รวม 12 วิธีกระตุ้นคอลลาเจน ผิวหย่อน ริ้วรอยถามหา ควรเลือกแบบไหนดี

หน้าแรก » สาระน่ารู้ » รวม 12 วิธีกระตุ้นคอลลาเจน ผิวหย่อน ริ้วรอยถามหา ควรเลือกแบบไหนดี
ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
วิธีกระตุ้นคอลลาเจน
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

พอเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เด้งเหมือนเดิม ริ้วเล็ก ๆ ชัดขึ้น หรือกรอบหน้าเริ่มไม่คม หลายคนจะนึกถึงการกระตุ้นคอลลาเจนเป็นอย่างแรก ซึ่งปัจจุบันก็จะมีวิธีที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้มากมายเลย ตั้งแต่สกินแคร์ ใช้เครื่องยกกระชับ ไปจนถึงสารฉีดกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งทำงานกันคนละระดับ หมอจึงอยากให้เลือกจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิวมากกว่าดูว่าอะไรดังหรือใครกำลังทำกัน

กระตุ้นคอลลาเจน คืออะไร

การกระตุ้นคอลลาเจน คือการช่วยให้ผิวสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ หรือ Collagen Remodeling เพื่อชดเชยคอลลาเจนที่ลดลงตามอายุและปัจจัยต่าง ๆ ดังนั้นคำว่ากระตุ้นคอลลาเจนไม่ได้หมายถึงการเติมคอลลาเจนเข้าไปในผิวโดยตรง แต่เป็นการใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ผิวฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่

คอลลาเจนสำคัญกับผิวยังไง

ถ้าเปรียบผิวเป็นอาคาร หมอมองว่าคอลลาเจนก็คล้ายโครงสร้างที่ช่วยพยุงผิวเอาไว้ แต่เมื่อคอลลาเจนลดลงหรือมีการแตกตัว เราจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น โดยเฉพาะบ้านเราที่อากาศร้อน แดดแรงแทบทั้งปี ทำให้ผิวโดนกระตุ้นให้เกิดการสลายคอลลาเจนได้ง่ายขึ้น ทำให้ผิวอาจเสื่อมสภาพจนดูแก่กว่าวัยได้

ลักษณะที่ผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจน

คอลลาเจนไม่ได้หายไปแล้วทำให้หน้าเปลี่ยนในวันเดียว แต่จะค่อย ๆ สังเกตเห็นความแตกต่างจากหลายจุด เช่น

  • ผิวไม่เด้งหรือแน่นเหมือนเดิม
  • ริ้วเล็ก ๆ รอบตา หน้าผาก หรือมุมปากเริ่มเห็นชัด
  • แต่งหน้าแล้วเห็น Texture และร่องผิวมากขึ้น
  • รูขุมขนดูชัดกว่าเดิม
  • แก้มหรือกรอบหน้าเริ่มดูไม่กระชับ
  • ผิวบางและดูเหนื่อยง่าย
  • เมื่อลองดึงผิวเบา ๆ รู้สึกว่าความยืดหยุ่นไม่เหมือนเดิม

12 วิธีกระตุ้นคอลลาเจนมีอะไรบ้าง

ถ้าอยากกระตุ้นคอลลาเจน จริง ๆ แล้วมีตั้งแต่วิธีดูแลง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงสกินแคร์และหัตถการที่ช่วยกระตุ้นผิวจากคนละกลไก ซึ่งหมอรวบรวมมาให้เลือกดูตามนี้

ออกกำลังกายแบบ Resistance Training

1. ออกกำลังกายแบบ Resistance Training

Resistance Training หรือการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น เวตเทรนนิ่ง ไม่ได้ดูแลแค่กล้ามเนื้อ แต่ยังช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดและสุขภาพร่างกายโดยรวม ถ้าอยากกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว หมอมองว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอควรเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่ทำควบคู่กับการดูแลผิวด้านอื่น ๆ

Red Light หรือ Near-Infrared Light

2. Red Light หรือ Near-Infrared Light

Red Light และ Near-Infrared Light เป็นการใช้พลังงานแสงในระดับที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว รวมถึง fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการกระตุ้นคอลลาเจน วิธีนี้จะเน้นการฟื้นฟูผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยผลที่ได้ขึ้นอยู่กับช่วงคลื่น พลังงาน และความสม่ำเสมอในการทำด้วย

Retinoids หรือ Retinol

3. Retinoids หรือ Retinol

Retinoids และ Retinol เป็นกลุ่มสารที่หมอหยิบมาใช้บ่อยเวลาต้องการดูแลริ้วรอยและผิวที่เริ่มมีสัญญาณของวัย เพราะช่วยเร่งการผลัดเซลล์และปรับโครงสร้างผิว เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องและเหมาะกับสภาพผิว จะช่วยสนับสนุนการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่และลดการเสื่อมของคอลลาเจนเดิมได้

เพิ่ม Vitamin C ใน Routine

4. เพิ่ม Vitamin C ใน Routine

Vitamin C ไม่ได้มีบทบาทแค่เรื่องความกระจ่างใส แต่ยังเป็นส่วนสำคัญที่ร่างกายใช้ในกระบวนการสร้างคอลลาเจนด้วย ใครที่อยากดูแลผิวให้ครบ หมอจึงมักแนะนำให้ได้รับ Vitamin C อย่างเพียงพอทั้งจากอาหาร และเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิวร่วมกัน

Thermage

5. Thermage

Thermage เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้พลังงาน Monopolar RF ส่งความร้อนลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อ โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือเปิดแผล ความร้อนจะกระตุ้นคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัวและเข้าสู่กระบวนการ remodeling พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วงหลังทำ

Ulthera

6. Ulthera

Ulthera ใช้พลังงาน Microfocused Ultrasound ส่งพลังงานเป็นจุดลงไปยังชั้นเนื้อเยื่อที่กำหนด พร้อมระบบภาพที่ช่วยให้มองเห็นชั้นผิวระหว่างทำ เมื่อเกิดจุดความร้อน ร่างกายจะเริ่มกระบวนการซ่อมแซมและเสริมกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นตามเวลา

Sofwave

7. Sofwave

Sofwave เป็นเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ที่ส่งพลังงานลงสู่ชั้นหนังแท้ เพื่อสร้างความร้อนในระดับที่ควบคุมและกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิว หลังจากนั้นผิวจะค่อย ๆ เกิด collagen remodeling จึงเหมาะกับการดูแลเรื่องความแน่น ความกระชับ และริ้วรอยของผิว

Ultraformer III / Ultraformer MPT

8. Ultraformer III / Ultraformer MPT

Ultraformer ใช้พลังงาน Focused Ultrasound โดยมีหัวหลายระดับความลึก เพื่อให้แพทย์เลือกใช้ตามปัญหาและบริเวณที่ต้องการดูแล พลังงานจะสร้างจุดความร้อนใต้ผิว กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ไม่ใช่การเติมคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง

Volnewmer

9. Volnewmer

Volnewmer เป็นอีกหนึ่งเครื่องในกลุ่ม Monopolar RF ที่ใช้พลังงานความร้อนส่งลงไปยังชั้นเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยเรื่องความกระชับและคุณภาพผิว เมื่อคอลลาเจนได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสม จะเกิดการหดตัวของเส้นใยเดิมและกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมา

Oligio

10. Oligio

Oligio ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF เช่นกัน โดยส่งความร้อนลงสู่เนื้อเยื่อเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิว จุดที่หมอมองไม่ใช่แค่ความรู้สึกกระชับหลังทำ แต่รวมถึง collagen remodeling ที่จะค่อย ๆ ดำเนินต่อไปหลังจากนั้น

Morpheus8

11. Morpheus8

Morpheus8 เป็นเทคโนโลยี RF Microneedling ที่ใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับพลังงาน Radiofrequency ส่งความร้อนลงไปในชั้นผิวตามระดับที่แพทย์กำหนด ความร้อนและ micro-injury ที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว รวมถึกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ตามมา

