บทความเกี่ยวกับ : ปากลอก
ปากลอกหนักเป็นขุย เกิดจากอะไร และดูแลอย่างไรให้ชุ่มชื้น
ปากลอกหนักเกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลให้กลับมาชุ่มชื้น
ปัญหาปากลอกรุนแรงจนแห้งแตกเป็นขุย ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความมั่นใจในบุคลิกภาพเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติของสุขภาพและการดูแลตัวเองที่มองข้ามไป โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรือการแพ้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การทำความเข้าใจต้นตอของอาการปากลอกจึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุดและมีประสิทธิภาพ APEX จะพาทุกคนไปรู้จักสาเหตุ พร้อมแชร์วิธีฟื้นฟูริมฝีปากให้กลับมาเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง
ปาก มีหน้าที่อะไร ลักษณะปากสวยดูดี มีวิธีทำอย่างไร
ปากลอกหนัก คืออะไร
อาการปากลอกหนัก คือ ภาวะที่ผิวหนังบริเวณริมฝีปากสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรุนแรงจนเกิดการแห้งกร้าน แตกเป็นขุย หรือหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บแสบหรือเลือดออกซิบได้ โดยลักษณะของปากลอกในระดับรุนแรงมักมีสาเหตุมาจากเกราะป้องกันผิวบริเวณริมฝีปากถูกทำลายจากปัจจัยภายนอกและภายในร่างกายที่สะสมมานาน
ลักษณะของอาการปากลอก
การสังเกตลักษณะของอาการปากลอกอย่างละเอียด จะช่วยให้เราประเมินความรุนแรงและหาวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยความผิดปกติที่เกิดขึ้นบนริมฝีปากมักจะแสดงออกมาในหลายรูปแบบ ซึ่งส่งผลต่อความรู้สึกและการใช้ชีวิตประจำวันแตกต่างกันไป สำหรับอาการปากลอกที่พบได้บ่อยมีลักษณะดังนี้
• ริมฝีปากแห้งตึงและแตกเป็นร่อง เริ่มต้นจากความรู้สึกผิวบริเวณริมฝีปากขาดความยืดหยุ่นจนเกิดอาการปากลอกเป็นเส้นริ้วขนาดเล็กตามร่องปาก ซึ่งหากไม่รีบเติมความชุ่มชื้นจะทำให้รอยแตกเหล่านั้นลึกขึ้นจนกลายเป็นอาการปากลอกที่สร้างความเจ็บปวดขณะขยับปากพูดหรือรับประทานอาหาร
• ผิวริมฝีปากหลุดลอกเป็นแผ่นหรือขุยขาว พบภาวะเซลล์ผิวชั้นนอกตายและแห้งตัวจนเกิดอาการปากลอกเป็นแผ่นบาง ๆ หรือเป็นขุยสีขาวกระจายอยู่ทั่วบริเวณริมฝีปาก ซึ่งการพยายามดึงหรือแกะส่วนที่ปากลอกออกมานั้นอาจทำให้ผิวหนังชั้นในอักเสบและเกิดบาดแผลรุนแรงกว่าเดิมได้
• มีอาการแสบร้อนและมีเลือดออกซิบ ในรายที่มีอาการปากลอกรุนแรงมักจะพบการอักเสบร่วมด้วยจนทำให้รู้สึกแสบคันและผิวหนังแดงก่ำกว่าปกติ ส่งผลให้บริเวณที่ปากลอกนั้นมีความบอบบางมากจนมีเลือดไหลซึมออกมาตามรอยแตกและอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี
ปากลอกหนัก เกิดจากอะไร
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการปากลอกนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุทั้งจากพฤติกรรมส่วนตัว สภาพแวดล้อมรอบตัว หรือแม้แต่ภาวะความผิดปกติภายในร่างกายที่แสดงผลออกมาผ่านทางริมฝีปาก การตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาปากลอกได้ ดังนี้
ปากลอกจากร่างกายขาดน้ำ
