ฟิลเลอร์หน้าใส คืออะไร ฟิลเลอร์งานผิวช่วยอะไรบ้าง และเหมาะกับใคร

หน้าแรก » ฟิลเลอร์ » ฟิลเลอร์หน้าใส คืออะไร ฟิลเลอร์งานผิวช่วยอะไรบ้าง และเหมาะกับใคร
ฟิลเลอร์หน้าใส คืออะไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

การดูแลคุณภาพผิวด้วยฟิลเลอร์หน้าใสช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูชุ่มชื้นและเรียบเนียนขึ้น เน้นการเติมเต็มด้วยการฉีดฟิลเลอร์งานผิวที่กระจายตัวในชั้นผิวได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับผิวให้ดูโกลว์และมีสุขภาพดี ซึ่งการเข้าใจว่าหัตถการนี้คืออะไร มีข้อดีอย่างไร พร้อมตำแหน่งการฉีดที่เหมาะสม จะช่วยให้ได้รับผลลัพธ์ที่สวย ดูเป็นธรรมชาติ สามารถดูแลตนเองอย่างถูกวิธีแ ละลดความเสี่ยงของปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อนได้

ฟิลเลอร์หน้าใส คืออะไร

ฟิลเลอร์หน้าใส หรือ ฟิลเลอร์งานผิว คือ หัตถการที่ใช้สารไฮยาลูโรนิคแอซิด (Hyaluronic Acid) ฉีดเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น และปรับความละเอียดของผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น มีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำ จึงมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความแห้งกร้านของผิวได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้สารเติมเต็มที่ได้มาตรฐานจะสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ จึงช่วยลดความกังวลเรื่องสารตกค้างและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์หน้าใสช่วยเรื่องอะไรบ้าง

การเลือกใช้ฟิลเลอร์หน้าใสเป็นแนวทางในการฟื้นฟูสภาพผิวที่ดูเหนื่อยล้า ให้กลับมาดูสุขภาพดีขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยช่วยดูแลและปรับปรุงคุณภาพผิวในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  • เติมความชุ่มชื้นให้ชั้นผิว : ช่วยกักเก็บน้ำในชั้นผิวเพื่อลดปัญหาผิวแห้งกร้าน ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
  • ปรับปรุงความเรียบเนียน : ช่วยให้ผิวดูละเอียดขึ้น โดยการลดเลือนริ้วรอยขนาดเล็กและช่วยให้รูขุมขนที่กว้างดูตื้นขึ้นอย่างเหมาะสม
  • เพิ่มความยืดหยุ่น : สารไฮยาลูโรนิค แอซิด จะเข้าไปเสริมโครงสร้างผิวให้มีความยืดหยุ่นและดูเต่งตึงขึ้นจากภายใน
  • ฟื้นบำรุงผิวที่หมองคล้ำ : ช่วยปรับสภาพผิวที่ดูอิดโรยและเหนื่อยล้าให้กลับมาดูสดใส เปล่งปลั่ง และดูสุขภาพดีอย่างดูเป็นธรรมชาติ
  • ดูแลคุณภาพผิวโดยรวม : ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูสม่ำเสมอและมีความกระจ่างใสขึ้น โดยไม่เน้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรูปหน้าเดิม

ฟิลเลอร์หน้าใสฉีดตรงจุดไหนบนใบหน้า

ฟิลเลอร์หน้าใสหรือฟิลเลอร์งานผิว สามารถฉีดได้หลายจุดบนใบหน้าเพื่อฟื้นฟูผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว โดยทั่วไปจะฉีดในบริเวณที่มีปัญหาความแห้งกร้าน ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวที่ขาดความกระจ่างใส โดยจุดที่นิยมฉีดฟิลเลอร์หน้าใส มีดังนี้

  • บริเวณแก้มและโหนกแก้ม : ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับผิวบริเวณหน้าแก้มให้ดูโกลว์ใสและอิ่มน้ำอย่างเป็นธรรมชาติ
  • บริเวณใต้ตา : ช่วยจัดการริ้วรอยเล็ก ๆ และลดความหมองคล้ำบริเวณใต้ตาให้ดูสดใสและเรียบเนียนขึ้น
  • บริเวณรอบมุมปากและร่องแก้ม : ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นในจุดที่มีการขยับบ่อย เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยพับหรือริ้วรอยตื้น ๆ
  • บริเวณหน้าผาก : ช่วยปรับคุณภาพผิวหน้าผากให้ดูเรียบเนียนและเงาวาว ลดความแห้งกร้านของผิวในจุดที่แสงตกกระทบ
  • บริเวณคางและกรอบหน้า : ช่วยเสริมความละเอียดของผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูสม่ำเสมอและมีความกระจ่างใสมากขึ้น
  • ทั่วทั้งใบหน้า : ในกรณีที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม แพทย์อาจใช้เทคนิคการฉีดกระจายทั่วหน้าเพื่อให้ผิวดูอิ่มฟูและมีสุขภาพดีสม่ำเสมอกัน

ฟิลเลอร์หน้าใสเหมาะกับใครบ้าง

การพิจารณาความเหมาะสมของสภาพผิวเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่จะช่วยให้การใช้ฟิลเลอร์หน้าใสสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากหัตถการนี้ ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดน้ำ : เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น และต้องการเพิ่มความอิ่มน้ำให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายใน
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า : ช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวในบริเวณที่มีริ้วรอยตื้น ๆ หรือรูขุมขนกว้างให้ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอขึ้น
  • ผู้ที่ผิวดูอิดโรยและหมองคล้ำ : ช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวที่ดูเหนื่อยล้า ให้กลับมาดูสดใสและเปล่งปลั่งอย่างดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ : เหมาะกับคนที่อยากดูแลผิวให้ดูดีขึ้น โดยไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใบหน้าหน้า

ฟิลเลอร์หน้าใสไม่เหมาะกับใคร

แม้การฉีดฟิลเลอร์หน้าใส หรือฟิลเลอร์งานผิวจะเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม แต่เพื่อการดูแลให้ปลอดภัย ผู้เข้ารับบริการควรตรวจสอบภาวะสุขภาพเบื้องต้น ว่ามีความเสี่ยงหรือต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดหรือไม่ ก่อนเข้ารับบริการ ดังนี้

  • สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร : ควรเลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง : หากมีอาการอักเสบ สิวอักเสบรุนแรง หรือแผลสดในจุดที่จะฉีด ควรรักษาให้หายดีก่อนเพื่อป้องกันการลุกลาม
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ฟิลเลอร์ : รวมถึงผู้ที่แพ้ยาชาหรือส่วนประกอบอื่น ๆ ในตัวผลิตภัณฑ์ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบอย่างละเอียด
  • ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด : ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้และแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างใกล้ชิด

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าใส

การเตรียมความพร้อมทางร่างกายก่อนเข้ารับบริการ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการบวมช้ำและส่งเสริมให้การฉีดฟิลเลอร์งานผิวเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีข้อควรปฏิบัติเบื้องต้น ดังนี้

  • แจ้งข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด : ควรแจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่ทานเป็นประจำ รวมถึงประวัติการแพ้ยาหรือฟิลเลอร์หน้าใสก่อนเริ่มขั้นตอนการทำหัตถการ
  • งดยากลุ่มที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด : ควรงดกลุ่มยาแอสไพริน หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการเพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
  • งดวิตามินและอาหารเสริมบางชนิด : ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารเสริมที่ส่งผลต่อเลือดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงในขณะทำหัตถการ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ : ควรงดเว้นอย่างน้อย 1-3 วันก่อนเริ่มหัตถการ เพื่อให้สภาพผิวและร่างกายมีความพร้อม
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดรุนแรง : ควรเลี่ยงการออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีดฟิลเลอร์งานผิว เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำของผิว
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนหลับอย่างเต็มอิ่มจะช่วยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายและพร้อมต่อการทำหัตถการได้ดียิ่งขึ้น

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าใส

การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีหลังเข้ารับบริการเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพของสารเติมเต็มและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

  • เลี่ยงการสัมผัสใบหน้า : งดการนวด กด หรือถูบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก เพื่อลดการอักเสบและช่วยให้ฟิลเลอร์คงรูปทรง
  • หลีกเลี่ยงความร้อน : งดเข้าซาวน่าและเลี่ยงแสงแดดจ้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสารเติมเต็ม
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอ : ควรดื่มน้ำวันละ 1.5-2 ลิตร เพื่อช่วยให้สารเติมเต็มอุ้มน้ำและคงความอิ่มฟูได้นานขึ้น
  • ระวังการแสดงสีหน้า : ช่วง 2 สัปดาห์แรกควรเลี่ยงการหัวเราะกว้างหรือขยับหน้าแรง ๆ เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนที่
  • รักษาความสะอาดผิว : งดการแต่งหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวณรอยเข็ม
  • งดออกกำลังกายหนัก : เลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดแรง 1 วันหลังทำ เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ
  • เว้นระยะการทำเลเซอร์: ควรเว้นการทำหัตถการด้านความร้อนบนใบหน้าอย่างน้อย 1 เดือนหลังฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์หน้าใสราคาเท่าไหร่

