การยกกระชับหน้า เป็นวิธีที่ได้รับความสนใจในกลุ่มคนที่กำลังกังวลกับปัญหาแก้มห้อย มีเหนียง หรือกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด ซึ่งปัจจุบันก็จะมีอยู่หลากหลายวิธี ทั้งแบบที่ทำได้ด้วยตัวเอง และแบบที่ต้องใช้หัตถการทางการแพทย์ ซึ่งวันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 15 วิธียกกระชับหน้าในปี 2026 พร้อมสรุปข้อมูลแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้เลือกวิธีที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับตัวเอง
ทำไมผิวถึงหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
ผิวหน้าที่เคยเรียบตึงอาจเริ่มหย่อนคล้อยและไม่กระชับเหมือนเดิมได้จากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นร่วมกันในโครงสร้างใต้ชั้นผิว เช่น
- อายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ผิวจึงหลวม ฝ่อตัว
- ไขมันและกระดูกใบหน้าฝ่อตัวตามวัย ผิวชั้นบนจึงหย่อนคล้อยลง
- ชั้น SMAS ยืดหย่อน ผิวอ่อนแอลง ทำให้แก้มห้อยและเกิดเหนียง
- รังสียูวีทำลายเส้นใยคอลลาเจนโดยตรง เร่งให้ผิวแก่และหย่อนคล้อยเร็วขึ้น
- ไลฟ์สไตล์ไม่สมดุล นอนน้อย สูบบุหรี่ กินหวานและโซเดียมสูงเป็นประจำ
- แรงดึงดูดกดผิวทุกวัน ผสมการชอบก้มหน้าเล่นมือถือจนผิวคอพับสะสม
แต่ละเคสอาจมีสาเหตุและระดับความรุนแรงของปัญหาที่แตกต่างกันออกไป วิธีการยกกระชับหน้าที่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องพิจารณาและวางแผนเป็นรายบุคคลไป
แนะนำ 15 วิธียกกระชับหน้า อัปเดต 2026
ปัจจุบันมีวิธียกกระชับหน้าให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่การดูแลด้วยตัวเองไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ ซึ่งแต่ละวิธีก็เหมาะกับปัญหาและระดับความหย่อนคล้อยที่ต่างกัน ดังนี้
1. ฝึก Mewing เทคนิคการวางลิ้น
Mewing เป็นเทคนิคการวางลิ้น โดยแนบลิ้นส่วนกลางและส่วนหลังไว้กับเพดานปากบนอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจช่วยปรับท่าทางของลิ้นและขากรรไกร รวมถึงทำให้แนวใต้คางดูกระชับขึ้นเมื่อวางท่าได้ถูกต้อง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกท่าวางลิ้นและปรับท่าทางบริเวณขากรรไกรหรือใต้คาง
2. บริหารกล้ามเนื้อคอใต้คาง
เป็นการออกกำลังกายที่เน้นกล้ามเนื้อผืนใหญ่บริเวณลำคอหรือ Platysma ผ่านท่าทาง เช่น การเงยหน้าและยื่นคางล่างออกไป เพื่อบริหารกล้ามเนื้อและปรับท่าทางบริเวณลำคอ ซึ่งอาจช่วยให้แนวคอและใต้คางดูกระชับขึ้นเล็กน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าผิวใต้คางหลวม หรือต้องการปรับท่าทางให้แนวคอดูดีขึ้น
3. โยคะหน้า
เป็นการขยับและบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กบนใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งอาจช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและยกกระชับหน้าขึ้นเล็กน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลใบหน้าด้วยวิธีธรรมชาติ และสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ
4. คุมอาหารและลดโซเดียม
ควรลดอาหารรสจัดหรือมีโซเดียมสูง และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อลดการกักเก็บน้ำส่วนเกินตามเนื้อเยื่อ ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูบวมและบริเวณใต้คางดูเต็มขึ้น วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ตื่นนอนแล้วรู้สึกว่าหน้าบวมชัด หรือมีอาการบวมหลังรับประทานอาหารมื้อดึก
5. นวดหน้าด้วยหินกัวซา
การใช้หินกัวซานวดหรือลากเบา ๆ ตามแนวใบหน้า อาจช่วยส่งเสริมการไหลเวียนและลดอาการบวมน้ำบริเวณใบหน้าได้ชั่วคราว ทำให้กรอบหน้าและบริเวณใต้คางดูเรียวขึ้นหลังทำ เหมาะสำหรับผู้ที่หน้าบวมน้ำง่าย หรือต้องการลดอาการบวมก่อนออกงานสำคัญ
6. ล้างหน้าแบบ Upward Cleansing
เป็นการปรับวิธีล้างหน้าและทาครีมบำรุง โดยใช้ปลายนิ้วนวดวนในทิศทางขึ้นและออกบริเวณกรอบหน้าอย่างเบามือ เพื่อลดการดึงรั้งและการเสียดสีผิวโดยไม่จำเป็น เหมาะเป็นพฤติกรรมพื้นฐานในการดูแลและประคองสภาพผิวในระยะยาว
7. Ulthera Prime หรือ Ulthera SPT
โปรแกรม Ulthera ตัวเครื่องจะปล่อยพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสลงสู่ชั้นผิวเป้าหมาย รวมถึงชั้น SMAS โดยหมอสามารถมองเห็นชั้นเนื้อเยื่อผ่านหน้าจอแบบเรียลไทม์ ช่วยให้กำหนดพลังงานและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้เหมาะสม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
8. Oligio หรือ OligioX
โปรแกรม Oligio เครื่องยกกระชับในกลุ่ม Monopolar RF ที่ปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิว เพื่อทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พร้อมระบบความเย็นที่ช่วยเพิ่มความสบายผิวขณะทำ เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวเริ่มนิ่ม ขาดความแน่น หรือต้องการให้ผิวบริเวณแก้มและกรอบหน้าดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น
9. Ultraformer MPT
โปรแกรม Ultraformer MPT เทคโนโลยี Microfocused Ultrasound ที่สามารถปล่อยพลังงานได้ทั้งแบบจุดและแบบเส้นตรงหรือ Linear ทำให้สามารถเลือกดูแลความหย่อนคล้อยและไขมันสะสมบางบริเวณได้ ตามชนิดหัวและระดับพลังงานที่ใช้ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีเหนียง แก้มหย่อน หรือกรอบหน้าไม่ชัด และต้องการหัตถการที่กระทบต่อชีวิตประจำวันค่อนข้างน้อย
10. LinearZ
โปรแกรม LinearZ เครื่องยกกระชับหน้าแบบ High-Intensity Focused Ultrasound ที่สามารถปล่อยพลังงานได้ทั้งแบบจุดและแบบเส้นตรง ช่วยกระจายพลังงานให้ครอบคลุมบริเวณเป้าหมาย และอาจช่วยดูแลทั้งความหย่อนคล้อยและไขมันใต้คางบางส่วน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระชับกรอบหน้า ลดความเต็มบริเวณใต้คาง และปรับใบหน้าให้ดูเรียวขึ้น
11. Volnewmer
โปรแกรม Volnewmer เครื่องยกกระชับผิวในกลุ่มคลื่นวิทยุหรือ RF ที่เน้นความสม่ำเสมอของพลังงาน และมีหัวทิปรูปทรงโค้งมนเพื่อให้แนบไปกับรูปหน้า พลังงานจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวให้มีความแน่นและยืดหยุ่นขึ้น เหมาะกับผู้ที่ผิวบาง ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น หรือผู้ที่ต้องการเน้นยกกระชับหน้า เพิ่มความแน่นของผิวมากกว่าการลดไขมันบนใบหน้า
12. Xtherma
โปรแกรม Xtherma เครื่องยกกระชับหน้าด้วยคลื่นความถี่วิทยุ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแน่นกระชับให้ชั้นผิว โดยเน้นกระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหลวม ขาดความยืดหยุ่น หรือเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณกรอบหน้าและลำคอ
13. โบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า
ใช้ Botulinum Toxin ฉีดบริเวณแนวกรอบหน้าและลำคอ เพื่อลดแรงดึงลงของกล้ามเนื้อบางมัด ทำให้กรอบหน้าดูชัดและแนวคอดูเรียบขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีแรงดึงจากกล้ามเนื้อ Platysma หรือต้องการปรับกรอบหน้า โดยหากมีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ร่วมด้วย หมอจะประเมินตำแหน่งและปริมาณการฉีดแยกตามปัญหา
14. หัตถการกลุ่ม Biostimulators
เป็นการฉีดสารกลุ่ม Biostimulators เข้าไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจน ช่วยปรับคุณภาพผิวจากภายใน โดยเคสส่วนใหญ่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เกิดขึ้น โดยอาจช่วยให้ผิวที่บางหรือหย่อนคล้อยดูแน่นและยืดหยุ่นขึ้น ตัวเลือกที่นิยมใช้ ได้แก่ Sculptra, Radiesse และ Gouri
15. ร้อยไหมยกกระชับ
ร้อยไหมหมอจะใช้ไหมละลายที่มีเงี่ยงสอดเข้าไปใต้ชั้นผิว เพื่อช่วยพยุงและปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอบเส้นไหม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อนและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำค่อนข้างชัด
ปัญหาความหย่อนคล้อยแต่ละแบบ ควรยกกระชับวิธีไหน
ก่อนที่เราจะเลือกวิธียกกระชับหน้า หมอแนะนำให้ประเมินสภาพผิวก่อน เพราะความหย่อนคล้อยของแต่ละคนอาจมีต้นเหตุไม่เหมือนกัน การเลือกวิธียกกระชับหน้าจึงควรพิจารณาตามสาเหตุ ดังนี้
หย่อนคล้อยเล็กน้อยจากพฤติกรรม
อาจเริ่มจากการควบคุมโซเดียม นวดกัวซา และล้างหน้าแบบ Upward Cleansing หากปัญหาหลักเกิดจากอาการบวมน้ำหรือท่าทางในชีวิตประจำวัน การปรับพฤติกรรมอาจช่วยลดอาการบวม และทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นเล็กน้อย
หย่อนคล้อยจากไขมันสะสม
อาจพิจารณาเครื่องอัลตราซาวด์ที่มีหัวและระดับพลังงานเหมาะกับการดูแลชั้นไขมัน เช่น Ultraformer MPT หรือ LinearZ ส่วนเครื่องกลุ่ม Monopolar RF อย่าง Oligio หรือ Volnewmer จะเน้นเพิ่มความแน่นกระชับของผิวบริเวณแก้มและใต้คางเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักเกิดจากไขมันหรือผิวที่หย่อนคล้อย
หย่อนคล้อยจากชั้นพังผืดลึกยืดหย่อน
ส่วนใหญ่หมอจะแนะนำให้ยกกระชับหน้าด้วย Ulthera Prime หรือ SPT, Ultraformer MPT, LinearZ รวมถึงการร้อยไหม เพราะเมื่อโครงสร้างผิวชั้น SMAS เริ่มยืดออก จึงต้องใช้เครื่องที่ส่งพลังงานลงไปดึงและล็อกชั้นผิวนี้ให้ยกกระชับขึ้น
หย่อนคล้อยจากผิวฝ่อ ขาดคอลลาเจน
แนะนำให้ทำหัตถการกลุ่ม Biostimulators เช่น Sculptra, Radiesse, Gouri หรือเครื่อง Xtherma เพราะเมื่อเนื้อผิวข้างในมันยุบตัวและบางลง การเติมสารกระตุ้นคอลลาเจนจะเข้าไปปลุกเซลล์ให้สร้างเนื้อผิวใหม่ขึ้นมาได้เต็มที่ขึ้น
หย่อนคล้อยจากกล้ามเนื้อดึงรั้ง
สำหรับเคสลักษณะนี้ อาจพิจารณาฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้าเพื่อลดแรงดึงของกล้ามเนื้อบางมัด โดยควรให้หมอประเมินตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม
อยากยกกระชับหน้า ควรเลี่ยงพฤติกรรมไหนบ้าง
หากต้องการดูแลผิวให้มีความกระชับและชะลอการเกิดความหย่อนคล้อย หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจส่งผลต่อคุณภาพผิว ดังนี้
- ก้มหน้าเล่นมือถือนาน ๆ บีบให้ผิวคอพับ เกิดเหนียงสะสม และเร่งให้แก้มห้อย
- กินหวานและโซเดียมสูง น้ำตาลทำลายคอลลาเจน ส่วนโซเดียมทำให้หน้าบวมน้ำ
- นอนดึก พักผ่อนน้อย ขัดขวางการฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวฝ่อ โทรม และขาดความยืดหยุ่น
- ไม่ทาครีมกันแดด รังสียูวีทำลายเส้นใยใต้ผิวโดยตรง เร่งให้ผิวแก่และหย่อนคล้อย
- สูบบุหรี่จัด ลดออกซิเจนในผิวและทำลายคอลลาเจน ผิวจึงหลวมและเหี่ยวย่นง่าย
- เช็ดหรือถูหน้าแรง ๆ ทิศทางลง เป็นการดึงรั้งผิวให้หย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง
ผู้หญิงและผู้ชาย ยกกระชับหน้าต่างกันไหม
ผิวและโครงสร้างใบหน้าของผู้หญิงและผู้ชายอาจแตกต่างกันในบางด้าน โดยทั่วไปผิวผู้ชายมักมีความหนา มวลกล้ามเนื้อ และโครงกระดูกที่ชัดกว่าผู้หญิง การเลือกวิธีและปรับพลังงานเครื่องยกกระชับหน้า จึงควรพิจารณาตามความหนาของผิว โครงสร้างใบหน้า และผลลัพธ์ที่แต่ละคนต้องการ มากกว่าการยึดตามเพศเพียงอย่างเดียว
ยกกระชับหน้าแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน
ระยะเวลาของผลลัพธ์จะแตกต่างกันตามวิธีที่เลือก การลดโซเดียมหรือการนวดกัวซามักช่วยลดอาการบวมได้ชั่วคราว ส่วนเครื่องยกกระชับ โบท็อกซ์ Biostimulators และการร้อยไหม อาจให้ผลลัพธ์ตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงประมาณ 1 ปี ขึ้นไป
เครื่องยกกระชับหน้าควรทำบ่อยไหม
ความถี่ในการทำเครื่องยกกระชับหน้าขึ้นอยู่กับชนิดเครื่อง ระดับพลังงาน สภาพผิว และผลลัพธ์จากครั้งก่อน บางโปรแกรมอาจทำปีละ 1 ครั้ง ขณะที่บางโปรแกรมอาจวางแผนทำซ้ำทุก 3–6 เดือน จึงไม่ควรยึดระยะเวลาตายตัว แต่ควรให้หมอประเมินความยืดหยุ่นของผิว ปริมาณไขมัน และความจำเป็นก่อนทำซ้ำ
สรุป
ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยและเหนียงในเคสทั่วไป ซึ่งเกิดจากคอลลาเจนลดลงตามวัยร่วมกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน สามารถดูแลเบื้องต้นได้เองด้วยการปรับไลฟ์สไตล์หรือวิธีการนวดยกกระชับ แต่ในเคสที่หย่อนคล้อยมาก หรือต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ก็มักเลือกเป็นหัตถการ ทั้งกลุ่มเครื่องยกกระชับ หรือฉีดกระตุ้นคอลลาเจน งควรได้รับการประเมินควบคู่กับการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิวด้วย
















