เคยส่องกระจกแล้วรู้สึกใจหายกับเส้นริ้ว ๆ ใต้ตาที่โผล่มา ผิวรอบดวงตาคือจุดที่บอบบางและฟ้องอายุได้ง่ายจนทำให้หลายคนเสียความมั่นใจ หมออยากบอกว่าอย่าเพิ่งกังวลไป เพราะการจะแก้ปัญหานี้ได้ เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าริ้วรอยใต้ตาที่คุณกำลังเจอนั้นเกิดจากอะไร และเป็นริ้วรอยประเภทไหน เพื่อที่หมอจะได้พาไปเจาะลึกถึงวิธีดูแลผิวรอบดวงตาให้กลับมาเรียบเนียนสดใส
ริ้วรอยใต้ตา คืออะไร
ริ้วรอยใต้ตา (Under-eye wrinkles) คือ รอยพับ เส้นริ้ว หรือร่องลึกที่เกิดขึ้นบนผิวหนังบริเวณใต้ดวงตา ซึ่งเป็นจุดที่ผิวบอบบางและมีความเต่งตึงน้อยกว่าผิวส่วนอื่น เนื่องจากมีชั้นไขมันและต่อมไขมันอยู่น้อยมาก โดยร่องรอยเหล่านี้เกิดจากการที่โครงสร้างผิวชั้นอีลาสตินและคอลลาเจนเสื่อมสภาพลงตามอายุ ประกอบกับการขยับกล้ามเนื้อรอบดวงตาจากการยิ้มหรือกะพริบตาเป็นประจำ
ริ้วรอยใต้ตา เกิดจากอะไร
ถ้าถามหมอว่าริ้วรอยใต้ตาเกิดจากอะไร หลัก ๆ ก็มาจากผิวรอบดวงตาที่บอบบางบวกกับคอลลาเจนที่ลดลงตามวัยและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้
- อายุที่มากขึ้นทำให้โครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวเสื่อมสภาพลง
- การขยับกล้ามเนื้อรอบดวงตาซ้ำ ๆ เวลาที่เรายิ้ม หัวเราะ หรือกะพริบตา
- รังสีรังสียูวีในแสงแดดที่เข้าไปทำลายเซลล์ผิวและเร่งให้ผิวรอบดวงตาแก่ก่อนวัย
- ผิวบริเวณรอบดวงตาขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากมีต่อมไขมันน้อยกว่าผิวส่วนอื่น
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตเช่นการนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ และการสูบบุหรี่
- ทำความสะอาดผิวหน้าแรงเกินไปหรือพฤติกรรมการชอบขยี้ตาบ่อย ๆ
ริ้วรอยใต้ตา มีกี่แบบ
ริ้วรอยใต้ตาหลัก ๆ แล้วทางการแพทย์จะแบ่งออกเป็น 3 แบบตามลักษณะและสาเหตุของการเกิด ดังนี้
- ริ้วรอยตื้น ๆ จากผิวขาดน้ำ (Fine Lines) : เป็นริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ บาง ๆ ที่มักเกิดจากผิวใต้ตาแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น หรือดูแลผิวไม่เพียงพอ
- ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ (Dynamic Wrinkles) : เป็นริ้วรอยที่จะเห็นได้ชัด เฉพาะเวลาที่เราขยับกล้ามเนื้อรอบดวงตา เช่น ตอนยิ้ม หัวเราะ หรือกะพริบตา จนผิวพับเป็นรอย
- ริ้วรอยร่องลึกตามวัย (Static Wrinkles) : เป็นริ้วรอยที่เห็นเป็นร่องลึกชัดเจนอยู่ตลอดเวลาแม้ในตอนที่ใบหน้าอยู่เฉย ๆ ไม่ได้แสดงอารมณ์ เกิดจากคอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพ
ริ้วรอยใต้ตา ร่องใต้ตา และถุงใต้ตา ต่างกันอย่างไร
ทั้ง 3 ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกันจนทำให้หลายคนสับสนและเรียกสลับกันบ่อยๆ ค่ะ แต่มีลักษณะ สาเหตุ และวิธีรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้
ริ้วรอยใต้ตา (Under-Eye Wrinkles)
- ลักษณะ : เป็นเส้นริ้ว รอยยับ หรือรอยพับเล็ก ๆ บนผิวหนังตื้น ๆ บริเวณใต้ตา
- สาเหตุ : เกิดจากผิวหนังชั้นบนสูญเสียความยืดหยุ่น คอลลาเจนลดลง ผิวแห้งขาดน้ำ หรือเกิดจากการขยับกล้ามเนื้อเวลาเรายิ้มและกะพริบตาบ่อย ๆ
ร่องใต้ตา (Tear Trough)
- ลักษณะ : เป็นรอยบุ๋มหรือร่องลึกยาวลงมาจากหัวตา ขนานไปกับข้างจมูก ทำให้เบ้าตาดูเป็นแอ่ง ขอบตาดูหมองคล้ำ
- สาเหตุ : เกิดจากโครงสร้างภายในพยุงผิวเสื่อมสภาพ เช่น กระดูกใต้ตาฝ่อตัวลงตามวัย ชั้นไขมันใต้ตาฝ่อตัว หรือเอ็นยึดผิวบริเวณนั้นดึงรั้งผิวให้บุ๋มลง
ถุงใต้ตา (Eye Bags)
- ลักษณะ : เป็นก้อนเนื้อหรือถุงนูน ๆ ปูดออกมาบริเวณใต้ตาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ตาดูบวมและดูอ่อนล้า
- สาเหตุ : เกิดจากถุงไขมันตามธรรมชาติที่อยู่รอบดวงตาขยายใหญ่ขึ้น หรือกล้ามเนื้อและผิวหนังที่เคยพยุงไขมันส่วนนี้เกิดความหย่อนคล้อย จนทำให้ไขมันดันทะลักนูนออกมา
วิธีลดริ้วรอยใต้ตาแบบธรรมชาติ
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นดูแลผิวรอบดวงตาด้วยตัวเอง หมอมีวิธีลดริ้วรอยใต้ตาแบบธรรมชาติที่ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้วเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเติมเต็มความยืดหยุ่นให้ผิว
- นอนหลับพักผ่อน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้เข้าไปฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวรอบดวงตา
- ประคบเย็นใต้ตาด้วยแตงกวาฝานหรือถุงชา เพื่อช่วยลดอาการบวมช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต
- ทาเจลว่านหางจระเข้เพื่อ ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยนและลดความแห้งกร้าน
- ปรับมานอนหงายแทนการนอนตะแคง เพื่อลดการกดทับและการเสียดสีของผิวหน้ากับหมอน
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการขยี้ตาหรือเช็ดเมคอัพแรง ๆ เพื่อถนอมผิวรอบดวงตาที่บอบบาง
ส่วนผสมสกินแคร์ที่ช่วยลดริ้วรอยใต้ตา มีอะไรบ้าง
การเลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมที่ถูกต้องและผ่านการวิจัยรองรับ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูผิวรอบดวงตา ดังนี้
- เรตินอล (Retinol) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย
- เปปไทด์ (Peptides) ช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
- ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ลดริ้วรอยเล็ก ๆ
- วิตามินซี (Vitamin C) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นคอลลาเจน และทำให้ผิวใต้ตาดูสว่าง
- ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ลดการสูญเสียน้ำ และทำให้ผิวแข็งแรง
- เซราไมด์ (Ceramides) ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว เพิ่มความชุ่มชื้น
หัตถการลดริ้วรอยใต้ตา มีอะไรบ้าง
หากสกินแคร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หัตถการทางการแพทย์สามารถช่วยฟื้นฟูผิวใต้ตาและลดเลือนริ้วรอยได้ ดังนี้
การฉีดโบท็อกใต้ตา
ฉีดโบท็อกใต้ตา เหมาะมากสำหรับริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ เช่น เวลาที่ยิ้มหรือหัวเราะแล้วผิวใต้ตาพับเป็นเส้น โดยตัวยาจะเข้าไปช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตาชั่วคราว ทำให้ผิวบริเวณใต้ตาดูตึงกระชับและเรียบเนียนขึ้น
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สำหรับคนที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกร่วมกับเบ้าตาดูยุบตัวลงตามวัย โดยหมอจะใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิดฉีดเข้าไปเพื่อเติมเต็มแอ่งลึกให้ดูตื้นขึ้น ผิวใต้ตาจะดูฟู อิ่มน้ำ รอยยับดูจางลง
Skin Booster
Skin Booster เช่น Juvelook, Rejuran และ Belotero Revive เป็นต้น เป็นการเติมสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและฟื้นฟูคุณภาพผิว ช่วยให้ผิวใต้ตาอิ่มฟู ลดริ้วรอยเส้นเล็ก และทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
Collagen Biostimulator
เช่น Sculptra, Radiesse และ Gouri เป็นต้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอย จากการสูญเสียคอลลาเจนและความหย่อนคล้อย โดยช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวใต้ตาแข็งแรง แน่นกระชับ และคุณภาพผิวดีขึ้น
เครื่องยกกระชับด้วยคลื่นพลังงาน
กลุ่มคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radio Frequency – RF) เช่น Thermage, Volnewmer และ กลุ่มคลื่นอัลตราซาวด์ (Focused Ultrasound) เช่น Ulthera สามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิวใต้ตา เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยและต้องการฟื้นฟูโดยไม่ต้องผ่าตัด
การทำเลเซอร์ลดริ้วรอย
เช่น Fractional Laser หรือ Picosecond Laser การใช้พลังงานแสงเลเซอร์ยิงลงไปเพื่อผลัดเซลล์ผิวชั้นบนที่เสื่อมสภาพอย่างอ่อนโยน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยเส้นเล็ก ๆ สะสม ผิวใต้ตาไม่เรียบเนียน
ก่อนทำริ้วรอยใต้ตา เตรียมตัวอย่างไร
การเตรียมผิวและร่างกายให้พร้อมก่อนทำหัตถการ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเอฟเฟกต์ไม่พึงประสงค์ ดังนี้
- เข้ารับการประเมินกับแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและเลือกรูปแบบการรักษาที่เหมาะสม
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่รับประทาน และหัตถการที่เคยทำบริเวณใต้ตา
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน หรือยาแก้อักเสบบางชนิด
- งดอาหารเสริมบางชนิด เช่น น้ำมันปลา วิตามินอี แปะก๊วย และโสม ประมาณ 5-7 วัน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือทำให้ผิวใต้ตาระคายเคือง
หลังทำหัตถการลดริ้วรอยใต้ตา ควรดูแลตัวเองอย่างไร
หลังจากทำหัตถการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผิวบริเวณใต้ตาจะมีความบอบบางเป็นพิเศษ ควรดูแลดังนี้
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และรับประทานยาตามที่สั่ง
- หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือขยี้บริเวณใต้ตาในช่วงแรกหลังทำ
- งดซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก และกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนประมาณ 24-48 ชั่วโมง
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ในช่วงแรก เพื่อลดอาการบวม
- ทาครีมกันแดดและสวมแว่นกันแดดเมื่อออกกลางแจ้ง เพื่อลดการทำร้ายผิวจากรังสี UV
- ใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือสกินแคร์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นตามคำแนะนำของแพทย์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว
วิธีป้องกันการเกิดริ้วรอยใต้ตา
การป้องกันริ้วรอยใต้ตาควรเริ่มตั้งแต่ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น เพราะผิวบริเวณนี้มีความบอบบางและเสื่อมสภาพได้ง่าย หากดูแลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ดังนี้
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องเผชิญแสงแดด เพื่อป้องกันรังสี UV
- ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนผสมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอย
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรง ๆ เพราะอาจทำให้ผิวใต้ตาเกิดการระคายเคือง
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองและลดความหมองคล้ำ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อคงความชุ่มชื้นและลดโอกาสเกิดริ้วรอยจากผิวแห้ง
- รับประทานอาหารที่มีวิตามินซี โปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยสร้างคอลลาเจน
- งดสูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะช่วยเร่งการเสื่อมของคอลลาเจนและอีลาสติน
FAQ ริ้วรอยใต้ตา
อายุยังน้อยแต่ทำไมมีริ้วรอยใต้ตาแล้ว
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากอายุเพียงอย่างเดียว วัยรุ่นก็เป็นได้หากมีพฤติกรรมผิวแห้งขาดน้ำ ชอบนอนดึก ขยี้ตาแรง ๆ เป็นภูมิแพ้ตา หรือเกิดจากพันธุกรรมที่มีโครงสร้างผิวรอบดวงตาบางกว่าปกติ
อายครีมราคาแพง สามารถช่วยริ้วรอยใต้ตาให้หายสนิทได้ไหม
อายครีมช่วยให้ริ้วรอยจางลงและชะลอการเกิดรอยใหม่ได้ดี โดยเฉพาะรอยตื้นๆ ที่เกิดจากผิวแห้ง แต่ไม่สามารถทำให้ริ้วรอยที่ เป็นร่องลึกหรือรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อหายไปได้ ต้องพึ่งหัตถการทางการแพทย์ร่วมด้วย
ระหว่างฟิลเลอร์กับโบท็อกใต้ตา ควรฉีดอะไรดี
ต้องดูที่ลักษณะปัญหา ถ้าผิวพับเป็นเส้น ๆ เวลาขยับหน้า ให้เลือกโบท็อก แต่ถ้าใต้ตาเป็นรอยบุ๋มลึก เป็นร่อง หรือเบ้าตาดูยุบตัวลงไปทำให้หน้าดูโทรม หมอแนะนำให้เลือกฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มวอลลุ่มผิว
ถ้าหยุดทำหัตถการ ริ้วรอยใต้ตาจะกลับมาไหม
ไม่แย่ไปกว่าเดิมแน่นอน เมื่อหมดฤทธิ์ของตัวยาหรือพลังงานเลเซอร์ ผิวใต้ตาก็จะค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพเดิมตามกระบวนการร่วงโรยตามธรรมชาติของอายุเรา ไม่ได้ทำให้ริ้วรอยลึกขึ้นหรือแย่ลง
สรุป
ริ้วรอยใต้ตาเป็นปัญหาที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น การแสดงสีหน้า แสงแดด และการสูญเสียคอลลาเจน ดังนั้นการรักษาให้เห็นผลควรเริ่มจากการวิเคราะห์ว่าเป็นริ้วรอยประเภทใด แล้วเลือกวิธีดูแลหรือหัตถการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การดูแลอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการใช้สกินแคร์ที่มีหลักฐานรองรับ และหัตถการที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนหรือฟื้นฟูคุณภาพผิว สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของผิวรอบดวงตาได้


