พอเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เด้งเหมือนเดิม ริ้วเล็ก ๆ ชัดขึ้น หรือกรอบหน้าเริ่มไม่คม หลายคนจะนึกถึงการกระตุ้นคอลลาเจนเป็นอย่างแรก ซึ่งปัจจุบันก็จะมีวิธีที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้มากมายเลย ตั้งแต่สกินแคร์ ใช้เครื่องยกกระชับ ไปจนถึงสารฉีดกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งทำงานกันคนละระดับ หมอจึงอยากให้เลือกจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิวมากกว่าดูว่าอะไรดังหรือใครกำลังทำกัน
กระตุ้นคอลลาเจน คืออะไร
การกระตุ้นคอลลาเจน คือการช่วยให้ผิวสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ หรือ Collagen Remodeling เพื่อชดเชยคอลลาเจนที่ลดลงตามอายุและปัจจัยต่าง ๆ ดังนั้นคำว่ากระตุ้นคอลลาเจนไม่ได้หมายถึงการเติมคอลลาเจนเข้าไปในผิวโดยตรง แต่เป็นการใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ผิวฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่
คอลลาเจนสำคัญกับผิวยังไง
ถ้าเปรียบผิวเป็นอาคาร หมอมองว่าคอลลาเจนก็คล้ายโครงสร้างที่ช่วยพยุงผิวเอาไว้ แต่เมื่อคอลลาเจนลดลงหรือมีการแตกตัว เราจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น โดยเฉพาะบ้านเราที่อากาศร้อน แดดแรงแทบทั้งปี ทำให้ผิวโดนกระตุ้นให้เกิดการสลายคอลลาเจนได้ง่ายขึ้น ทำให้ผิวอาจเสื่อมสภาพจนดูแก่กว่าวัยได้
ลักษณะที่ผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจน
คอลลาเจนไม่ได้หายไปแล้วทำให้หน้าเปลี่ยนในวันเดียว แต่จะค่อย ๆ สังเกตเห็นความแตกต่างจากหลายจุด เช่น
- ผิวไม่เด้งหรือแน่นเหมือนเดิม
- ริ้วเล็ก ๆ รอบตา หน้าผาก หรือมุมปากเริ่มเห็นชัด
- แต่งหน้าแล้วเห็น Texture และร่องผิวมากขึ้น
- รูขุมขนดูชัดกว่าเดิม
- แก้มหรือกรอบหน้าเริ่มดูไม่กระชับ
- ผิวบางและดูเหนื่อยง่าย
- เมื่อลองดึงผิวเบา ๆ รู้สึกว่าความยืดหยุ่นไม่เหมือนเดิม
12 วิธีกระตุ้นคอลลาเจนมีอะไรบ้าง
ถ้าอยากกระตุ้นคอลลาเจน จริง ๆ แล้วมีตั้งแต่วิธีดูแลง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงสกินแคร์และหัตถการที่ช่วยกระตุ้นผิวจากคนละกลไก ซึ่งหมอรวบรวมมาให้เลือกดูตามนี้
1. ออกกำลังกายแบบ Resistance Training
Resistance Training หรือการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น เวตเทรนนิ่ง ไม่ได้ดูแลแค่กล้ามเนื้อ แต่ยังช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดและสุขภาพร่างกายโดยรวม ถ้าอยากกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว หมอมองว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอควรเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่ทำควบคู่กับการดูแลผิวด้านอื่น ๆ
2. Red Light หรือ Near-Infrared Light
Red Light และ Near-Infrared Light เป็นการใช้พลังงานแสงในระดับที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว รวมถึง fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการกระตุ้นคอลลาเจน วิธีนี้จะเน้นการฟื้นฟูผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผลที่ได้ขึ้นอยู่กับช่วงคลื่น พลังงาน และความสม่ำเสมอในการทำด้วย
3. Retinoids หรือ Retinol
Retinoids และ Retinol เป็นกลุ่มสารที่หมอหยิบมาใช้บ่อยเวลาต้องการดูแลริ้วรอยและผิวที่เริ่มมีสัญญาณของวัย เพราะช่วยเร่งการผลัดเซลล์และปรับโครงสร้างผิว เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องและเหมาะกับสภาพผิว จะช่วยสนับสนุนการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่และลดการเสื่อมของคอลลาเจนเดิมได้
