ร้อยไหม คืออะไร ช่วยยกกระชับได้อย่างไร และเหมาะกับใคร

หน้าแรก » ร้อยไหม » ร้อยไหม คืออะไร ช่วยยกกระชับได้อย่างไร และเหมาะกับใคร
ว.21330
ร้อยไหม คืออะไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

ร้อยไหม เป็นหัตถการที่หลายคนนึกถึงเวลาส่องกระจกแล้วเริ่มเห็นความหย่อนคล้อย แต่สงสัยไหมว่าไหมเส้นเล็ก ๆ จะช่วยยกกระชับหน้าให้เรียวขึ้นได้อย่างไร เพราะหลายคนกังวลเรื่องผลลัพธ์ อาการหลังทำ หรือความเหมาะสม วันนี้หมอจะพามาทำความเข้าใจตั้งแต่ข้อดีไปจนถึงสิ่งที่ต้องระวัง เพื่อช่วยให้เข้าใจก่อนตัดสินใจทำมากขึ้น

ร้อยไหม คืออะไร

ร้อยไหม (Thread Lifting) คือหัตถการทางการแพทย์ที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ โดยหมอจะใช้เข็มนำทางเพื่อพาเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงเล็ก ๆ สอดเข้าไปในชั้นผิวหนัง (ชั้น SMAS หรือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง) จากนั้นจะทำการดึงและล็อกเส้นไหม เพื่อยกผิวส่วนที่หย่อนคล้อยให้ดูกระชับขึ้น

หลักการทำงานของการร้อยไหม

ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ การร้อยไหมก็เหมือนเราเข้าไปช่วยพยุงโครงสร้างผิวให้กลับมาตึงกระชับ พร้อมกับกระตุ้นให้ผิวดูแลตัวเองจากภายใน ซึ่งมีขั้นตอนตามนี้

หลักการทำงานของการร้อยไหม

  • เส้นไหมยกกระชับจะมีเงี่ยง (Barbs) ขนาดเล็กตลอดแนวเส้น ไม่ได้เรียบเหมือนเส้นด้ายทั่วไป
  • เมื่อคุณหมอสอดไหมเข้าสู่ผิวชั้น SMAS เงี่ยงเหล่านี้จะเข้าไปเกี่ยวและยึดเกาะกับเนื้อเยื่อ
  • ช่วยให้สามารถออกแรงดึงและจัดระเบียบเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย ให้ยกตัวขึ้นในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • หลังจากนั้นเส้นไหมจะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกาย (Healing Process)
  • ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสต์ ล้อมรอบแนวเส้นไหม เป็นโครงข่ายพยุงผิวขึ้นมาใหม่

ร้อยไหม ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

หากดูจากเคสส่วนใหญ่ การร้อยไหมสามารถช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยในจุดที่หลายคนกังวลใจได้หลายปัญหาขึ้นอยู่กับการประเมิน ดังนี้

ร้อยไหม ช่วยแก้ปัญหาอะไร

  • เคสพวงแก้มห้อยย้อย ช่วยดึงพยุงเนื้อแก้มที่ตก ให้กลับไปยกกระชับในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • เคสกังวลร่องลึก ลดร่องแก้มและร่องน้ำหมาก ช่วยให้รอยพับข้างจมูกและมุมปากดูตื้นขึ้น
  • เคสอยากเก็บกรอบหน้า เก็บเนื้อหย่อนคล้อยช่วงขากรรไกรและใต้คาง ให้กรอบหน้าชัดและดูเรียว
  • เคสคิ้วตก หางตาตก ดึงยกช่วงคิ้วและหางตาที่ตก เพื่อเปิดชั้นตาให้ดูสดใส ไม่ดูอิดโรย
  • เคสผิวไม่เฟิร์ม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนช่วยแก้ปัญหาผิวย้วย ให้ยืดหยุ่นและแน่นกระชับขึ้น

วัสดุที่ใช้ในการร้อยไหมมีอะไรบ้าง

วัสดุที่ใช้ในการร้อยไหม ส่วนใหญ่เป็นวัสดุสังเคราะห์ประเภทพอลิเมอร์ ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ (Bio-absorbable) โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนี้

