ฉีดสิว คืออะไร สิวยุบจริงไหม ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน กี่วันเห็นผล

หน้าแรก » สิว » ฉีดสิว คืออะไร สิวยุบจริงไหม ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน กี่วันเห็นผล
ว.23897
ฉีดสิว คืออะไร กี่วันยุบ
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

การฉีดสิวเป็นวิธีรักษาสิวอักเสบเฉพาะจุด เหมาะกับสิวเม็ดใหญ่ที่มีอาการปวด บวม แดง และต้องการลดการอักเสบให้ยุบลงเร็วขึ้นในเคสที่เหมาะสม แต่การฉีดสิวไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับสิวทุกชนิด จึงควรประเมินก่อนทำทุกครั้ง ซึ่งวันนี้หมอจะมาอธิบายให้เข้าใจว่าฉีดสิวคืออะไร เหมาะกับสิวแบบไหน กี่วันยุบ อันตรายไหม ทำไมบางคนฉีดแล้วผิวบุ๋ม

ฉีดสิว คืออะไร

ฉีดสิว (Acne Injection) คือการรักษาภาวะรอยโรคจากสิวอักเสบเฉพาะจุด โดยใช้เข็มขนาดเล็กฉีดตัวยาในกลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อสเตียรอยด์อย่าง Triamcinolone Acetonide ซึ่งนิยมนำมาใช้ฉีดเข้าไปบริเวณรอยโรคหรือตำแหน่งที่มีการอักเสบอย่างเหมาะสม

ฉีดสิว คืออะไร

ตัวยาที่ใช้ฉีดสิวอันตรายไหม

การฉีดสิวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนกังวล เพราะจริง ๆ แล้วมันคือการรักษาสิวที่ลดความเสี่ยงได้ หากอยู่ภายใต้ความดูแลของคุณหมอ โดยส่วนมากมักใช้ยาในปริมาณที่ค่อนข้างน้อยและมีความเข้มข้นต่ำ (ประมาณ 1.5 ถึง 5 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร) ทั้งนี้ผลข้างเคียงอาจแยกเป็นเคส ๆ ไป หรือขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย

ฉีดสิวทำให้สิวยุบได้อย่างไร

ฉีดสิวทำให้สิวยุบได้อย่างไร

กลไกหลักของตัวยาที่คุณหมอมักใช้ฉีดสิวอักเสบ มีกระบวนการทำงานในชั้นผิว ดังนี้

  • ยาฉีดสิวจะเข้าไปลดกระบวนการอักเสบ บวม แดง และอาการเจ็บของสิวที่หัวสิว
  • พอเนื้อเยื่อที่กำลังตึงและอักเสบคลายตัวลง อาการปวดหรือระบมบริเวณสิวดีขึ้น
  • หลังจากนั้นยาจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ของเหลวหรือหนองใต้ผิวจึงค่อย ๆ ยุบลง
  • เมื่อควบคุมการอักเสบได้เร็ว ก็อาจช่วยลดโอกาสเกิดรอยหรือหลุมสิวในบางเคส

ฉีดสิวเหมาะกับสิวประเภทไหนบ้าง

แม้การฉีดสิวจะช่วยให้สิวยุบได้ค่อนข้างเร็ว แต่ก็ไม่ใช่สิวทุกชนิดที่เหมาะกับการฉีดสิว ซึ่งส่วนใหญ่ควรเป็นสิวตามประเภทนี้

ฉีดสิวเหมาะกับสิวประเภทไหนบ้าง

  • สิวอักเสบ กลุ่มที่มีอาการปวด บวม แดง แต่ยังไม่มีหัวหนองโผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจน
  • สิวหัวช้าง สิวเม็ดใหญ่ที่เป็นถุงซีสต์ใต้ผิวหนัง มักจะเจ็บและใช้ยาทาแล้วตอบสนองช้า
  • สิวไต สิวที่เป็นก้อนนูนแข็งอยู่ใต้ชั้นผิว ซึ่งการฉีดจะช่วยลดการทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างได้

ข้อควรระวัง : ไม่ควรฉีดในสิวอุดตัน หรือสิวหัวดำ/หัวขาว เพราะนอกจากจะไม่ทำให้สิวหายแล้ว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงผิวบุ๋มหรือเนื้อเยื่อฝ่อได้

หมอประเมินอะไรบ้างก่อนฉีดสิว

ก่อนฉีดสิว หมอจะไม่ได้ดูแค่ว่าสิวเม็ดใหญ่หรือไม่ แต่ต้องประเมินหลายอย่างร่วมกัน เพื่อให้เลือกวิธีรักษาได้เหมาะกับผิวของแต่ละคน เช่น

  • ดูว่าเป็นสิวอักเสบ สิวหัวช้าง สิวไต สิวอุดตัน หรือผื่นชนิดอื่น
  • ประเมินว่ามีอาการปวด บวม แดง ร้อน หรือมีหนองร่วมด้วยหรือไม่
  • บางตำแหน่งต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น รอบดวงตา จมูก หรือบริเวณที่ผิวบาง
  • ประวัติการฉีดสิวเดิม ถ้าเคยฉีดแล้วผิวบุ๋ม ผิวบาง หรือสีผิวเปลี่ยน ควรแจ้งก่อน
  • ประวัติแพ้ยาและโรคประจำตัว โดยเฉพาะประวัติแพ้สเตียรอยด์ หรือมีผิวติดเชื้อ

ข้อดีของการฉีดสิว

ในกรณีที่สิวอักเสบเม็ดใหญ่ บวม แดง หรือเจ็บมาก การฉีดสิวอาจเป็นหนึ่งในวิธีรักษา ซึ่งหลัก ๆ เป็นเพราะข้อดีหลายข้อที่ตอบโจทย์ เช่น

  • ลดการอักเสบ เข้าไปจัดการกับอาการบวม แดง และอาการปวดของสิวเม็ดนั้นโดยตรง
  • ช่วยให้สิวยุบตัว เนื้อเยื่อที่เต่งตึงจะค่อย ๆ ยุบและฝ่อลงภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • ลดการเกิดแผลเป็น การหยุดอักเสบได้ไว ช่วยลดโอกาสที่สิวจะทำลายเนื้อผิวหนังชั้นในจนพัง
  • ใช้เวลาไม่นาน และเป็นการรักษาเฉพาะจุด รู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยแค่ตอนฉีดสิวในช่วงแรก

ข้อจำกัดของการฉีดสิว

แม้การฉีดสิวจะช่วยให้สิวยุบได้ แต่ในข้อควรระวังหรือข้อจำกัดของการฉีดสิวที่เราต้องรู้เอาไว้ด้วยเหมือนกัน เช่น

  • ไม่ได้ตอบโจทย์สิวทุกชนิด รักษาได้แค่สิวอักเสบ เม็ดใหญ่ แต่ไม่ช่วยเรื่องสิวอุดตันหรือสิวผด
  • เสี่ยงผิวบุ๋มหรือฝ่อ หากใช้ยาเข้มข้นเกินไปหรือฉีดตื้นเกินผิว เนื้อผิวบริเวณนั้นอาจยุบตัวลงได้
  • เสี่ยงสีผิวเปลี่ยน จุดที่ฉีดอาจเกิดรอยด่างขาว หรือมีเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมาตามหลัง
  • ไม่ช่วยกันสิวใหม่ เป็นการรักษาเฉพาะจุดที่เป็นอยู่ ไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้สิวเม็ดใหม่ขึ้น
  • เสี่ยงติดเชื้อเพิ่ม หากดูแลแผลไม่สะอาดหรืออุปกรณ์ไม่ปลอดเชื้อ อาจทำให้ผิวอักเสบซ้ำซ้อน

สาเหตุที่ฉีดสิวแล้วผิวบุ๋ม เกิดหลุมสิว

หลายคนอาจเคยกังวลเรื่องผิวบุ๋มหรือรอยยุบหลังฉีดสิว ซึ่งจริง ๆ แล้วรอยหลุมเหล่านี้มีที่มาที่ไปและไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มาจากหลายสาเหตุ เช่น

  • ปริมาณยาเข้มข้นเกินไป จนไปละลายเนื้อเยื่อและไขมันดีใต้ผิวหนังบริเวณนั้น
  • หากฉีดตื้นเกินไปในชั้นผิวหนังแท้ แทนที่จะเป็นชั้นเนื้อเยื่ออักเสบใต้ผิว จะทำให้ผิวฝ่อตัว
  • สิวทำลายเนื้อผิวอยู่ก่อนแล้ว พอฉีดสิวแล้วยุบลง ผิวเลยยุบตามโครงสร้างที่เสียไป
  • มีการบีบเค้นสิวก่อนฉีด ทำให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ ช้ำและเกิดพังผืดดึงรั้งผิวให้บุ๋มลง