4. เพิ่ม Vitamin C ใน Routine
Vitamin C ไม่ได้มีบทบาทแค่เรื่องความกระจ่างใส แต่ยังเป็นส่วนสำคัญที่ร่างกายใช้ในกระบวนการสร้างคอลลาเจนด้วย ใครที่อยากดูแลผิวให้ครบ หมอจึงมักแนะนำให้ได้รับ Vitamin C อย่างเพียงพอทั้งจากอาหาร และเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิวร่วมกัน
5. Thermage
Thermage เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้พลังงาน Monopolar RF ส่งความร้อนลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อ โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือเปิดแผล ความร้อนจะกระตุ้นคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัวและเข้าสู่กระบวนการ remodeling พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วงหลังทำ
6. Ulthera
Ulthera ใช้พลังงาน Microfocused Ultrasound ส่งพลังงานเป็นจุดลงไปยังชั้นเนื้อเยื่อที่กำหนด พร้อมระบบภาพที่ช่วยให้มองเห็นชั้นผิวระหว่างทำ เมื่อเกิดจุดความร้อน ร่างกายจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมและเสริมกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นตามเวลา
7. Sofwave
Sofwave เป็นเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ที่ส่งพลังงานลงสู่ชั้นหนังแท้ เพื่อสร้างความร้อนในระดับที่ควบคุมและกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิว หลังจากนั้นผิวจะค่อย ๆ เกิด collagen remodeling จึงเหมาะกับการดูแลเรื่องความแน่น ความกระชับ และริ้วรอยของผิว
8. Ultraformer III / Ultraformer MPT
Ultraformer ใช้พลังงาน Focused Ultrasound โดยมีหัวหลายระดับความลึก เพื่อให้แพทย์เลือกใช้ตามปัญหาและบริเวณที่ต้องการดูแล พลังงานจะสร้างจุดความร้อนใต้ผิว กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ไม่ใช่การเติมคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง
9. Volnewmer
Volnewmer เป็นอีกหนึ่งเครื่องในกลุ่ม Monopolar RF ที่ใช้พลังงานความร้อนส่งลงไปยังชั้นเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยเรื่องความกระชับและคุณภาพผิว เมื่อคอลลาเจนได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสม จะเกิดการหดตัวของเส้นใยเดิมและกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมา
10. Oligio
Oligio ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF เช่นกัน โดยส่งความร้อนลงสู่เนื้อเยื่อเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิว จุดที่หมอมองไม่ใช่แค่ความรู้สึกกระชับหลังทำ แต่รวมถึง collagen remodeling ที่จะค่อย ๆ ดำเนินต่อไปหลังจากนั้น
11. Morpheus8
Morpheus8 เป็นเทคโนโลยี RF Microneedling ที่ใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับพลังงาน Radiofrequency ส่งความร้อนลงไปในชั้นผิวตามระดับที่แพทย์กำหนด ความร้อนและ micro-injury ที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว รวมถึกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ตามมา
12. Sylfirm X
Sylfirm X เป็นเทคโนโลยี Microneedle RF ที่ใช้เข็มขนาดเล็กนำพลังงาน RF ลงไปยังชั้นผิว โดยสามารถปรับโหมดพลังงานให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละแบบได้ เมื่อผิวได้รับพลังงานจะเกิดการกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูและ remodeling ของคอลลาเจน จึงนำมาใช้ดูแลทั้งคุณภาพผิว ความกระชับ และผิวที่เริ่มมีสัญญาณของวัย
เครื่องกระตุ้นคอลลาเจนแต่ละแบบต่างกันยังไง
ชื่อเครื่องเยอะจนจำไม่หมดไม่เป็นไร หมออยากให้จำกลุ่มพลังงานก่อน เพราะจะช่วยให้เห็นภาพง่ายกว่าว่าแต่ละเครื่องกำลังทำอะไรกับผิว
| พลังงาน | หลักการทำงานโดยรวม | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| Monopolar RF (Thermage, Volnewmer, Oligio) |
สร้างความร้อนในเนื้อเยื่อ กระตุ้น Collagen Remodeling | ผิวเริ่มไม่แน่น มีความหย่อน |
| Focused Ultrasound (Ulthera, Ultraformer) |
สร้างจุดพลังงานในระดับความลึกที่กำหนด | ต้องการดูแลความหย่อนและโครงสร้างที่ลึกขึ้น |
| Ultrasound ชั้น Dermis (Sofwave) |
สร้างความร้อนในชั้นหนังแท้ | เน้นความแน่นและคุณภาพผิว |
| Microneedle RF (Sylfirm X, Morpheus8) |
เข็มขนาดเล็ก + RF กระตุ้นการซ่อมแซมผิว | Texture รูขุมขน รอยสิว หรือคุณภาพผิว |
| Light (Red Light / NIR) |
Photobiomodulation | ต้องการดูแลผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป |
ฉีดกระตุ้นคอลลาเจนมีอะไรบ้างที่พบบ่อย
ถ้าเป็นหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนในกลุ่มฉีด สามารถแบ่งแบบเข้าใจง่ายได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
กลุ่ม Collagen Biostimulator
กลุ่มนี้จะเน้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่มากกว่าการเติมเต็มเพียงอย่างเดียว โดย PLLA และ CaHA เป็นสองกลุ่มที่มีการศึกษาเกี่ยวกับ Neocollagenesis ค่อนข้างมาก
กลุ่ม Skin Bio-remodeling / Skin Regeneration
- Profhilo
- Polynucleotide หรือ PN เช่น Rejuran
กลุ่มนี้มักเน้นคุณภาพผิว ความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และสภาพแวดล้อมของผิวมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าบอกหมอแค่ว่าอยากฉีดตัวกระตุ้นคอลลาเจน อาจต้องดูต่อว่าอยากแก้ ผิวบาง ผิวแห้ง Texture ความหย่อน หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้า
กระตุ้นคอลลาเจนด้วยเครื่องหรือฉีด แบบไหนดีกว่า
การกระตุ้นคอลลาเจนสองอย่างนี้ไม่ได้มีฝ่ายไหนดีกว่าเพราะแก้คนละปัญหา เครื่องยกกระชับ เช่น RF หรือ Ultrasound ใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นการซ่อมแซมและ Collagen Remodeling เหมาะกับผิวหย่อนและความไม่กระชับ ส่วน Collagen Biostimulator เช่น PLLA หรือ CaHA กระตุ้นการทำงานของ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและโครงสร้างผิวใหม่ บางคนเหมาะกับอย่างใดอย่างหนึ่ง และหลายเคสอาจต้องใช้ร่วมกันตามชั้นปัญหาของผิว
อาหารกระตุ้นคอลลาเจนมีอะไรบ้าง
ถ้าอยากกระตุ้นคอลลาเจนเบื้องต้นจากการเลือกทานที่ดี หมอแนะนำให้เน้นอาหารที่มี โปรตีน กรดอะมิโน Vitamin C รวมถึงแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น
- ปลา เช่น แซลมอน ทูน่า ปลาทะเล
- ไข่ โดยเฉพาะไข่ขาว เป็นแหล่งโปรตีนและกรดอะมิโน
- เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น อกไก่ เนื้อหมู หรือเนื้อวัว
- ถั่วและเมล็ดพืช เช่น อัลมอนด์ ถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง
- ฝรั่ง กีวี และส้ม มี Vitamin C
- เบอร์รี เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ให้ Vitamin C และสารต้านอนุมูลอิสระ
- พริกหวานและบรอกโคลี เป็นผักที่มี Vitamin C
- อาหารทะเล เช่น หอย กุ้ง ปู เนื่องจากมีโปรตีนและแร่ธาตุอย่าง Zinc และ Copper ค่อนข้างสูง
อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มกระตุ้นคอลลาเจน
หมอไม่ค่อยยึดว่าอายุ 25 ต้องเริ่มหรือ 30 ต้องทำหัตถการได้แล้ว เพราะผิวแต่ละคนต่างกันมาก คนที่โดนแดดบ่อย นอนน้อย สูบบุหรี่ หรือผิวบาง อาจมี Photoaging เร็วกว่า สิ่งที่ควรใช้ตัดสินคือสภาพผิวและปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่อายุ ถ้ายังไม่มีความหย่อนชัด แค่ดูแลพื้นฐาน เช่น กันแดด อาหารครบ พักผ่อน และสกินแคร์ที่เหมาะสมก็เพียงพอ ยังไม่จำเป็นต้องรีบทำหัตถการ
พฤติกรรมอะไรทำให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้น
ทำหัตถการอย่างเดียวแต่พฤติกรรมยังเร่งให้ผิวเสื่อม ผลที่ได้ก็อาจไม่เต็มที่ ดังนั้นสิ่งที่ควรดูควบคู่กันคือ
- โดนแดดเป็นประจำโดยไม่ป้องกัน
- สูบบุหรี่
- พักผ่อนไม่เพียงพอเป็นประจำ
- รับประทานอาหารไม่ครบและได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ
- ลดน้ำหนักขึ้นลงเร็วมาก
- ดูแลผิวรุนแรงจนเกิดการระคายเคืองเรื้อรัง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระตุ้นคอลลาเจน
กระตุ้นคอลลาเจนด้วยตัวเองได้ไหม
สามารถทำได้ โดยเริ่มจากพื้นฐานอย่างทากันแดด กินโปรตีนและ Vitamin C ให้เพียงพอ พักผ่อน และเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิว แต่ถ้าความหย่อนเริ่มชัด การดูแลเองอาจช่วยได้ไม่ครบทุกชั้น
กินคอลลาเจนช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ไหม
Collagen Peptide อาจช่วยสนับสนุนเรื่องความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวในบางคนได้ แต่หมอไม่อยากให้มองว่าแค่กินคอลลาเจนแล้วจะแก้ผิวหย่อนหรือริ้วรอยได้ทั้งหมด
หลังทำคอลลาเจนจะสร้างต่อได้นานแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับวิธีที่ทำ เพราะกระบวนการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่มักดำเนินต่ออีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และแต่ละเครื่องหรือสารกระตุ้นมีช่วงเวลาตอบสนองไม่เท่ากัน
ถ้าหน้าหย่อนมาก กระตุ้นคอลลาเจนอย่างเดียวพอไหม
อาจไม่พอ เพราะหน้าหย่อนมากไม่ได้เกิดจากคอลลาเจนอย่างเดียว ยังเกี่ยวกับไขมัน เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และกระดูก หมอจึงต้องดูก่อนว่าจริง ๆ แล้วชั้นไหนเป็นปัญหาหลัก
ทำไมบางคนกระตุ้นคอลลาเจนแล้วรู้สึกไม่เห็นผล
มีได้หลายเหตุผล ตั้งแต่เลือกวิธีไม่ตรงกับปัญหา พลังงานหรือจำนวนครั้งไม่เหมาะ ไปจนถึงคาดหวังเร็วเกินไป เพราะคอลลาเจนเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาสร้าง ไม่ใช่ทำวันนี้แล้วพรุ่งนี้หน้าจะเปลี่ยนทันที
หยุดทำแล้วผิวจะหย่อนกว่าเดิมไหม
โดยทั่วไปไม่ได้ทำให้ผิวหย่อนกว่าเดิมเพราะหยุดทำ แต่ผิวยังคงเปลี่ยนไปตามอายุ แสงแดด และพฤติกรรมตามธรรมชาติ จึงอาจรู้สึกว่าความกระชับค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
กระตุ้นคอลลาเจนตอนอายุน้อย ช่วยชะลอผิวแก่ได้จริงไหม
การดูแลผิวตั้งแต่อายุน้อยช่วยลดปัจจัยที่เร่งผิวเสื่อมได้ โดยเฉพาะกันแดดและพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องรีบทำหัตถการตั้งแต่อายุน้อย ถ้าผิวยังไม่มีปัญหาก็ไม่จำเป็น
สรุป
การกระตุ้นคอลลาเจนมีตั้งแต่วิธีดูแลผิวในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเครื่องยกกระชับและสารฉีด ซึ่งแต่ละวิธีทำงานต่างกันและเหมาะกับปัญหาคนละแบบ หมอจึงไม่อยากให้เลือกจากชื่อเครื่องหรือกระแสเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าปัญหาหลักคือผิวไม่แน่น ริ้วรอย หรือความหย่อนจากโครงสร้างชั้นไหน พร้อมดูแลเรื่องกันแดด อาหาร และพฤติกรรมควบคู่กัน ก็จะช่วยให้การดูแลคอลลาเจนในระยะยาวมีความเหมาะสมมากขึ้น