Sylfirm X

12. Sylfirm X

Sylfirm X เป็นเทคโนโลยี Microneedle RF ที่ใช้เข็มขนาดเล็กนำพลังงาน RF ลงไปยังชั้นผิว โดยสามารถปรับโหมดพลังงานให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละแบบได้ เมื่อผิวได้รับพลังงานจะเกิดการกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูและ remodeling ของคอลลาเจน จึงนำมาใช้ดูแลทั้งคุณภาพผิว ความกระชับ และผิวที่เริ่มมีสัญญาณของวัย

เครื่องกระตุ้นคอลลาเจนแต่ละแบบต่างกันยังไง

ชื่อเครื่องเยอะจนจำไม่หมดไม่เป็นไร หมออยากให้จำกลุ่มพลังงานก่อน เพราะจะช่วยให้เห็นภาพง่ายกว่าว่าแต่ละเครื่องกำลังทำอะไรกับผิว

พลังงาน หลักการทำงานโดยรวม เหมาะสำหรับ
Monopolar RF
(Thermage, Volnewmer, Oligio)
สร้างความร้อนในเนื้อเยื่อ กระตุ้น Collagen Remodeling ผิวเริ่มไม่แน่น มีความหย่อน
Focused Ultrasound
(Ulthera, Ultraformer)
สร้างจุดพลังงานในระดับความลึกที่กำหนด ต้องการดูแลความหย่อนและโครงสร้างที่ลึกขึ้น
Ultrasound ชั้น Dermis
(Sofwave)
สร้างความร้อนในชั้นหนังแท้ เน้นความแน่นและคุณภาพผิว
Microneedle RF
(Sylfirm X, Morpheus8)
เข็มขนาดเล็ก + RF กระตุ้นการซ่อมแซมผิว Texture รูขุมขน รอยสิว หรือคุณภาพผิว
Light
(Red Light / NIR)
Photobiomodulation ต้องการดูแลผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป

ฉีดกระตุ้นคอลลาเจนมีอะไรบ้างที่พบบ่อย

ฉีดกระตุ้นคอลลาเจน

ถ้าเป็นหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนในกลุ่มฉีด สามารถแบ่งแบบเข้าใจง่ายได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

กลุ่ม Collagen Biostimulator

  • Sculptra – PLLA
  • Radiesse – CaHA
  • Juvelook – PDLLA ร่วมกับ HA

กลุ่มนี้จะเน้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่มากกว่าการเติมเต็มเพียงอย่างเดียว โดย PLLA และ CaHA เป็นสองกลุ่มที่มีการศึกษาเกี่ยวกับ Neocollagenesis ค่อนข้างมาก

กลุ่ม Skin Bio-remodeling / Skin Regeneration

  • Profhilo
  • Polynucleotide หรือ PN เช่น Rejuran

กลุ่มนี้มักเน้นคุณภาพผิว ความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และสภาพแวดล้อมของผิวมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าบอกหมอแค่ว่าอยากฉีดตัวกระตุ้นคอลลาเจน อาจต้องดูต่อว่าอยากแก้ ผิวบาง ผิวแห้ง Texture ความหย่อน หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้า

กระตุ้นคอลลาเจนด้วยเครื่องหรือฉีด แบบไหนดีกว่า

การกระตุ้นคอลลาเจนสองอย่างนี้ไม่ได้มีฝ่ายไหนดีกว่าเพราะแก้คนละปัญหา เครื่องยกกระชับ เช่น RF หรือ Ultrasound ใช้พลังงานความร้อนกระตุ้นการซ่อมแซมและ Collagen Remodeling เหมาะกับผิวหย่อนและความไม่กระชับ ส่วน Collagen Biostimulator เช่น PLLA หรือ CaHA กระตุ้นการทำงานของ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและโครงสร้างผิวใหม่ บางคนเหมาะกับอย่างใดอย่างหนึ่ง และหลายเคสอาจต้องใช้ร่วมกันตามชั้นปัญหาของผิว

อาหารกระตุ้นคอลลาเจนมีอะไรบ้าง

ถ้าอยากกระตุ้นคอลลาเจนเบื้องต้นจากการเลือกทานที่ดี หมอแนะนำให้เน้นอาหารที่มี โปรตีน กรดอะมิโน Vitamin C รวมถึงแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น

  • ปลา เช่น แซลมอน ทูน่า ปลาทะเล
  • ไข่ โดยเฉพาะไข่ขาว เป็นแหล่งโปรตีนและกรดอะมิโน
  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น อกไก่ เนื้อหมู หรือเนื้อวัว
  • ถั่วและเมล็ดพืช เช่น อัลมอนด์ ถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง
  • ฝรั่ง กีวี และส้ม มี Vitamin C
  • เบอร์รี เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ให้ Vitamin C และสารต้านอนุมูลอิสระ
  • พริกหวานและบรอกโคลี เป็นผักที่มี Vitamin C
  • อาหารทะเล เช่น หอย กุ้ง ปู เนื่องจากมีโปรตีนและแร่ธาตุอย่าง Zinc และ Copper ค่อนข้างสูง

อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มกระตุ้นคอลลาเจน

หมอไม่ค่อยยึดว่าอายุ 25 ต้องเริ่มหรือ 30 ต้องทำหัตถการได้แล้ว เพราะผิวแต่ละคนต่างกันมาก คนที่โดนแดดบ่อย นอนน้อย สูบบุหรี่ หรือผิวบาง อาจมี Photoaging เร็วกว่า สิ่งที่ควรใช้ตัดสินคือสภาพผิวและปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่อายุ ถ้ายังไม่มีความหย่อนชัด แค่ดูแลพื้นฐาน เช่น กันแดด อาหารครบ พักผ่อน และสกินแคร์ที่เหมาะสมก็เพียงพอ ยังไม่จำเป็นต้องรีบทำหัตถการ

พฤติกรรมอะไรทำให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้น

ทำหัตถการอย่างเดียวแต่พฤติกรรมยังเร่งให้ผิวเสื่อม ผลที่ได้ก็อาจไม่เต็มที่ ดังนั้นสิ่งที่ควรดูควบคู่กันคือ

  • โดนแดดเป็นประจำโดยไม่ป้องกัน
  • สูบบุหรี่
  • พักผ่อนไม่เพียงพอเป็นประจำ
  • รับประทานอาหารไม่ครบและได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ
  • ลดน้ำหนักขึ้นลงเร็วมาก
  • ดูแลผิวรุนแรงจนเกิดการระคายเคืองเรื้อรัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระตุ้นคอลลาเจน

กระตุ้นคอลลาเจนด้วยตัวเองได้ไหม

สามารถทำได้ โดยเริ่มจากพื้นฐานอย่างทากันแดด กินโปรตีนและ Vitamin C ให้เพียงพอ พักผ่อน และเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิว แต่ถ้าความหย่อนเริ่มชัด การดูแลเองอาจช่วยได้ไม่ครบทุกชั้น

กินคอลลาเจนช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ไหม

Collagen Peptide อาจช่วยสนับสนุนเรื่องความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวในบางคนได้ แต่หมอไม่อยากให้มองว่าแค่กินคอลลาเจนแล้วจะแก้ผิวหย่อนหรือริ้วรอยได้ทั้งหมด

หลังทำคอลลาเจนจะสร้างต่อได้นานแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับวิธีที่ทำ เพราะกระบวนการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่มักดำเนินต่ออีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และแต่ละเครื่องหรือสารกระตุ้นมีช่วงเวลาตอบสนองไม่เท่ากัน

ถ้าหน้าหย่อนมาก กระตุ้นคอลลาเจนอย่างเดียวพอไหม

อาจไม่พอ เพราะหน้าหย่อนมากไม่ได้เกิดจากคอลลาเจนอย่างเดียว ยังเกี่ยวกับไขมัน เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และกระดูก หมอจึงต้องดูก่อนว่าจริง ๆ แล้วชั้นไหนเป็นปัญหาหลัก

ทำไมบางคนกระตุ้นคอลลาเจนแล้วรู้สึกไม่เห็นผล

มีได้หลายเหตุผล ตั้งแต่เลือกวิธีไม่ตรงกับปัญหา พลังงานหรือจำนวนครั้งไม่เหมาะ ไปจนถึงคาดหวังเร็วเกินไป เพราะคอลลาเจนเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาสร้าง ไม่ใช่ทำวันนี้แล้วพรุ่งนี้หน้าจะเปลี่ยนทันที

หยุดทำแล้วผิวจะหย่อนกว่าเดิมไหม

โดยทั่วไปไม่ได้ทำให้ผิวหย่อนกว่าเดิมเพราะหยุดทำ แต่ผิวยังคงเปลี่ยนไปตามอายุ แสงแดด และพฤติกรรมตามธรรมชาติ จึงอาจรู้สึกว่าความกระชับค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

กระตุ้นคอลลาเจนตอนอายุน้อย ช่วยชะลอผิวแก่ได้จริงไหม

การดูแลผิวตั้งแต่อายุน้อยช่วยลดปัจจัยที่เร่งผิวเสื่อมได้ โดยเฉพาะกันแดดและพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องรีบทำหัตถการตั้งแต่อายุน้อย ถ้าผิวยังไม่มีปัญหาก็ไม่จำเป็น

สรุป

การกระตุ้นคอลลาเจนมีตั้งแต่วิธีดูแลผิวในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเครื่องยกกระชับและสารฉีด ซึ่งแต่ละวิธีทำงานต่างกันและเหมาะกับปัญหาคนละแบบ หมอจึงไม่อยากให้เลือกจากชื่อเครื่องหรือกระแสเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าปัญหาหลักคือผิวไม่แน่น ริ้วรอย หรือความหย่อนจากโครงสร้างชั้นไหน พร้อมดูแลเรื่องกันแดด อาหาร และพฤติกรรมควบคู่กัน ก็จะช่วยให้การดูแลคอลลาเจนในระยะยาวมีความเหมาะสมมากขึ้น

แชร์บทความ
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
ริ้วรอยใต้ตา

ริ้วรอยใต้ตา เกิดจากอะไร ควรแก้ด้วยวิธีไหนดี

เคยส่องกระจกแล้วรู้สึกใจหายกับเส้นริ้ว ๆ ใต้ตาที่โผล่มา ผิวรอบดวงตาคือจุดที่บอบบางและฟ้องอายุได้ง่ายจนทำให้หลายคนเสียความมั่นใจ
ร่องน้ำหมาก

ร่องน้ำหมาก คืออะไร เกิดจากอะไร ร่องลึกควรแก้ยังไงให้ดูตื้นขึ้น

ร่องน้ำหมาก เป็นริ้วรอยที่อาจทำให้ใบหน้าอาจดูเหนื่อย หรือมุมปากตกได้ สำหรับวิธีแก้ไข หมอต้องดูก่อนว่าเกิดจากผิวหย่อน แก้มห้อย ไขมันกดร่อง
หน้าไม่เท่ากัน

หน้าไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร หน้าเบี้ยว คางเอียง ต้องแก้ตรงไหน

หน้าไม่เท่ากัน อาจไม่ได้หมายถึงหน้าเบี้ยวชัด ๆ เสมอไป แต่เป็นความต่างเล็ก ๆ ระหว่างใบหน้าสองข้างที่สังเกตได้ เช่น แก้มข้างหนึ่งดูใหญ่กว่า
รอยตีนกา คืออะไร เกิดจากอะไร

รอยตีนกา คืออะไร เกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลริ้วรอยหางตา

รอยตีนกา เป็นริ้วรอยที่แผ่ออกจากบริเวณหางตา มักเห็นชัดเวลายิ้ม หัวเราะ หรือหยีตาครับ ในระยะแรกบางคนจะเห็นรอยเฉพาะตอนแสดงสีหน้า