วัสดุที่ใช้ในการร้อยไหมมีอะไรบ้าง

  • PDO (Polydioxanone) : เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันบ่อย ๆ มีความยืดหยุ่น สลายตัวได้ภายใน 6-8 เดือน ผลลัพธ์การสร้างคอลลาเจนอยู่ได้ประมาณ 1 ปี
  • PLLA (Poly-L-Lactic Acid) : วัสดุที่มีความแข็งกว่า PDO เล็กน้อย โดดเด่นเรื่องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน สลายตัวช้าโดยใช้เวลาประมาณ 12-18 เดือน
  • PCL (Polycaprolactone) : วัสดุรุ่นใหม่ที่มีความนิ่มแต่แข็งแรงและยืดหยุ่น สลายตัวช้า ประมาณ 18-24 เดือน ช่วยให้ผลการยกกระชับอยู่ได้นานขึ้น
  • PLCL (Poly-L-Lactide-co-ε-Caprolactone) : เป็นวัสดุผสมที่ดึงจุดเด่นของ PLLA และ PCL เข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ทั้งแรงดึงที่ดีและการกระตุ้นคอลลาเจน

ลักษณะของเส้นไหมที่พบบ่อย

ลักษณะของเส้นไหมที่พบบ่อย

ประเภทของเส้นไหมที่ใช้ในกระบวนการร้อยไหม สามารถจำแนกได้หลากหลายรูปแบบเลย ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง ซึ่งถ้าเราลองสังเกตจากลักษณะของไหม ก็จะมีอยู่หลายแบบเลย ดังนี้

ชนิดของเส้นไหม ลักษณะของเส้นไหม หลักการทำงานและจุดเด่น
ไหมเรียบ
(Mono Threads)
เส้นไหมผิวเรียบขนาดเล็ก เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแน่นกระชับขึ้น (แต่ไม่มีแรงดึงยกผิว)
ไหมเกลียว
(Screw Threads)
เส้นไหมที่มีลักษณะพันเป็นเกลียวรอบเข็ม ช่วยเติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวในบริเวณที่มีปัญหาร่องลึกได้ดี
ไหมเงี่ยง
(Cog Threads)
เส้นไหมที่มีเงี่ยงหรือตะขอขนาดเล็กตลอดแนว ใช้สำหรับเกี่ยวล็อกเนื้อเยื่อ ช่วยดึงและพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นได้
ไหมมิ้นท์
(Mint Lift)
ไหมเงี่ยงที่ใช้เทคโนโลยีการหล่อแบบ 360 องศา เงี่ยงมีความแข็งแรงทนทานและหมุนรอบทิศทาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงพยุงผิว
ไหมตาข่าย
(Tesslift Soft)
เส้นไหมเงี่ยงที่มีโครงตาข่าย (Mesh) ล้อมรอบ เนื้อเยื่อสามารถเติบโตประสานเข้าไปในตาข่ายได้ ทำให้การยึดเกาะแน่นหนาและคงผลลัพธ์ได้นานขึ้น
ไหมกรวย
(Silhouette Soft)
เส้นไหมที่ใช้รูปทรงกรวยเป็นจุดยึดเกาะแบบ 3 มิติ ช่วยรั้งเนื้อเยื่อเพื่อยกกระชับผิว พร้อมกับกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เข็มในการร้อยไหมแต่ละแบบต่างกันอย่างไร

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการสอดเส้นไหมเข้าสู่ชั้นผิว จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ซึ่งมีลักษณะและความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

เข็มในการร้อยไหมแต่ละแบบต่างกันอย่างไร

เข็มแหลม (Sharp Needle)

มีปลายคมคล้ายเข็มฉีดยาทั่วไป ที่สามารถสอดผ่านชั้นผิวได้โดยตรง ช่วยให้ร้อยไหมเส้นสั้นหรือไหมคอลลาเจนได้ค่อนข้างเร็ว แต่อาจมีความเสี่ยงที่ปลายเข็มจะโดนเส้นเลือดฝอยใต้ผิว จึงมีโอกาสเกิดรอยเขียวช้ำหลังทำได้มากกว่า

เข็มทู่ (Blunt Cannula)

ลักษณะปลายมนทู่ (เช่น L-type, W-type) จะค่อย ๆ แหวกผ่านเนื้อเยื่อไปโดยไม่ทำร้ายเส้นเลือด ช่วยลดอาการบวมช้ำหลังทำได้เป็นอย่างดี แต่ต้องอาศัยความชำนาญของคุณหมอในการเจาะนำผิวและควบคุมทิศทางเข็มให้อยู่ในชั้นผิวที่ถูกต้อง