เมื่อร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการจะส่งผลให้ผิวพรรณทั่วร่างกายรวมถึงริมฝีปากขาดความชุ่มชื้นจนเกิดอาการปากลอกตามมาได้ง่ายเนื่องจากริมฝีปากเป็นส่วนที่ไม่มีต่อมไขมันช่วยเคลือบผิว การปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำนานๆ จึงเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ปากลอกเป็นขุยและแตกแห้ง ดังนั้นการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันจึงเป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยป้องกันไม่ให้ริมฝีปากเสียสมดุล
ปากลอกจากสภาพอากาศ
การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานานหรือการเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีความชื้นต่ำมักส่งผลโดยตรงทำให้ปากลอกเนื่องจากความชื้นในผิวถูกดูดออกไปสู่บรรยากาศอย่างรวดเร็ว หากไม่มีการทาลิปมันบำรุงเพื่อสร้างเกราะป้องกันผิวไว้ก็จะยิ่งซ้ำเติมให้ปากลอกรุนแรงจนถึงขั้นเลือดออกได้ง่ายขึ้น การปกป้องริมฝีปากจากมลภาวะและสภาพอากาศที่รุนแรงจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง
ปากลอกจากการชอบเลียริมฝีปากบ่อย ๆ
หลายคนเข้าใจผิดว่าการเลียริมฝีปากจะช่วยให้ปากชุ่มชื้นแต่ในความเป็นจริงเอนไซม์ในน้ำลายจะยิ่งเข้าไปทำลายน้ำมันตามธรรมชาติจนทำให้ปากลอกหนักกว่าเดิม เมื่อน้ำลายระเหยไปจะดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากริมฝีปากไปด้วยส่งผลให้เกิดวงจรปากลอกซ้ำซากไม่จบสิ้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการหยุดเลียริมฝีปากและเปลี่ยนมาใช้ลิปบาล์มแทนจะช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงได้
ปากลอกจากการแพ้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ที่ใช้
สารสกัดในยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หรือแม้แต่ลิปสติกที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองจนทำให้ปากลอกรุนแรงได้โดยที่เราไม่รู้ตัว หากใช้ผลิตภัณฑ์ใดแล้วรู้สึกคัน ยิบๆ หรือริมฝีปากมีสีคล้ำลงร่วมกับอาการปากลอกควรรีบหยุดใช้ทันทีและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะการแพ้สารเคมีเหล่านี้เป็นสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ผิวริมฝีปากอักเสบเรื้อรัง
ปากลอกจากการขาดวิตามินและสารอาหาร
การขาดวิตามินบี 2 และสารอาหารกลุ่มธาตุเหล็กหรือสังกะสีมีส่วนสำคัญที่ทำให้สุขภาพผิวบริเวณริมฝีปากอ่อนแอลงจนเกิดอาการปากลอกและเป็นแผลที่มุมปากได้ง่าย การรับประทานอาหารไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการส่งผลให้กระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวหยุดชะงักและนำไปสู่ปัญหาปากลอกเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาดเสียที การเสริมวิตามินและสารอาหารจึงเป็นทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาจากภายในได้ดี
ปากลอกจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด
ยารักษาสิวในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอหรือยาขับปัสสาวะบางประเภทมีฤทธิ์ลดการทำงานของต่อมไขมันและขับน้ำออกจากร่างกายซึ่งส่งผลข้างเคียงทำให้ปากลอกได้ค่อนข้างรุนแรง ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคด้วยยาเหล่านี้มักจะพบปัญหาปากลอกเป็นประจำจึงจำเป็นต้องเพิ่มการดูแลริมฝีปากให้มากกว่าปกติด้วยการทาสารเคลือบผิวบ่อยๆ เพื่อลดผลกระทบจากการใช้ยาและรักษาความชุ่มชื้นไว้ให้ได้มากที่สุด
ปากลอกจากการสัมผัสแสงแดดจัด
ริมฝีปากเป็นบริเวณที่บอบบางและไวต่อแสงรังสี UV มากกว่าผิวส่วนอื่นหากต้องออกไปเจอแสงแดดแรงโดยไม่มีการป้องกันจะทำให้ปากลอกและผิวบริเวณนั้นเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว แสงแดดจะเข้าไปทำลายคอลลาเจนและทำให้ผิวริมฝีปากกร้านแดดจนเกิดอาการปากลอกสะสมและเสี่ยงต่อการเกิดรอยคล้ำดำที่ไม่พึงประสงค์ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF สำหรับริมฝีปากจึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการดูแลสุขภาพผิว

ปากลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาขอบปากลอก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ทำไมริมฝีปากลอกง่ายกว่าผิวส่วนอื่น
โครงสร้างของริมฝีปาก มีความพิเศษและแตกต่างจากผิวหนังส่วนอื่นบนร่างกายอย่างมากจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงมีอาการปากลอกได้ง่ายกว่าปกติหากขาดการดูแลที่เหมาะสม ปัจจัยทางกายภาพส่งผลให้ผิวบริเวณนี้มีความบอบบางและไวต่อมลภาวะจนเกิดปัญหาปากลอกสะสมได้บ่อยครั้ง ดังนี้
• โครงสร้างผิวหนังที่บางกว่าปกติ ผิวริมฝีปากมีความหนาของชั้นขี้ไคลน้อยมากทำให้เสี่ยงต่ออาการปากลอกได้ง่ายกว่าผิวส่วนอื่นที่หนากว่า และความบางนี้ยังส่งผลให้ความชุ่มชื้นระเหยออกไปได้รวดเร็วขึ้นจนเกิดปัญหาปากลอกตามมา
• ไม่มีต่อมไขมันและต่อมเหงื่อ ริมฝีปากเป็นส่วนที่ไม่มีการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติออกมาเคลือบผิวเพื่อป้องกันอาการปากลอกเหมือนผิวบริเวณใบหน้า เมื่อขาดเกราะป้องกันความชื้นจึงมักพบภาวะปากลอกแห้งกร้านได้ในทุกสภาพอากาศ
• ไม่มีเมลานินช่วยป้องกันแสงแดด ผิวบริเวณนี้มีเม็ดสีน้อยมากทำให้ขาดเกราะป้องกันรังสี UV จนนำไปสู่ปัญหาปากลอกจากการถูกแสงแดดทำร้าย และความร้อนยังเป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์ผิวริมฝีปากเสื่อมสภาพและปากลอกเป็นแผ่นได้ง่ายขึ้น
ปากลอกหนักส่งผลต่อบุคลิกภาพอย่างไร
การมีริมฝีปากที่เนียนนุ่มและสุขภาพดีเป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยเสริมสร้างเสน่ห์และความมั่นใจให้กับบุคคลได้เป็นอย่างดี ในทางตรงกันข้ามหากปล่อยให้เกิดปัญหาปากลอกรุนแรงย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ภายนอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผลกระทบจากการมีอาการปากลอกนั้นส่งผลต่อความมั่นใจ ดังนี้
• ทาลิปสติกได้ยากขึ้น สำหรับผู้ที่รักการแต่งหน้าปัญหาปากลอกถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะลิปสติกจะไม่สามารถทาได้เรียบเนียนและมักจะตกร่องหรือจับตัวเป็นก้อนตามแผ่นผิวที่ชำรุด การพยายามปกปิดอาการปากลอกด้วยการทาลิปสติกทับซ้ำ ๆ ยิ่งจะเน้นให้เห็นรอยแห้งแตกชัดเจนยิ่งขึ้นและทำให้ภาพลักษณ์การแต่งหน้าดูไม่ประณีตเท่าที่ควร
• สร้างความกังวลในการพบปะผู้คน ปัญหาปากลอกมักทำให้เจ้าตัวเกิดความพะวงจนขาดสมาธิในการสื่อสารเพราะกลัวว่าแผ่นผิวที่ลอกออกมาจะดูไม่สวยงามหรือมีเลือดซิบออกมาในระหว่างพูด การที่มีปากลอกรุนแรงจึงทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเองไปอย่างมากและอาจแสดงท่าทางที่ดูประหม่าออกมาโดยไม่รู้ตัวจนเสียบุคลิกภาพที่ดี
• ทำให้ใบหน้าดูป่วย โทรม เมื่อริมฝีปากมีอาการปากลอกเป็นแผ่นหรือสะเก็ดจะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูโทรมและดูเหมือนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือขาดการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จนส่งผลให้รอยยิ้มที่ควรจะสดใสกลับถูกลดทอนความน่าดึงดูดลงเพราะปัญหาปากลอกที่เห็นเด่นชัดจนทำให้คนรอบข้างสังเกตเห็นถึงความแห้งกร้านได้อย่างง่ายดาย
• แสดงออกทางสีหน้าที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ เมื่อเกิดภาวะปากลอกจนแห้งแตกมักจะตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บแสบทุกครั้งที่ขยับปาก ส่งผลให้การพูดหัวเราะหรือการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าดูเกร็งและไม่เป็นธรรมชาติเพราะต้องคอยระวังไม่ให้แผลที่ปากลอกฉีกขาด การแสดงออกที่ดูฝืนธรรมชาติเช่นนี้ย่อมทำให้เสน่ห์เฉพาะตัวลดลงและทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย
ใครบ้างที่มีแนวโน้มปากลอกได้ง่าย
แม้ปัญหาปากลอกจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ด้วยไลฟ์สไตล์และปัจจัยทางร่างกายที่แตกต่างกันทำให้บางกลุ่มบุคคลมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการปากลอกได้บ่อยและรุนแรงกว่าคนทั่วไป การสำรวจพฤติกรรมตนเองว่าเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสปากลอกง่ายหรือไม่จะช่วยให้เตรียมการป้องกันได้ทันท่วงที ดังนี้
• ผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ห้องแอร์ตลอดเวลา การสัมผัสอากาศแห้งและเย็นเป็นเวลานานส่งผลให้ความชุ่มชื้นในเซลล์ผิวระเหยออกไปอย่างรวดเร็วจนเกิดภาวะปากลอกสะสมได้บ่อยครั้ง หากไม่มีการเติมความชุ่มชื้นระหว่างวันจะยิ่งทำให้ริมฝีปากอ่อนแอและปากลอกซ้ำซากจนรักษาได้ยาก
• ผู้ที่มีพฤติกรรมดื่มน้ำน้อยเกินไป เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำจะส่งผลให้ผิวริมฝีปากแห้งกร้านและเสียสมดุลจนเกิดอาการปากลอกออกมาเป็นแผ่นสีขาว การดื่มน้ำไม่เพียงพอจึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กลุ่มนี้มีปัญหาปากลอกรุนแรงและเป็นแผลแตกตามร่องปากได้ง่ายกว่าปกติ
• ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารรสจัด สารเคมีจากพริก เครื่องเทศ และโซเดียมในเกลือสามารถเข้าไปดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวและก่อให้เกิดการระคายเคืองจนทำให้ปากลอกได้ทันทีหลังรับประทาน อาการปากลอกในกลุ่มนี้มักมาพร้อมความรู้สึกแสบร้อนและการอักเสบแดงบริเวณขอบปาก
• กลุ่มผู้สูงอายุที่เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ เมื่ออายุมากขึ้นต่อมต่างๆ และกระบวนการกักเก็บน้ำในผิวจะทำงานลดประสิทธิภาพลงส่งผลให้เกิดภาวะปากลอกตามวัยได้ง่ายขึ้น ความบางของผิวหนังที่มากขึ้นในวัยชราทำให้เกิดอาการปากลอกและแตกแห้งเป็นร่องลึกซึ่งต้องได้รับการบำรุงที่เข้มข้น
• ผู้ที่ต้องรับประทานยาประจำตัวบางประเภท กลุ่มคนที่รักษาสิวด้วยยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอมักประสบปัญหาปากลอกรุนแรงเนื่องจากยาไปลดการผลิตน้ำมันทั่วร่างกาย ผลข้างเคียงนี้ทำให้ริมฝีปากบอบบางจนเกิดอาการปากลอกและแสบตึงซึ่งเป็นอาการปกติที่พบได้บ่อยในผู้ใช้ยาดังกล่าว
• ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้หรือต้องหายใจทางปาก เมื่อต้องหายใจผ่านทางปากแทนจมูกจะส่งผลให้ลมร้อนและอากาศไหลผ่านริมฝีปากอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดภาวะปากลอกจากการระเหยของน้ำในผิวที่รวดเร็วเกินไป นอกจากนี้กลุ่มที่มีอาการแพ้ฝุ่นหรือเกสรดอกไม้ยังมีแนวโน้มที่ผิวบริเวณนี้จะอักเสบและปากลอกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
พฤติกรรมที่ทำให้ปากลอกมีอะไรบ้าง
ปัญหาริมฝีปากแห้งแตกมักเกิดจากนิสัยความเคยชินในชีวิตประจำวันที่เราอาจมองข้ามจนกลายเป็นอาการปากลอกที่สร้างความรำคาญใจและเสียบุคลิกภาพอย่างมาก การทำความเข้าใจต้นเหตุที่ทำให้ปากลอกจะช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อฟื้นฟูสุขภาพผิวปากให้กลับมาเนียนนุ่มได้อีกครั้ง ดังนี้
• ปากลอกจากการเลียริมฝีปากบ่อย ๆ พฤติกรรมนี้ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปากลอกมากกว่าเดิมเนื่องจากเอนไซม์ในน้ำลายจะระเหยพาความชุ่มชื้นออกไปจนผิวปากแห้งตึงกว่าปกติ หากไม่เลิกนิสัยนี้จะทำให้เกิดอาการปากลอกเรื้อรังและอักเสบจนแสบแดงได้ในที่สุด
• ปากลอกจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ เมื่อร่างกายได้รับน้ำน้อยเกินไปจะส่งผลให้ผิวพรรณขาดความยืดหยุ่นรวมถึงริมฝีปากที่ไวต่อความแห้งจนเกิดอาการปากลอกเป็นขุยออกมาอย่างเห็นได้ชัด การปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำนาน ๆ จึงเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้ปากลอกบ่อยครั้ง
• ปากลอกจากการแกะหรือลอกหนังริมฝีปาก การใช้มือดึงแผ่นผิวหนังที่แห้งออกโดยตรงจะยิ่งทำลายเนื้อเยื่อชั้นดีจนทำให้ปากลอกและมีเลือดออกซิบจนกลายเป็นแผลเปิดได้ง่าย พฤติกรรมนี้จะทำให้ผิวปากบาดเจ็บและกระตุ้นให้เกิดอาการปากลอกซ้ำซากไม่หายขาดเสียที
• ปากลอกจากการแพ้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นลิปสติก ยาสีฟัน หรือน้ำยาบ้วนปากที่มีสารระคายเคืองล้วนส่งผลให้ปากลอกและมีอาการบวมแดงร่วมด้วยเสมอ หากยังฝืนใช้งานต่อไปจะทำให้ผิวปากบอบบางจนเกิดอาการปากลอกและทิ้งรอยดำคล้ำเอาไว้ในระยะยาว
• ปากลอกจากการเผชิญแสงแดดและลมแรง รังสี UV และสภาพอากาศที่แห้งแล้งคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายเกราะป้องกันผิวปากจนทำให้ปากลอกเป็นแผ่นหนาและสูญเสียคอลลาเจนไปอย่างรวดเร็ว หากไม่มีการทาลิปมันกันแดดปกป้องไว้จะพบว่ามีปัญหาปากลอกสะสมตลอดทั้งปี
• ปากลอกจากการขาดวิตามินและสารอาหาร โดยเฉพาะการขาดวิตามินบี 2 ซึ่งมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมเซลล์ผิวหากได้รับไม่พอจะทำให้ปากลอกตามขอบปากหรือที่เรียกว่าปากนกกระจอกได้ง่าย การรับประทานอาหารที่ไม่ครบถ้วนจึงเป็นปัจจัยแฝงที่ทำให้ปากลอกแบบไม่ทราบสาเหตุ
• ปากลอกจากการทานอาหารรสจัดเกินไป รสเผ็ดและรสเค็มจัดจะมีสารที่เข้าไปกัดกร่อนและดูดซับความชุ่มชื้นจากผิวสัมผัสจนทำให้ปากลอกและแสบร้อนทุกครั้งหลังมื้ออาหาร การสัมผัสกับเครื่องเทศที่เข้มข้นเป็นประจำจึงเป็นที่มาของอาการปากลอกและผิวปากหยาบกร้าน
รวม 8 วิธีดูแลปากลอกให้กลับมาชุ่มชื้น
เมื่อปัญหาริมฝีปากเริ่มรุนแรงจนส่งผลต่อความมั่นใจ การรู้วิธีฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะช่วยเปลี่ยนปากลอกให้กลับมาดูสุขภาพดีและเนียนนุ่มได้อีกครั้ง ซึ่งขั้นตอนการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อให้ผิวปากกลับมาอิ่มน้ำมีดังนี้
การสครับริมฝีปากอย่างเบามือ
การใช้สครับสูตรอ่อนโยนที่มีส่วนผสมของน้ำตาลผสมน้ำผึ้งช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปเพื่อลดปัญหาปากลอกอย่างได้ผล โดยควรทำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเพื่อไม่ให้ผิวระคายเคืองจนเกินไป การสครับผิวปากเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ใหม่ทำให้ปัญหาปากลอกลดน้อยลงและทำให้ริมฝีปากดูอมชมพูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การทาลิปบาล์มที่มีส่วนผสมที่ชุ่มชื้น
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เน้นการกักเก็บความชุ่มชื้นเพื่อช่วยเคลือบปิดผิวไม่ให้ปากลอกซ้ำซากในช่วงที่อากาศแห้งหรือเย็นจัด โดยเฉพาะสารสกัดจากเชียบัตเตอร์หรือน้ำมันมะพร้าวที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟื้นฟูปากลอกหนัก ๆ ให้กลับมานุ่มนวลอีกครั้ง การหมั่นเติมลิปบาล์มระหว่างวันจะช่วยป้องกันไม่ให้ปากลอกจนเกิดแผลหรือความรู้สึกแสบตึงได้ดี
การทำลิปมาสก์ก่อนนอน
เพื่อการฟื้นฟูอย่างล้ำลึก ในช่วงกลางคืนเป็นเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด การทาลิปมาสก์สูตรเข้มข้นจะช่วยเติมเต็มร่องลึกและจัดการปัญหาปากลอกได้อย่างตรงจุดตลอดการพักผ่อน เมื่อตื่นมาในตอนเช้าจะพบว่าคราบปากลอกที่เคยแข็งกระด้างจะนุ่มลงและหลุดลอกออกไปเองอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องออกแรงแกะดึงให้เกิดบาดแผลแต่อย่างใด
การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ
การดื่มน้ำสะอาดเป็นการบำรุงจากภายใน เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาผิวขาดน้ำซึ่งเป็นสาเหตุต้น ๆ ที่ทำให้ปากลอกรุนแรง การจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดทั้งวันจะช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิวหนังทั่วร่างกายรวมถึงริมฝีปากที่ไวต่อสัมผัส วิธีนี้จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการปากลอกในระยะยาวและช่วยให้ผิวปากดูอิ่มเอิบมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ริมฝีปาก
เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน สำหรับผู้ที่มีปัญหาปากลอกเรื้อรังเนื่องจากริมฝีปากแห้งและมีร่องลึก การใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิดจะช่วยกักเก็บน้ำในชั้นผิวได้ดี วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาปากลอกได้ค่อนข้างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน พอไฮยาลูรอนิกแอซิดเข้าไปเติมเต็มน้ำใต้ผิวจะทำให้ผิวปากเรียบเนียนหายจากอาการปากลอกได้นานหลายเดือน
โปรแกรมทรีตเมนต์ผลักวิตามินเข้าสู่ริมฝีปาก
การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ช่วยผลักตัวยาและวิตามินเข้มข้นเข้าสู่ชั้นผิวปากโดยตรงจะช่วยฟื้นฟูปากลอกที่เสียหายหนัก ๆ ให้กลับมาดูสุขภาพดีได้ค่อนข้างรวดเร็ว สารอาหารเหล่านี้จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมรอยแตกที่เกิดจากอาการปากลอกทำให้ผิวปากกลับมาแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้นกว่าการทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียว
การใช้โปรแกรมเลเซอร์เพื่อรักษาริมฝีปาก
ในบางรายที่ปากลอกจนทิ้งรอยดำหรือมีผิวสัมผัสที่ไม่สม่ำเสมอ การรักษาด้วยเลเซอร์จะช่วยทำลายเม็ดสีส่วนเกินและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่นุ่มนวลขึ้นมาทดแทน เทคโนโลยีนี้ช่วยแก้ปัญหาปากลอกสะสมที่ทำให้ปากดูหนาเทอะทะให้กลับมาบางเบาและเนียนนุ่มน่าสัมผัส พร้อมทั้งลดอาการปากลอกที่เกิดจากการสูญเสียความชุ่มชื้นสะสมได้เป็นอย่างดี
การหลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟันที่มีสารก่อฟองสูง
บางครั้งสาเหตุของปากลอกอาจเกิดจากการแพ้สารเคมีในยาสีฟันที่เราใช้เป็นประจำทุกวันโดยไม่รู้ตัว การเปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันสูตรอ่อนโยนหรือสูตรออร์แกนิกจะช่วยลดการระคายเคืองที่นำไปสู่ปัญหาปากลอกได้อย่างถาวร หากเราขจัดปัจจัยภายนอกที่คอยกัดกร่อนผิวปากออกไปอาการปากลอกก็จะค่อย ๆ หายไปและกลับมาชุ่มชื้นได้อย่างยั่งยืน

ปากลอก สาเหตุเกิดจากอะไร มีวิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์หลังรับบริการ ดูแลรักษาขอบปากลอก ที่ APEX ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
อาหารและวิตามินที่ช่วยฟื้นฟูริมฝีปาก
นอกจากการบำรุงจากภายนอกแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ยังช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวและลดปัญหาปากลอกได้อย่างยั่งยืน หากคุณไม่อยากให้ริมฝีปากกลับมาปากลอกซ้ำ ๆ การเสริมสารอาหารที่จำเป็นต่อผิวหนังเป็นประจำจะช่วยคืนความเนียนนุ่มได้ ดังนี้
• วิตามินบี 2 (Riboflavin) สารอาหารชนิดนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายและป้องกันไม่ให้เกิดอาการปากลอกตามมุมปากได้ดี การได้รับวิตามินบี 2 อย่างเพียงพอจะช่วยลดโอกาสที่ปากลอกจนอักเสบได้อย่างเห็นผลชัดเจน
• วิตามินซี (Vitamin C) เป็นตัวช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวทำให้ริมฝีปากยืดหยุ่นและไม่เกิดปัญหาปากลอกเป็นขุยได้ง่ายเมื่อต้องเจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง หากร่างกายมีวิตามินซีสม่ำเสมออาการปากลอกก็จะหายไวขึ้น
• วิตามินอี (Vitamin E) สารต้านอนุมูลอิสระตัวเก่งที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและปกป้องผิวปากจากการถูกทำลายจนปากลอกแสบแดง การทานอาหารที่มีวิตามินอีสูงจะช่วยฟื้นบำรุงให้ริมฝีปากที่เคยปากลอกกลับมาดูเรียบเนียนอิ่มน้ำ
• กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3) ไขมันดีจากปลาทะเลและธัญพืชมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของผิวหนังและบรรเทาอาการปากลอกให้ทุเลาลงได้ พลังของกรดไขมันจะเข้าไปเติมความชุ่มชื้นจากภายในทำให้ปากลอกน้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ
• ธาตุเหล็ก (Iron) การขาดธาตุเหล็กมักส่งผลให้ริมฝีปากซีดเซียวและบอบบางจนเกิดอาการปากลอกได้ง่ายกว่าปกติ การทานเนื้อแดงหรือตับเพื่อเสริมธาตุเหล็กจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ปากลอกเรื้อรัง
• น้ำสะอาด (Pure Water) แม้จะไม่ใช่วิตามินแต่การจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดทั้งวันคือหัวใจหลักที่ช่วยดับกระหายให้เซลล์ผิวและป้องกันปากลอกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยคงความยืดหยุ่นและลดความหยาบกร้านของปากลอกลงได้
ระยะเวลาฟื้นฟูอาการปากลอกหนัก
ระยะเวลาในการรักษาความชุ่มชื้นให้กลับคืนสู่ริมฝีปากนั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการปากลอกและการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ หากมีการบำรุงที่ถูกต้องจะช่วยให้อาการปากลอกค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับเวลาดังนี้
• ภายใน 1-2 วันแรก สภาพผิวปากที่เคยแห้งกร้านจะเริ่มอ่อนนุ่มลงและลดความแสบร้อนจากอาการปากลอกได้เพียงแค่ขยันเติมความชุ่มชื้น การทาลิปบาล์มบ่อย ๆ ในช่วงนี้จะช่วยเคลือบผิวไม่ให้ปากลอกเพิ่มและช่วยสมานรอยแตกขนาดเล็กให้ปิดสนิท
• ช่วงวันที่ 3-5 ของการดูแล เซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปากลอกจะค่อย ๆ หลุดออกไปเองอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ทิ้งรอยแผลบาดเจ็บ เมื่อผิวปากเริ่มมีการผลัดเซลล์ใหม่จะสังเกตได้ว่าปัญหาปากลอกที่เป็นขุยขาวจะดูลดน้อยลงจนเห็นผิวใหม่ที่เรียบเนียน
• เข้าสู่สัปดาห์ที่ 1-2 ริมฝีปากจะกลับมามีความยืดหยุ่นและแข็งแรงขึ้นจนหายจากอาการปากลอกได้อย่างสมบูรณ์หากไม่มีปัจจัยภายนอกมาทำร้ายซ้ำ การบำรุงอย่างต่อเนื่องในระยะยาวจะช่วยป้องกันไม่ให้ปากลอกกลับมาเป็นซ้ำและช่วยให้สีปากดูสุขภาพดี
สรุป ปากลอกหนัก ยังกลับมาชุ่มชื้นได้ไหม
แม้จะมีปัญหาปากลอกรุนแรงจนถึงขั้นเลือดออกหรืออักเสบเรื้อรัง แต่ริมฝีปากก็สามารถกลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้นได้อีกครั้งหากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง การหมั่นเติมน้ำให้ร่างกายควบคู่ไปกับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีคุณภาพจะช่วยสมานแผลจากอาการปากลอกให้จางหายไปได้ค่อนข้างรวดเร็ว นอกจากนี้การปรึกษาแพทย์เพื่อทำหัตถการความงาม เช่น โปรแกรมฟิลเลอร์ ยังเป็นทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูผิวปากจากภายในสู่ภายนอกได้
ดังนั้น หากรู้จักวิธีรับมือที่ถูกต้อง ปัญหากวนใจอย่างริมฝีปากแห้งกร้านก็จะไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ค่ะ
สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ ปากลอก สาเหตุเกิดจากอะไร วิธีการดูแลและป้องกันอย่างไร,ปากลอก หรือสอบถามรายละเอียด โปรโมชั่นพิเศษ หรือ หัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ทุกช่องทางค่ะ
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล เงื่อนไขตามบริษัทฯ กำหนด
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการโฆษณาสำหรับ Apex Clinic สาขาเพลินจิต
ปากลอกหนัก แห้ง แตก เป็นขุย เกิดจากอะไรบ้าง พร้อมแนะนำวิธีดูแลและฟื้นฟูริมฝีปากให้กลับมาชุ่มชื้น ดูสุขภาพดีอีกครั้ง ปากลอกหนักเป็นขุย เกิดจากอะไร และดูแลอย่างไรให้ชุ่มชื้น