การทำฟิลเลอร์เพื่อฟื้นฟูผิวให้ดูใสและเรียบเนียนโดยทั่วไป มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 12,900 บาทต่อ 1 CC ทั้งนี้ ราคาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม จุดที่ต้องการดูแล จำนวนครั้งที่ทำ รวมถึงชนิดของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อนเริ่มหัตถการ พร้อมสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าใส

ฉีดฟิลเลอร์หน้าใสใช้กี่ CC

ปริมาณการใช้ฟิลเลอร์หน้าใสขึ้นอยู่กับสภาพผิวและขนาดของบริเวณที่ต้องการฟื้นฟู โดยทั่วไปแพทย์มักเริ่มต้นที่ 1-2 CC ต่อการรักษาหนึ่งครั้งเพื่อให้สารกระจายตัวในชั้นผิวได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้แพทย์จะประเมินจากความแห้งกร้าน และระดับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พอดีกับสภาพผิวจริง

ฉีดฟิลเลอร์หน้าใสกี่วันเห็นผล

หลังจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าใส สารไฮยาลูโรนิคแอซิดจะเริ่มทำหน้าที่กักเก็บน้ำในชั้นผิว ซึ่งสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นด้านความชุ่มชื้นได้ในช่วง 3-7 วันหลังทำ ผลลัพธ์จะดูเรียบเนียนและเข้าที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากที่อาการบวมช้ำจากการทำหัตถการลดลงและสารเติมเต็มเซตตัวเข้ากับผิวได้อย่างเต็มที่

ฉีดฟิลเลอร์หน้าใสอยู่ได้นานไหม

ระยะเวลาความคงทนของฟิลเลอร์หน้าใสโดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์รุ่นที่เลือกใช้และสภาพผิวของแต่ละบุคคล นอกจากนี้พฤติกรรมการดูแลตนเอง เช่น การดื่มน้ำที่เพียงพอและการหลีกเลี่ยงความร้อนจัด ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชะลอการสลายตัวของสารเติมเต็มและรักษาประสิทธิภาพให้ยาวนานขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์หน้าใสยี่ห้อไหนดี

การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ เช่น Restylane Juvederm Belotero หรือ Teoxane ควรพิจารณาจากเทคโนโลยีการผลิตที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของสภาพผิว แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเพื่อเลือกรุ่นที่มีความยืดหยุ่น และการกระจายตัวที่เข้ากับชั้นผิวในบริเวณที่ต้องการ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการคืนความชุ่มชื้นและเนียนสวย

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์หน้าใสด้วยสารไฮยาลูโรนิคแอซิด ช่วยคืนความชุ่มชื้นและปรับผิวให้เรียบเนียน โดยให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่สวยงามและสม่ำเสมอจึงขึ้นอยู่กับการเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และการดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การเข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่วิเคราะห์โครงสร้างผิวอย่างละเอียด จะช่วยให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสภาพผิวจริงในระยะยาว

แชร์บทความ
นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ว.41660
บทความโดย นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
ไฮยาลูรอน

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อไฮยาลูรอนกันจนคุ้นหู ในฐานะตัวช่วยกู้ผิวโทรมให้กลับมาดูอิ่มน้ำ แต่ในวงการความงามนั้น ถูกนำมาพัฒนาเป็นฟิลเลอร์
Belotero Revive

Belotero Revive คืออะไร ต่างจากรุ่นอื่นไหม ช่วยอะไรบ้าง

Belotero Revive คือฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ด้วยการผสมไฮยาลูรอนเข้ากับกลีเซอรอล เพื่อเน้นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ต่างกันอย่างไรบ้าง

ฟิลเลอร์ใต้ตายี่ห้อไหนดี เป็นคำถามที่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะคุณสมบัติของสารเติมเต็มที่ต้องมีความละเอียดและยืดหยุ่น
ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ผู้รับบริการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากสถานพยาบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้บริการ