ซึ่งปัจจุบันคุณหมอส่วนใหญ่มักใช้เข็มทู่ เพราะช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บของเส้นเลือดและรอยช้ำ ทำให้ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ โดยไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

ตำแหน่งที่ใช้ในการร้อยไหม

สำหรับตำแหน่งต่าง ๆ บนใบหน้าและลำคอที่หมอมักจะใช้การร้อยไหม เพื่อจัดการปัญหาความหย่อนคล้อยให้กับผู้รับบริการ จะมีบริเวณหลัก ๆ ดังนี้

  • ร้อยไหมจมูก : ช่วยเสริมสันจมูกให้คมชัดและยกปลายจมูก
  • ร้อยไหมปีกจมูก : ช่วยดึงรั้งเนื้อเยื่อบริเวณปีกจมูกให้ดูแคบลง
  • ร้อยไหมหน้าเรียว : ดึงยกเนื้อพวงแก้มที่ห้อยย้อย ให้กระชับและเรียวขึ้น
  • ร้อยไหมก้างปลา : เน้นใช้เส้นไหมที่มีเงี่ยงดึงพยุงผิวที่ตกให้ยกกระชับ
  • ร้อยไหมคอลลาเจน : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวยืดหยุ่นและแน่นกระชับ
  • ร้อยไหมยกหางตา : ยกช่วงหางตาและคิ้วที่ตกตามวัย ช่วยเปิดชั้นตาให้ดูสดใส
  • ร้อยไหมกรอบหน้า : เก็บกระชับผิวบริเวณแนวขากรรไกร ให้เส้นขอบหน้าดูคมชัดขึ้น
  • ร้อยไหมเหนียง : เก็บกระชับความหย่อนคล้อยบริเวณเหนียง ช่วยให้ช่วงใต้คางดูตึง
  • ร้อยไหมร่องแก้ม : ยกกระชับเนื้อเยื่อแก้มที่ตกลงมาทับร่อง ให้รอยพับข้างจมูกดูตื้น

ข้อดี-ข้อจำกัด ของการร้อยไหมมีอะไรบ้าง

การร้อยไหม เป็นหัตถการที่มีข้อดีแต่ก็ยังมีข้อควรระวังบางอย่างอยู่ ดังนั้นก่อนตัดสินใจร้อยไหม อยากให้ลองพิจารณาทั้งข้อดีและข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าหัตถการนี้ตอบโจทย์ปัญหาผิวของเราก่อน ดังนี้

ข้อดีของการร้อยไหม

  • สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า ที่ยกกระชับขึ้นได้ค่อนข้างเร็ว
  • เป็นหัตถการที่ใช้เพียงเข็มนำเส้นไหมเข้าไป จึงไม่มีแผลเป็นขนาดใหญ่
  • ร่างกายฟื้นตัวได้ไว มีอาการบวมช้ำเพียงเล็กน้อยและสามารถใช้ชีวิตปกติได้
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแน่นและดูสุขภาพดีขึ้น

ข้อจำกัดของการร้อยไหม

  • เส้นไหมจะสลายไปตามกาลเวลา ผลลัพธ์จึงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดไหม
  • หากมีผิวหนังส่วนเกินหนาหรือห้อยมาก การร้อยไหมอาจให้ผลได้ไม่ชัดเจนเท่าการผ่าตัด
  • อาจเกิดรอยเขียวช้ำ อาการบวม หรือผิวหนังบุ๋มชั่วคราวในช่วงหลังทำ
  • หากทำโดยหมอที่ไม่มีประสบการณ์ อาจเกิดปัญหาไหมขาด ไหมโผล่ หรือใบหน้าไม่เท่ากันได้

ร้อยไหมอันตรายไหม

การร้อยไหมทั่วไปถือว่าค่อนข้างปลอดภัย หากทำโดยคุณหมอและใช้ไหมทางการแพทย์ หลังทำเสร็จอาจจะมีอาการบวมหรือระบมบ้างนิดหน่อย ซึ่งร่างกายจะค่อย ๆ ฟื้นตัวและหายไปเองได้ แต่จุดที่อยากฝากไว้คือเรื่องความปลอดภัยของสถานพยาบาล ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำ อย่าลืมตรวจสอบให้รอบคอบก่อนใช้บริการด้วย

ร้อยไหม เหมาะกับใคร

การร้อยไหมเริ่มทำได้ตั้งแต่ 25 – 30 ปีขึ้นไปเลย ซึ่งจากลักษณะปัญหาที่พบในหลายเคส จะเหมาะกับกลุ่มคนเหล่านี้ เช่น

  • คนที่เริ่มมีเนื้อแก้มตกลงมา จนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหรือไม่สดใส
  • คนที่ต้องการเติมเต็มและดึงรั้ง ผิวบริเวณร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากให้ดูตื้นขึ้น
  • คนที่อยากปรับกรอบหน้าให้ดูคมชัดมากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดใหญ่
  • คนที่ต้องการยกคิ้วหรือหางตาให้ดูเชิดขึ้น เพื่อให้ดวงตาดูโตและอ่อนเยาว์
  • คนที่มีเวลาน้อยและต้องการหัตถการที่เห็นผลลัพธ์ได้โดยไม่มีแผลผ่าตัด

ใครที่ยังไม่เหมาะกับการร้อยไหม

แม้การร้อยไหมจะเป็นหัตถการที่ดูแลให้ปลอดภัยได้ แต่ก็ต้องเตือนก่อนว่า ในทางการแพทย์ยังมีกลุ่มคนที่คุณหมออาจจะยังไม่แนะนำ หรือต้องรอให้ร่างกายพร้อมก่อน เช่น

  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากหรือไขมันหน้าหนา
  • สตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรงหรือผิวติดเชื้อ
  • ผู้มีโรคประจำตัวที่มีผลต่อการสมานแผล
  • ผู้ที่เคยฉีดสารชนิดไม่สลาย (เช่น ซิลิโคนเหลว)

ร้อยไหมกี่เส้น ต้องใช้เยอะไหม

ร้อยไหมกี่เส้น ต้องใช้เยอะไหม

ปริมาณเส้นไหมที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามปัญหา สภาพผิว และชนิดของเส้นไหม หากเป็นกลุ่มเส้นไหมที่มีเงี่ยงซึ่งเน้นการดึงยกกระชับ ก็มักจะมีจำนวนเฉลี่ยที่มักใช้ในแต่ละจุดคร่าว ๆ ดังนี้

  • พวงแก้มและร่องแก้ม : ใช้ประมาณ 2-4 เส้นต่อข้าง (รวม 4-8 เส้นทั่วหน้า)
  • กรอบหน้าและเหนียง : ใช้ประมาณ 2-4 เส้นต่อข้าง (รวม 4-8 เส้นทั่วหน้า)
  • ยกหางตาและคิ้ว : ใช้ประมาณ 1-2 เส้นต่อข้าง (รวม 2-4 เส้นทั่วหน้า)
  • จมูก : ใช้ประมาณ 4-6 เส้นสำหรับดันสันจมูก และ 2-3 เส้นสำหรับยกปลายจมูก
  • ยกกระชับทั่วใบหน้า (Full Face) : โดยเฉลี่ยจะใช้รวมกันประมาณ 8-12 เส้นขึ้นไป
แต่หากเป็นการร้อยไหมคอลลาเจน (ไหมเรียบ) ที่ไม่ได้เน้นการดึงรั้ง อาจต้องใช้ตั้งแต่ 20–50 เส้นขึ้นไปต่อบริเวณครับ ส่วนจำนวนเส้นไหมที่เหมาะสม คุณหมอจะประเมินจากโครงหน้าและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนก่อนทำเสมอ

การเตรียมตัวก่อนร้อยไหมมีอะไรบ้าง

ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ ขอแนะนำขั้นตอนการเตรียมความพร้อมของร่างกายเบื้องต้น เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการบวมช้ำ และช่วยให้กระบวนการร้อยไหมเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้

  • งดยาในกลุ่มแอสไพริน ยาแก้ปวด (NSAIDs) และยาละลายลิ่มเลือดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดวิตามินและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา แปะก๊วย
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนร้อยไหม
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ใช้ประจำให้คุณหมอทราบอย่างละเอียด
  • หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือหัตถการรุนแรงบนใบหน้าก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์

ขั้นตอนการร้อยไหม

ขั้นตอนของการร้อยไหม ใช้เวลาเพียงไม่นานเพราะไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ประเมินโครงสร้างใบหน้าเพื่อวางแผนการร้อยไหมสำหรับแต่ละเคส
  • เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนร้อยไหม
  • ทายาชาเฉพาะจุดประมาณ 45–60 นาที และเช็ดทำความสะอาดผิวอีกครั้ง
  • ทำหัตถการ โดยร้อยไหมใต้ผิวเพื่อยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยในจุดที่ต้องการ
  • หลังร้อยไหมจะมีการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวเพื่อให้ผลลัพธ์คงประสิทธิภาพ
  • เจ้าหน้าที่จะดูแลความเรียบร้อยและให้ข้อมูลการดูแลเบื้องต้นก่อนกลับ

หลังร้อยไหมดูแลตัวเองอย่างไรดี

เพื่อให้ผลลัพธ์การร้อยไหมเป็นไปตามแผนที่คุณหมอวางเอาไว้ แนะนำให้ดูแลตัวเองในช่วงแรกเป็นพิเศษ โดยมีขั้นตอนที่ต้องใส่ใจ ดังนี้

  • ประคบเย็นใน 1-2 วันแรก หากมีอาการบวม ให้ประคบเย็นเบา ๆ โดยไม่กดทับ
  • หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือขัดผิวหน้าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังร้อยไหม
  • เลี่ยงความร้อน งดซาวน่า อบไอน้ำ หรือเลเซอร์ที่ใช้ความร้อนสูงประมาณ 1 เดือน
  • ลดการขยับใบหน้า ช่วงสัปดาห์แรกควรเลี่ยงการอ้าปากกว้าง หรือเคี้ยวอาหารที่เหนียวมาก ๆ
  • รักษาความสะอาดจุดร้อยไหมและงดให้แผลโดนน้ำตามคำแนะนำของคุณหมอเสมอ
  • หากมีการจ่ายยา ให้ทานยาแก้อักเสบหรือยาแก้ปวดตามที่คุณหมอสั่งให้ครบ
  • สังเกตอาการ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดรุนแรงหรือมีหนอง ให้รีบปรึกษาคุณหมอทันที

หลังร้อยไหมมีผลข้างเคียงไหม

หลังร้อยไหมอาจเกิดปฏิกิริยาต่อผิวหนังได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาการทั่วไปที่หายได้เอง แต่หากมีอาการที่ผิดปกติรุนแรงควรปรึกษาคุณหมอทันที โดยสรุปความแตกต่างได้ดังนี้

ลักษณะที่พบได้ทั่วไป (ไม่อันตราย) ลักษณะที่รุนแรง (ควรพบหมอทันที)
รู้สึกตึงผิว ระบม หรือปวดหน่วง ๆ เล็กน้อย ปวดรุนแรงต่อเนื่องไม่ดีขึ้น แม้ทานยาแก้ปวด
มีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำชั่วคราว ผิวหนังเปลี่ยนสีเข้มผิดปกติหรือเป็นแผลพุพอง
พบตุ่มนูนเล็กน้อยบริเวณจุดสอดไหม มีหนอง มีไข้สูง หรือบวมแดงขยายวงกว้าง
ไหมอาจมีปลายแหลมโผล่เพียงเล็กน้อย ไหมทะลุออกมาจากผิวหนังอย่างชัดเจน

คำแนะนำจากหมอ : อาการบวมช้ำในช่วง 3–7 วันแรกถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าอาการเหล่านี้ไม่ดีหรือรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะถ้าเริ่มมีอาการอักเสบหรือติดเชื้อ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด ให้รีบติดต่อทางสถานพยาบาล

ร้อยไหมแล้วหน้าไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร

อาการหน้าไม่เท่ากันหลังร้อยไหมส่วนใหญ่เกิดจากแรงดึงของไหมสองข้างไม่สมดุลกัน หรือผิวเดิมมีโครงสร้างและปริมาณไขมันไม่เท่ากันอยู่แล้วตั้งแต่แรก นอกจากนี้อาการบวมช้ำที่ยุบไม่พร้อมกันในแต่ละข้าง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกดูเบี้ยวเอียงได้ ซึ่งต้องอาศัยเวลาหรือให้หมอช่วยปรับแก้ตามความเหมาะสม

รีวิวร้อยไหม จากเคสตัวอย่างของเรา

เคสที่ 1 ร่องแก้มลึก ไม่กระชับ

รีวิวร้อยไหม เคสร่องแก้มลึก

เคสของคุณโรส มีความกังวลเรื่องริ้วรอยร่องแก้มลึกและเนื้อผิวบริเวณแก้มที่เริ่มหย่อนคล้อยตามวัย ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและขาดความกระชับ หลังจากเข้ามาแก้ปัญหาด้วยโปรแกรมร้อยไหมเพื่อดึงพยุงปรับแนวกระชับใหม่ ผลลัพธ์หลังทำเมื่อวันที่ 28/08/2025 พบว่าผิวดูยกทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น

เคสที่ 2 แก้มหย่อนคล้อย ไม่เรียว

รีวิวร้อยไหม เคสแก้มหย่อนคล้อย

เคสของคุณมายด์ มีเรื่องช่วงแก้มล่างที่เริ่มคล้อยตัวลงมาเบา ๆ ทำให้รูปหน้าดูหย่อนคล้อยและบดบังกรอบหน้า จึงแก้ปัญหาด้วยการร้อยไหมเพื่อล็อกและปรับทิศทางแนวกระชับใหม่ ซึ่งพอพ้นไป 2 สัปดาห์ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าแก้มถูกยกพยุงขึ้น กรอบหน้าดูเรียวกระชับขึ้น

เคสที่ 3 แก้มหย่อนคล้อย

รีวิวร้อยไหม

เคสของคุณกีตาร์ มีความกังวลเรื่องแก้มและกรอบหน้าด้านล่างที่เริ่มทิ้งตัวคล้อยลงมา จนรู้สึกว่าหน้าดูมีอายุ จึงปรับด้วยการร้อยไหม เพื่อพยุงผิวส่วนที่ตกให้ยกกระชับขึ้น ซึ่งพอกลับมาติดตามผลในวันที่ 15/09/2025 แนวแก้มถูกยกขึ้นอย่างแนบเนียน กรอบหน้าดูกระชับขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนทำ

*เป็นผลลัพธ์เฉพาะราย และขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล

ร้อยไหม ราคาเท่าไหร่

ราคาการร้อยไหมจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเส้นไหมและจำนวนเส้นไหม โดยทั่วไปราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 5,000 บาทต่อกลุ่มเส้นไหมสำหรับจุดเล็ก ๆ หรือริ้วรอยทั่วไป แต่ถ้าเป็นการยกกระชับ หรือปรับทรงใบหน้า ราคาจะขยับขึ้นอีก ซึ่งมีตั้งแต่หลักหมื่นต้น ๆ ไปจนถึงหลักหลายหมื่นบาท

ราคาประเมินอาจแตกต่างกันตามปัญหาของแต่ละบุคคล แนะนำให้ทักสอบถามข้อมูลและโปรโมชันล่าสุด หรือปรึกษาคุณหมออีกครั้งก่อนทำ

ร้อยไหมที่ไหนดีต้องดูจากอะไรบ้าง

การเลือกสถานพยาบาลสำหรับการร้อยไหม เป็นสิ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยดูเป็นธรรมชาติได้ในเบื้องต้น ดังนี้

  • ต้องมีใบอนุญาตประกอบการอย่างถูกต้อง สะอาด ปลอดเชื้อ และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อมใช้
  • คุณหมอต้องตรวจสอบกับแพทยสภาได้ ต้องมีประสบการณ์ด้านเทคนิคการวางแนวเส้นไหมที่ถูกต้อง
  • เส้นไหมที่ใช้ต้องสามารถตรวจสอบเลข Lot การผลิตได้จริง พร้อมใช้งาน ไม่เป็นของปลอม เถื่อน
  • มีภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังทำที่ชัดเจน รวมถึงมีเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าจริง เพื่อการตัดสินใจ
  • สถานพยาบาลต้องมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน

คำถามที่เกี่ยวข้องกับการร้อยไหม

ร้อยไหมรอบเดียวจบไหม หรือต้องทำซ้ำ

ผลลัพธ์จากการร้อยไหมอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน – 2 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของไหมและสภาพผิว ซึ่งสามารถกลับมาทำซ้ำได้เมื่อรู้สึกว่าเริ่มหย่อนคล้อยอีกครั้งแล้ว

ร้อยไหมแล้วจะฝังอยู่ใต้ผิวตลอดไปหรือเปล่า

โดยทั่วไปไหมที่ใช้ในทางการแพทย์ในสมัยนี้จะเป็นชนิดละลายได้ ซึ่งจะค่อย ๆ สลายตัวไปเองตามธรรมชาติภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ใต้ผิว

ร้อยไหมต้องพักฟื้นกี่วันถึงจะหายบวม

อาการบวมช้ำหลังทำเป็นเรื่องปกติเลย โดยส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นและเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้นภายใน 7-14 วัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ร้อยไหมกินของดองได้ไหม

