบุคคล : ระดับความเรียวที่คนไข้คาดหวังจากการฉีดโบท็อกกราม ว่าต้องการให้ลดลงมากน้อยเพียงใด

ฉีดโบท็อกกราม ยี่ห้อไหนดี

การเลือกแบรนด์ตัวยาที่เหมาะสม มีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์หน้าเรียวอยู่ได้นานและลดโอกาสการดื้อยาในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมียี่ห้อที่นิยมนำมาใช้ฉีดโบท็อกกราม ได้แก่

  • Allergan : จุดเด่นคือความเสถียรและยากระจายตัวแคบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้หน้าเรียวดูเป็นธรรมชาติ
  • Dysport : โดดเด่นเรื่องการกระจายตัวยาได้กว้างและออกฤทธิ์เร็ว ช่วยให้กราม ดูละมุน ไม่แข็ง
  • Xeomin : มีความบริสุทธิ์แบบปราศจากโปรตีนเจือปน ช่วยลดความเสี่ยงในการดื้อยา จากการฉีดโบท็อกกรามบ่อยครั้ง
  • Nabota : ออกฤทธิ์ค่อนข้างไว เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลของการลดกราม ในระยะเวลาไม่นาน
  • Aestox : ให้ผลลัพธ์หน้าเรียวชัดในงบประมาณที่เข้าถึงง่าย นิยมใช้ในโปรแกรมฉีดโบท็อกกรามทั่วไป
  • Botulax : เหมาะกับผู้เริ่มต้นฉีด ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกรามได้ดี เมื่อแพทย์ประเมินและวางแผนฉีดอย่างเหมาะสม

ฉีดโบท็อกกราม กี่วันเห็นผล

ฉีดโบท็อกกรามกี่วันเห็นผล

หลายคนอาจคาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีหลังทำ แต่ในความเป็นจริงแล้วตัวยาต้องใช้เวลาในการเริ่มทำงานและรอให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ ลดขนาดลงหลังจากการฉีดโบท็อกกราม ดังนี้

  • ระยะ 3-7 วันแรก : เริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อกรามเริ่มนิ่มลง บดเคี้ยวได้ไม่แรงเท่าเดิม
  • ระยะ 2-4 สัปดาห์ : สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงว่ากรอบหน้าเริ่มชัดและดูเรียวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะ 1 – 2 เดือน : ช่วงที่ผลลัพธ์การฉีดโบท็อกกรามชัดเจนที่สุด กล้ามเนื้อกรามยุบตัวลงเต็มที่และหน้าดูสมส่วน
  • ระยะคงสภาพ : ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกกราม

เพื่อให้การเข้ารับบริการ เป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหรือหลังทำ การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนฉีดโบท็อกกราม ถือเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม ดังนี้

  • งดยาแลวิตามินที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด : เช่น แอสไพริน วิตามิน E และน้ำมันปลา ประมาณ 1 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : ควรงดอย่างน้อย 24 – 48 ชั่วโมงก่อน ฉีดโบท็อกกราม เพื่อลดอาการบวมเขียว
  • แจ้งประวัติสุขภาพ : แจ้งโรคประจำตัว การแพ้ยา หรือสถานะการตั้งครรภ์ให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
  • งดการทำทรีตเมนต์หน้า : ควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้าหรือเลเซอร์ก่อนทำประมาณ 3 วัน

หลังฉีดโบท็อกกราม

การดูแลหลังฉีดโบท็อกกราม

การปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังทำ จะช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่และคงสภาพหน้าเรียว จากการฉีดโบท็อกกรามได้นานยิ่งขึ้น โดยมีสิ่งที่ควรทำได้แก่

  • งดนอนราบ : ในช่วง 3 – 4 ชั่วโมงแรกหลัง ฉีดโบท็อกลดกราม เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายไปผิดจุด
  • บริหารกล้ามเนื้อกราม : การเคี้ยวหมากฝรั่งเบาๆ หลังฉีดทันทีประมาณ 30 นาทีช่วยให้ยากระจายตัวได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความร้อน : งดการเข้าซาวน่า เลเซอร์ หรือการนวดหน้าด้วยความร้อนในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • งดอาหารรสจัดและแอลกอฮอล์ : เพื่อป้องกันการอักเสบหลังการฉีดลดกราม และช่วยให้จุดเข็มหายเร็วขึ้น

รีวิว ฉีดโบท็อกกราม

ฉีดโบท็อกกราม ราคาเท่าไหร่

ฉีดโบท็อกกรามมี ราคาประมาณ 6,000 – 15,000 บาท ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับจำนวนยูนิตและยี่ห้อของโบท็อกที่ใช้ ในบางกรณีอาจมีราคาสูงกว่านี้ถ้าต้องใช้ยูนิตเยอะเพื่อปรับรูปหน้าให้สมดุล

อย่างไรก็ตาม ราคาอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล ประสบการณ์ของแพทย์ ยี่ห้อโบท็อก และโปรโมชั่นในช่วงนั้น ๆ จึงควรสอบถามและประเมินหน้าโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฉีดโบท็อกกราม

ฉีดโบท็อกกรามบ่อย ๆ จะทำให้ดื้อยาไหม

มีโอกาสเกิดขึ้นได้หากฉีดบ่อยเกินไป ซึ่งถี่กว่าทุก 3 เดือน หรือใช้ตัวยาที่ไม่มีคุณภาพ แนะนำให้ทิ้งระยะห่างอย่างน้อย 4-6 เดือน ต่อการฉีดหนึ่งครั้ง และเลือกใช้ยาที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงในการดื้อยา

ฉีดโบท็อกกราม เจ็บไหม

ระหว่างฉีดจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยจากเข็ม แต่ทนได้ ไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดโบท็อกลดกรามสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ฉีดโบท็อกกราม ผู้หญิงกับผู้ชายต่างกันไหม

การฉีดโบท็อกลดกรามในผู้ชายมักใช้ปริมาณยามากกว่าผู้หญิง เพราะกล้ามเนื้อกรามแข็งแรงกว่า และจะเน้นให้หน้าเรียวแต่ยังคงความคมชัด ส่วนผู้หญิงจะเน้นความเรียวละมุน หน้าไม่แข็ง

หลังฉีดโบท็อกกราม เคี้ยวอาหารได้ตามปกติไหม

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังการฉีด อาจรู้สึกเมื่อยตึงบริเวณกรามเวลาเคี้ยวอาหารที่เหนียวหรือแข็ง ซึ่งเป็นอาการปกติเนื่องจากกล้ามเนื้อเริ่มทำงานน้อยลง แนะนำให้เลี่ยงอาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก ๆ ในช่วงแรก

ฉีดโบท็อกกราม นอนตะแคงได้ไหม

หลังฉีดโบท็อกลดกราม ควรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันตัวยาเคลื่อนที่ หลังจากนั้นสามารถนอนตะแคงได้ตามปกติ

สรุป

การฉีดโบท็อกกราม เพื่อให้เห็นผลลัพธ์หน้าเรียวชัดเจนนั้น โดยทั่วไปจะใช้ปริมาณยาอยู่ที่ 50-60 ยูนิต ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับกล้ามเนื้อระดับปานกลาง แต่หากเป็นผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อหนามากหรือกลุ่มผู้ชาย แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดโบท็อกลดกราม ในปริมาณ 60-80 ยูนิต เพื่อประสิทธิภาพ ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินขนาดกล้ามเนื้อจริงก่อนรับบริการ เพื่อให้การฉีดโบท็อกลดกรามปรับรูปหน้าให้ดูสวยงาม

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Allergan Botox

Allergan Botox (อเมริกา) อยู่ได้นานแค่ไหน ฉีดจุดไหนได้บ้าง

Allergan Botox คือโบทูลินัมท็อกซินชนิด Botulinum Toxin Type A ที่พัฒนาโดยบริษัท Allergan ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา
Dysport Botox

Dysport Botox (ดิสพอร์ต) ดีไหม ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นอย่างไร

Dysport Botox เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการปรับรูปหน้าและลดเลือนริ้วรอย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ Dysport Botox คืออะไร
โบท็อกซ์ Neuronox

โบท็อกซ์ Neuronox คืออะไร ลดริ้วรอยลึกได้ไหม มีรุ่นไหนบ้าง

โบท็อกซ์ Neuronox คือหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนเริ่มมองหา เมื่อการบำรุงผิวด้วยสกินแคร์แบบเดิม อาจไม่สามารถจัดการกับปัญหาริ้วรอย
BTXA Botox

โบท็อกซ์ BTXA คืออะไร อันตรายไหม เหมาะกับปัญหาแบบไหนบ้าง

โบท็อกซ์ BTXA เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนนิยมใช้เพื่อช่วยดูแลเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังมีความกังวลใจ