SMAS เป็นโครงสร้างใต้ผิวที่มักถูกกล่าวถึงในการยกกระชับด้วย HIFU, Ultherapy และการผ่าตัดดึงหน้าครับ แต่การยิงพลังงานให้ลึกถึงชั้น SMAS ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคนหรือทุกบริเวณ เพราะความหย่อนคล้อยของใบหน้าอาจเกิดจากผิว ไขมัน พังผืด กล้ามเนื้อ และกระดูกที่เปลี่ยนแปลงร่วมกัน บทความนี้หมอจะอธิบายว่า SMAS อยู่ตรงไหน ลึกกี่มิล และควรเลือกวิธีดูแลแบบใดให้ตรงกับโครงสร้างที่มีปัญหา
ชั้น SMAS คืออะไร
SMAS คือระบบเนื้อเยื่อพังผืดและกล้ามเนื้อชั้นตื้นที่เชื่อมโยงกล้ามเนื้อแสดงสีหน้ากับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง คำว่า SMAS ย่อมาจาก Superficial Musculoaponeurotic System มีลักษณะเป็นโครงข่ายของพังผืด เนื้อเยื่อเกี่ยวพันและเส้นใยกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ผิวหนังชั้นหนึ่งเหมือนหนังกำพร้าหรือหนังแท้ครับ
โครงสร้างของ SMAS ยังแตกต่างกันในแต่ละตำแหน่งของใบหน้า จึงไม่ควรมองว่าเป็นแผ่นเดียวที่มีความหนาและความลึกเท่ากันทั้งหมด
SMAS อยู่ชั้นไหนของใบหน้า
โดยทั่วไป SMAS อยู่ใต้ชั้นไขมันตื้นและอยู่เหนือโครงสร้างกล้ามเนื้อหรือพังผืดชั้นลึก แต่ตำแหน่งจริงแตกต่างกันตามบริเวณ หากเรียงโครงสร้างจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน จะประกอบด้วยผิวหนัง ชั้นไขมันตื้น SMAS ชั้นไขมันลึกหรือพังผืดลึก กล้ามเนื้อและกระดูก
ส่วนบริเวณหน้าผาก แก้ม รอบปาก แนวกรามและลำคอมีรายละเอียดทางกายวิภาคไม่เหมือนกัน แพทย์จึงต้องพิจารณาตำแหน่งรักษา ไม่ใช่อาศัยตัวเลขความลึกเพียงอย่างเดียวครับ
ชั้น SMAS ลึกกี่มิล
ชั้น SMAS มักถูกเชื่อมโยงกับระดับความลึกประมาณ 4.5 มม. แต่ไม่ได้อยู่ลึก 4.5 มม. เท่ากันทั่วทั้งใบหน้า
ตัวเลข 4.5 มม. เป็นระดับโฟกัสที่เครื่องอัลตราซาวนด์ยกกระชับหลายรุ่นใช้สำหรับดูแลเนื้อเยื่อชั้นลึกในบางบริเวณ ไม่ใช่ค่าความลึกของ SMAS ที่ตายตัวครับ ความหนาของผิวและไขมันแตกต่างกันตามตำแหน่ง เพศ อายุ น้ำหนักและโครงสร้างของแต่ละคน บางบริเวณจึงอาจต้องเลือกหัว 3.0 มม. หรือระดับอื่นแทน
หน้าที่ของชั้น SMAS สำคัญอย่างไร
SMAS เป็นส่วนหนึ่งของระบบโครงสร้างใบหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพยุงเนื้อเยื่อและการส่งผ่านการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
- เชื่อมกล้ามเนื้อกับเนื้อเยื่อใต้ผิว ช่วยส่งต่อการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าไปยังผิวหนัง
- เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพยุงใบหน้า ทำงานร่วมกับพังผืด ไขมัน กล้ามเนื้อ และกระดูก เพื่อคงตำแหน่งเนื้อเยื่อ
- เกี่ยวข้องกับแนวกรามและลำคอ เนื่องจากเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ Platysma จึงสัมพันธ์กับความชัดของกรอบหน้าและความหย่อนของคอ
- เป็นชั้นสำคัญในการผ่าตัดดึงหน้า ศัลยแพทย์สามารถปรับตำแหน่ง SMAS เพื่อแก้ความหย่อนคล้อยในระดับโครงสร้าง
ทำไม SMAS จึงเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุมากขึ้น
ความหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดจาก SMAS เพียงชั้นเดียว แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าหลายระดับร่วมกัน เมื่ออายุมากขึ้น ผิวอาจบางและยืดหยุ่นลดลง ไขมันเปลี่ยนตำแหน่ง พังผืดยึดใบหน้าอ่อนแรง รวมถึงกระดูกบางบริเวณมีการเปลี่ยนรูป สิ่งเหล่านี้ทำให้เนื้อเยื่อที่เคยอยู่ด้านบนเคลื่อนลงและเกิดเงาหรือร่องบนใบหน้า หมอจึงต้องประเมินให้ได้ก่อนว่าปัญหาหลักอยู่ที่ผิว ไขมัน SMAS หรือผิวหนังส่วนเกินครับ
สัญญาณที่อาจสัมพันธ์กับโครงสร้างใบหน้าหย่อนคล้อย
การเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้อาจเกิดจากหลายโครงสร้างร่วมกัน จึงไม่สามารถสรุปจากการมองเพียงอย่างเดียวว่า SMAS หย่อนครับ
- กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด แนวกรามอาจดูไม่ต่อเนื่องและมีเนื้อย้อยบริเวณข้างคาง โดยอาจเกิดร่วมกับไขมันสะสมหรือผิวหนังที่ยืดตัว
- เนื้อบริเวณแก้มเคลื่อนลง ทำให้ช่วงกลางหน้าดูแบนลง ขณะที่บริเวณแก้มล่างและร่องข้างจมูกดูเด่นขึ้น
- ร่องแก้มและร่องมุมปากชัดขึ้น อาจสัมพันธ์กับการเคลื่อนตัวของไขมัน การเปลี่ยนแปลงของกระดูก และความหย่อนของเนื้อเยื่อพยุงใบหน้า
- คิ้วหรือหางตาดูต่ำลง ต้องแยกจากกล้ามเนื้อหน้าผาก หนังตาส่วนเกิน ตำแหน่งคิ้ว และโครงสร้างรอบดวงตา
- มีเหนียงหรือผิวคอหย่อน อาจเกิดจากไขมันใต้คาง ผิวหนังส่วนเกิน กล้ามเนื้อ platysma หรือโครงสร้างคางร่วมกัน
ความแตกต่างของ SMAS กับชั้นอื่น ๆ
แต่ละระดับชั้นทำหน้าที่และตอบสนองต่อหัตถการต่างกัน การเลือกวิธีจึงควรเริ่มจากการแยกชั้นที่เป็นสาเหตุหลักของปัญหา
| ชั้นโครงสร้าง | หน้าที่หรือปัญหาหลัก | วิธีที่แพทย์อาจพิจารณา |
|---|---|---|
| หนังกำพร้าและหนังแท้ | สีผิว ริ้วรอยตื้น รูขุมขน และความยืดหยุ่นของผิว | ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เลเซอร์ Fractional RF หรือ RF ยกกระชับตามข้อบ่งใช้ |
| ชั้นไขมัน | ช่วยรองรับและกำหนดปริมาตรของใบหน้า อาจพบทั้งไขมันฝ่อและไขมันสะสม | ฟิลเลอร์ เติมไขมัน วิธีลดไขมัน หรือดูดไขมันตามลักษณะปัญหา |
| SMAS และ platysma | เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพยุงใบหน้า แนวกราม และลำคอ | Focused Ultrasound หรือการผ่าตัดดึงหน้าตามระดับความหย่อน |
| กล้ามเนื้อและกระดูก | เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว รูปหน้า และฐานรองรับเนื้อเยื่อ | โบทูลินัมท็อกซิน ฟิลเลอร์ รากเทียม หรือศัลยกรรมตามข้อบ่งใช้ |
การยกกระชับถึงชั้น SMAS ต่างจากการดูแลผิวชั้นอื่นอย่างไร
การส่งพลังงานลงลึกกว่าไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลดีกว่าเสมอไป เพราะต้องเลือกให้ตรงกับชั้นที่มีปัญหา หากปัญหาหลักเป็นริ้วรอยตื้นหรือคุณภาพผิว การดูแลหนังแท้อาจตอบโจทย์มากกว่าการเน้นชั้น SMAS ขณะที่ผู้มีแก้มหย่อนหรือกรอบหน้าไม่ชัดอาจต้องดูแลเนื้อเยื่อหลายระดับร่วมกัน ส่วนผู้ที่มีไขมันน้อยหรือแก้มตอบ การใช้พลังงานลึกโดยไม่วางแผนอาจทำให้สัดส่วนใบหน้าดูตอบขึ้นได้ครับ
เทคโนโลยีที่ดูแลเนื้อเยื่อระดับ SMAS มีอะไรบ้าง
วิธีที่เกี่ยวข้องกับ SMAS มีทั้งการใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสและการผ่าตัด แต่หลักการและผลที่คาดหวังแตกต่างกัน
Ultherapy
Ultherapy ใช้พลังงาน Microfocused Ultrasound พร้อมระบบแสดงภาพเนื้อเยื่อขณะทำ แพทย์สามารถเลือกหัวระดับ 1.5 มม. 3.0 มม. และ 4.5 มม. ให้เหมาะกับตำแหน่งและความหนาของเนื้อเยื่อ ระดับ 4.5 มม. มักใช้กับชั้นโครงสร้างลึกในบริเวณที่เหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกจุดต้องใช้หัวนี้ครับ
HIFU และ Ultraformer
HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสสร้างจุดพลังงานในระดับที่กำหนด ส่วน Ultraformer III และ Ultraformer MPT มีตลับหลายระดับ เช่น 1.5 มม. 2.0 มม. 3.0 มม. และ 4.5 มม. แพทย์จะเลือกตามพื้นที่ ไขมัน และเป้าหมายของการรักษา ไม่ใช่ยิงที่ SMAS ทุกช็อตครับ
การผ่าตัดดึงหน้า
การผ่าตัดดึงหน้า สามารถปรับตำแหน่ง SMAS และจัดการผิวหนังส่วนเกินได้โดยตรง จึงเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับมากหรือมีผิวส่วนเกินชัดเจน อย่างไรก็ตาม เป็นการผ่าตัดที่ต้องพิจารณาสุขภาพ เทคนิค แผล ระยะพักฟื้น และความเสี่ยงร่วมด้วย
เครื่องยกกระชับด้วย RF
เครื่อง RF มักเน้นการส่งความร้อนไปยังหนังแท้ เนื้อเยื่อใต้ผิว หรือพังผืดบางส่วนตามชนิดเครื่องและหัวที่ใช้ ไม่ควรเหมารวมว่า RF ทุกเครื่องลงถึง SMAS โดยตรง หากปัญหาหลักเป็นผิวบาง ผิวย่น หรือความแน่นของผิวลดลง RF อาจเหมาะกว่าการเน้นระดับ 4.5 มม.
ปัญหาแบบไหนควรเลือกวิธีใด
การเลือกวิธีรักษาควรพิจารณาจากชั้นที่เป็นต้นเหตุ ไม่ควรเลือกจากชื่อเครื่องหรือความลึกมากที่สุดเพียงอย่างเดียวครับ
| ลักษณะปัญหา | แนวทางที่อาจเหมาะ |
|---|---|
| ริ้วรอยตื้น ผิวบาง หรือผิวไม่เรียบ | ดูแลคุณภาพผิว เลเซอร์ หรือ RF ตามปัญหา |
| ผิวเริ่มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัดเล็กน้อย | Focused Ultrasound หรือ RF ตามความหนาของผิวและไขมัน |
| แก้มล่างหย่อนและมีเหนียงร่วมด้วย | ประเมินทั้ง SMAS ผิวหนัง ไขมัน และโครงสร้างคาง |
| แก้มตอบ หรือ ไขมันบนใบหน้าน้อย | วางแนวพลังงานอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ไม่ควรลดปริมาตร |
| มีผิวหนังส่วนเกินและความหย่อนคล้อยมาก | ปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินการผ่าตัดดึงหน้า |
| หน้าหย่อนร่วมกับการสูญเสียปริมาตร | อาจต้องยกกระชับร่วมกับการทดแทนปริมาตรในตำแหน่งที่เหมาะสม |
ใครเหมาะกับการยกกระชับระดับ SMAS
การดูแลเนื้อเยื่อชั้นลึกอาจเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางและยังไม่มีผิวหนังส่วนเกินมาก
- ผู้ที่แก้มล่างเริ่มหย่อนหรือกรอบหน้าไม่ชัด
- ผู้ที่มีผิวบริเวณใต้คางหรือลำคอเริ่มหย่อน
- ผู้ที่ต้องการดูแลความหย่อนคล้อยโดยยังไม่พิจารณาผ่าตัด
- ผู้ที่เข้าใจว่าผลจากเครื่องไม่เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า
- ผู้ที่ได้รับการประเมินแล้วว่ามีความหนาของเนื้อเยื่อเหมาะกับหัวพลังงาน
อายุไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียวครับ บางคนอายุน้อยอาจมีกรอบหน้าไม่ชัดจากไขมันหรือโครงสร้างกระดูก ขณะที่บางคนอายุมากแต่ยังไม่มีความหย่อนคล้อยระดับที่ต้องรักษาชั้นลึก
ใครบ้างควรแจ้งแพทย์ก่อนทำ
ข้อห้ามและข้อควรระวังแตกต่างกันตามเครื่อง จึงควรแจ้งประวัติสุขภาพและหัตถการที่เคยทำให้แพทย์ทราบทั้งหมด
- มีแผล การติดเชื้อ สิวอักเสบรุนแรง หรือผิวหนังอักเสบในบริเวณที่จะทำ
- มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือโลหะฝังในบริเวณรักษา
- ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งมักแนะนำให้เลื่อนหัตถการเนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังจำกัด
- มีโรคเกี่ยวกับเส้นประสาท การรับความรู้สึก หรือการแข็งตัวของเลือด
- เคยฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม ผ่าตัด หรือทำหัตถการบริเวณเดียวกันมาก่อน
- มีผิวหย่อนหรือผิวหนังส่วนเกินมากจนเครื่องอาจให้ผลไม่เพียงพอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SMAS
SMAS เป็นผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ
SMAS ไม่ใช่ผิวหนังโดยตรง แต่เป็นระบบเนื้อเยื่อพังผืดและเส้นใยกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ชั้นไขมันตื้นครับ
SMAS อยู่ลึกจากผิวกี่มิล
มักกล่าวถึงระดับประมาณ 4.5 มม. แต่ความลึกจริงแตกต่างกันตามตำแหน่งและโครงสร้างของแต่ละคน จึงไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับทุกบริเวณ
หัว HIFU 4.5 มม. ยิงถึง SMAS ทุกจุดหรือไม่
ไม่เสมอไปครับ เพราะบางพื้นที่มีผิวและไขมันบางกว่าหรือหนากว่า แพทย์ต้องเลือกหัวและแนวยิงให้เหมาะกับตำแหน่งจริง
เครื่องที่ยิงลึกที่สุดให้ผลดีที่สุดหรือไม่
ไม่จำเป็นครับ หากปัญหาอยู่ที่ผิวชั้นตื้น ไขมัน หรือการสูญเสียปริมาตร การยิงลึกเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์
RF สามารถยกกระชับชั้น SMAS ได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและรูปแบบการส่งพลังงาน แต่ RF ส่วนใหญ่มุ่งดูแลหนังแท้และเนื้อเยื่อใต้ผิว ไม่ควรสรุปว่า RF ทุกเครื่องลงถึง SMAS
เครื่องยกกระชับให้ผลเหมือนผ่าตัดดึงหน้าหรือไม่
ไม่เหมือนกันครับ เครื่องใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ ส่วนการผ่าตัดสามารถเคลื่อน SMAS และตัดผิวหนังส่วนเกินได้โดยตรง
คนแก้มตอบสามารถทำ HIFU ระดับ SMAS ได้ไหม
ทำได้ในบางกรณี แต่ต้องวางแนวยิงและเลือกระดับพลังงานอย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีไขมันน้อยหรือไม่ควรลดปริมาตรเพิ่ม
สรุป
SMAS คือระบบเนื้อเยื่อพังผืดและกล้ามเนื้อใต้ชั้นไขมัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพยุงใบหน้าและการแสดงสีหน้าครับ แม้ระดับ 4.5 มม. มักถูกใช้เพื่อดูแลเนื้อเยื่อชั้นลึก
แต่ SMAS ไม่ได้อยู่ลึกเท่ากันทุกตำแหน่ง การเลือก Ultherapy, HIFU, Ultraformer, RF หรือผ่าตัดดึงหน้า จึงต้องดูว่าปัญหาหลักเกิดจากผิว ไขมัน SMAS หรือผิวหนังส่วนเกิน แพทย์ควรประเมินโครงสร้างและความหนาของเนื้อเยื่อก่อนวางแผน เพื่อเลือกวิธีและระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
แหล่งอ้างอิง
- National Library of Medicine: Anatomical Study of the Superficial Musculoaponeurotic System
- National Library of Medicine: The Superficial Musculoaponeurotic System
- National Library of Medicine: The Facial Aging Process From the Inside Out




