การฉีดสิวเป็นวิธีรักษาสิวอักเสบเฉพาะจุด เหมาะกับสิวเม็ดใหญ่ที่มีอาการปวด บวม แดง และต้องการลดการอักเสบให้ยุบลงเร็วขึ้นในเคสที่เหมาะสม แต่การฉีดสิวไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับสิวทุกชนิด จึงควรประเมินก่อนทำทุกครั้ง ซึ่งวันนี้หมอจะมาอธิบายให้เข้าใจว่าฉีดสิวคืออะไร เหมาะกับสิวแบบไหน กี่วันยุบ อันตรายไหม ทำไมบางคนฉีดแล้วผิวบุ๋ม
ฉีดสิว คืออะไร
ฉีดสิว (Acne Injection) คือการรักษาภาวะรอยโรคจากสิวอักเสบเฉพาะจุด โดยใช้เข็มขนาดเล็กฉีดตัวยาในกลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อสเตียรอยด์อย่าง Triamcinolone Acetonide ซึ่งนิยมนำมาใช้ฉีดเข้าไปบริเวณรอยโรคหรือตำแหน่งที่มีการอักเสบอย่างเหมาะสม
ตัวยาที่ใช้ฉีดสิวอันตรายไหม
การฉีดสิวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนกังวล เพราะจริง ๆ แล้วมันคือการรักษาสิวที่ลดความเสี่ยงได้ หากอยู่ภายใต้ความดูแลของคุณหมอ โดยส่วนมากมักใช้ยาในปริมาณที่ค่อนข้างน้อยและมีความเข้มข้นต่ำ (ประมาณ 1.5 ถึง 5 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร) ทั้งนี้ผลข้างเคียงอาจแยกเป็นเคส ๆ ไป หรือขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย
ฉีดสิวทำให้สิวยุบได้อย่างไร
กลไกหลักของตัวยาที่คุณหมอมักใช้ฉีดสิวอักเสบ มีกระบวนการทำงานในชั้นผิว ดังนี้
- ยาฉีดสิวจะเข้าไปลดกระบวนการอักเสบ บวม แดง และอาการเจ็บของสิวที่หัวสิว
- พอเนื้อเยื่อที่กำลังตึงและอักเสบคลายตัวลง อาการปวดหรือระบมบริเวณสิวดีขึ้น
- หลังจากนั้นยาจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ของเหลวหรือหนองใต้ผิวจึงค่อย ๆ ยุบลง
- เมื่อควบคุมการอักเสบได้เร็ว ก็อาจช่วยลดโอกาสเกิดรอยหรือหลุมสิวในบางเคส
ฉีดสิวเหมาะกับสิวประเภทไหนบ้าง
แม้การฉีดสิวจะช่วยให้สิวยุบได้ค่อนข้างเร็ว แต่ก็ไม่ใช่สิวทุกชนิดที่เหมาะกับการฉีดสิว ซึ่งส่วนใหญ่ควรเป็นสิวตามประเภทนี้
- สิวอักเสบ กลุ่มที่มีอาการปวด บวม แดง แต่ยังไม่มีหัวหนองโผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจน
- สิวหัวช้าง สิวเม็ดใหญ่ที่เป็นถุงซีสต์ใต้ผิวหนัง มักจะเจ็บและใช้ยาทาแล้วตอบสนองช้า
- สิวไต สิวที่เป็นก้อนนูนแข็งอยู่ใต้ชั้นผิว ซึ่งการฉีดจะช่วยลดการทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างได้
ข้อควรระวัง : ไม่ควรฉีดในสิวอุดตัน หรือสิวหัวดำ/หัวขาว เพราะนอกจากจะไม่ทำให้สิวหายแล้ว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงผิวบุ๋มหรือเนื้อเยื่อฝ่อได้
หมอประเมินอะไรบ้างก่อนฉีดสิว
ก่อนฉีดสิว หมอจะไม่ได้ดูแค่ว่าสิวเม็ดใหญ่หรือไม่ แต่ต้องประเมินหลายอย่างร่วมกัน เพื่อให้เลือกวิธีรักษาได้เหมาะกับผิวของแต่ละคน เช่น
- ดูว่าเป็นสิวอักเสบ สิวหัวช้าง สิวไต สิวอุดตัน หรือผื่นชนิดอื่น
- ประเมินว่ามีอาการปวด บวม แดง ร้อน หรือมีหนองร่วมด้วยหรือไม่
- บางตำแหน่งต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น รอบดวงตา จมูก หรือบริเวณที่ผิวบาง
