หลายคนอาจคิดว่าอาการนอนกรนเป็นเรื่องปกติ แต่จริง ๆ แล้วบางเคสเกิดจากความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อในช่องคอ ซึ่งสามารถดูแลได้ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ไม่ต้องผ่าตัดและใช้เวลาทำไม่นาน ในบทความนี้หมอจะอธิบายว่า การเลเซอร์แก้นอนกรนทำงานอย่างไร ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล และต้องดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ
เลเซอร์แก้นอนกรน คืออะไร
เลเซอร์แก้นอนกรน (Snoring Laser) คือ การใช้พลังงานแสงเลเซอร์ในกลุ่ม Non-Ablative Laser ยิงลงบนเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลิ้นไก่ เพื่อกระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน (Collagen Remodeling) ส่งผลให้เนื้อเยื่อส่วนที่หย่อนยานมีความกระชับและตึงตัวขึ้น ช่วยให้ช่องทางเดินหายใจกว้างขึ้นและลดการสั่นสะเทือนที่ก่อให้เกิดเสียงกรนในขณะหลับ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีแผลเปิด
เลเซอร์แก้นอนกรน ทำงานอย่างไร
เลเซอร์แก้นอนกรนจะใช้พลังงานความร้อน เข้าไปกระชับเนื้อเยื่อในช่องคอ เพื่อลดการสั่นสะเทือนของเพดานอ่อนและลิ้นไก่ขณะนอนหลับ ดังนี้
- พลังงานเลเซอร์จะส่งผ่านความร้อนลงลึกสู่ชั้นใต้ผิว บริเวณเพดานอ่อนและลิ้นไก่โดยไม่สร้างแผลเปิด
- ความร้อนจะกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจน เกิดการหดตัวและกระชับขึ้นทันทีหลังทำ
- กระบวนการนี้ช่วยให้เนื้อเยื่อที่เคยหย่อนยาน กลับมาตึงตัวและยกกระชับขึ้นตามธรรมชาติ
- เมื่อช่องทางเดินหายใจส่วนต้นกว้างขึ้น การสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อขณะหายใจจึงลดลง ส่งผลให้เสียงกรนเบาลง
สาเหตุของอาการนอนกรน
หมออยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เสียงกรนที่เกิดขึ้นนั้น มีที่มาจากการเปลี่ยนแปลงของระบบทางเดินหายใจในขณะที่เราหลับ ดังนี้
- เพดานอ่อนและลิ้นไก่หย่อนตัว ทำให้เกิดการสั่นขณะหายใจ
- น้ำหนักตัวมากหรือมีไขมันสะสมรอบคอ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง
- นอนหงายบ่อย ลิ้นจะตกไปด้านหลังและขวางทางเดินหายใจ
- ภูมิแพ้หรือคัดจมูกเรื้อรัง ทำให้ต้องอ้าปากหายใจขณะนอน
- ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน ทำให้กล้ามเนื้อในลำคอคลายตัวมากกว่าปกติ
- อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณคอและเพดานอ่อนเริ่มหย่อนคล้อย
- บางคนมีโครงสร้างช่องคอแคบหรือลิ้นไก่ยาวกว่าปกติ จึงเกิดเสียงกรนได้ง่าย
เลเซอร์แก้นอนกรน ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล
โดยปกติหมอจะแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3 ถึง 5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลิ้นไก่ค่อย ๆ กระชับขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางเคสที่มีอาการนอนกรนไม่มาก อาจเริ่มรู้สึกว่าเสียงกรนเบาลงตั้งแต่ครั้งแรกหรือครั้งที่สอง แต่ถ้าเป็นเคสที่มีเนื้อเยื่อหย่อนค่อนข้างมาก อาจต้องทำต่อเนื่องตามแผนที่แพทย์ประเมินเพื่อให้ผลลัพธ์ชัดขึ้นและคงอยู่ได้นานขึ้น
เลเซอร์แก้นอนกรน ช่วยอะไรบ้าง
เลเซอร์แก้นอนกรนไม่ได้ช่วยแค่ลดเสียงกรน แต่ยังช่วยให้ทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้นระหว่างนอนหลับ ดังนี้
- ช่วยลดการสั่นของเพดานอ่อนและลิ้นไก่ ซึ่งเป็นต้นเหตุของเสียงกรน
- ทำให้เนื้อเยื่อในช่องคอกระชับขึ้น ทางเดินหายใจกว้างขึ้นเล็กน้อย
- ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น หลับได้ต่อเนื่องมากขึ้นในบางเคส
- ลดปัญหาตื่นมาแล้วรู้สึกคอแห้งหรือเหนื่อยง่ายหลังตื่นนอน
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างน้อย
- ช่วยลดผลกระทบด้านความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดที่นอนร่วมห้อง
เลเซอร์แก้นอนกรน เหมาะกับใครบ้าง
เคสที่หมอมักแนะนำเลเซอร์แก้นอนกรน จะเป็นคนที่เริ่มมีเสียงกรนรบกวนการนอน แต่ยังไม่อยากผ่าตัดเพราะเป็นวิธีที่ดูแลได้ค่อนข้างสบายและใช้เวลาทำไม่นาน ดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาเสียงกรนจากการหย่อนยานของเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลิ้นไก่
- ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นในระดับที่ไม่รุนแรงมาก
- ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหานอนกรนแต่กังวลเรื่องการผ่าตัดหรือไม่มีเวลาพักฟื้น
- ผู้ที่ไม่สะดวกหรือไม่สามารถทนต่อการใส่เครื่องช่วยหายใจขณะหลับได้ตลอดคืน
- ผู้ที่ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่นหรือคอแห้งจากการหายใจไม่สะดวกในขณะหลับ
เลเซอร์แก้นอนกรน ไม่เหมาะกับใครบ้าง
หมอมักแนะนำให้ตรวจประเมินก่อนทำเสมอ เพราะอาการนอนกรนของแต่ละคนเกิดจากคนละสาเหตุ และบางกรณีอาจไม่ตอบสนองกับการรักษาด้วยเลเซอร์เท่าที่ควร ดังนี้
- คนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับรุนแรง อาจต้องรักษาร่วมกับแพทย์เฉพาะทาง
- คนที่มีต่อมทอนซิลโตมาก หรือโครงสร้างช่องคอแคบมากผิดปกติ
- คนที่มีผนังกั้นจมูกคดหรือปัญหาโพรงจมูกรุนแรง ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของการกรน
- คนที่มีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือแผลในช่องปากและลำคอ
- คนที่คาดหวังผลลัพธ์ถาวรจากการทำเพียงครั้งเดียว
- คนที่มีโรคประจำตัวบางอย่างซึ่งส่งผลต่อการสมานตัวของเนื้อเยื่อ ควรประเมินโดยแพทย์ก่อน
- คนที่อาการจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น น้ำหนักตัวมากหรือกล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนมาก
เปรียบเทียบวิธีรักษาอาการนอนกรน
แต่ละวิธีรักษานอนกรนมีจุดเด่นต่างกัน หมอเลยสรุปเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายขึ้น เพื่อช่วยเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง ดังนี้
| หัวข้อ | เลเซอร์แก้นอนกรน | เครื่อง CPAP | การผ่าตัด |
|---|---|---|---|
| วิธีการรักษา | ใช้พลังงานความร้อนกระชับเนื้อเยื่อลำคอ | ใส่หน้ากากช่วยพ่นแรงดันอากาศขณะหลับ | ตัดหรือตกแต่งเนื้อเยื่อที่ขวางทางเดินหายใจ |
| ความรู้สึกระหว่างรักษา | ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น | ไม่เจ็บ แต่อาจอึดอัดจากการใส่เครื่อง | มีความเจ็บจากแผลผ่าตัด และต้องพักฟื้น |
| ความสะดวก | ทำเสร็จใช้ชีวิตได้ปกติ | ต้องพกพาเครื่องและใส่หน้ากากทุกคืน | ทำครั้งเดียวจบแต่ต้องดูแลแผลช่วงแรก |
| ผลลัพธ์ | เห็นผลชัดเจนเมื่อทำต่อเนื่องตามรอบ | เห็นผลทันทีที่ใส่เครื่องขณะนอนหลับ | ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกาย |
| ความเหมาะสม | กรนระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง | กรนระดับรุนแรงหรือหยุดหายใจขณะหลับ | กรณีที่มีโครงสร้างร่างกายผิดปกติชัดเจน |
การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์แก้นอนกรน
ก่อนที่เราจะเริ่มขั้นตอนการรักษากัน หมออยากให้เตรียมความพร้อมเล็กน้อย เพื่อให้การทำเลเซอร์ได้ผลลัพธ์ที่ดี ดังนี้
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการรักษา
- พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายและเนื้อเยื่อ มีความพร้อมในการฟื้นฟูอย่างเต็มที่
- หากมีอาการเจ็บคอหรือติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ควรแจ้งหมอเพื่อเลื่อนนัดออกไปก่อน
- ตรวจสอบและแจ้งประวัติการแพ้ยา หรือโรคประจำตัวให้หมอทราบอย่างละเอียด
- แนะนำให้รับประทานอาหารมาให้เรียบร้อย ก่อนเข้ารับบริการเพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายตัว
ขั้นตอนการทำเลเซอร์นอนกรน
การทำเลเซอร์แก้นอนกรนจะเน้นกระชับเนื้อเยื่อภายในช่องคอ โดยใช้เวลาไม่นานและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ดังนี้
- หมอจะเริ่มจากการตรวจประเมินทางเดินหายใจและเนื้อเยื่อในลำคออย่างละเอียดก่อนเริ่มทำ
- ทำความสะอาดช่องปากและลำคอเพื่อเตรียมความพร้อมของพื้นผิวเนื้อเยื่อ
- เริ่มการยิงเลเซอร์บริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ และโคนลิ้น โดยคนไข้จะรู้สึกเพียงอุ่น ๆ ในลำคอ
- ระหว่างทำหมอจะคอยสอบถามความรู้สึกตลอดเวลา เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายใจและไม่เกร็ง
- ใช้เวลาทำประมาณ 15-30 นาที ขึ้นกับบริเวณและระดับปัญหา
- หลังทำเสร็จคนไข้สามารถลุกขึ้นไปใช้ชีวิตประจำวันหรือรับประทานอาหารได้
การดูแลหลังทำเลเซอร์แก้นอนกรน
หลังจากทำเสร็จแล้วการดูแลตัวเองก็ง่ายมาก หมออยากให้ทำตามคำแนะนำสั้นๆ นี้เพื่อให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวได้ดี ดังนี้
- ดื่มน้ำสะอาดในอุณหภูมิห้องให้เพียงพอ เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของเนื้อเยื่อในลำคอ
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดในช่วง 1-2 วันแรกหลังเข้ารับการรักษา
- งดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานได้เต็มที่
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดหรือของทอด ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในลำคอชั่วคราว
- หากรู้สึกระคายคอสามารถจิบน้ำบ่อย ๆ หรือใช้สเปรย์พ่นคอตามที่หมอแนะนำได้
ความรู้สึกระหว่างทำเลเซอร์แก้นอนกรน
ระหว่างที่หมอทำเลเซอร์ให้ คนไข้จะรู้สึกเพียงอุ่น ๆ บริเวณเพดานอ่อนและลำคอเท่านั้น ไม่มีความรู้สึกเจ็บหรือแสบร้อนอย่างที่หลายคนกังวล อย่างเคสคนไข้ท่านล่าสุดของหมอที่ค่อนข้างกังวลเรื่องความเจ็บ พอเริ่มทำจริงกลับบอกหมอว่ารู้สึกสบายมากจนแทบจะหลับได้เลย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อยเพราะเทคนิคนี้เน้นความนุ่มนวลและไม่สร้างแผลเปิด
ทำเลเซอร์แก้นอนกรนมีผลข้างเคียงไหม
หมออยากให้คนไข้คลายความกังวลเรื่องผลกระทบหลังทำ เพราะเทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาให้มีความอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อ ดังนี้
- อาจมีความรู้สึกระคายเคืองหรือเจ็บคอเล็กน้อย คล้ายกับอาการเริ่มจะเป็นหวัดในช่วง 1-2 วันแรก
- เนื้อเยื่อบริเวณที่ทำอาจมีอาการบวมเพียงเล็กน้อยซึ่งจะค่อย ๆ ยุบตัวลงเองตามธรรมชาติ
- บางรายอาจรู้สึกคอแห้งกว่าปกติในช่วงสั้น ๆ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการจิบน้ำสะอาดบ่อย ๆ
- ไม่พบผลข้างเคียงรุนแรงหรือการเกิดแผลเปิดที่ส่งผลกระทบต่อการรับประทานอาหารหรือการใช้เสียง
เลเซอร์แก้นอนกรน ราคาเท่าไหร่
ราคาเฉลี่ยของการทำเลเซอร์แก้นอนกรนจะอยู่ที่ประมาณ 7,000-15,000 บาทต่อครั้ง โดยหมอมักแนะนำให้ทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส 3-5 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคุ้มค่ากว่าในราคาแพ็กเกจประมาณ 30,000-50,000 บาท ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายอาจปรับเปลี่ยนตามเทคโนโลยีและสภาพปัญหาของแต่ละบุคคลที่หมอประเมิน
รีวิวหลังทำเลเซอร์นอนกรน
ก่อนทำเลเซอร์แก้นอนกรน คุณบิวมีปัญหาเสียงกรนค่อนข้างดัง โดยกราฟการสั่นของเสียงกรนขึ้นสูงและถี่หลายช่วงระหว่างนอนหลับ หลังทำจะเห็นว่าค่าความรุนแรงของการกรนลดจากประมาณ 59 เหลือ 25 และจังหวะการหายใจดูนิ่งขึ้น ในเคสนี้สะท้อนว่าเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลิ้นไก่เริ่มกระชับขึ้น ทำให้การสั่นลดลง เสียงกรนเบาลง และคุณภาพการนอนดีขึ้นค่อนข้างชัดเจน
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์แก้นอนกรน
เลเซอร์แก้นอนกรนทำไปแล้วครั้งแรกแต่ยังกรนดังอยู่ ผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติ เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนหลังทำครั้งที่ 2 เป็นต้นไป
ถ้าหยุดทำเลเซอร์แก้นอนกรนไปนาน ๆ จะกลับมากรนหนักกว่าเดิมไหม
ไม่กลับมากรนหนักกว่าเดิม แต่อาการจะค่อยๆ กลับไปสู่จุดเริ่มต้นก่อนการรักษาตามความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อที่เพิ่มขึ้นตามอายุ
ถ้าน้ำหนักตัวเยอะมาก เลเซอร์แก้นอนกรนจะยังช่วยได้ไหม
ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่หมอมักแนะนำให้ควบคุมน้ำหนักควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ผลการรักษาชัดเจนและยาวนานขึ้น
เลเซอร์แก้นอนกรนตัวนี้มีโอกาสทำให้ลิ้นไก่สั้นไปหรือผิดรูปไหม
ไม่มีโอกาสเกิดขึ้น เพราะเป็นการกระชับเนื้อเยื่อจากภายใน ไม่มีการตัดหรือทำลายโครงสร้างเดิมของลิ้นไก่
สรุป
เลเซอร์แก้นอนกรนช่วยกระชับเนื้อเยื่อในลำคอที่หย่อนยานให้กลับมาตึงตัว ทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้นและเสียงกรนเบาลงโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ อย่างเคสคุณบิวที่ค่าการกรนลดลงจาก 59 เหลือเพียง 25 ช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้นชัดเจนทั้งคนไข้และคนใกล้ชิด หมอแนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน
สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับเลเซอร์แก้นอนกรน หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound




