Radiesse คืออะไร ช่วยเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างไร

หน้าแรก » Biostimulator » Radiesse คืออะไร ช่วยเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างไร
ว.43115
Radiesse คืออะไร กระตุ้นคอลลาเจน CaHA
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ช่วงนี้หมอมีคนไข้สอบถามเกี่ยวกับ Radiesse กันมากขึ้นค่ะ เพราะเป็นหัตถการที่ได้รับความสนใจในการฟื้นฟูคุณภาพผิวและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย อย่างไรก็ตาม หลายคนยังสงสัยว่า Radiesse คืออะไร เหมาะกับใคร อยู่ได้นานแค่ไหน และแตกต่างจากหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนอื่นอย่างไร วันนี้หมอจะพามาทำความเข้าใจไปพร้อมกันค่ะ

Radiesse คืออะไร

Radiesse คือหัตถการในกลุ่ม Biostimulator ที่มีส่วนประกอบสำคัญคือ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับแร่ธาตุในกระดูกและฟันของมนุษย์ค่ะ เมื่อฉีดเข้าสู่ผิว CaHA จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวดูแน่นกระชับและคุณภาพผิวดีขึ้นจากภายใน นอกจากนี้ Radiesse ยังเป็นผลิตภัณฑ์จาก Merz Aesthetics ที่ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA สำหรับการแก้ไขริ้วรอยและการสูญเสียปริมาตรในบางบริเวณของใบหน้าและมือค่ะ

Radiesse มีหลักการทำงานอย่างไร

Radiesse มีหลักการทำงานอย่างไร

Radiesse ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เติมเต็มผิวเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายใน ทำให้ผิวค่อย ๆ ฟื้นฟูและมีความแน่นกระชับมากขึ้นในระยะยาวค่ะ โดยมีกลไกการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

  • พยุงโครงสร้างผิว เนื้อเจลที่เป็นส่วนประกอบจะทำหน้าที่เสมือนฐานรองรับ ช่วยเติมเต็มและพยุงผิวที่หย่อนคล้อยหลังการฉีด Radiesse
  • สร้างโครงตาข่ายใต้ผิว อนุภาค CaHA จะเข้าไปเรียงตัวเป็นโครงข่ายชั่วคราว เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
  • กระตุ้นเซลล์ผิว โครงข่ายดังกล่าวจะกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ตามกลไกธรรมชาติ
  • สลายตัวและฟื้นฟูระยะยาว อนุภาค CaHA จะค่อย ๆ สลายตัว โดยคงเหลือไว้เพียงโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นอย่างต่อเนื่อง

ข้อดีและข้อจำกัดของ Radiesse

ก่อนตัดสินใจฉีด Radiesse หมออยากให้คนไข้เข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดของหัตถการนี้ เพื่อให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะกับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละคนได้มากที่สุด ดังนี้ค่ะ

ข้อดีของ Radiesse

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ฟื้นฟูโครงสร้างชั้นผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ปรับปรุงคุณภาพผิว ส่งเสริมให้ผิวมีความเรียบเนียน รูขุมขนดูกระชับ และสุขภาพผิวโดยรวมดูดีขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ
  • เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก ช่วยพยุงและเติมเต็มผิวบริเวณที่มีการยุบตัวหรือเกิดร่องลึก เช่น ร่องแก้มและร่องมุมปาก ให้ดูตื้นขึ้น
  • ยกกระชับและปรับกรอบหน้า ด้วยคุณสมบัติในการพยุงผิว จึงช่วยปรับกรอบหน้า (Jawline) ให้ดูมีความชัดเจนและมีมุมมองสวยงามมากยิ่งขึ้น
  • ฟื้นฟูผิวบริเวณหลังมือ ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณหลังมือที่สูญเสียความยืดหยุ่น หรือมีเส้นเลือดปูดโปน ให้กลับมาดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้น

ข้อจำกัดของ Radiesse

  • ต้องอาศัยการประเมินและเทคนิคการฉีดที่เหมาะสม Radiesse เป็นหัตถการที่ควรทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม
  • อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือกดเจ็บหลังทำ หลังฉีด คนไข้อาจมีอาการบวมแดง รอยช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่รักษาได้บ้าง ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
  • ไม่เหมาะกับทุกบริเวณของใบหน้า Radiesse มีคุณสมบัติแตกต่างจากฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid จึงไม่เหมาะสำหรับการฉีดในบางตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดหรือผิวบางมาก
  • ผลลัพธ์ด้านคอลลาเจนต้องใช้เวลา แม้ว่าจะเห็นการเติมเต็มได้ทันทีบางส่วน แต่ผลลัพธ์ด้านการฟื้นฟูผิวและการสร้างคอลลาเจนจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์หลังทำ
  • ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์และการตอบสนองต่อการสร้างคอลลาเจนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเองของคนไข้แต่ละคน

Radiesse ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง

ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยทั้งเรื่องการเติมเต็มวอลลุ่มและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ Radiesse จึงสามารถนำมาใช้ได้หลายบริเวณค่ะ โดยหมอจะพิจารณาตามปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของคนไข้แต่ละคน ดังนี้

  • ร่องแก้มและร่องมุมปาก ช่วยเติมเต็มบริเวณที่เกิดการยุบตัวตามวัย ทำให้ร่องลึกดูตื้นขึ้น และใบหน้าโดยรวมดูสดใสขึ้น
  • กรอบหน้าและแนวกราม สามารถช่วยพยุงเนื้อเยื่อและเพิ่มความคมชัดของกรอบหน้า ทำให้แนว Jawline ดูชัดเจนและได้สัดส่วนมากขึ้น
  • คาง ช่วยเสริมมิติและปรับสัดส่วนของคางให้รับกับโครงหน้า ส่งผลให้ใบหน้าดูสมดุลและมีมิติมากขึ้น
  • แก้มตอบและขมับ เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีการสูญเสียวอลลุ่มบริเวณแก้มหรือขมับ ช่วยให้ใบหน้าดูอิ่มฟูและอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ
  • หลังมือ Radiesse ได้รับความนิยมในการฟื้นฟูผิวหลังมือที่มีการสูญเสียไขมันใต้ผิว ทำให้เส้นเลือดและเส้นเอ็นดูเด่นชัด โดยช่วยให้มือเต่งตึงและดูเรียบเนียน
  • ลำคอและเนินอก สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยปรับคุณภาพผิว ลดความหย่อนคล้อย และทำให้ผิวบริเวณลำคอหรือเนินอกดูเรียบเนียนขึ้น
ข้อควรระวัง : โดยทั่วไปแพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีด Radiesse บริเวณรอบดวงตา เช่น ร่องน้ำตา หรือริมฝีปาก เนื่องจากบริเวณเหล่านี้มีผิวที่ค่อนข้างบางและมีความละเอียดอ่อน (ขึ้นอยู่กับแพทย์และสถานพยาบาล)

Radiesse มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

ปัจจุบัน Radiesse ที่ใช้ในด้านความงามมี 2 แบบหลัก ซึ่งให้ผลลัพธ์ในการกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูคุณภาพผิวเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ความสบายระหว่างการรักษาค่ะ

  • Radiesse เป็นสูตรมาตรฐาน เหมาะสำหรับการเติมเต็มและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามแผนการรักษาของแพทย์
  • Radiesse (+) Lidocaine เป็นสูตรที่มียาชา Lidocaine ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ ช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างฉีด โดยยังคงให้ผลลัพธ์ด้านการกระตุ้นคอลลาเจนและการเติมเต็มเช่นเดียวกับสูตรมาตรฐานค่ะ

Radiesse vs Sculptra ต่างกันอย่างไร

Radiesse vs Sculptra ต่างกันอย่างไร

หลายคนมักลังเลระหว่าง Radiesse และ Sculptra เพราะทั้งสองหัตถการจัดอยู่ในกลุ่ม Biostimulator ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งด้านส่วนประกอบ กลไกการทำงาน และผลลัพธ์ที่ได้ยังคงมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร ดังนี้ค่ะ

หัวข้อ Radiesse Sculptra
ส่วนประกอบหลัก แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) โพลีแอลแลคติกแอซิด (PLLA)
จุดเด่นด้านการทำงาน มีเนื้อเจลช่วยพยุงโครงสร้างผิว กระตุ้นคอลลาเจน (Type 1 & 3) และอีลาสติน เน้นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน (Type 1) ขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองแบบค่อยเป็นค่อยไป
ระยะเวลาเห็นผล เห็นผลบางส่วนหลังทำ (จากการเติมเต็มของเจล) และผิวจะค่อย ๆ ดีขึ้นชัดเจนในประมาณ 3-4 สัปดาห์ ไม่เห็นผลทันที จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-4 สัปดาห์ และผลลัพธ์จะเต็มที่ในประมาณ 2-3 เดือน
เหมาะกับปัญหาแบบไหน เน้นยกกระชับเฉพาะจุด ปรับให้กรอบหน้าดูคมชัด เติมร่องลึก เช่น ร่องแก้ม และฟื้นฟูผิวหลังมือ เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวทั่วใบหน้า เติมเต็มแก้มตอบ หรือผู้ที่มีปัญหาผิวบาง ขาดวอลลุ่มโดยรวม
ระยะเวลาคงสภาพ ประมาณ 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) ประมาณ 2 ปี (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

Radiesse เหมาะกับใคร

Radiesse เหมาะกับใคร

หมอแนะนำ Radiesse สำหรับคนไข้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยค่ะ โดยหัตถการนี้เหมาะกับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับสภาพผิวดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวขาดความตึงกระชับ และต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมายืดหยุ่น
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก บริเวณร่องแก้ม ร่องมุมปาก (ร่องน้ำหมาก) หรือผิวที่ยุบตัวลงตามวัย
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าและกรอบหน้า ต้องการเพิ่มความคมชัด และสร้างมุมมองให้กับกรอบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวบริเวณหลังมือ ผิวหลังมือดูเหี่ยวย่น สูญเสียความยืดหยุ่น หรือมีเส้นเลือดปูดโปน
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว ผู้ที่มองหาหัตถการในการฟื้นฟูผิว ซึ่งให้ผลลัพธ์ค่อนข้างนาน

ผลข้างเคียงหลังฉีด Radiesse

โดยทั่วไป Radiesse เป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับหัตถการประเภทฉีดอื่น ๆ คนไข้อาจพบอาการข้างเคียงบางอย่างได้ในช่วงแรกหลังทำ โดยมีรายละเอียดที่ควรทราบดังนี้ค่ะ

  • อาการบวม แดง หรือเขียวช้ำ มักเกิดขึ้นบริเวณรอยเข็มหลังฉีด Radiesse และจะค่อย ๆ ดีขึ้นประมาณ 3-7 วัน
  • ความรู้สึกตึงหรือปวดระบม อาจรู้สึกไม่สบายผิวหรือกดเจ็บเล็กน้อยในช่วง 1-3 วันแรกหลังเข้ารับบริการ
  • การคลำพบก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง อาจเกิดขึ้นได้หาก Radiesse กระจายไม่สม่ำเสมอ ซึ่งต้องใช้เวลาให้ตัวยาสลายตัวไปเองตามธรรมชาติ
  • การอักเสบหรือติดเชื้อ เป็นผลข้างเคียงที่พบได้ค่อนข้างน้อย มักเกิดจากการดูแลแผลหลังฉีดไม่ถูกวิธีหรือความไม่สะอาดในขั้นตอนการทำ
  • การฉีดเข้าหลอดเลือด เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและพบได้ไม่บ่อย ซึ่งอาจนำไปสู่เนื้อเยื่อขาดเลือดหรือเนื้อตายได้หากแพทย์ขาดการประเมินที่เหมาะสม

ก่อนทำ Radiesse ควรเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนเข้ารับการฉีด Radiesse หมอแนะนำให้คนไข้เตรียมความพร้อมก่อนฉีดนะคะ เพราะการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง รวมถึงช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น โดยหมอมีข้อแนะนำในการเตรียมตัวก่อนทำดังนี้ค่ะ

  • ปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติ : แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
  • ตรวจสอบสภาพผิว : หากมีแผล ติดเชื้อ หรือสิวอักเสบรุนแรงในจุดที่จะฉีด ควรเลื่อนหัตถการออกไปก่อน
  • งดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า : เช่น แอสไพริน NSAIDs วิตามินอี และน้ำมันปลา ประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ : ควรงดอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงอาการบวมช้ำ
  • งดทำหัตถการผิวหนัง : หลีกเลี่ยงเลเซอร์ ทรีตเมนต์ หรือผลัดเซลล์ผิวในบริเวณที่จะฉีด Radiesse อย่างน้อย 1 สัปดาห์

ขั้นตอนการฉีด Radiesse

โดยทั่วไปการฉีด Radiesse เป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน และทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และทีมงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งหมอสามารถสรุปขั้นตอนคร่าว ๆ ได้ดังนี้ค่ะ

  • คนไข้จะเข้ารับการปรึกษากับหมอก่อน เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้า สภาพผิว และปัญหาที่ต้องการแก้ไข
  • ผู้ช่วยแพทย์จะทำความสะอาดผิวบริเวณที่ต้องการรักษา เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมก่อนเริ่มหัตถการ
  • จากนั้นจะมีการแปะยาชาบริเวณที่ทำประมาณ 45-60 นาที เมื่อครบเวลาแล้ว ผู้ช่วยแพทย์จะทำความสะอาดผิวอีกครั้งก่อนเริ่มฉีด
  • ก่อนเริ่มทำหัตถการ หมอจะให้คนไข้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ วันหมดอายุ และแกะกล่อง Radiesse ต่อหน้าคนไข้
  • หมอจะเริ่มทำหัตถการตามแผนการรักษาที่วางไว้ โดยใช้เข็มแหลมเปิดผิวในตำแหน่งที่กำหนด จากนั้นใช้เข็มทู่สอดเข้าสู่ชั้นผิวและค่อย ๆ ปล่อยให้ Radiesse กระจายตัวในบริเวณที่รักษา
  • หลังทำเสร็จ หมอจะแนะนำวิธีดูแลตัวเอง ข้อควรปฏิบัติ และข้อควรหลีกเลี่ยงหลังฉีด
  • ผู้ช่วยแพทย์จะทำความสะอาดผิว ตรวจสอบความเรียบร้อยหลังทำหัตถการ และให้คำแนะนำเพิ่มเติมก่อนคนไข้กลับบ้าน

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Radiesse

หลังฉีด Radiesse หมอแนะนำให้คนไข้ดูแลตัวเองตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยควรปฏิบัติหลังทำดังนี้ค่ะ

  • ประคบเย็น ใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวม แดง หรือช้ำบริเวณที่ฉีด Radiesse
  • งดสัมผัสรุนแรง ห้ามนวด กด หรือถูใบหน้าแรง ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • เลี่ยงความร้อน งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และตากแดดจัดใน 48 ชั่วโมงแรก
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อลดการอักเสบและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาด ช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวและการสร้างคอลลาเจนใหม่
  • เว้นระยะหัตถการอื่น งดเลเซอร์และนวดหน้าในบริเวณที่ฉีด Radiesse 2-4 สัปดาห์
  • สังเกตอาการ หากปวดรุนแรง ผิวเปลี่ยนสี หรือบวมผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์ทันที

วิธีตรวจสอบ Radiesse ก่อนฉีด

วิธีตรวจสอบ Radiesse ก่อนฉีด

หมอแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดต่อไปนี้ทุกครั้งก่อนเข้ารับการรักษาค่ะ

  • ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เป็น Radiesse ของแท้จาก Merz Aesthetics
  • ขอดูกล่องผลิตภัณฑ์ก่อนเปิดใช้งาน กล่องควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยเปิดหรือชำรุด
  • ให้เจ้าหน้าที่เปิดกล่องและเตรียมผลิตภัณฑ์ต่อหน้าคนไข้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์ รุ่น และวันหมดอายุ บนฉลากก่อนฉีด
  • สแกน QR Code หรือ Serial Number (หากมี) เพื่อยืนยันข้อมูลผลิตภัณฑ์ตามที่ผู้ผลิตกำหนด
  • สอบถามสถานพยาบาลถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ หากมีข้อสงสัยควรขอข้อมูลเพิ่มเติมได้
  • เข้ารับการรักษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

รีวิวผลลัพธ์หลังฉีด Radiesse

รีวิว Radiesse
รีวิว Radiesse
รีวิว Radiesse

เป็นผลลัพธ์เฉพาะราย และขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล

Radiesse ราคาเท่าไหร่

ราคาเฉลี่ยของ Radiesse ที่ APEX จะอยู่ที่ประมาณ 36,000 บาทต่อ 1 ซีซี ทั้งนี้อาจแตกต่างกันไปตามปริมาณ หรือระดับปัญหาของผู้รับบริการ จึงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวจากแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสมของจำนวนตัวยาและแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวค่ะ

คำถามที่คนไข้ถามบ่อยเกี่ยวกับ Radiesse

ฉีด Radiesse เจ็บไหม

ระหว่างฉีดคนไข้อาจรู้สึกตึง ๆ หรือเจ็บเล็กน้อยได้ค่ะ แต่โดยทั่วไปหมอจะมีการใช้ยาชาหรือเทคนิคช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำหัตถการ ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่สามารถเข้ารับการรักษาได้ค่อนข้างสบายค่ะ

Radiesse กับฟิลเลอร์เหมือนกันไหม

แม้จะให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน แต่ Radiesse แตกต่างจากฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid ตรงที่เป็นสารเติมเต็มที่เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินจากภายในร่างกายค่ะ

Radiesse ต้องฉีดกี่ครั้ง

จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัญหาผิว อายุ และผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการค่ะ โดยหลายกรณีสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่หมออาจพิจารณาวางแผนการรักษาเพิ่มเติมเพื่อคงผลลัพธ์ในระยะยาวค่ะ

Radiesse กี่เดือนเห็นผล

หลังฉีดคนไข้จะเห็นผลลัพธ์ได้บางส่วน แต่ผลลัพธ์ด้านการกระตุ้นคอลลาเจนและคุณภาพผิวจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 1-3 เดือนหลังทำ ตามกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ

Radiesse อยู่ได้กี่ปี

โดยทั่วไปผลลัพธ์ของ Radiesse สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปีค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ การดูแลตัวเอง และการตอบสนองของร่างกายของคนไข้แต่ละคนด้วยค่ะ

สรุป

Radiesse เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งการเติมเต็มและการฟื้นฟูคุณภาพผิวในหัตถการเดียวค่ะ หลังฉีดจะเห็นผลด้านการเติมเต็มได้บางส่วน ส่วนผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นภายในประมาณ 1–3 เดือน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด แก้มตอบ ร่องแก้ม หรือผิวขาดความกระชับ โดยผลลัพธ์มักคงอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี ทั้งนี้ ปริมาณที่ใช้และแผนการรักษาควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าและผลลัพธ์ที่ต้องการค่ะ

สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการฉีด Radiesse หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่

ช่องทางการติดต่อ

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Nucleofill

Nucleofill คืออะไร มีกี่รุ่น ช่วยเรื่องอะไร ราคาเท่าไหร่

Nucleofill เป็นหนึ่งในโปรแกรมฉีดบำรุงผิวที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงหลัง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีปัญหาผิวโทรม ผิวแห้ง ใต้ตาดูอ่อนล้า
Gouri

Gouri คืออะไร ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ลดผิวหย่อนคล้อยได้จริงไหม

Gouri เป็นนวัตกรรม Liquid PCL ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและคอลลาเจนที่ลดลงตามวัย โดยเน้นการฟื้นฟูผิวในระดับลึกถึงโครงสร้างผิว
Biostimulator

Biostimulator คืออะไร ฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน มีแบบไหนบ้าง

Biostimulator มีคุณสมบัติในการส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ เพื่อฟื้นฟูกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติของร่างกาย
Radiesse Plus

Radiesse Plus คืออะไร ต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Radiesse Plus หรือ Radiesse (+) มักถูกกล่าวถึงควบคู่กับรุ่นดั้งเดิมอย่าง Radiesse Classic และได้รับความนิยม ด้านการปรับภาพรวมของหน้าพร้อมฟื้นฟูคุณภาพผิว