- ประวัติการฉีดสิวเดิม ถ้าเคยฉีดแล้วผิวบุ๋ม ผิวบาง หรือสีผิวเปลี่ยน ควรแจ้งก่อน
- ประวัติแพ้ยาและโรคประจำตัว โดยเฉพาะประวัติแพ้สเตียรอยด์ หรือมีผิวติดเชื้อ
ข้อดีของการฉีดสิว
ในกรณีที่สิวอักเสบเม็ดใหญ่ บวม แดง หรือเจ็บมาก การฉีดสิวอาจเป็นหนึ่งในวิธีรักษา ซึ่งหลัก ๆ เป็นเพราะข้อดีหลายข้อที่ตอบโจทย์ เช่น
- ลดการอักเสบ เข้าไปจัดการกับอาการบวม แดง และอาการปวดของสิวเม็ดนั้นโดยตรง
- ช่วยให้สิวยุบตัว เนื้อเยื่อที่เต่งตึงจะค่อย ๆ ยุบและฝ่อลงภายใน 24-48 ชั่วโมง
- ลดการเกิดแผลเป็น การหยุดอักเสบได้ไว ช่วยลดโอกาสที่สิวจะทำลายเนื้อผิวหนังชั้นในจนพัง
- ใช้เวลาไม่นาน และเป็นการรักษาเฉพาะจุด รู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยแค่ตอนฉีดสิวในช่วงแรก
ข้อจำกัดของการฉีดสิว
แม้การฉีดสิวจะช่วยให้สิวยุบได้ แต่ในข้อควรระวังหรือข้อจำกัดของการฉีดสิวที่เราต้องรู้เอาไว้ด้วยเหมือนกัน เช่น
- ไม่ได้ตอบโจทย์สิวทุกชนิด รักษาได้แค่สิวอักเสบ เม็ดใหญ่ แต่ไม่ช่วยเรื่องสิวอุดตันหรือสิวผด
- เสี่ยงผิวบุ๋มหรือฝ่อ หากใช้ยาเข้มข้นเกินไปหรือฉีดตื้นเกินผิว เนื้อผิวบริเวณนั้นอาจยุบตัวลงได้
- เสี่ยงสีผิวเปลี่ยน จุดที่ฉีดอาจเกิดรอยด่างขาว หรือมีเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมาตามหลัง
- ไม่ช่วยกันสิวใหม่ เป็นการรักษาเฉพาะจุดที่เป็นอยู่ ไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้สิวเม็ดใหม่ขึ้น
- เสี่ยงติดเชื้อเพิ่ม หากดูแลแผลไม่สะอาดหรืออุปกรณ์ไม่ปลอดเชื้อ อาจทำให้ผิวอักเสบซ้ำซ้อน
สาเหตุที่ฉีดสิวแล้วผิวบุ๋ม เกิดหลุมสิว
หลายคนอาจเคยกังวลเรื่องผิวบุ๋มหรือรอยยุบหลังฉีดสิว ซึ่งจริง ๆ แล้วรอยหลุมเหล่านี้มีที่มาที่ไปและไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มาจากหลายสาเหตุ เช่น
- ปริมาณยาเข้มข้นเกินไป จนไปละลายเนื้อเยื่อและไขมันดีใต้ผิวหนังบริเวณนั้น
- หากฉีดตื้นเกินไปในชั้นผิวหนังแท้ แทนที่จะเป็นชั้นเนื้อเยื่ออักเสบใต้ผิว จะทำให้ผิวฝ่อตัว
- สิวทำลายเนื้อผิวอยู่ก่อนแล้ว พอฉีดสิวแล้วยุบลง ผิวเลยยุบตามโครงสร้างที่เสียไป
- มีการบีบเค้นสิวก่อนฉีด ทำให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ ช้ำและเกิดพังผืดดึงรั้งผิวให้บุ๋มลง
แต่หากเป็นเคสที่เกิดรอยบุ๋มจากยาฝ่อตัว มักจะค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับมาเต็มเป็นปกติได้เองภายใน 2-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
ฉีดสิวแล้วผิวบุ๋ม ต้องทำอย่างไร
รอยบุ๋มหลังฉีดสิวมักเกิดจากฤทธิ์ยาที่ทำให้ไขมันใต้ผิวฝ่อตัวชั่วคราว ซึ่งโดยทั่วไปเนื้อผิวจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนกลับมาเต็มเองได้ภายใน 2-6 เดือน แต่หากพ้นระยะนี้ไปแล้วผิวยังเป็นหลุม อาจพิจารณาหัตถการฟื้นฟูผิว เช่น เลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจน หรือสารเติมเต็ม ทั้งนี้ต้องให้คุณหมอประเมินก่อน