แต่หากเป็นเคสที่เกิดรอยบุ๋มจากยาฝ่อตัว มักจะค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับมาเต็มเป็นปกติได้เองภายใน 2-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ฉีดสิวแล้วผิวบุ๋ม ต้องทำอย่างไร

รอยบุ๋มหลังฉีดสิวมักเกิดจากฤทธิ์ยาที่ทำให้ไขมันใต้ผิวฝ่อตัวชั่วคราว ซึ่งโดยทั่วไปเนื้อผิวจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนกลับมาเต็มเองได้ภายใน 2-6 เดือน แต่หากพ้นระยะนี้ไปแล้วผิวยังเป็นหลุม อาจพิจารณาหัตถการฟื้นฟูผิว เช่น เลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจน หรือสารเติมเต็ม ทั้งนี้ต้องให้คุณหมอประเมินก่อน

ฉีดสิวกับกดสิวต่างกันอย่างไร

ฉีดสิวกับกดสิวต่างกันอย่างไร

ทั้งสองวิธีรักษาสิวนี้จะต่างกันที่วิธีการ ซึ่งการฉีดสิวคือการใช้ยาสเตียรอยด์เข้าไปหยุดกระบวนการอักเสบ บวม แดง เจ็บ ของสิวหัวช้างหรือสิวไตเม็ดใหญ่ให้ยุบตัวลงโดยไม่ได้เจาะดึงหัวสิวออก ส่วนการกดสิวจะใช้เครื่องมือสะกิดคัดเอาสิ่งสกปรกและไขมันที่อุดตันอยู่ใต้ผิวหนังออก

ฉีดสิวเหมาะกับใคร

การฉีดสิวเหมาะกับใคร

การฉีดสิวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการระงับการอักเสบของผิวหนัง โดยเฉพาะในกรณีที่ยาทั่วไปให้ผลลัพธ์ไม่ทันท่วงที ดังนี้

  • คนที่มีสิวอักเสบเฉียบพลัน สิวเห่ออักเสบรุนแรงที่ยาทั่วไปตอบสนองช้า
  • คนที่มีสิวปวด บวม แดง สิวเม็ดใหญ่ที่ระบม เจ็บปวดตลอดเวลา
  • คนที่เป็นสิวหัวช้างหรือสิวไต สิวเม็ดใหญ่ลึกใต้ผิวหนังที่ไม่มีหัวให้กด
  • คนที่เป็นสิวดื้อยาทา ทายาแต้มสิวมานานแล้วยังไม่ยุบตามที่ควร
  • คนที่อยากลดโอกาสเกิดแผลเป็น รีบหยุดอักเสบเพื่อป้องกันหลุมสิว
  • คนที่มีธุระเร่งด่วน มีงานสำคัญใน 1-2 วัน เช่น งานแต่ง หรือถ่ายงาน

การฉีดสิวไม่เหมาะกับใคร

เนื่องจากฤทธิ์ของตัวยาและขั้นตอนการทำหัตถการ การฉีดสิวจึงมีข้อจำกัดและไม่แนะนำสำหรับบุคคลบางกลุ่ม ดังนี้

  • คนที่เป็นสิวอุดตัน ทั้งหัวดำและหัวขาวที่ไม่อักเสบ เพราะฉีดแล้วไม่หาย แถมเสี่ยงผิวบุ๋ม
  • คนที่เป็นสิวผด ผื่นจากความร้อนหรืออาการแพ้ ซึ่งไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียในรูขุมขน
  • คนที่มีประวัติแพ้ยา โดยเฉพาะกลุ่มยาสเตียรอยด์ที่ใช้ฉีดสิว เช่น Triamcinolone
  • คนที่มีผิวติดเชื้อ บริเวณที่จะฉีดมีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราอื่นที่ไม่ใช่สิวอักเสบ
  • คนที่มีผิวบางหรือบุ๋มง่าย ผิวบอบบางหรือเคยมีประวัติผิวบุ๋มจากการฉีดสิวมาก่อน

