Emsculpt NEO เป็นเทคโนโลยีดูแลรูปร่างที่ใช้พลังงาน HIFEM+ ร่วมกับคลื่น RF เพื่อช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อและลดไขมันเฉพาะจุด อย่างไรก็ตามโปรแกรมนี้ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักโดยตรงและควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนทำ ในบทความนี้จะพาไปรู้จักว่า Emsculpt NEO คืออะไร ทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร มีข้อควรระวังอะไรบ้างและควรดูแลตัวเองอย่างไรทั้งก่อนและหลังทำ
Emsculpt NEO คืออะไร
Emsculpt NEO คือเทคโนโลยีดูแลรูปร่างที่ใช้พลังงาน 2 รูปแบบร่วมกัน ได้แก่ HIFEM+ ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูงช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวลึกกว่าการเกร็งเองทั่วไปและ RF ที่ส่งความร้อนลงสู่ชั้นไขมันเพื่อช่วยดูแลไขมันเฉพาะจุดไม่ใช่โปรแกรมลดน้ำหนักโดยตรงและไม่ได้เหมาะกับการลดน้ำหนักทั้งตัว
Emsculpt NEO ทำงานอย่างไร ด้วย HIFEM+ และ RF
การทำ Emsculpt NEO จะใช้หัว Applicator วางแนบกับบริเวณที่ต้องการทำ เพื่อส่งพลังงาน RF ลงสู่ชั้นไขมัน และ HIFEM+ ลงสู่ชั้นกล้ามเนื้อ มีหลักการทำงานดังนี้
- พลังงาน RF ช่วยส่งความร้อนลงสู่ชั้นไขมัน ทำให้เซลล์ไขมันในบริเวณที่ทำค่อย ๆ ถูกกำจัดออกตามกระบวนการของร่างกาย
- HIFEM+ ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวในระดับลึกมากกว่าการเกร็งกล้ามเนื้อทั่วไป
- การหดตัวของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งแรงและดูกระชับขึ้น
- เมื่อ RF และ HIFEM+ ทำงานร่วมกัน จึงช่วยให้สัดส่วนดูเฟิร์มขึ้นจากทั้งการลดไขมันและการเพิ่มความแน่นของกล้ามเนื้อ
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชั้นไขมันเดิม มวลกล้ามเนื้อ พฤติกรรมการกิน การออกกำลังกายและจำนวนครั้งที่ทำต่อเนื่อง
Emsculpt NEO ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง หมอประเมินจากอะไร
Emsculpt NEO ช่วยดูแลรูปร่างในกรณีที่มีไขมันสะสมร่วมกับกล้ามเนื้อไม่กระชับ ไม่ได้เน้นลดน้ำหนักโดยตรง ซึ่งช่วยปัญหาเหล่านี้ได้
- ช่วยลดไขมันเฉพาะบริเวณ โดยหมอจะประเมินความหนาของชั้นไขมันบริเวณที่ต้องการทำว่าเหมาะกับการใช้ RF ร่วมด้วยหรือไม่
- ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ทำงานมากขึ้น หมอจะดูความแข็งแรงและความแน่นของกล้ามเนื้อเดิมเพื่อประเมินว่าควรเน้นการกระตุ้นกล้ามเนื้อมากน้อยแค่ไหน
- ช่วยให้สัดส่วนดูกระชับและเฟิร์มขึ้น ประเมินจากรูปร่างโดยรวมร่วมกับตำแหน่งที่มีปัญหาเพื่อให้ผลลัพธ์ดูสมดุล ไม่เน้นเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งมากเกินไป
- ช่วยให้กล้ามเนื้อเฉพาะส่วนดูแน่นขึ้นในบางเคส เช่น หน้าท้องหรือบั้นท้าย หมอจะประเมินแนวกล้ามเนื้อ โครงสร้างร่างกายและชั้นไขมัน ว่าบริเวณนั้นเหมาะกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อมากน้อยแค่ไหน
- ช่วยดูแลรูปร่างร่วมกับการออกกำลังกาย หมอจะซักประวัติพฤติกรรมการออกกำลังกายและการกิน เพื่อวางแผนให้ Emsculpt NEO เป็นตัวช่วยเสริมไม่ใช่การทดแทนการดูแลรูปร่างหลัก
- ช่วยดูแลหน้าท้องหลังคลอด ในบางกรณีหมอจะประเมินภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก ความหย่อนของผิวและระยะเวลาหลังคลอดก่อนพิจารณาว่าเหมาะกับการทำหรือไม่
Emsculpt NEO ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง
Emsculpt NEO สามารถทำได้หลายตำแหน่งที่มีปัญหาไขมันสะสมร่วมกับกล้ามเนื้อไม่กระชับ โดยหมอจะประเมินว่าบริเวณนั้นเหมาะกับการใช้พลังงานเพื่อเน้นลดไขมันหรือเพิ่มกล้ามเนื้อ ซึ่งมีบริเวณที่ทำได้ดังนี้
- หน้าท้อง : เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมร่วมกับกล้ามเนื้อหน้าท้องไม่แข็งแรง ต้องการให้ช่วงกลางลำตัวดูกระชับขึ้น
- บั้นท้าย : เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแน่นของกล้ามเนื้อสะโพก ช่วยให้ทรงบั้นท้ายดูยกและเข้ารูปขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ต้นแขน : เหมาะกับคนที่มีต้นแขนไม่กระชับ หรือมีไขมันสะสมบริเวณท้องแขนร่วมกับกล้ามเนื้อแขนไม่แน่น
- ต้นขา : เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ต้นขาดูเฟิร์มขึ้น โดยประเมินได้ทั้งต้นขาด้านหน้า ด้านหลัง ด้านใน หรือด้านนอกตามปัญหา
- น่อง : เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่องหรือช่วยให้ช่วงขาดูกระชับขึ้นในบางเคส
- สะโพกและข้างลำตัวบางเคส : อาจพิจารณาร่วมกับการทำตำแหน่งใกล้เคียง ขึ้นอยู่กับสรีระ ชั้นไขมันและหัว Applicator ที่เหมาะสม
ใครเหมาะกับโปรแกรม Emsculpt NEO
Emsculpt NEO เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสัดส่วนและความกระชับของกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่และผู้ที่เข้าข่ายดังนี้
- ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือบั้นท้าย แต่ยังไม่ต้องการผ่าตัด
- ผู้ที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่กล้ามเนื้อบางตำแหน่งยังไม่กระชับหรือยังเห็นร่องกล้ามไม่ชัด
- ผู้ที่ต้องการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน ควบคู่กับการดูแลรูปร่าง
- ผู้ที่มีรูปร่างโดยรวมใกล้เคียงเป้าหมายแต่ต้องการปรับสัดส่วนให้ดูแน่นและสมดุลขึ้น
- ผู้ที่ต้องการดูแลหน้าท้องหลังคลอดในบางกรณี โดยควรให้แพทย์ประเมินภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยกก่อน
- ผู้ที่ไม่มีข้อห้ามสำคัญ เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ โลหะฝังในบริเวณที่ทำหรือภาวะสุขภาพที่แพทย์เห็นว่าควรหลีกเลี่ยง
ใครควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทำ Emsculpt NEO
Emsculpt NEO ไม่ได้เหมาะกับเคสที่มีปัญหากล้ามเนื้อไม่กระชับทุกเคสเสมอไป คนที่มีข้อจำกัดต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาหมอก่อนตัดสินใจทำ
- ผู้ที่ฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องกระตุ้นประสาท หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย
- ผู้ที่มีโลหะฝังอยู่ใกล้บริเวณที่ทำ เช่น แผ่นโลหะ สกรู หรืออุปกรณ์ดามกระดูก
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ ควรเลี่ยงการทำในช่วงนี้
- ผู้ที่มีแผลเปิด ผิวอักเสบ ติดเชื้อหรือเพิ่งผ่าตัดในบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคลมชัก โรคมะเร็งหรือโรคประจำตัวที่ยังควบคุมอาการได้ไม่ดี
- ผู้ที่มีไส้เลื่อนบริเวณหน้าท้องหรือมีภาวะปวดกล้ามเนื้อรุนแรง ควรให้แพทย์ประเมินก่อน
- ผู้ที่มีห่วงคุมกำเนิดชนิดโลหะ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำบริเวณหน้าท้องหรืออุ้งเชิงกราน
Emsculpt NEO ต่างจาก Emsculpt รุ่นเดิมอย่างไร
Emsculpt NEO ต่างจาก Emsculpt รุ่นเดิมตรงที่ไม่ได้กระตุ้นกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียวแต่เพิ่มพลังงาน RF เข้ามาช่วยดูแลชั้นไขมันร่วมด้วย ในมุมหมอความแตกต่างมีดังนี้
- Emsculpt รุ่นเดิมใช้พลังงาน HIFEM เป็นหลัก เน้นกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวลึกและถี่กว่าการออกกำลังกายทั่วไป
- Emsculpt NEO ใช้ HIFEM+ ร่วมกับ RF จึงช่วยดูแลทั้งกล้ามเนื้อและไขมันเฉพาะจุดในขั้นตอนเดียว
- RF ช่วยส่งความร้อนลงสู่ชั้นไขมัน ขณะที่ HIFEM+ กระตุ้นกล้ามเนื้อให้ทำงานมากขึ้น
- รุ่นเดิมเหมาะกับคนที่ต้องการเน้นความกระชับของกล้ามเนื้อเป็นหลัก ส่วนรุ่น NEO เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมร่วมด้วย
- ความรู้สึกระหว่างทำของรุ่น NEO จะมีทั้งแรงเกร็งของกล้ามเนื้อและความอุ่นจาก RF ซึ่งแพทย์จะปรับระดับให้เหมาะกับแต่ละคน
Emsculpt NEO ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
Emsculpt NEO มักแนะนำทำต่อเนื่องเป็นคอร์สเพราะการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อและไขมันต้องอาศัยเวลาให้ร่างกายตอบสนองหลังทำ หมอจะประเมินจำนวนครั้งจากตำแหน่งที่ทำ ชั้นไขมันเดิม มวลกล้ามเนื้อ และเป้าหมายของแต่ละคน
| ตำแหน่งที่ทำ | จำนวนครั้งที่แนะนำ | ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ |
|---|---|---|
| หน้าท้อง | 4–6 ครั้ง | ประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร |
| บั้นท้าย | 4–6 ครั้ง | ประมาณ 6–12 เดือน หากดูแลกล้ามเนื้อต่อเนื่องผลลัพธ์มักคงอยู่ได้นานขึ้น |
| ต้นแขน | 4 ครั้งขึ้นไป | ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับไขมันสะสมและความกระชับของกล้ามเนื้อเดิม |
| ต้นขา | 4–6 ครั้ง | ประมาณ 6–12 เดือน โดยเฉพาะในผู้ที่ออกกำลังกายร่วมด้วย |
| น่อง | 4 ครั้งขึ้นไป | ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการใช้งานกล้ามเนื้อและโครงสร้างขาแต่ละคน |
| หลายตำแหน่งร่วมกัน | แพทย์ประเมินเป็นรายเคส | ขึ้นอยู่กับแผนการทำ ความต่อเนื่อง และการดูแลรูปร่างหลังทำ |
การเตรียมตัวก่อนทำ Emsculpt NEO
ในวันที่จะเข้ามารับบริการ Emsculpt NEO หมออยากให้ทุกเคสปฏิบัติตามนี้เพื่อความสะดวกสบายในการทำและลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
- แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว การผ่าตัด อุปกรณ์โลหะ หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ฝังในร่างกาย
- งดสวมเครื่องประดับ นาฬิกา เข็มขัด หรือโลหะบริเวณใกล้ตำแหน่งที่ทำ
- เลือกสวมเสื้อผ้าที่สบาย ไม่รัดแน่น และสะดวกต่อการวางหัว Applicator
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อหนักก่อนทำ โดยเฉพาะกรณีทำบริเวณหน้าท้อง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายพร้อมต่อกระบวนการดูแลไขมันและกล้ามเนื้อ
- หากมีแผล ผื่น การอักเสบ หรืออาการปวดผิดปกติบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มทุกครั้ง
ขั้นตอนการทำ Emsculpt NEO
การรู้ขั้นตอนก่อนทำ Emsculpt NEO ช่วยให้เข้าใจว่าระหว่างทำจะรู้สึกอย่างไร ต้องเตรียมตัวตรงไหนและแพทย์จะประเมินอะไรบ้างก่อนเริ่ม
- แพทย์ประเมินสัดส่วนและเป้าหมายก่อนทำเช่น ต้องการเน้นลดไขมัน เพิ่มความกระชับของกล้ามเนื้อ
- ซักประวัติสุขภาพและตรวจข้อห้ามสำคัญ เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ โลหะฝังในร่างกาย การตั้งครรภ์ หรือแผลบริเวณที่จะทำ
- หมอจะกำหนดตำแหน่งวางหัว Applicator ให้ตรงกับแนวกล้ามเนื้อและบริเวณที่ต้องการดูแล
- เจ้าหน้าที่จะวางหัวเครื่องแนบกับผิวและใช้สายรัดยึดให้อยู่กับที่ เพื่อให้พลังงานส่งลงตำแหน่งได้สม่ำเสมอ
- เริ่มปล่อยพลังงาน HIFEM+ และ RF โดยค่อย ๆ ปรับระดับตามความรู้สึกและความเหมาะสมของร่างกาย
- ระหว่างทำจะรู้สึกกล้ามเนื้อหดเกร็งเป็นจังหวะร่วมกับความอุ่นจาก RF คล้ายออกกำลังกายเฉพาะส่วนแบบเข้มข้น
- หลังครบเวลาเจ้าหน้าที่จะถอดหัว Applicator และประเมินอาการเบื้องต้น
หลังทำ Emsculpt NEO ควรดูแลตัวเองอย่างไร
หลังทำ Emsculpt NEO อาจมีอาการตึง ล้าหรือเมื่อยกล้ามเนื้อคล้ายหลังออกกำลังกาย หมอแนะนำให้ดูแลร่างกายต่อเนื่องเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวและรักษาผลลัพธ์ได้ดีขึ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนและกระบวนการกำจัดไขมันตามธรรมชาติของร่างกายทำงานได้ดี
- รับประทานอาหารให้ครบหมู่โดยเน้นโปรตีนในปริมาณเหมาะสม เพื่อช่วยซ่อมแซมและเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ
- หลีกเลี่ยงการอดอาหารหรือคุมอาหารหนักเกินไปเพราะอาจทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไม่ดีและมวลกล้ามเนื้อไม่เพิ่มตามเป้าหมาย
- ออกกำลังกายต่อเนื่องตามความพร้อมของร่างกาย โดยไม่จำเป็นต้องเร่งออกกำลังกายหนักทันทีหลังทำ
- หากมีอาการเมื่อยหรือตึงกล้ามเนื้อ สามารถพักผ่อนและยืดเหยียดเบา ๆ ได้ตามความเหมาะสม
- เข้ารับบริการให้ครบตามแผนที่แพทย์ประเมิน เพราะผลลัพธ์ด้านกล้ามเนื้อและสัดส่วนมักต้องอาศัยการทำต่อเนื่อง
- หากมีอาการปวดมากผิดปกติ บวม แดง หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณที่ทำ ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Emsculpt NEO
ทำไมราคา Emsculpt NEO แต่ละตำแหน่งไม่เท่ากัน
เพราะแต่ละตำแหน่งมีขนาดพื้นที่ ชั้นไขมัน และเป้าหมายการกระตุ้นกล้ามเนื้อไม่เหมือนกัน จึงต้องประเมินเป็นรายบุคคล
Emsculpt NEO เหมาะกับคนมีไขมันเยอะไหม
ถ้ามีไขมันสะสมไม่มากและมีกล้ามเนื้อที่ยังพอกระตุ้นได้มักเหมาะกับ Emsculpt NEO มากกว่า แต่ถ้าไขมันหนามากหมออาจแนะนำให้ลดไขมันด้วยวิธีอื่นก่อนหรือทำร่วมกันตามความเหมาะสม
Emsculpt NEO ทำแทนการออกกำลังกายได้ไหม
ไม่ควรใช้แทนการออกกำลังกาย Emsculpt NEO เป็นโปรแกรมเสริมเพื่อช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อเฉพาะจุด แต่การออกกำลังกายและควบคุมอาหารยังสำคัญต่อผลลัพธ์ระยะยาว
Emsculpt NEO ราคาถูกมากควรระวังอะไร
ควรตรวจสอบว่าเป็นเครื่อง Emsculpt NEO โดยบริษัท BTL Aesthetics จริง หัว Applicator เหมาะกับตำแหน่งที่จะทำ
Emsculpt NEO ทำแล้วน้ำหนักลดไหม
Emsculpt NEO ไม่ใช่โปรแกรมลดน้ำหนัก น้ำหนักอาจไม่เปลี่ยนมากแต่สัดส่วนอาจดูกระชับขึ้นจากการดูแลไขมันเฉพาะจุดและการกระตุ้นกล้ามเนื้อ
Emsculpt NEO เจ็บไหม ระหว่างทำรู้สึกอย่างไร
ระหว่างทำมักจะไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่จะรู้สึกกล้ามเนื้อหดเกร็งเป็นจังหวะร่วมกับความอุ่นจาก RF คล้ายการออกกำลังกายเฉพาะส่วนแบบเข้มข้นมากกว่า
Emsculpt NEO หลังคลอดทำได้ไหม
ทำได้ในบางเคส แต่ควรให้แพทย์ประเมินก่อน โดยเฉพาะภาวะกล้ามเนื้อหน้าท้องแยก ระยะเวลาหลังคลอด แผลผ่าคลอด และการฟื้นตัวของร่างกาย
สรุป
Emsculpt NEO เป็นเทคโนโลยีดูแลรูปร่างที่ใช้พลังงาน HIFEM+ ร่วมกับ RF เพื่อช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อระดับลึกและดูแลไขมันเฉพาะบริเวณ เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมร่วมกับกล้ามเนื้อไม่กระชับ เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา บั้นท้ายหรือผู้ที่ออกกำลังกายแล้วแต่กล้ามเนื้อไม่ชัด
อย่างไรก็ตาม Emsculpt NEO ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักโดยตรงและไม่ได้เหมาะกับทุกคน หมอจึงควรประเมินชั้นไขมัน มวลกล้ามเนื้อ ประวัติสุขภาพและเป้าหมายของแต่ละเคสก่อนวางแผนทำ เพื่อให้จำนวนครั้ง ตำแหน่งและระดับพลังงานเหมาะสมกับร่างกาย