ฉีดสิวกับกดสิวต่างกันอย่างไร
ทั้งสองวิธีรักษาสิวนี้จะต่างกันที่วิธีการ ซึ่งการฉีดสิวคือการใช้ยาสเตียรอยด์เข้าไปหยุดกระบวนการอักเสบ บวม แดง เจ็บ ของสิวหัวช้างหรือสิวไตเม็ดใหญ่ให้ยุบตัวลงโดยไม่ได้เจาะดึงหัวสิวออก ส่วนการกดสิวจะใช้เครื่องมือสะกิดคัดเอาสิ่งสกปรกและไขมันที่อุดตันอยู่ใต้ผิวหนังออก
การฉีดสิวเหมาะกับใคร
การฉีดสิวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการระงับการอักเสบของผิวหนัง โดยเฉพาะในกรณีที่ยาทั่วไปให้ผลลัพธ์ไม่ทันท่วงที ดังนี้
- คนที่มีสิวอักเสบเฉียบพลัน สิวเห่ออักเสบรุนแรงที่ยาทั่วไปตอบสนองช้า
- คนที่มีสิวปวด บวม แดง สิวเม็ดใหญ่ที่ระบม เจ็บปวดตลอดเวลา
- คนที่เป็นสิวหัวช้างหรือสิวไต สิวเม็ดใหญ่ลึกใต้ผิวหนังที่ไม่มีหัวให้กด
- คนที่เป็นสิวดื้อยาทา ทายาแต้มสิวมานานแล้วยังไม่ยุบตามที่ควร
- คนที่อยากลดโอกาสเกิดแผลเป็น รีบหยุดอักเสบเพื่อป้องกันหลุมสิว
- คนที่มีธุระเร่งด่วน มีงานสำคัญใน 1-2 วัน เช่น งานแต่ง หรือถ่ายงาน
การฉีดสิวไม่เหมาะกับใคร
เนื่องจากฤทธิ์ของตัวยาและขั้นตอนการทำหัตถการ การฉีดสิวจึงมีข้อจำกัดและไม่แนะนำสำหรับบุคคลบางกลุ่ม ดังนี้
- คนที่เป็นสิวอุดตัน ทั้งหัวดำและหัวขาวที่ไม่อักเสบ เพราะฉีดแล้วไม่หาย แถมเสี่ยงผิวบุ๋ม
- คนที่เป็นสิวผด ผื่นจากความร้อนหรืออาการแพ้ ซึ่งไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียในรูขุมขน
- คนที่มีประวัติแพ้ยา โดยเฉพาะกลุ่มยาสเตียรอยด์ที่ใช้ฉีดสิว เช่น Triamcinolone
- คนที่มีผิวติดเชื้อ บริเวณที่จะฉีดมีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราอื่นที่ไม่ใช่สิวอักเสบ
- คนที่มีผิวบางหรือบุ๋มง่าย ผิวบอบบางหรือเคยมีประวัติผิวบุ๋มจากการฉีดสิวมาก่อน
ฉีดสิวกี่วันยุบ ต้องฉีดกี่ครั้ง
โดยทั่วไปหลังฉีดสิว สิวอักเสบมักเริ่มยุบภายในประมาณ 24-48 ชั่วโมง อาการปวดและบวมมักค่อย ๆ ลดลงก่อน จากนั้นก้อนสิวจะยุบแบนลงตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่การฉีดสิวมักทำเพียง 1 ครั้งต่อเม็ด แต่ในบางเคสที่สิวมีขนาดใหญ่ ลึก หรืออักเสบมาก อาจต้องติดตามอาการและประเมินอีกครั้ง ไม่ควรฉีดซ้ำเองหรือฉีดถี่เกินไป
ฉีดสิวแล้วไม่ยุบ เกิดจากอะไร
ฉีดสิวแล้วไม่ยุบ ส่วนใหญ่เกิดจากสิวเม็ดนั้นเป็นสิวอุดตันหรือซีสต์ถุงไขมันลึกที่ไม่ใช่กลุ่มสิวอักเสบ ตัวยาจึงไม่สามารถเข้าไปออกฤทธิ์ลดบวมได้ รวมถึงอาจเกิดจากปริมาณยาที่ใช้มีความเข้มข้นต่ำเกินไป บางเคสอาจตอบสนองต่อยาได้น้อย หรือจำเป็นต้องประเมินว่าสิวเม็ดนั้นเป็นก้อนชนิดอื่นที่ไม่ใช่สิวอักเสบ
หลังฉีดสิวมีผลข้างเคียงไหม
การฉีดสิวเป็นหัตถการที่อาจมีผลข้างเคียงได้ แม้พบไม่บ่อย แต่ควรทราบก่อนตัดสินใจ เพราะหลังฉีดสิวเราอาจต้องรับมือกับผลข้างเคียงเหล่านี้ไว้บ้าง เช่น
- ผิวบุ๋มหรือเนื้อเยื่อฝ่อ เกิดรอยยุบตรงจุดที่ฉีด มักค่อย ๆ เต็มขึ้น ประมาณ 2-3 เดือน
- รอยด่างขาว สีผิวบริเวณที่ฉีดอ่อนลงชั่วคราวจากฤทธิ์ของตัวยาสเตียรอยด์
