หลายคนสนใจ Rejuran เพราะต้องการดูแลผิวที่เริ่มแห้ง ผิวสัมผัสไม่เรียบ หรือมีริ้วรอยตื้น แต่ก่อนตัดสินใจมักมีคำถามตามมาว่า Rejuran ช่วยเรื่องไหนได้บ้าง ต้องฉีดกี่ครั้งจึงเริ่มเห็นผล และแตกต่างจาก Skin Booster หรือ Vitaran อย่างไร ในมุมของหมอ จุดสำคัญคือควรเข้าใจทั้งหลักการทำงาน ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ และข้อจำกัดของหัตถการให้ชัดเจนก่อน
Rejuran คืออะไร
Rejuran (รีจูรัน) เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดฉีดที่มีส่วนประกอบสำคัญคือ Polynucleotide หรือ PN ซึ่งผลิตจากชิ้นส่วน DNA ของปลาแซลมอนที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ จุดประสงค์หลักของ Rejuran คือการดูแลริ้วรอยและคุณภาพผิว ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มปริมาตรเหมือนฟิลเลอร์ หรือรักษาปัญหาเม็ดสีอย่างฝ้าและกระโดยตรง
สาร PN ใน Rejuran ทำงานอย่างไร
Rejuran ไม่ได้เติมบริเวณที่ยุบ แต่ทำงานร่วมกับกระบวนการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อผิว ดังนี้
- สนับสนุนกระบวนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อในบริเวณที่ฉีด
- ส่งเสริมการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิว
- ช่วยให้ริ้วรอยตื้น ผิวสัมผัสและความยืดหยุ่นค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง
- อาจช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นเมื่อคุณภาพผิวดีขึ้น
- ไม่สามารถเพิ่มปริมาตรหรือใช้ทดแทนฟิลเลอร์ในร่องลึกได้
Rejuran มีงานวิจัยรองรับไหม
ปัจจุบันมีงานวิจัยเกี่ยวกับการฉีด PN เพื่อดูแลริ้วรอย ผิวสัมผัส ความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นของผิว แต่หลักฐานยังมีข้อจำกัดบางส่วน งานทบทวนอย่างเป็นระบบในปี 2025 ที่รวบรวมผลการศึกษาจำนวน 9 ฉบับ จากผู้เข้าร่วมรวม 219 คน พบว่า PN มีแนวโน้มช่วยลดริ้วรอยและปรับผิวสัมผัสหรือความยืดหยุ่นได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยแต่ละชิ้นใช้เทคนิค ปริมาณและจำนวนครั้งต่างกัน จึงยังไม่ควรสรุปว่าทุกคนจะเห็นผลเหมือนกัน
Rejuran ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
ผลลัพธ์ของ Rejuran จะเน้นคุณภาพผิวมากกว่าการเปลี่ยนรูปหน้าหรือเติมบริเวณที่ยุบ ดังนี้
- ริ้วรอยตื้น ช่วยให้เส้นริ้วขนาดเล็กดูลดลงเมื่อความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้น
- ผิวสัมผัสไม่เรียบ อาจช่วยให้พื้นผิวดูละเอียดและสม่ำเสมอขึ้น
- ผิวขาดความยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ผิวแห้ง อาจช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นขึ้นเมื่อคุณภาพผิวโดยรวมดีขึ้น
- รูขุมขนที่เห็นชัด อาจดูเล็กลงเมื่อผิวสัมผัสและความชุ่มชื้นดีขึ้น
- ริ้วรอยรอบดวงตา ช่วยดูแลเส้นริ้วตื้นในบริเวณที่ผิวค่อนข้างบาง
Rejuran ไม่ได้ช่วยเรื่องอะไร
ก่อนเลือกฉีดควรแยกให้ออกว่าปัญหามาจากคุณภาพผิวหรือโครงสร้างส่วนอื่น เพราะ Rejuran มีข้อจำกัด ดังนี้
- ร่องแก้มหรือร่องมุมปากลึก ไม่สามารถเพิ่มปริมาตรได้เหมือนฟิลเลอร์
- ผิวหย่อนคล้อยชัด ไม่ได้ส่งพลังงานลงสู่ชั้นลึกเพื่อยกกระชับ
- ไขมันสะสมหรือกรอบหน้าไม่ชัด ไม่ได้ช่วยลดไขมันหรือปรับแนวกราม
- ฝ้า กระและรอยดำ ไม่ใช่หัตถการที่รักษาเม็ดสีเฉพาะจุด
- หลุมสิวที่มีพังผืด ไม่สามารถตัดพังผืดใต้หลุมสิวได้
- แผลเป็นนูน ไม่ใช่วิธีหลักสำหรับลดความหนาของแผลเป็น
Rejuran มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร
บริษัทผู้ผลิตแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็นหลายรุ่น เพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งและลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน
| รุ่น | ลักษณะการนำมาใช้ |
|---|---|
| Rejuran | ใช้ดูแลริ้วรอยและคุณภาพผิวทั่วใบหน้าตามการประเมิน |
| Rejuran i | ออกแบบสำหรับบริเวณผิวบาง เช่น ริ้วรอยรอบดวงตา |
| Rejuran S | ใช้กับตำแหน่งเฉพาะ ริ้วรอยหรือรอยแผลเป็นตามการประเมิน |
| Rejuran HB Plus | มี HA และ Lidocaine เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความรู้สึกขณะฉีด |
ชื่อรุ่น ส่วนประกอบและข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุญาตอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ จึงควรตรวจสอบรุ่นที่ใช้จริงก่อนฉีด
ก่อนฉีด Rejuran แพทย์ประเมินอะไรบ้าง
การเลือกฉีด Rejuran ไม่ได้ดูเพียงว่าผิวแห้งหรือรูขุมขนกว้าง แต่ต้องประเมินสาเหตุของปัญหาร่วมกัน ดังนี้
- แยกว่าปัญหาหลักเกิดจากริ้วรอย ผิวสัมผัส ความหย่อนคล้อย ปริมาตรหรือเม็ดสี
- ตรวจว่ามีสิวอักเสบ ผื่น แผลหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีดหรือไม่
- ประเมินความหนาของผิวและตำแหน่งที่ต้องการวางตัวยา
- ตรวจประวัติการฉีดฟิลเลอร์ เลเซอร์หรือหัตถการที่เคยทำมาก่อน
- สอบถามโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยาและยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ
- เลือกรุ่น ปริมาณ เทคนิคและจำนวนครั้งให้เหมาะกับสภาพผิว
Rejuran เหมาะกับใคร
Rejuran เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยไม่เน้นเพิ่มปริมาตรหรือเปลี่ยนรูปหน้า ดังนี้
- ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยตื้นหรือผิวขาดความยืดหยุ่น
- ผู้ที่มีผิวสัมผัสไม่เรียบหรือแต่งหน้าแล้วผิวดูไม่สม่ำเสมอ
- ผู้ที่มีผิวแห้งและรู้สึกว่าผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ไม่ดี
- ผู้ที่มีรูขุมขนเห็นชัดร่วมกับผิวสัมผัสไม่ละเอียด
- ผู้ที่กังวลริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบดวงตา
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวโดยไม่เพิ่มปริมาตรของใบหน้า
ใครยังไม่เหมาะกับการฉีด Rejuran
บางกลุ่มควรเลื่อนการฉีดหรือให้แพทย์ประเมินข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ ดังนี้
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากข้อมูลการใช้ในกลุ่มนี้ยังจำกัด
- ผู้ที่มีสิวอักเสบ ผื่น แผลเปิดหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่เคยแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์หรือยาชาในรุ่นที่เลือก
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ปลาหรือผลิตภัณฑ์จากปลาควรแจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
Rejuran ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
ตำแหน่งที่ฉีดจะเลือกตามรุ่นของผลิตภัณฑ์ ความหนาของผิวและปัญหาที่ต้องการดูแล ดังนี้
- ทั่วใบหน้า เพื่อดูแลริ้วรอยตื้น ผิวสัมผัสและความยืดหยุ่น
- รอบดวงตา เพื่อดูแลผิวบางและริ้วรอยเล็กบริเวณหางตาหรือใต้ตา
- บริเวณที่มีรอยแผลเป็น โดยต้องเลือกรุ่นและเทคนิคตามการประเมิน
- ตำแหน่งอื่น เช่น ลำคอหรือหลังมือ ต้องพิจารณาตามรุ่นและข้อบ่งใช้
- บริเวณรอบดวงตาและตำแหน่งที่มีเส้นเลือดสำคัญควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาค
Rejuran ต้องใช้กี่ CC
ปริมาณ Rejuran ที่ใช้มักอยู่ที่ประมาณ 1–2 cc ต่อบริเวณ ขึ้นอยู่กับรุ่น พื้นที่ที่ฉีด และสภาพผิวของแต่ละคน โดยการดูแลทั่วใบหน้ามักใช้ปริมาณมากกว่าการฉีดเฉพาะจุด เช่น รอบดวงตา ทั้งนี้ การใช้จำนวน cc มากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าเสมอไป
ฉีด Rejuran กี่ครั้งถึงเห็นผล
โดยทั่วไปอาจเริ่มสังเกตว่าผิวชุ่มชื้นและผิวสัมผัสดีขึ้นหลังฉีดประมาณ 1–2 ครั้ง ส่วนผลด้านริ้วรอยตื้นและความยืดหยุ่นมักเห็นชัดขึ้นหลังทำต่อเนื่องประมาณ 3 ครั้ง โดยเว้นระยะครั้งละประมาณ 2–4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามรุ่นของ Rejuran ปัญหาผิว และการตอบสนองของแต่ละคน จึงควรประเมินผลหลังทำก่อนวางแผนครั้งถัดไป
ฉีด Rejuran ครั้งเดียวได้ไหม
ฉีดครั้งเดียวได้ แต่ผลลัพธ์อาจยังไม่ชัดพอในผู้ที่มีริ้วรอยหรือคุณภาพผิวลดลงหลายด้าน หลังฉีดครั้งแรกควรรอให้ตุ่มนูนและอาการบวมลดลงก่อนประเมินผล แล้วจึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องทำต่อหรือเลือกวิธีอื่นร่วมด้วยหรือไม่
Rejuran อยู่ได้นานไหม
ผลลัพธ์ของ Rejuran อาจคงอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือนในบางราย แต่ไม่ใช่ระยะเวลาตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับรุ่น จำนวนครั้ง สภาพผิว เทคนิคการฉีด และการดูแลหลังทำ จึงควรติดตามผลจากสภาพผิวจริงก่อนวางแผนทำซ้ำ
Rejuran ต่างจาก Skin Booster และฟิลเลอร์อย่างไร
แม้ทั้งหมดเป็นหัตถการชนิดฉีด แต่มีส่วนประกอบและจุดประสงค์ต่างกัน จึงไม่สามารถใช้แทนกันได้ทุกกรณี
| หัตถการ | จุดประสงค์หลัก | ลักษณะผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| Rejuran | ดูแลริ้วรอยตื้น ผิวสัมผัสและความยืดหยุ่นด้วย PN | ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงโดยไม่เน้นเพิ่มปริมาตร |
| HA Skin Booster | เพิ่มความชุ่มชื้นด้วย Hyaluronic Acid | เน้นความอิ่มน้ำและความเรียบของผิว |
| ฟิลเลอร์ | เติมปริมาตรหรือรองรับโครงสร้าง | ช่วยเติมร่องและปรับรูปทรงในตำแหน่งที่ฉีด |
Rejuran ต่างจาก Vitaran อย่างไร
Rejuran และ Vitaran เป็นผลิตภัณฑ์ฉีดกลุ่ม Polynucleotide เหมือนกัน แต่มีแหล่งที่มาของ PN และการแบ่งรุ่นต่างกัน
| เปรียบเทียบ | Rejuran | Vitaran |
|---|---|---|
| สารสำคัญ | PN จากปลาแซลมอน | PN จากปลาเทราต์สายพันธุ์แซลมอน |
| การแบ่งรุ่น | มีสูตรสำหรับทั่วหน้า รอบตา รอยแผลเป็น และสูตรที่มียาชา | มีรุ่นสำหรับรอบตา ใบหน้าและพื้นที่ขนาดกว้าง |
| จุดประสงค์ | ดูแลริ้วรอยตื้น ผิวสัมผัสและความยืดหยุ่น | ดูแลริ้วรอยตื้น ผิวสัมผัสและความยืดหยุ่น |
Rejuran และ Vitaran เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม PN ที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกัน คือช่วยดูแลริ้วรอยตื้น ผิวสัมผัส และความยืดหยุ่นของผิว ความต่างหลักอยู่ที่แหล่งที่มาของ PN สูตรผลิตภัณฑ์ และการแบ่งรุ่นสำหรับแต่ละบริเวณ จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าแบรนด์ใดดีกว่าในทุกกรณี ในมุมของหมอควรเลือกจากปัญหาผิว ตำแหน่งที่ต้องการฉีด และรุ่นที่เหมาะกับแต่ละคนมากกว่าเลือกจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว
ฉีด Rejuran เจ็บไหม
Rejuran เป็นการฉีดตัวยาหลายจุด จึงอาจรู้สึกแสบ ตึงหรือเจ็บระหว่างทำ โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก รอบตาหรือรอบปาก ก่อนฉีดมักมีการทายาชา และ Rejuran HB Plus มีส่วนประกอบของ Lidocaine เพื่อช่วยลดความรู้สึกขณะฉีด แต่ระดับความเจ็บยังแตกต่างกันตามตำแหน่ง เทคนิคและความไวของแต่ละคน
หลังฉีด Rejuran มีตุ่มนูนกี่วัน
ตุ่มนูนเล็ก ๆ เกิดจากตัวยาที่ถูกวางในชั้นผิว โดยส่วนใหญ่มักค่อย ๆ แบนลงภายในประมาณ 1–3 วัน บางตำแหน่งหรือบางสภาพผิวอาจใช้เวลานานกว่านี้ ไม่ควรกด นวดหรือพยายามทำให้ตุ่มยายุบด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น
Rejuran อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
ผลข้างเคียงมีทั้งอาการทั่วไปหลังทำและภาวะแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าระวัง
อาการที่พบได้หลังฉีด Rejuran
อาการทั่วไปมักสัมพันธ์กับรอยเข็ม ตัวยาและการตอบสนองของผิวในช่วงแรก ดังนี้
- มีตุ่มนูนขนาดเล็กในตำแหน่งที่วางตัวยา
- มีรอยแดง บวม ตึงหรือรู้สึกอุ่นบริเวณที่ฉีด
- มีรอยเข็มหรือรอยช้ำขนาดเล็ก
- รู้สึกกดเจ็บหรือระบมเล็กน้อย
- มีอาการคันหรือระคายเคืองชั่วคราว
อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์
หากอาการรุนแรงขึ้นหรือแตกต่างจากอาการทั่วไป ควรติดต่อสถานพยาบาลที่ทำทันที ดังนี้
- ปวดมากขึ้นต่อเนื่องหรือปวดผิดปกติ
- ผิวซีด คล้ำหรือมีสีเปลี่ยนไปจากบริเวณรอบข้าง
- บวมแดงร้อนมากขึ้น มีไข้หรือมีของเหลวออกจากรอยเข็ม
- มีผื่นลมพิษ หน้าบวมหรือหายใจลำบาก
- ตามัว ปวดตาหรือมีการมองเห็นผิดปกติ
- ตุ่มนูนและอาการอักเสบไม่ลดลงตามระยะเวลาที่แพทย์แจ้ง
ก่อนฉีด Rejuran ควรตรวจสอบอะไรบ้าง
นอกจากการประเมินสภาพผิวแล้ว ควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์และข้อมูลสำคัญก่อนเริ่มฉีด ดังนี้
- ตรวจชื่อผลิตภัณฑ์และรุ่นให้ตรงกับแผนที่แพทย์อธิบาย
- ตรวจฉลากภาษาไทย เลขทะเบียน เลขล็อตและวันหมดอายุ
- ตรวจว่ากล่องและบรรจุภัณฑ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์
- ขอให้เปิดบรรจุภัณฑ์ใหม่ต่อหน้าก่อนเริ่มฉีด
- ตรวจชื่อผู้นำเข้าและแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์
- เก็บข้อมูลรุ่นและเลขล็อตไว้หากต้องติดตามอาการภายหลัง
ข้อมูลการขึ้นทะเบียนอาจต่างกันในแต่ละประเทศ จึงควรตรวจสอบเฉพาะรุ่นที่กำลังจะใช้จริง
เตรียมตัวก่อนฉีด Rejuran อย่างไร
การเตรียมตัวไม่ซับซ้อน แต่ควรแจ้งข้อมูลสุขภาพให้ครบและลดสิ่งที่ทำให้ผิวระคายเคือง ดังนี้
- แจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา แพ้ปลาและผลิตภัณฑ์ที่เคยฉีด
- แจ้งยาประจำ ยาต้านเกล็ดเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและอาหารเสริม
- ไม่หยุดยาที่แพทย์สั่งใช้เองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้รักษา
- เลี่ยง Retinoid, AHA, BHA และการสครับประมาณ 2–3 วันหากผิวระคายเคืองง่าย
- เลื่อนการฉีดหากมีสิวอักเสบ ผื่น แผลหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำประมาณ 24 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสบวมช้ำ
- แจ้งหัตถการที่เพิ่งทำ เช่น เลเซอร์ ฟิลเลอร์ โบท็อกหรือเครื่องยกกระชับ
ขั้นตอนการฉีด Rejuran
ขั้นตอนอาจต่างกันตามเทคนิคและตำแหน่ง แต่ควรมีการประเมินและตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ดังนี้
- แพทย์ตรวจสภาพผิวและระบุปัญหาที่ต้องการดูแล
- เลือกรุ่น ปริมาณ ตำแหน่งและความลึกในการฉีด
- ทำความสะอาดผิวและทายาชาตามความเหมาะสม
- ตรวจชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น วันหมดอายุและบรรจุภัณฑ์
- แพทย์ฉีดตัวยาตามจุดและเทคนิคที่วางแผนไว้
- ตรวจอาการหลังฉีดและแนะนำการดูแลตัวเอง
- นัดติดตามผลก่อนพิจารณาการฉีดครั้งต่อไป
หลังฉีด Rejuran ควรดูแลตัวเองอย่างไร
ช่วงแรกควรลดการสัมผัสและหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นอาการบวมแดง โดยมีข้อแนะนำ ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการจับ กด นวดหรือคลึงบริเวณที่ฉีด
- งดแต่งหน้าอย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมงหรือตามคำแนะนำของแพทย์
- ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยนและไม่ขัดถูผิวแรง
- งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่าและความร้อนจัดประมาณ 24–48 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- งด Retinoid, AHA, BHA และการสครับจนกว่าอาการระคายเคืองจะลดลง
- ประคบเย็นเบา ๆ ได้หากบวม โดยไม่กดหรือนวดผิว
- ติดต่อแพทย์หากมีอาการปวด บวม แดงหรือสีผิวเปลี่ยนผิดปกติ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Rejuran
Rejuran ช่วยให้หน้าขาวขึ้นไหม
รีจูรันไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ลดเม็ดสีโดยตรง แต่ผิวอาจดูสดใสขึ้นเมื่อความชุ่มชื้นและผิวสัมผัสดีขึ้น
Rejuran ช่วยรักษาหลุมสิวได้ไหม
อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของในเรื่องดูแลรอยแผลเป็น แต่หลุมสิวที่มีพังผืดมักต้องใช้การตัดพังผืด เลเซอร์หรือวิธีอื่นร่วมด้วย
Rejuran ลดรอยสิวได้ไหม
ไม่ใช่วิธีหลักในการรักษารอยแดงหรือรอยดำจากสิว จึงควรแยกชนิดของรอยก่อนเลือกวิธีดูแล
Rejuran ต่างจาก PDRN อย่างไร
PN และ PDRN เป็นสารจากชิ้นส่วน DNA ที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ แต่มีขนาดโมเลกุล สูตรผลิตภัณฑ์และข้อบ่งใช้ต่างกัน
หลังฉีด Rejuran แต่งหน้าได้ไหม
ควรงดแต่งหน้าอย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมงหรือจนกว่ารอยเข็มจะปิด เพื่อลดการสัมผัสบริเวณที่เพิ่งฉีด
ฉีด Rejuran แล้วทำเลเซอร์ต่อได้ไหม
อาจทำร่วมกันได้ในบางแผน แต่ลำดับและระยะห่างขึ้นอยู่กับชนิดเลเซอร์ ความรุนแรงของการรักษาและสภาพผิว
Rejuran ต้องพักหน้ากี่วัน
ส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่ตุ่มนูน รอยแดงหรือรอยช้ำอาจเห็นได้ประมาณ 1–3 วัน
ควรฉีด Rejuran บ่อยแค่ไหน
ช่วงเริ่มต้นอาจวางแผนประมาณ 3 ครั้ง ห่างกัน 2–4 สัปดาห์ จากนั้นประเมินการทำซ้ำตามสภาพผิว
สรุป
Rejuran เป็นผลิตภัณฑ์ฉีดที่มีสาร Polynucleotide (PN) ซึ่งเน้นดูแลริ้วรอยตื้น ผิวสัมผัส และความยืดหยุ่นของผิว มากกว่าการเติมร่องลึกหรือยกกระชับผิว ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงและมักต้องทำต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งครั้ง แม้ Rejuran, Vitaran และ HA Skin Booster จะใช้เพื่อดูแลคุณภาพผิวเช่นกัน แต่มีส่วนประกอบและจุดเด่นแตกต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิวที่ต้องการแก้ไข
เอกสารอ้างอิง
PharmaResearch. REJURAN Product Information and DNA Optimizing Technology
Lampridou S, Bassett S, Cavallini M, Christopoulos G. The Effectiveness of Polynucleotides in Esthetic Medicine: A Systematic Review. Journal of Cosmetic Dermatology. 2025;24(2):e16721.
Lee KWA, Chan KWL, Lee A, et al. Polynucleotides in Aesthetic Medicine: A Review of Current Practices and Perceived Effectiveness. International Journal of Molecular Sciences. 2024;25(15):8224.
Lee YJ, Kim HT, Lee YJ, et al. Comparison of the Effects of Polynucleotide and Hyaluronic Acid Fillers on Periocular Rejuvenation: A Randomized, Double-Blind, Split-Face Trial. Journal of Dermatological Treatment. 2022;33(1):254–260.





