บทความเกี่ยวกับ : ปากแตก
ปากแตกเกิดจากอะไร รวมสาเหตุ วิธีแก้ไข และการป้องกันที่ได้ผลจริง
ปากแตกเกิดจากอะไร แก้ไขและป้องกันอย่างไรให้ได้ผล
อาการริมฝีปากแห้งลอกจนถึงขั้นปากแตก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและสร้างความเจ็บปวดรำคาญใจให้ใครหลายคน โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน แม้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้องอาจนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังหรือการติดเชื้อได้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าอาการปากแตกเกิดจากปัจจัยใดบ้าง พร้อมรวบรวมวิธีแก้ไขอย่างเร่งด่วนและแนวทางการป้องกันอย่างยั่งยืน เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้เรียวปากของคุณกลับมาสุขภาพดีและเรียบเนียนอีกครั้งอย่างเห็นผล

(รีวิว) ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ปากแตก คืออะไร
อาการปากแตกคือภาวะที่ผิวหนังบริเวณริมฝีปากขาดความชุ่มชื้นอย่างรุนแรงจนเกิดการแห้ง ลอก เป็นขุย หรือมีรอยแยก ปัญหาสุขภาพนี้มักเกิดจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น การดื่มน้ำน้อย หรือการเลียริมฝีปากบ่อยครั้งจนทำให้ปากแตกและอาจมีเลือดซึมได้

ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ปากแตกแห้งลอก เกิดจากอะไร
อาการปากแตกแห้งลอกเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากพฤติกรรมส่วนตัว สภาพแวดล้อมรอบตัว หรือแม้แต่ความผิดปกติของระบบภายในร่างกาย การทำความเข้าใจถึงต้นเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราสามารถดูแลและป้องกันไม่ให้ปากแตกจนกลายเป็นแผลเรื้อรังได้ ดังนี้
ปาก มีหน้าที่อะไร ลักษณะปากสวยดูดี มีวิธีทำอย่างไรบ้าง
ปากแตกจากการขาดความชุ่มชื้น
เมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอจะส่งผลให้ผิวหนังทั่วร่างกายรวมถึงริมฝีปากแห้งกร้านอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผิวบริเวณริมฝีปากนั้นมีความบอบบางและไม่มีต่อมไขมันช่วยเคลือบผิวเหมือนผิวหนังส่วนอื่น การปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำเป็นเวลานานจึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปากแตกจนเป็นแผล ซึ่งมักจะเริ่มจากการรู้สึกตึงที่ริมฝีปากแล้วค่อยๆ ลอกออกเป็นแผ่นจนสร้างความเจ็บปวดเวลาขยับปาก วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันเพื่อฟื้นฟูความยืดหยุ่นจากภายในสู่ภายนอก หากเราดูแลระดับความชุ่มชื้นให้สมดุลอยู่เสมอ ปัญหาเรื่องปากแตกก็จะลดน้อยลงและหายไปในที่สุด
ปากแตกจากการเลียหรือกัดริมฝีปาก
พฤติกรรมการเลียริมฝีปากบ่อยครั้งจะทำให้เอนไซม์ในน้ำลาย เข้าไปย่อยสลายผิวจนส่งผลให้ปากแตกรุนแรง เมื่อความชื้นระเหยออกไป ผิวจะยิ่งสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงธรรมชาติไปมากกว่าเดิมจนทำให้ปากแตกแห้งลอก การกัดหรือแกะดึงผิวหนังที่ลอกออกก็เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดรอยปากแตกและมีเลือดไหลซิบ เราควรปรับเปลี่ยนนิสัยโดยการพกนิสัยทาลิปมันแทนการเลียปาก เพื่อป้องกันการอักเสบที่อาจตามมาภายหลัง การรักษาสภาพผิวให้แข็งแรงโดยปราศจากการรบกวนด้วยน้ำลาย จะช่วยให้ริมฝีปากกลับมาเนียนนุ่มได้
ปากแตกจากการแพ้เครื่องสำอางหรือลิปสติก
อาการแพ้สารเคมีหรือน้ำหอมในลิปสติกเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยซึ่งนำไปสู่ภาวะปากแตกและคันระคายเคือง หากผิวสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ ร่างกายจะตอบสนองด้วยการบวมแดงก่อนจะกลายเป็นปากแตกในที่สุด รอยลอกเหล่านี้มักเกิดขึ้นซ้ำๆ หากเรายังไม่หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังจนปากแตก ควรสังเกตส่วนประกอบในลิปสติกอย่างละเอียดและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบว่าอ่อนโยนต่อผิวบอบบาง การทำความสะอาดริมฝีปากให้หมดจดทุกครั้งหลังใช้งาน จะช่วยลดโอกาสการสะสมของสารตกค้างที่ก่อให้เกิดแผล
ปากแตกจากการขาดวิตามินและแร่ธาตุ
การขาดวิตามินกลุ่มบีโดยเฉพาะบี 2 และบี 12 มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้เกิดปัญหาปากแตกที่มุมปาก สารอาหารเหล่านี้จำเป็นต่อการซ่อมแซมเซลล์ผิว หากขาดหายไปจะส่งผลให้ผิวหนังอ่อนแอและมีอาการปากแตก นอกจากวิตามินแล้ว แร่ธาตุอย่างสังกะสีและเหล็กก็มีบทบาทสำคัญในการป้องกันไม่ให้ปากแตกและอักเสบ เราจึงควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เช่น ธัญพืช ผักใบเขียว และเนื้อสัตว์ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพผิว การบำรุงจากภายในสู่ภายนอกด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน
ปากแตกจากแสงแดดและสภาพอากาศ
รังสียูวีในแสงแดดไม่ได้ทำร้ายเพียงแค่ผิวหน้า แต่ยังทำลายความยืดหยุ่นของริมฝีปากจนทำให้ปากแตกได้ สภาพอากาศที่หนาวเย็นและความชื้นต่ำในช่วงฤดูหนาว มักเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะปากแตกอย่างรวดเร็ว การอยู่ในห้องปรับอากาศที่แห้งนานๆ โดยไม่ทาลิปมันบำรุงจะทำให้ผิวลอกออกเป็นแผ่นจนมีอาการปากแตก ลิปมันที่มีค่า SPF จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและการสูญเสียน้ำในทุกสภาพอากาศ
ปากแตกจากการติดเชื้อหรือโรคบางชนิด
เชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในช่องปากสามารถลุกลามออกมาบริเวณผิวหนังจนทำให้ปากแตกเป็นแผล หากมีอาการเจ็บแสบร่วมกับคราบขาวที่มุมปาก อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อราที่ส่งผลให้เกิดอาการปากแตก นอกจากนี้โรคภูมิแพ้หรือภาวะสุขภาพบางประการก็มีส่วนทำให้อาการปากแตกรุนแรงและหายช้ากว่าปกติ การใช้ยาทาที่ถูกต้องภายใต้การดูแลของแพทย์จะช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้

(รีวิว) ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ปากแตก ต่างจากปากแห้งอย่างไร
หลายคนอาจสับสนระหว่างสองอาการนี้ แต่ในความจริงแล้วมีความรุนแรงที่ต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะภาวะปากแตกที่ส่งผลกระทบมากกว่าผิวขาดน้ำ การสังเกตความผิดปกติของริมฝีปากจะช่วยให้เราเลือกวิธีบำรุงและรักษาอาการปากแตกได้อย่างถูกต้อง ดังนี้
• ระดับความรุนแรงของเนื้อสัมผัสผิว อาการปากแห้งคือระยะเริ่มต้นที่ผิวแค่ขาดน้ำ แต่ภาวะปากแตกคือการที่ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นจนปริแยก หากปล่อยให้ความแห้งกร้านลุกลามโดยไม่บำรุง ผิวที่ตึงจะเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นปากแตกซึ่งรักษายากกว่าเดิม
• ความเจ็บปวดและความรู้สึกขณะขยับปาก ปากแห้งมักให้ความรู้สึกแค่สากหรือตึงผิว แต่เมื่อเกิดอาการปากแตกจะตามมาด้วยความเจ็บแสบอย่างชัดเจน รอยแยกลึกจากการที่ปากแตกมักทำให้รู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ยิ้มหรือรับประทานอาหารซึ่งต่างจากอาการผิวแห้งทั่วไป
• ลักษณะการลอกและอาการเลือดออกซิบ ปากแห้งจะเห็นเป็นขุยสีขาวเล็กๆ ปกคลุมผิว แต่ลักษณะของปากแตกคือการลอกเป็นแผ่นหนาจนเห็นรอยร้าว ในรายที่ปากแตกรุนแรงอาจมีเลือดออกตามรอยแยกหรือมีน้ำเหลืองซึม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าชั้นผิวหนังเสียหายลึก
• ระยะเวลาและความยากง่ายในการฟื้นฟู อาการปากแห้งสามารถหายได้รวดเร็วเพียงแค่ดื่มน้ำ แต่ถ้าถึงขั้นปากแตกต้องใช้เวลาสมานแผลนานหลายวัน การใช้ลิปบาล์มทั่วไปอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาปากแตกที่ต้องอาศัยสารบำรุงเข้มข้นเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

(รีวิว) ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ใครบ้างที่ปากแตกแห้งลอกได้ง่าย
แม้ปัญหาผิวพรรณจะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่มีคนบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงจะเกิดอาการปากแตกได้บ่อยครั้งกว่าคนทั่วไปเนื่องจากปัจจัยด้านร่างกายและไลฟ์สไตล์ การสำรวจพฤติกรรมตนเองจะช่วยให้เรารู้วิธีป้องกันและเตรียมรับมือเพื่อไม่ให้ปากแตกจนเสียบุคลิกภาพหรือเกิดความเจ็บปวดซ้ำซากได้ ดังนี้
• กลุ่มคนที่ดื่มน้ำน้อยในแต่ละวัน ผู้ที่ละเลยการดื่มน้ำมักประสบปัญหาผิวขาดสมดุลจนส่งผลให้เกิดอาการปากแตกเป็นประจำ เนื่องจากร่างกายไม่มีน้ำเพียงพอไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวบอบบางทำให้ปากแตกและแห้งกร้านได้ง่ายกว่าปกติ การปรับพฤติกรรมมาดื่มน้ำให้บ่อยขึ้นจึงเป็นวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ช่วยลดความรุนแรงของแผลได้ดี
• กลุ่มคนที่ชอบเลียหรือเม้มปากบ่อย ๆ พฤติกรรมความเคยชินในการใช้ลิ้นเลียริมฝีปากเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ปากแตกได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเอนไซม์จากน้ำลายจะดึงความชุ่มชื้นออกไปจนทำให้ปากแตกและเกิดรอยแยกที่สร้างความเจ็บแสบ คนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องใช้ความพยายามในการงดพฤติกรรมดังกล่าวและเปลี่ยนมาทาลิปบำรุงแทน
• ผู้ที่ทำงานในห้องแอร์หรือที่เย็นจัด พนักงานออฟฟิศที่ต้องสัมผัสอากาศแห้งจากเครื่องปรับอากาศตลอดวันมักจะมีภาวะปากแตกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความชื้นสัมพัทธ์ที่ต่ำในห้องแอร์จะดึงน้ำออกจากผิวริมฝีปากจนทำให้ปากแตกและลอกเป็นแผ่นขาว การพกลิปมันไว้ทาระหว่างวันจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับกลุ่มคนที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้งเช่นนี้
• ผู้ที่ออกแดดหรือทำงานกลางแจ้งบ่อย รังสียูวีจากแสงแดดเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำลายคอลลาเจนและทำให้เกิดอาการปากแตกหมองคล้ำสะสม คนที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ โดยไม่ป้องกันมักพบว่าปากแตกและอักเสบได้ง่ายกว่าคนทั่วไป การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีสารป้องกันแสงแดดจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการถนอมผิวริมฝีปากไม่ให้พัง
• กลุ่มผู้สูงอายุที่มีผิวพรรณเริ่มบางลง เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมไขมันและการกักเก็บความชุ่มชื้นจะลดลงตามวัยจนส่งผลให้ปากแตกได้ง่ายขึ้นมาก ลักษณะโครงสร้างผิวที่ฝ่อตัวลงตามธรรมชาติทำให้ความยืดหยุ่นหายไปและเกิดรอยปากแตกลึกได้ง่าย การดูแลเป็นพิเศษด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้สูงวัยเพื่อรักษาความชุ่มชื้น
• ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิแพ้ผิวหนัง คนที่มีอาการภูมิแพ้มักจะมีผิวที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงและมีโอกาสเกิดภาวะปากแตกจากการแพ้สิ่งต่าง ๆ ได้ง่าย รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยารักษาโรคบางชนิดที่ส่งผลข้างเคียงทำให้ร่างกายขาดน้ำจนปากแตกและแห้งลอกรุนแรง กลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีบำรุงที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสภาพร่างกายที่บอบบางเป็นพิเศษ
• ผู้ที่ขาดสารอาหารหรือกลุ่มมังสวิรัติ คนที่ไม่เน้นทานเนื้อสัตว์หรือผักใบเขียวอาจขาดวิตามินบีซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้ปากแตกเรื้อรังไม่หาย การได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อผิวไม่ครบถ้วน จะทำให้ภูมิต้านทานผิวต่ำและเสี่ยงต่ออาการปากแตกที่มุมปาก การเสริมวิตามินบำรุงควบคู่ไปกับการทานอาหารที่ดี จะช่วยให้กลุ่มนี้มีสุขภาพริมฝีปากที่เนียนนุ่มขึ้นได้