- เส้นเลือดฝอยขยายตัว มีรอยเส้นเลือดแดงเล็ก ๆ ขึ้นมาบริเวณรอบจุดที่ฉีด
- รอยช้ำหรือเลือดออก เกิดรอยเขียวช้ำจากเข็มฉีดยา ซึ่งจะจางหายไปเองใน 1-2 สัปดาห์
- ระคายเคืองหรือแพ้ยา อาจมีอาการคัน บวมแดง หรือผื่นขึ้นรอบแผล (พบได้น้อย)
- ผิวบางลงชั่วคราว หากฉีดซ้ำที่เดิมบ่อย ๆ ผิวบริเวณนั้นจะบอบบางและไวต่อแดดง่ายขึ้น
ซึ่งส่วนใหญ่เคสที่เจอผลข้างเคียงรุนแรง มักเกิดจากการใช้ปริมาณยาที่เข้มข้นเกินไป ฉีดผิดชั้นผิว หรือทำกับคนที่ไม่ใช่คุณหมอ
ก่อนฉีดสิวเตรียมตัวอย่างไรดี
ก่อนฉีดสิวผู้เข้ารับบริการควรให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพผิว และปฏิบัติตามแนวทางเบื้องต้น เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปอย่างราบรื่น ดังนี้
- เช็กประเภทก่อนฉีดสิว ดูว่าเป็นสิวอักเสบ บวม แดง จริงไหม
- ล้างผิวให้สะอาด เคลียร์เครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออก ลดการติดเชื้อ
- งดบีบหรือเค้นสิวเอง ป้องกันผิวช้ำอักเสบลุกลาม ซึ่งส่งผลต่อการคำนวณปริมาณยา
- แจ้งประวัติแพ้ยาและยาที่กิน ทั้งสเตียรอยด์และอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า
- งดสครับและสารเคมีผลัดผิว เลี่ยงส่วนผสมที่รุนแรงก่อนฉีดเพื่อป้องกันผิวระคายเคือง
ขั้นตอนการฉีดสิวมีอะไรบ้าง
กระบวนการฉีดสิวส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นาน แค่ประมาณ 5-10 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย โดยจะมีขั้นตอนเบื้องต้น ดังนี้
- คุณหมอจะเช็กสภาพผิวและประเภทของสิวก่อนว่าควรฉีดสิวหรือไม่
- เตรียมยาและอุปกรณ์ ผู้ช่วยและคุณหมอจะจัดเตรียมเครื่องมือพร้อมผสมตัวยา
- เริ่มขั้นตอนการฉีดสิว ทำความสะอาดผิวจุดที่จะทำ แล้วเดินยาเข้าสู่ชั้นผิวอย่างเหมาะสม
- แนะนำการดูแลตัวเอง คุณหมอจะให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังฉีดเพื่อลดผลข้างเคียง
- ผู้ช่วยคุณหมอจะเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าและเช็กความเรียบร้อยให้ก่อนกลับบ้าน
การดูแลผิวหลังฉีดสิว
การดูแลผิวหลังฉีดสิวอย่างถูกวิธี เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สิวยุบตัวได้เต็มที่ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงระยะยาว เช่น
- งดจับ แตะ หรือเกาแผล ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่รอยเข็มและลดโอกาสผิวอักเสบซ้ำ
- ล้างหน้าอย่างเบามือ ใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน และซับหน้าเบา ๆ แทนการถูแรง ๆ
- เว้นยาทาสิวกลุ่มผลัดเซลล์ผิว งดทาพวก Benzac หรือ Retin-A ตรงจุดที่ฉีดสิว 1-2 วัน
- บำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และกันแดด เติมความชุ่มชื้นและปกป้องผิวบอบบางจากแสงแดด
- เลี่ยงการแต่งหน้าตรงแผล ในวันแรกควรงดทารองพื้นหรือคอนซีลเลอร์ทับรอยเข็ม
- ประคบเย็นเมื่อมีรอยช้ำ หากมีอาการบวมหรือเขียวช้ำ ให้ประคบเย็นเบา ๆ จะช่วยให้ยุบไวขึ้น
ฉีดสิวราคาเท่าไหร่
ฉีดสิวราคาทั่วไปมักอยู่ที่ประมาณ 100 – 500 บาท หรืออาจอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,500 บาท สำหรับการฉีดสิวแบบเหมาจ่ายทั่วหน้า ทั้งนี้อัตราค่าบริการจะมีความแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถานพยาบาล ปริมาณยาที่ใช้ และจำนวนเม็ดสิวที่เข้ารับการรักษาจริง
ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ
ฉีดสิวที่ไหนดี เลือกอย่างไร
สำหรับใครที่สิวอักเสบเม็ดใหญ่ขึ้นมาจนทนไม่ไหว แล้วกำลังมองหาพิกัดไปฉีดสิวให้ยุบไว ๆ ลองใช้ 5 วิธีเลือกคลินิกตามนี้ดูได้
- ตรวจผิวเสมอก่อนทำ มีการซักประวัติและเช็กประเภทสิวก่อนฉีด
- มีใบอนุญาตถูกต้อง สะอาด และบริการตามเกณฑ์สาธารณสุข
- ระบุชื่อยาฉีดสิวที่ใช้ได้ชัดเจน ไม่ผสมสารแปลกปลอม
- ฉีดสิวโดยคุณหมอ คุมปริมาณและความลึกได้เพื่อไม่ให้ผิวบุ๋ม
- ดูรีวิวจริงที่เป็นกลาง เน้นดูผลลัพธ์และประสบการณ์จริงจากผู้ใช้บริการจริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดสิว
ฉีดสิวตรงไหนอันตราย ควรเลี่ยง
บริเวณ T-zone และรอบดวงตา เป็นจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีเส้นเลือดเชื่อมต่อกับระบบประสาทตา แต่หากฉีดโดยคุณหมอก็สามารถปรึกษา และระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
สิวไม่มีหัว นูน ๆ เป็นไตฉีดได้ไหม
ถ้าเป็นสิวอักเสบระยะแรกที่ยังไม่มีหัว สามารถฉีดเพื่อลดการอักเสบได้ครับ แต่หากเป็นซีสต์หรือไตแข็งที่ไม่มีการอักเสบแล้ว การฉีดอาจไม่ได้ผลดีนักและเสี่ยงต่อผิวบุ๋มได้ง่าย
ฉีดสิวใช้เวลานานไหม กี่นาทีเสร็จ
ขั้นตอนการกดหรือจิ้มฉีดตัวยาจริง ๆ ใช้เวลาสั้นมากเพียง 1-2 นาทีเท่านั้นครับ แต่ถ้ารวมกระบวนการทำความสะอาดผิวและตรวจประเมินด้วยก็จะอยู่ที่ประมาณ 5-10 นาที
ฉีดสิวเสร็จแล้วห้ามทำอะไรบ้าง
หลัก ๆ คือหลีกเลี่ยงการจับ แคะ แกะ เกาบริเวณรอยเข็มในวันแรก และควรงดทายาสิวกลุ่มที่เร่งการผลัดเซลล์ผิวรุนแรงตรงจุดนั้นประมาณ 1-2 วันเพื่อลดการระคายเคือง
ฉีดสิวบ่อย ๆ จะมีผลเสียอะไรไหม
การฉีดบ่อยเกินไปในจุดเดิมหรือใช้ปริมาณยามากเกินไป อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นฝ่อตัวจนผิวเกิดรอยบุ๋ม ฝ้าเลือด หรือผิวบางลงได้ ดังนั้นจึงควรฉีดเฉพาะเม็ดที่อักเสบรุนแรง
สรุป
การฉีดสิวเป็นการรักษาเฉพาะเม็ด ไม่ใช่การรักษาสิวระยะยาว ช่วยลดบวม แดง เจ็บ และทำให้สิวเม็ดใหญ่ยุบลงได้เร็วขึ้นในหลายเคส โดยมักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในประมาณ 24-48 ชั่วโมง เหมาะกับสิวอักเสบเม็ดใหญ่ สิวหัวช้าง หรือสิวที่อยู่ลึกใต้ผิวบางกรณี แต่อาจไม่ได้เหมาะกับสิวทุกชนิด โดยเฉพาะสิวอุดตัน สิวผด หรือสิวที่ไม่มีการอักเสบชัดเจน แนะนำให้สอบถามและประเมินกับคุณหมอก่อน
หากต้องการรักษาสิวกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ APEX Clinic ได้เลยค่ะ
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound






