Sofwave คืออะไร ยกกระชับผิวแบบไหน ช่วยแก้ปัญหาอะไร

หน้าแรก » Lifting » Sofwave คืออะไร ยกกระชับผิวแบบไหน ช่วยแก้ปัญหาอะไร
ว.43115
Sofwave คืออะไร ยกกระชับผิวแบบไหน ช่วยแก้ปัญหาอะไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Sofwave เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงานอัลตราซาวด์ที่ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้เข็ม โดยใช้เทคโนโลยีแบบ SUPERB™ เพื่อกระตุ้นการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นและยืดหยุ่นขึ้นหลังทำ มักใช้กับเคสที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย เช่น แก้มไม่กระชับ กรอบหน้าไม่ชัด ใต้คางหย่อน หรือริ้วรอยที่เริ่มเห็นชัด

Sofwave คืออะไร

Sofwave คืออะไร

Sofwave คือเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า SUPERB™ หรือ Synchronous Ultrasound Parallel Beam พลังงานจะถูกส่งลงไปสร้างความร้อนแบบควบคุมในชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและปรับโครงสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ ดูแน่นขึ้น

Sofwave อันตรายไหม ควรใช้หรือเปล่า

Sofwave เป็นหัตถการเพื่อยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดและไม่ใช้เข็มในการทำหัตถการ แต่ยังอาจมีข้อห้ามในการใช้งาน ข้อควรระวัง และโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ จึงควรให้หมอประเมินก่อนทำและใช้เครื่องตามมาตรฐานของผู้ผลิต และควรศึกษาข้อมูลของตัวเครื่องก่อนตัดสินใจ

ตัวอย่างเอกสาร Sofwave FDA Cleared

ตัวอย่างเอกสาร Sofwave FDA Cleared

หน้าเริ่มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด Sofwave ช่วยได้แค่ไหน

Sofwave เป็นเครื่องยกกระชับซึ่งเหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่กระชับเหมือนเดิม แก้มเริ่มตก กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือใต้คางและลำคอเริ่มหย่อน โดยจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและปรับโครงสร้างผิวให้ค่อย ๆ แน่นและกระชับขึ้น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเหมาะกับคนที่อยากดูแลความหย่อนคล้อยในระยะเริ่มต้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

Sofwave แก้ปัญหาอะไรได้อีกบ้าง

Sofwave มีจุดเด่นในการดูแลปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความแน่นของผิว ความหย่อนคล้อย และริ้วรอย ซึ่งปัญหาที่อาจเหมาะกับการทำ Sofwave ก็จะมีหลากหลาย เช่น

  • ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย
  • แก้มเริ่มดูตกหรือไม่แน่นเหมือนเดิม
  • กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด
  • ผิวบริเวณใต้คางเริ่มหย่อน
  • ลำคอเริ่มไม่กระชับ
  • บริเวณคิ้วเริ่มดูตก
  • มีริ้วรอยหรือเส้นเล็ก ๆ บนใบหน้า
  • ต้องการเพิ่มความแน่นให้ผิวโดยไม่ผ่าตัด

3 จุดเด่นสำคัญของ Sofwave

จุดที่น่าสนใจของเครื่องยกกระชับอย่าง Sofwave คือการส่งพลังงานไปกระตุ้นผิวในระดับที่กำหนด เพื่อให้ผิวค่อย ๆ ฟื้นตัวและกระชับขึ้น โดยข้อมูลจากทางเว็บไซต์ของ ได้แยกข้อดีออกเป็น 3 ข้อ ดังนี้

ลงพลังงานในระดับผิวที่ต้องการ

Sofwave ส่งพลังงานลงไปที่ความลึกประมาณ 0.5–2 มม. ซึ่งอยู่ในชั้นหนังแท้ ระดับนี้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างสำคัญของผิวอย่างคอลลาเจนและอีลาสติน เป็นจุดที่กระตุ้นให้ผิวเกิดกระบวนการฟื้นฟูและสร้างโครงสร้างผิวใหม่

ควบคุมความร้อนให้เหมาะกับการกระตุ้นผิว

ระหว่างทำ พลังงานจะทำให้ชั้นผิวเกิดความร้อนประมาณ 65–70°C ในบริเวณที่กำหนด เพื่อกระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อ โดยออกแบบให้พลังงานอยู่ในชั้นผิวที่ต้องการมากกว่าการกระจายไปยังบริเวณอื่น

กระจายพลังงานได้ครอบคลุมในแต่ละช็อต

หัวของ Sofwave มีจุดปล่อยพลังงานหลายตำแหน่งทำงานพร้อมกัน ทำให้ในแต่ละช็อตสามารถกระจายความร้อนครอบคลุมพื้นที่ผิวได้มากขึ้น โดยทั่วไปการทำหนึ่งครั้งใช้เวลาประมาณ 30–45 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและแผนการทำของแต่ละคน

หัวยิงของ Sofwave มีกี่รุ่น

หัวยิงของ Sofwave มีกี่รุ่น

หัวยิงของ Sofwave ถูกออกมาให้เป็นการส่งพลังงานในรูปทรงกระบอก (3D Cylinder-shaped) จำนวน 7 ลำแสงเรียงขนานกัน เพื่อสร้างความร้อนในชั้นผิวที่กำหนดอย่างครอบคลุม โดยตัวเครื่องมีหัวยิงหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามตำแหน่งและบริเวณที่ต้องการดูแล ดังนี้

Lift Applicator ใบหน้าและลำคอ

หัว Lift ใช้เทคโนโลยี SUPERB™ ร่วมกับ Sofcool™ เพื่อดูแลปัญหาผิวบริเวณใบหน้าและลำคอ ส่งพลังงานแบบเลือกชั้นผิว เหมาะกับหลายสีผิว ช่วยดูแลและลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ รวมถึงช่วยให้ผิวดูยกกระชับขึ้น

Precise Applicator บริเวณที่เข้าถึงยาก

หัว Precise ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้คล่องตัวในบริเวณที่มีพื้นที่เล็ก เข้าถึงยาก เช่น รอบดวงตา รอบปาก และคาง ตัวหัวมีน้ำหนักเบา จับถนัดมือ ช่วยให้หมอควบคุมตำแหน่งการทำได้ละเอียดและสะดวกสบายมากขึ้น

LIFT HD Applicator ยกกระชับ ปรับสัดส่วนบริเวณลำตัว

LIFTHD เป็นหัวยิงรุ่นใหม่สำหรับบริเวณลำตัว พัฒนาต่อยอดจากหัว Lift ด้วยการ Transducer ให้ขนาดใหญ่ขึ้นและส่งพลังงานต่อช็อตได้มากขึ้น จึงช่วยให้ทำบริเวณกว้างได้ค่อนข้างรวดเร็ว ใช้จำนวนช็อตน้อยลง

Sofwave เหมาะกับใคร อายุเท่าไหร่ควรทำ

ถ้าถามว่าอายุเท่าไหร่ควรเริ่มทำ Sofwave จริง ๆ ก็ไม่ได้มีตัวเลขกำหนดตายตัว เพราะต้องดูปัญหาผิวร่วมด้วย จึงควรให้หมอประเมินเป็นรายบุคคลก่อนทำ เช่น

  • เริ่มสังเกตว่าผิวหน้าไม่แน่นเหมือนเดิม
  • มีความหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง
  • กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดจากความหย่อนของผิว
  • บริเวณใต้คางหรือลำคอเริ่มไม่กระชับ
  • มีริ้วรอยร่วมกับปัญหาคุณภาพผิว
  • ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด
  • ไม่ต้องการมีแผลหรือพักฟื้นนาน
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนและยังคงรูปหน้าเดิม

Sofwave อาจไม่เหมาะกับใครบ้าง

ก่อนทำ Sofwave หมอจะดูทั้งสภาพผิว สุขภาพโดยรวม และปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงก่อน เพราะบางคนอาจต้องเลื่อนการทำหรือเลือกวิธีอื่นที่เหมาะกว่า เช่น

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่เพิ่งคลอดบุตรมาไม่ถึง 3 เดือนก่อนทำ Sofwave
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อในร่างกาย หรือมีการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่มีโรคหรือปัญหาผิวที่กำลังอักเสบและอาจกระทบต่อการสมานตัวของผิว
  • ผู้ที่มีแผลเป็นมากหรือมีแผลเป็นผิดปกติในบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่มีโลหะหรืออุปกรณ์ฝังอยู่บริเวณใบหน้าที่ต้องการทำ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือเงื่อนไขทางสุขภาพบางอย่าง ควรแจ้งหมอให้ครบก่อนตัดสินใจทำ

ทั้งนี้ ข้อห้ามและข้อควรระวังบางกรณีแตกต่างกัน จึงควรให้หมอประเมินเป็นรายบุคคลก่อนทำ

Sofwave ทำบริเวณไหนได้บ้าง

Sofwave ทำบริเวณไหนได้บ้าง

บริเวณบนใบหน้าและลำคอที่มักประเมินเพื่อทำ Sofwave ก็จะมีหลายส่วน ได้แก่

  • หน้าผาก
  • บริเวณคิ้ว
  • แก้ม
  • แก้มล่าง
  • กรอบหน้า
  • ใต้คาง
  • ลำคอ

เปรียบเทียบ Sofwave กับเครื่องยกกระชับที่พบบ่อย

จากประสบการณ์ส่วนตัวของหมอ แม้ Sofwave กับเครื่องตัวอื่นจะอยู่ในกลุ่มเครื่องยกกระชับเหมือนกัน แต่อาจใช้พลังงานและลงลึกในชั้นผิวต่างกัน จึงเหมาะกับปัญหาผิวและระดับความหย่อนคล้อยที่ไม่เหมือนกัน ดังนี้

Sofwave vs Ulthera

ต่างกันที่ระดับความลึกของพลังงาน Sofwave เน้นชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ส่วน Ulthera ลงได้ลึกถึงชั้น SMAS จึงเน้นไปที่การยกโครงสร้างใบหน้า

Sofwave vs Ultraformer III

ต่างกันที่ระดับและรูปแบบการส่งพลังงาน Sofwave เน้นชั้นหนังแท้ ส่วน Ultraformer III เลือกยิงได้หลายระดับ เหมาะกับการยกกรอบหน้าและลงผิวชั้นลึก

Sofwave vs Thermage

ต่างกันที่ชนิดของพลังงาน Sofwave ใช้พลังงาน Ultrasound ส่วน Thermage ใช้คลื่น RF ที่ให้ความร้อนเป็นบริเวณกว้าง เน้นให้ผิวแน่นและกระชับ

Sofwave vs Volnewmer

ต่างกันที่เทคโนโลยีการสร้างความร้อน Sofwave ใช้ Ultrasound ส่วน Volnewmer ใช้ Monopolar RF เน้นกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจนด้วยความร้อน

Sofwave vs Oligio

ต่างกันที่ชนิดของพลังงาน Sofwave ใช้ Ultrasound ส่วน Oligio ใช้ Monopolar RF จึงมีรูปแบบการส่งความร้อนเข้าสู่ผิวต่างกัน

Sofwave vs Morpheus 8

ต่างกันที่วิธีส่งพลังงานเข้าสู่ผิว Sofwave ไม่ใช้เข็ม ส่วน Morpheus8 ใช้เข็มร่วมกับพลังงาน RF จึงช่วยดูแลได้ทั้งความกระชับและผิวไม่เรียบเนียน

ก่อนทำ Sofwave ควรเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนทำควรให้หมอประเมินก่อนว่า จุดที่กังวลเกิดจาก ผิวหย่อน ไขมัน กล้ามเนื้อ หรือโครงสร้างใบหน้า เพราะแม้จะรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่ชัดเหมือนกัน แต่สาเหตุอาจไม่เหมือนกัน ก่อนเข้ารับบริการควรทำ ดังนี้

  • แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้
  • แจ้งประวัติหัตถการบนใบหน้า
  • แจ้งหากมีวัสดุหรืออุปกรณ์ฝังในบริเวณที่จะทำ
  • แจ้งหากมีแผลหรือการอักเสบ
  • พูดคุยเป้าหมายที่ต้องการกับหมอ
  • ถ่ายภาพก่อนทำเพื่อใช้ติดตามผล

ไม่ควรเลือกพลังงานหรือจำนวนช็อตจากโปรโมชันเพียงอย่างเดียว เพราะพลังงานที่เหมาะสมต้องสัมพันธ์กับสภาพผิวและบริเวณที่ทำ

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Sofwave

หลังทำ Sofwave ส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเลย แต่อาจมีผิวแดง บวม หรือรู้สึกตึงเล็กน้อยได้ในบางคน ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะค่อย ๆ หายไปเอง จึงแนะนำให้ดูแลผิวดังนี้

  • ทาครีมบำรุงที่อ่อนโยน เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแดดจัดในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงการขัด สครับ หรือนวดผิวแรง ๆ บริเวณที่ทำ
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิวง่าย เช่น เรตินอยด์ในช่วงแรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการออกกำลังกายหนัก
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมากขึ้น ปวดมาก ควรติดต่อหมอ

ตัวอย่างเคสที่เคยทำ Sofwave

รีวิว Sofwave

รีวิว Sofwave

รีวิว Sofwave

รีวิว Sofwave

รีวิว Sofwave

เลือกทำ Sofwave ที่ไหนดี ควรเช็กอะไรบ้าง

หมอคงไม่สามารถบอกได้ว่า Sofwave ที่ไหนดีที่สุดหรือที่ไหนไม่ดี แต่ก่อนตัดสินใจทำหมอยากให้ลองใช้เกณฑ์เหล่านี้ประเมินเบื้องต้นกันก่อน เช่น

  • มีหมอประเมินปัญหาก่อนทำหรือไม่
  • แยกได้หรือไม่ว่ากรอบหน้าไม่ชัดเกิดจากอะไร
  • ใช้เครื่องและอุปกรณ์ที่ตรวจสอบได้
  • มีการวางตำแหน่งการรักษาให้เหมาะกับใบหน้า
  • เลือกระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ
  • อธิบายผลลัพธ์ตามจริง ไม่รับประกันเกินความเป็นจริง
  • แจ้งผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
  • มีระบบติดตามอาการหลังทำ
  • เป็นสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Sofwave

ตอนทำ Sofwave รู้สึกยังไง ต้องแปะยาชาไหม

ระหว่างทำส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่น ๆ ร้อน ๆ หรือจี๊ดเป็นบางจุด โดยทั่วไปก็สามารถแปะยาชาก่อนทำได้เพื่อช่วยให้สบายขึ้น

ทำ Sofwave แล้วหน้าบวมไหม

บางคนอาจมีบวม แดง หรือตึงผิวเล็กน้อยหลังทำ แต่ส่วนใหญ่ไม่มากและมักค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

Sofwave ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง

บางเคสอาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำครั้งแรก ขณะที่บางเคสอาจต้องวางแผนทำมากกว่า 1 ครั้ง จึงควรดูทั้งปัญหา สภาพผิว และแผนการรักษาที่หมอประเมิน

ทำ Sofwave ช่วยลดเหนียงได้ไหม

Sofwave ช่วยเรื่องความกระชับของผิวใต้คางได้ แต่ถ้าเหนียงเกิดจากไขมันเป็นหลัก หมออาจจะประเมินว่าควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วยไหม

Sofwave ช่วยเรื่องริ้วรอยด้วยไหม

ช่วยได้ โดยเฉพาะริ้วรอยเล็ก ๆ และผิวที่เริ่มหย่อน เพราะพลังงานจะกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวให้แน่นและเรียบขึ้น

สรุป

Sofwave เป็นเครื่องยกกระชับด้วยพลังงาน Ultrasound ที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับผิวที่เริ่มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด และริ้วรอยเล็ก ๆ ซึ่งผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน จึงควรให้หมอประเมินก่อนทำ ก่อนตัดสินใจควรดูทั้งตัวเครื่อง มาตรฐานสถานพยาบาล และการวางแผนพลังงานให้เหมาะกับใบหน้าแต่ละคนด้วย

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Volnewmer Elite

Volnewmer Elite คืออะไร เครื่องยกกระชับผิวพร้อม Elite Gold Tip ต่างจากแบบทั่วไปอย่างไร

Volnewmer Elite เครื่องยกกระชับผิวด้วยพลังงาน Monopolar RF ทำงานร่วมกับ Elite Gold Tip หัวทิปเคลือบทองคำ ช่วยส่งพลังงานสู่ชั้นผิวได้อย่างสม่ำเสมอ
Ultraformer III vs Ulthera

Ultraformer III vs Ulthera ต่างกันอย่างไร ควรเลือกเครื่องไหนดี

คนไข้ถามหมอบ่อยมากค่ะว่า Ultraformer III กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร แล้วควรเลือกเครื่องไหนดี จริง ๆ แล้วทั้งสองเครื่องใช้พลังงานอัลตราซาวนด์เหมือนกัน
หลังทำ Ultraformer

หลังทำ Ultraformer ดูแลอย่างไร บวมกี่วัน ข้อห้ามที่ควรรู้

หลังหลังทำ Ultraformer อาจมีอาการผิวแดง บวม ตึง หรือกดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 1–3 วัน ขณะที่ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง
Volnewmer ราคาเท่าไหร่

Volnewmer ราคาเท่าไหร่ ปี 2026 แต่ละคลินิกราคาเท่ากันไหม

Volnewmer ราคาแตกต่างกันตามจำนวนช็อต บริเวณที่ทำ แนวทางการวางพลังงาน และรายละเอียดที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