ฉีดสิวกี่วันยุบ ต้องฉีดกี่ครั้ง

โดยทั่วไปหลังฉีดสิว สิวอักเสบมักเริ่มยุบภายในประมาณ 24-48 ชั่วโมง อาการปวดและบวมมักค่อย ๆ ลดลงก่อน จากนั้นก้อนสิวจะยุบแบนลงตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่การฉีดสิวมักทำเพียง 1 ครั้งต่อเม็ด แต่ในบางเคสที่สิวมีขนาดใหญ่ ลึก หรืออักเสบมาก อาจต้องติดตามอาการและประเมินอีกครั้ง ไม่ควรฉีดซ้ำเองหรือฉีดถี่เกินไป

ฉีดสิวแล้วไม่ยุบ เกิดจากอะไร

ฉีดสิวแล้วไม่ยุบ ส่วนใหญ่เกิดจากสิวเม็ดนั้นเป็นสิวอุดตันหรือซีสต์ถุงไขมันลึกที่ไม่ใช่กลุ่มสิวอักเสบ ตัวยาจึงไม่สามารถเข้าไปออกฤทธิ์ลดบวมได้ รวมถึงอาจเกิดจากปริมาณยาที่ใช้มีความเข้มข้นต่ำเกินไป บางเคสอาจตอบสนองต่อยาได้น้อย หรือจำเป็นต้องประเมินว่าสิวเม็ดนั้นเป็นก้อนชนิดอื่นที่ไม่ใช่สิวอักเสบ

หลังฉีดสิวมีผลข้างเคียงไหม

การฉีดสิวเป็นหัตถการที่อาจมีผลข้างเคียงได้ แม้พบไม่บ่อย แต่ควรทราบก่อนตัดสินใจ เพราะหลังฉีดสิวเราอาจต้องรับมือกับผลข้างเคียงเหล่านี้ไว้บ้าง เช่น

  • ผิวบุ๋มหรือเนื้อเยื่อฝ่อ เกิดรอยยุบตรงจุดที่ฉีด มักค่อย ๆ เต็มขึ้น ประมาณ 2-3 เดือน
  • รอยด่างขาว สีผิวบริเวณที่ฉีดอ่อนลงชั่วคราวจากฤทธิ์ของตัวยาสเตียรอยด์
  • เส้นเลือดฝอยขยายตัว มีรอยเส้นเลือดแดงเล็ก ๆ ขึ้นมาบริเวณรอบจุดที่ฉีด
  • รอยช้ำหรือเลือดออก เกิดรอยเขียวช้ำจากเข็มฉีดยา ซึ่งจะจางหายไปเองใน 1-2 สัปดาห์
  • ระคายเคืองหรือแพ้ยา อาจมีอาการคัน บวมแดง หรือผื่นขึ้นรอบแผล (พบได้น้อย)
  • ผิวบางลงชั่วคราว หากฉีดซ้ำที่เดิมบ่อย ๆ ผิวบริเวณนั้นจะบอบบางและไวต่อแดดง่ายขึ้น

ซึ่งส่วนใหญ่เคสที่เจอผลข้างเคียงรุนแรง มักเกิดจากการใช้ปริมาณยาที่เข้มข้นเกินไป ฉีดผิดชั้นผิว หรือทำกับคนที่ไม่ใช่คุณหมอ

ก่อนฉีดสิวเตรียมตัวอย่างไรดี

ก่อนฉีดสิวผู้เข้ารับบริการควรให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพผิว และปฏิบัติตามแนวทางเบื้องต้น เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปอย่างราบรื่น ดังนี้

  • เช็กประเภทก่อนฉีดสิว ดูว่าเป็นสิวอักเสบ บวม แดง จริงไหม
  • ล้างผิวให้สะอาด เคลียร์เครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออก ลดการติดเชื้อ
  • งดบีบหรือเค้นสิวเอง ป้องกันผิวช้ำอักเสบลุกลาม ซึ่งส่งผลต่อการคำนวณปริมาณยา
  • แจ้งประวัติแพ้ยาและยาที่กิน ทั้งสเตียรอยด์และอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า
  • งดสครับและสารเคมีผลัดผิว เลี่ยงส่วนผสมที่รุนแรงก่อนฉีดเพื่อป้องกันผิวระคายเคือง

ขั้นตอนการฉีดสิวมีอะไรบ้าง

กระบวนการฉีดสิวส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นาน แค่ประมาณ 5-10 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย โดยจะมีขั้นตอนเบื้องต้น ดังนี้

  • คุณหมอจะเช็กสภาพผิวและประเภทของสิวก่อนว่าควรฉีดสิวหรือไม่
  • เตรียมยาและอุปกรณ์ ผู้ช่วยและคุณหมอจะจัดเตรียมเครื่องมือพร้อมผสมตัวยา
  • เริ่มขั้นตอนการฉีดสิว ทำความสะอาดผิวจุดที่จะทำ แล้วเดินยาเข้าสู่ชั้นผิวอย่างเหมาะสม
  • แนะนำการดูแลตัวเอง คุณหมอจะให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังฉีดเพื่อลดผลข้างเคียง
  • ผู้ช่วยคุณหมอจะเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าและเช็กความเรียบร้อยให้ก่อนกลับบ้าน

การดูแลผิวหลังฉีดสิว

การดูแลผิวหลังฉีดสิวอย่างถูกวิธี เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สิวยุบตัวได้เต็มที่ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงระยะยาว เช่น

การดูแลผิวหลังฉีดสิว

  • งดจับ แตะ หรือเกาแผล ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่รอยเข็มและลดโอกาสผิวอักเสบซ้ำ
  • ล้างหน้าอย่างเบามือ ใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน และซับหน้าเบา ๆ แทนการถูแรง ๆ
  • เว้นยาทาสิวกลุ่มผลัดเซลล์ผิว งดทาพวก Benzac หรือ Retin-A ตรงจุดที่ฉีดสิว 1-2 วัน
  • บำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และกันแดด เติมความชุ่มชื้นและปกป้องผิวบอบบางจากแสงแดด
  • เลี่ยงการแต่งหน้าตรงแผล ในวันแรกควรงดทารองพื้นหรือคอนซีลเลอร์ทับรอยเข็ม
  • ประคบเย็นเมื่อมีรอยช้ำ หากมีอาการบวมหรือเขียวช้ำ ให้ประคบเย็นเบา ๆ จะช่วยให้ยุบไวขึ้น

ฉีดสิวราคาเท่าไหร่

ฉีดสิวราคาทั่วไปมักอยู่ที่ประมาณ 100 – 500 บาท หรืออาจอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,500 บาท สำหรับการฉีดสิวแบบเหมาจ่ายทั่วหน้า ทั้งนี้อัตราค่าบริการจะมีความแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถานพยาบาล ปริมาณยาที่ใช้ และจำนวนเม็ดสิวที่เข้ารับการรักษาจริง

ข้อมูลราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินและเช็กราคาที่แน่นอนก่อนเข้ารับบริการ

ฉีดสิวที่ไหนดี เลือกอย่างไร

สำหรับใครที่สิวอักเสบเม็ดใหญ่ขึ้นมาจนทนไม่ไหว แล้วกำลังมองหาพิกัดไปฉีดสิวให้ยุบไว ๆ ลองใช้ 5 วิธีเลือกคลินิกตามนี้ดูได้

  • ตรวจผิวเสมอก่อนทำ มีการซักประวัติและเช็กประเภทสิวก่อนฉีด
  • มีใบอนุญาตถูกต้อง สะอาด และบริการตามเกณฑ์สาธารณสุข
  • ระบุชื่อยาฉีดสิวที่ใช้ได้ชัดเจน ไม่ผสมสารแปลกปลอม
  • ฉีดสิวโดยคุณหมอ คุมปริมาณและความลึกได้เพื่อไม่ให้ผิวบุ๋ม
  • ดูรีวิวจริงที่เป็นกลาง เน้นดูผลลัพธ์และประสบการณ์จริงจากผู้ใช้บริการจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดสิว

ฉีดสิวตรงไหนอันตราย ควรเลี่ยง

บริเวณ T-zone และรอบดวงตา เป็นจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีเส้นเลือดเชื่อมต่อกับระบบประสาทตา แต่หากฉีดโดยคุณหมอก็สามารถปรึกษา และระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

สิวไม่มีหัว นูน ๆ เป็นไตฉีดได้ไหม

ถ้าเป็นสิวอักเสบระยะแรกที่ยังไม่มีหัว สามารถฉีดเพื่อลดการอักเสบได้ครับ แต่หากเป็นซีสต์หรือไตแข็งที่ไม่มีการอักเสบแล้ว การฉีดอาจไม่ได้ผลดีนักและเสี่ยงต่อผิวบุ๋มได้ง่าย

ฉีดสิวใช้เวลานานไหม กี่นาทีเสร็จ

ขั้นตอนการกดหรือจิ้มฉีดตัวยาจริง ๆ ใช้เวลาสั้นมากเพียง 1-2 นาทีเท่านั้นครับ แต่ถ้ารวมกระบวนการทำความสะอาดผิวและตรวจประเมินด้วยก็จะอยู่ที่ประมาณ 5-10 นาที

ฉีดสิวเสร็จแล้วห้ามทำอะไรบ้าง

หลัก ๆ คือหลีกเลี่ยงการจับ แคะ แกะ เกาบริเวณรอยเข็มในวันแรก และควรงดทายาสิวกลุ่มที่เร่งการผลัดเซลล์ผิวรุนแรงตรงจุดนั้นประมาณ 1-2 วันเพื่อลดการระคายเคือง

ฉีดสิวบ่อย ๆ จะมีผลเสียอะไรไหม

การฉีดบ่อยเกินไปในจุดเดิมหรือใช้ปริมาณยามากเกินไป อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นฝ่อตัวจนผิวเกิดรอยบุ๋ม ฝ้าเลือด หรือผิวบางลงได้ ดังนั้นจึงควรฉีดเฉพาะเม็ดที่อักเสบรุนแรง

สรุป

การฉีดสิวเป็นการรักษาเฉพาะเม็ด ไม่ใช่การรักษาสิวระยะยาว ช่วยลดบวม แดง เจ็บ และทำให้สิวเม็ดใหญ่ยุบลงได้เร็วขึ้นในหลายเคส โดยมักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในประมาณ 24-48 ชั่วโมง เหมาะกับสิวอักเสบเม็ดใหญ่ สิวหัวช้าง หรือสิวที่อยู่ลึกใต้ผิวบางกรณี แต่อาจไม่ได้เหมาะกับสิวทุกชนิด โดยเฉพาะสิวอุดตัน สิวผด หรือสิวที่ไม่มีการอักเสบชัดเจน แนะนำให้สอบถามและประเมินกับคุณหมอก่อน

หากต้องการรักษาสิวกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ APEX Clinic ได้เลยค่ะ

ช่องทางการติดต่อ

แชร์บทความ
พญ.ศิริรัตน์ พูลทรัพย์ (หมอยุ่ง)
ว.23897
บทความโดย พญ.ศิริรัตน์ พูลทรัพย์ (หมอยุ่ง)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Rolling Scar

Rolling Scar คืออะไร หลุมสิวแบบนี้รักษาด้วยวิธีไหนดี

Rolling Scar เป็นหลุมสิวแบบแอ่งกว้างที่ทำให้ผิวดูเป็นลอนและเห็นชัดเมื่อแสงตกกระทบ ปัญหาหลักมักมาจากพังผืดใต้ผิวที่ดึงรั้งให้ผิวยุบลง
re:H คืออะไร Air Subcision

re:H คืออะไร Air Subcision ช่วยดูแลหลุมสิวพังผืดได้อย่างไร

re:H เป็นเทคโนโลยีดูแลพื้นผิวจากประเทศเกาหลีใต้ที่ใช้ระบบ Microneedle ร่วมกับแรงดันลม เพื่อดูแลปัญหาหลุมสิว แผลเป็นชนิดบุ๋ม รูขุมขนกว้าง
สิว (Acne)

สิว คืออะไร มีกี่ประเภท สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไร

สิว เป็นปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจและส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของใครหลายคน ซึ่งหากดูแลอย่างไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่การอักเสบที่รุนแรง
คลินิกกดสิวใกล้

คลินิกกดสิวใกล้ฉัน เลือกที่ไหนดีให้ไม่ทิ้งรอย อัปเดตปี 2026

การค้นหาคลินิกกดสิวใกล้ฉันที่ดีและไว้ใจได้ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่มีปัญหาสิว เพราะหากเลือกผิด นอกจากสิวจะไม่ดีขึ้นแล้ว