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการอักเสบและการติดเชื้อของแผล ควรหลีกเลี่ยงของดอง อาหารดิบ และแอลกอฮอล์ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ

ร้อยไหมแล้วจะมีโอกาสขาดไหม

สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ส่วนใหญ่เคสที่ร้อยไหมกับคุณหมอ ใช้ไหมที่มีมาตรฐานไม่เปราะเกินไป โอกาสที่ไหมจะขาดเองจากการขยับหน้าตามปกติก็ถือว่ามีค่อนข้างน้อยเลยทีเดียว

ร้อยไหมทำร่วมกับฟิลเลอร์ได้ไหม

สามารถทำร่วมกันได้ เพื่อการปรับภาพรวมของใบหน้าครบแบบยิ่งขึ้น แต่ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินลำดับการทำหัตถการที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

ถ้ากำลังจัดฟันอยู่ ร้อยไหมได้ไหม

สามารถร้อยไหมได้ แต่แนะนำให้แจ้งคุณหมอผู้ทำหัตถการให้ทราบ เพราะอาจต้องมีการปรับเทคนิคหรือเลี่ยงบางตำแหน่งเพื่อให้ไม่กระทบกับการจัดฟัน

ร้อยไหมหน้าเรียวกับร้อยไหมกรอบหน้าต่างกันไหม

การร้อยไหมหน้าเรียวจะเน้นดึงแก้มที่หย่อนคล้อยขึ้นเพื่อปรับหน้าโดยรวมให้ดูเรียวและเล็กลง ส่วนการร้อยไหมกรอบหน้าจะเน้นเก็บความคมบริเวณแนวขากรรไกรและเหนียงเพื่อให้กรอบหน้าดูเรียว

สรุป

ร้อยไหมเป็นการใช้เส้นไหมเพื่อดึงยกผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยปรับหน้าให้ดูเรียวและกระตุ้นคอลลาเจนจากภายใน มีหลายชนิดทั้งตามวัสดุและรูปแบบเส้นไหม เหมาะสำหรับคนที่เริ่มกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยและอยากเห็นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งตัวเลือกเส้นไหมและระยะเวลาเห็นผลจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน – 2 ปี หากดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม

หากต้องการทำโปรแกรมร้อยไหมกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ APEX Clinic ได้เลยครับ

ช่องทางการติดต่อ

แชร์บทความ
นพ.เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร (หมอเอก)
ว.21330
บทความโดย นพ.เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร (หมอเอก)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวและศัลยศาสตร์
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
ร้อยไหมเหนียง คืออะไร

ร้อยไหมเหนียง เหนียงยุบลงได้จริงไหม เหมาะกับใคร

ร้อยไหมเหนียง เป็นหัตถการที่ช่วยพยุงผิวและเนื้อเยื่อใต้คางที่เริ่มหย่อน ทำให้แนวใต้คางดูกระชับและชัดขึ้นค่ะ แต่ไม่ได้ช่วยสลายไขมันหรือแก้โครงสร้างคางโดยตรง
ร้อยไหมหน้าเรียว

ร้อยไหมหน้าเรียว ช่วยให้หน้าเรียวได้แค่ไหน อยู่ได้นานไหม

หลายคนอยากให้กรอบหน้าคมขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่าปัญหาเกิดจากกรามใหญ่ ไขมัน หรือผิวที่หย่อนคล้อย การ ร้อยไหมหน้าเรียว จึงไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนครับ
ร้อยไหม vs HIFU

เปรียบเทียบ ร้อยไหม vs HIFU ต่างกันอย่างไร เลือกทำแบบไหนดีกว่ากัน

ร้อยไหม vs HIFU เป็นสองหัตถการเพื่อช่วยกระชับผิว ซึ่งดูแลความหย่อนคล้อยด้วยหลักการต่างกัน ร้อยไหมใช้เส้นไหมช่วยยึดและพยุงเนื้อเยื่อ
รีวิวร้อยไหม

รีวิวร้อยไหม รวมเคสจริงก่อนและหลังทำ บริเวณใบหน้าและร่องแก้ม

รีวิวร้อยไหม เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้คนที่กำลังพิจารณาทำหัตถการนี้นำไปประเมินได้ว่าควรทำดีไหม เพราะหลายคนอาจกังวลว่าทำแล้วจะเจ็บ