(รีวิว) ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ปากแตกเรื้อรังควรเลี่ยงพฤติกรรมอะไรบ้าง
การรักษาอาการปากแตกให้หายขาดนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว หากคุณไม่อยากให้ปัญหาสุขภาพริมฝีปากลุกลามจนกลายเป็นแผลเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กระตุ้นให้ปากแตก มีดังนี้
การเลียริมฝีปากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าน้ำลายช่วยให้ผิวหายแห้ง แต่แท้จริงแล้วเอนไซม์ในน้ำลายจะยิ่งทำลายผิวจนทำให้ปากแตกรุนแรง เมื่อน้ำลายระเหยออกไปจะดึงเอาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติออกจากผิวไปจนหมด ส่งผลให้เกิดอาการปากแตกแห้งกร้านกว่าเดิม พฤติกรรมเลียปากบ่อยๆ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แผลไม่หายสนิทเสียทีและอาจนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังที่รักษายาก
การแกะ เกา หรือดึงหนังที่ลอกออก
เมื่อเห็นผิวหนังลอกเป็นขุย หลายคนมักอดไม่ได้ที่จะดึงออก ซึ่งการกระทำนี้จะยิ่งทำให้รอยปากแตกลึกลงไปถึงชั้นเนื้อเยื่อ การดึงหนังที่ยังไม่หลุดออกตามธรรมชาติจะทำให้ผิวอักเสบ มีเลือดออก และทำให้แผลปากแตกหายช้าลงกว่าเดิมมาก รอยแผลที่เกิดจากการแกะเกาอาจกลายเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจนทำให้บริเวณที่ปากแตกเกิดการติดเชื้อและบวมแดง
การใช้ลิปสติกที่มีสารเคมีหรือน้ำหอม
สำหรับผู้ที่มีอาการปากแตกเป็นประจำ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ลิปสติกที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารกันเสียเข้มข้น สารเคมีเหล่านี้จะเข้าไประคายเคืองผิวบอบบางและทำลายเกราะป้องกันผิว จนทำให้ปัญหาปากแตกทวีความรุนแรงมากขึ้น หากยังฝืนใช้เครื่องสำอางที่แพ้ต่อไป ร่างกายจะตอบสนองด้วยการอักเสบและทำให้มีอาการปากแตกแห้งลอกเป็นแผ่นไม่จบสิ้น
การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
สารนิโคตินในบุหรี่และแอลกอฮอล์มีส่วนทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลโดยตรงทำให้ผิวริมฝีปากแห้งและปากแตก บุหรี่ยังทำลายเส้นเลือดฝอยบริเวณริมฝีปาก ทำให้การฟื้นฟูเนื้อเยื่อบริเวณที่ปากแตกเป็นไปได้อย่างล่าช้าและมีสีคล้ำ นอกจากนี้ความร้อนจากควันบุหรี่ยังเป็นตัวการที่ทำให้ผิวสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงจนเกิดอาการปากแตกระคายเคืองได้ง่าย
การรับประทานอาหารรสจัดเกินไป
อาหารที่มีรสเค็มจัดหรือเผ็ดร้อนเกินไปสามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังที่กำลังอ่อนแอจนทำให้ปากแตกแสบร้อน โซเดียมที่สูงในอาหารรสเค็มจะดูดซับความชุ่มชื้นออกจากเซลล์ผิว ส่งผลให้ริมฝีปากแห้งผากและเกิดรอยปากแตกได้ง่ายขึ้น หากคุณอยู่ในช่วงที่ผิวลอกควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องสัมผัสกับริมฝีปากโดยตรงเพื่อป้องกันไม่ให้แผลปากแตกเกิดการอักเสบ
การปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำนาน ๆ
การดื่มน้ำน้อยเกินไปคือพฤติกรรมพื้นฐานที่ทำให้ผิวพรรณไม่สดใสและเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะปากแตกเรื้อรัง เมื่อปริมาณน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ ผิวหนังส่วนที่บอบบางที่สุดอย่างริมฝีปากจะแสดงอาการปากแตกและลอกออกเป็นอันดับแรก ๆ เราไม่ควรปล่อยให้รู้สึกกระหายน้ำแล้วค่อยดื่ม เพราะนั่นคือสัญญาณว่าร่างกายขาดน้ำจนส่งผลให้ปากแตกและผิวแห้งไปแล้ว
การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์หรือสารซักฟอก
ยาสีฟันบางยี่ห้อมีส่วนประกอบของสารที่ทำให้เกิดฟองหรือฟลูออไรด์เข้มข้น ซึ่งอาจทำให้บางคนเกิดอาการแพ้และปากแตก หากหลังแปรงฟันแล้วรู้สึกแสบหรือตึงบริเวณรอบปาก นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ายาสีฟันกำลังทำให้คุณมีอาการปากแตก สารเหล่านี้จะเข้าไปชะล้างไขมันตามธรรมชาติบนริมฝีปากออกไปจนหมด ทำให้ผิวไวต่อความแห้งและเกิดอาการปากแตกได้

(รีวิว) ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ปากแตกควรดูแลตัวเองอย่างไรให้ถูกวิธี
เมื่อเริ่มต้นมีอาการปากแตก การรีบฟื้นฟูผิวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเจ็บปวดและป้องกันไม่ให้แผลลุกลามจนติดเชื้อ การปรับพฤติกรรมควบคู่ไปกับการเติมความชุ่มชื้นจะช่วยเปลี่ยนริมฝีปากที่ปากแตกให้กลับมาเนียนนุ่มสุขภาพดีอีกครั้ง โดยขั้นตอนการดูแลตัวเองที่ถูกต้องเพื่อบอกลาปัญหาผิวแห้งลอก มีดังนี้
• ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน การดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วจะช่วยเติมความชุ่มชื้นจากภายในและลดการเกิดอาการปากแตกได้อย่างเห็นผล เมื่อร่างกายมีน้ำหล่อเลี้ยงสมบูรณ์ ผิวริมฝีปากที่เคยปากแตกจะค่อย ๆ กลับมายืดหยุ่นและดูอิ่มเอิบขึ้นตามธรรมชาติ
• ทาลิปบาล์มที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ควรใช้ลิปบาล์มที่มีส่วนประกอบของน้ำมันมะพร้าวหรือไขผึ้งเพื่อช่วยเคลือบผิวที่ปากแตกและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ การหมั่นทาลิปบำรุงบ่อย ๆ ตลอดวันจะช่วยสมานรอยปากแตกให้เรียบเนียนและป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากชั้นผิว
• หลีกเลี่ยงการเลียหรือแกะริมฝีปาก ต้องมีสติและหยุดพฤติกรรมเลียปากเพราะน้ำลายจะทำให้ปากแตกแห้งลอกมากกว่าเดิมจนน่ารำคาญใจ รวมถึงการไม่แกะดึงหนังที่ลอกออกเพราะจะทำให้ปากแตกจนมีเลือดออกและเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นเรื้อรัง
• สครับปากอย่างอ่อนโยนสัปดาห์ละครั้ง เมื่อผิวเริ่มแข็งแรงขึ้นให้ใช้สครับสูตรอ่อนโยนขัดวนเบา ๆ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ปากแตกและแห้งกร้านให้หลุดลอกออก การสครับที่ถูกวิธีจะช่วยเผยผิวใหม่ที่เนียนนุ่มและลดการสะสมของคราบขาวบริเวณที่ปากแตกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• เลือกใช้ลิปมันที่มีค่า SPF ป้องกันแดด แสงแดดเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวสูญเสียน้ำรวดเร็ว การทาลิปมันป้องกันยูวีจะช่วยลดโอกาสเกิดปากแตกจากการถูกเผาไหม้ ควรพกติดตัวไว้ทาเสมอเมื่อต้องออกแดดเพื่อปกป้องริมฝีปากไม่ให้ปากแตกหมองคล้ำและแสบแดงในช่วงกลางวัน
• เน้นรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี ควรทานผักใบเขียว ธัญพืช หรือไข่ เพื่อเสริมสร้างวิตามินบีที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อบริเวณที่ปากแตกให้หายเร็วขึ้น การบำรุงด้วยสารอาหารที่ถูกต้องจะช่วยสร้างเกาะป้องกันให้ผิวแข็งแรงและลดปัญหาปากแตกที่เกิดจากการขาดวิตามิน
• ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้องปรับอากาศ หากต้องอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ควรใช้เครื่องเพิ่มความชื้นเพื่อไม่ให้อากาศแห้งจนทำให้ปากแตกและผิวหน้าลอก สภาพแวดล้อมที่สมดุลจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นบนใบหน้าและลดการเกิดปากแตกในช่วงที่ต้องทำงานเป็นเวลานาน
• ทำความสะอาดปากหลังทานอาหารทุกครั้ง ควรใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดคราบอาหารหรือซอสรสจัดออกทันทีเพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองจนปากแตกแสบร้อน การรักษาความสะอาดเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและป้องกันไม่ให้ปากแตกเกิดการอักเสบซ้ำ

(รีวิว) ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ส่วนผสมในลิปบาล์มที่ช่วยฟื้นฟูปากแตก
การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปากที่เหมาะสม จำเป็นต้องพิจารณาจากส่วนผสมที่สามารถเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ เพื่อแก้ไขปัญหาปากแตกได้อย่างถูกจุด สารสกัดที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิวจะช่วยสมานรอยแยกและลดการอักเสบของผิวหนังที่กำลังปากแตกให้กลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง ดังนี้
• เชียบัตเตอร์ (Shea Butter) สารสกัดจากธรรมชาติชนิดนี้มีกรดไขมันเข้มข้นที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวและลดการเกิดอาการปากแตกได้อย่างดีเยี่ยม คุณสมบัติในการต้านการอักเสบจะช่วยปลอบประโลมแผลปากแตกให้ค่อยๆ สมานตัวและเนียนนุ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
• ขี้ผึ้งธรรมชาติ (Beeswax) ขี้ผึ้งจะช่วยสร้างเกราะป้องกันผิวเพื่อไม่ให้ความชื้นระเหยออกไปจนทำให้ปากแตกรุนแรงในช่วงที่อากาศแห้ง การใช้ลิปที่มีส่วนผสมของขี้ผึ้งจะช่วยลดการเสียดสีและป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่รอยปากแตกได้ดี
• น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil) น้ำมันมะพร้าวมีพลังในการแทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้ลึก ช่วยฟื้นฟูริมฝีปากที่ปากแตกให้กลับมาอ่อนนุ่มและอิ่มเอิบ วิตามินอีที่มีอยู่ตามธรรมชาติในน้ำมันมะพร้าวจะช่วยเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่มาทดแทนส่วนที่ปากแตกและลอกออก
• วิตามินอี (Vitamin E) วิตามินอีทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวและฟื้นฟูรอยปากแตกให้จางหายไปได้อย่างรวดเร็ว การบำรุงด้วยวิตามินอีอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวและลดความเสี่ยงไม่ให้ปากแตกซ้ำในที่เดิม
• ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ว่านหางจระเข้มีฤทธิ์เย็นที่ช่วยลดอาการแสบร้อนจากภาวะปากแตกและช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างอ่อนโยน สารสกัดชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและมีปัญหาปากแตกอักเสบที่ต้องการการบำรุงที่ปราศจากความมันเหนอะหนะ
• โจโจ้บาออยล์ (Jojoba Oil) น้ำมันชนิดนี้มีโครงสร้างคล้ายน้ำมันบนผิวหนังมนุษย์ จึงช่วยปรับสมดุลและลดอาการปากแตกแห้งกร้านได้ทันทีที่ทา โจโจ้บาออยล์จะทำหน้าที่เคลือบปิดรอยแยกเล็ก ๆ บนผิวริมฝีปากเพื่อป้องกันไม่ให้ปากแตกลุกลามจนเป็นแผลลึก

ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ปากแตกแห้งลอกแก้ไขได้อย่างไร
การรับมือกับปัญหาปากแตกอย่างถูกวิธีจะช่วยเปลี่ยนริมฝีปากที่แห้งเป็นขุยให้กลับมาเรียบเนียนและดูสุขภาพดีขึ้นได้ หากคุณกำลังเผชิญกับความเจ็บแสบและต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน วิธีการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาอาการปากแตก มีดังนี้
การเติมความชุ่มชื้นจากภายในด้วยการดื่มน้ำ
การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเติมน้ำให้เซลล์ผิวและลดอาการปากแตกได้อย่างเห็นผลชัดเจน เมื่อร่างกายชุ่มชื้น ผิวริมฝีปากที่เคยแห้งตึงจะกลับมายืดหยุ่นและช่วยให้รอยปากแตกสมานตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ควรจิบน้ำบ่อยๆ ตลอดวันเพื่อคงสมดุลความชุ่มชื้นและป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้านจนกลับมาลอกเป็นแผ่นซ้ำซาก
การใช้ลิปบาล์มหรือปิโตรเลียมเจลลี่เป็นประจำ
ควรหมั่นทาลิปบาล์มสูตรเข้มข้นเพื่อสร้างเกราะป้องกัน และช่วยปกปิดรอยปากแตกไม่ให้สัมผัสกับอากาศที่แห้งจัด ส่วนผสมจากปิโตรเลียมเจลลี่ จะช่วยล็อคความชุ่มชื้นใต้ผิวและป้องกันไม่ให้แผลปากแตกระคายเคืองจากสิ่งภายนอก การบำรุงด้วยลิปมันคุณภาพดีอย่างต่อเนื่อง จะช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อให้กลับมาเนียนนุ่มและลดความเจ็บแสบได้อย่างดี
การประคบเย็นเพื่อลดอาการอักเสบและบวม
หากมีอาการปากแตกลึกจนเริ่มมีอาการบวมแดง การประคบเย็นด้วยผ้าสะอาดจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ทันที ความเย็นจะช่วยลดการอักเสบและช่วยให้ผิวที่ปากแตกรู้สึกผ่อนคลาย พร้อมทั้งช่วยให้เลือดหยุดไหลซึมได้เร็วกว่าเดิม หลังจากประคบเสร็จแล้วควรรีบทาลิปบำรุงทับทันทีเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ช่วยสมานแผลให้หายสนิทไวขึ้น
การสครับผิวอย่างอ่อนโยนเมื่อเริ่มตกสะเก็ด
เมื่อผิวเริ่มตกสะเก็ดให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นนวดวนเบาๆ เพื่อกำจัดส่วนที่ปากแตกให้หลุดออกไปอย่างนุ่มนวล ห้ามแกะหรือดึงหนังที่ลอกด้วยมือโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้รอยปากแตกฉีกขาดและอักเสบรุนแรงมากกว่าเก่า การสครับที่ถูกวิธีจะช่วยเผยผิวใหม่ที่แข็งแรงและช่วยให้ผลิตภัณฑ์บำรุงซึมซาบเข้าสู่ริมฝีปากได้มีประสิทธิภาพ
การปรับเปลี่ยนยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปาก
บางครั้งสาเหตุแฝงที่ทำให้ปากแตกไม่หายขาดอาจเกิดจากการแพ้สารซักฟอกหรือฟลูออไรด์ในยาสีฟันที่ใช้ประจำ ควรเปลี่ยนมาใช้สูตรที่อ่อนโยนต่อผิวเพื่อลดการระคายเคืองที่กระตุ้นให้ปากแตกและแสบแดงรอบริมฝีปากบ่อย ๆ การหลีกเลี่ยงสารเคมีที่รุนแรงจะช่วยลดโอกาสเกิดอาการอักเสบและช่วยให้ผิวริมฝีปากฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน

(รีวิว) ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
อาการปากแตกแบบไหนที่ควรพบแพทย์
แม้ว่าอาการปากแตกส่วนใหญ่จะสามารถดูแลให้หายเองได้ที่บ้าน แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่อันตรายเกินกว่าจะละเลยได้ หากคุณพบว่าอาการปากแตกที่เป็นอยู่มีความผิดปกติหรือรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สัญญาณที่บ่งบอกว่าควรปรึกษาแพทย์ ดังนี้
• อาการปากแตกเรื้อรังนานเกินกว่าสองสัปดาห์ หากดูแลตัวเองอย่างเต็มที่แล้วแผลปากแตกยังไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุแฝง ภาวะปากแตกที่ไม่ยอมหายอาจเกิดจากการขาดสารอาหารรุนแรงหรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ต้องรีบรักษา
• มีการติดเชื้อจนเป็นตุ่มหนองรอบรอยปากแตก เมื่อบริเวณที่ปากแตกเริ่มมีตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง หรือมีน้ำเหลืองซึมออกมา นั่นคือสัญญาณชัดเจนของการติดเชื้อ การปล่อยให้ปากแตกติดเชื้อลุกลามอาจทำให้อักเสบหนักขึ้นจนต้องใช้ยาปฏิชีวนะภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
• ปากแตกพร้อมมีเลือดออกรุนแรงและเจ็บปวดมาก ในกรณีที่ปากแตกลึกจนเลือดไหลไม่หยุดหรือสร้างความเจ็บปวดรุนแรงจนกระทบต่อการกินอาหารและการพูดคุย อาการปากแตกที่รุนแรงเช่นนี้อาจเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นหรือการอักเสบในระดับเนื้อเยื่อชั้นลึกที่ต้องได้รับยาเฉพาะทาง
• ปากแตกพ่วงด้วยผื่นคันหรือบวมแดงผิดปกติ หากอาการปากแตกมาพร้อมกับผื่นคันลามไปที่ใบหน้าหรือมีอาการริมฝีปากบวมโตอย่างรวดเร็วอาจเป็นการแพ้ขั้นรุนแรง ปฏิกิริยาแพ้ที่ทำให้ปากแตกและบวมอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจจึงควรได้รับการวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน
• อาการปากแตกที่มาพร้อมกับไข้หรืออ่อนเพลีย ภาวะปากแตกที่มีอาการตัวร้อนหรือหนาวสั่นร่วมด้วย อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือโรคติดเชื้อไวรัส ไม่ควรซื้อยามาทานเองหากปากแตกร่วมกับอาการทางร่างกายอื่น ๆ เพราะอาจทำให้การวินิจฉัยโรคจริงคลาดเคลื่อน

(รีวิว) ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หัตถการที่ช่วยรักษาปากแตกมีอะไรบ้าง
นอกจากการทาครีมบำรุงแล้ว ยังมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูอาการปากแตกได้และเห็นผลชัดเจนกว่าการดูแลตัวเองทั่วไป สำหรับผู้ที่มีปัญหาปากแตกเรื้อรังจนเสียความมั่นใจและต้องการกู้คืนความเนียนนุ่มให้ริมฝีปากโดยมีหัตถการที่น่าสนใจ ดังนี้
• การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ริมฝีปาก สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวและลดร่องลึกที่เกิดจากอาการปากแตกได้ทันที การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์นอกจากจะช่วยให้ปากดูอวบอิ่มแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้ปากแตกซ้ำซากด้วยการเติมน้ำให้ผิวจากภายใน
• การทำโปรแกรมเลเซอร์ฟื้นฟูริมฝีปาก พลังงานเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ปากแตกแห้งกร้านให้หลุดลอกออกอย่างอ่อนโยน หลังทำจะสังเกตได้ว่ารอยหมองคล้ำลดลงและปัญหาปากแตกลอกเป็นขุยจะค่อย ๆ จางลงเผยผิวที่ดูสุขภาพดี
• การทำโปรแกรมทรีตเมนต์ผลักวิตามิน การใช้คลื่นความถี่ผลักวิตามินเข้มข้นเข้าสู่ชั้นผิวช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ปากแตกให้กลับมาแข็งแรงและชุ่มชื้นขึ้นอย่างล้ำลึก วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการบำรุงเพื่อสมานรอยปากแตกโดยไม่ต้องพักฟื้น
• การทำมาส์กริมฝีปาก โปรแกรมทรีตเมนต์มาส์กสูตรเฉพาะที่มีสารสกัดเข้มข้นจะช่วยเคลือบปิดรอยปากแตกและเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หัตถการนี้ช่วยปลอบประโลมผิวจากการอักเสบเนื่องจากอาการปากแตกและช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นทนต่อสภาพอากาศ

(รีวิว) ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาปากแตก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
สรุป วิธีแก้และป้องกันปากแตกให้ได้ผลในระยะยาว
การจัดการกับปัญหาปากแตกอย่างมีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ลดความเสี่ยง ควรหมั่นเติมความชุ่มชื้นจากภายในด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ ควบคู่ไปกับการใช้ลิปบาล์มที่มีสารสกัดธรรมชาติเพื่อป้องกันผิวริมฝีปากแห้งลอก หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการเลียหรือแกะริมฝีปาก ที่อาจทำให้อาการปากแตกรุนแรงจนเกิดการอักเสบ และทิ้งรอยแผลเรื้อรังที่รักษายากในอนาคต หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น
การปรึกษาแพทย์หรือทำหัตถการความงามก็เป็นทางเลือกที่ช่วยกู้คืนความเรียบเนียนอิ่มเอิบได้ การใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยในทุกวันจะช่วยรักษาเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง สุขภาพดี และบอกลาปัญหาผิวริมฝีปากพังได้อย่างยั่งยืน สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ค่ะ
สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ ปากแตกแห้งลอก สาเหตุเกิดจากอะไร วิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร,ปากแตก หรือสอบถามรายละเอียด โปรโมชั่นพิเศษ หรือ หัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ทุกช่องทางค่ะ
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ Apex Clinic สาขาเพลินจิต
รวมวิธีแก้ปากแตกที่ได้ผล ตั้งแต่การดูแลตัวเองไปจนถึงหัตถการความงาม บอกลาปัญหาปากแตกลอกเป็นแผ่น พร้อมเทคนิคป้องกันปากแตกเรื้อรัง ปากแตกเกิดจากอะไร รวมสาเหตุ วิธีแก้ไข และการป้องกันที่ได้ผลจริง