หลุมสิว มีกี่แบบ เกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง

หน้าแรก » สาระน่ารู้ » หลุมสิว มีกี่แบบ เกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง
ว.43115
หลุมสิว มีกี่แบบ เกิดจากอะไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

หลุมสิว เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่พบได้บ่อยหลังจากสิวอักเสบหายแล้ว โดยเฉพาะในผู้ที่มีสิวอักเสบรุนแรงหรือมีพฤติกรรมบีบ แกะ และกดสิวเป็นประจำ ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นและผิวไม่เรียบเนียนตามมาได้ หลุมสิวแต่ละประเภทมีลักษณะและความลึกแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องเลือกวิธีรักษาให้เหมาะสมกับปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่าหลุมสิวเกิดจากอะไร มีกี่ประเภท และมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง

หลุมสิว คืออะไร

หลุมสิว คือรอยแผลเป็นชนิดบุ๋มที่เกิดขึ้นหลังจากสิวอักเสบหายแล้ว โดยมีสาเหตุมาจากการอักเสบที่รุนแรงจนทำให้คอลลาเจนและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังถูกทำลาย เมื่อผิวเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมตัวเอง แต่ไม่สามารถสร้างคอลลาเจนกลับมาทดแทนได้เพียงพอ จึงเกิดเป็นรอยยุบตัวหรือหลุมบนผิวหน้า หลุมสิวสามารถพบได้หลายลักษณะ ทั้งแบบตื้นและแบบลึก ซึ่งส่งผลให้ผิวดูไม่เรียบเนียน เห็นชัดขึ้นเมื่ออยู่ในที่มีแสงหรือขณะแต่งหน้า ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีรักษาหลุมสิวที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนขึ้นได้

หลุมสิว เกิดจากอะไร

หลุมสิว เกิดจากอะไร

หลุมสิวเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังในช่วงที่เกิดสิวอักเสบ เมื่อผิวซ่อมแซมตัวเองได้ไม่สมบูรณ์ โดยปัจจัยที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • สิวอักเสบรุนแรง สิวหัวช้าง สิวอักเสบขนาดใหญ่ หรือสิวที่มีการอักเสบลึกถึงชั้นหนังแท้ สามารถทำลายคอลลาเจนและโครงสร้างผิวได้มากกว่าสิวทั่วไป
  • การบีบ แกะ หรือกดสิว การรบกวนสิวด้วยตัวเองอาจเพิ่มการอักเสบ ทำให้เนื้อเยื่อได้รับความเสียหายมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหลุมสิว
  • การรักษาสิวล่าช้า การปล่อยให้สิวอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานาน อาจทำให้การอักเสบลุกลามลึกลงสู่ชั้นผิวและสร้างความเสียหายต่อคอลลาเจนมากขึ้น
  • การสร้างคอลลาเจนของร่างกายไม่สมบูรณ์ หลังสิวหาย ร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมผิว แต่หากสร้างคอลลาเจนทดแทนได้ไม่เพียงพอ อาจเกิดเป็นรอยบุ๋มหรือหลุมสิวได้
  • พันธุกรรมและสภาพผิวของแต่ละบุคคล บางคนมีแนวโน้มเกิดแผลเป็นจากสิวได้ง่ายกว่าปกติ จึงมีโอกาสเกิดหลุมสิวแม้สิวอักเสบจะไม่ได้รุนแรงมาก
  • การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว การขัดผิวบ่อยเกินไป หรือการไม่ดูแลผิวหลังสิวอักเสบ อาจส่งผลให้ผิวฟื้นตัวได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ประเภทของหลุมสิว

หลุมสิวสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามลักษณะของรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง โดยแต่ละชนิดมีความลึก รูปร่าง และสาเหตุการเกิดที่แตกต่างกัน ดังนี้

Ice Pick Scar

หลุมสิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นรูขนาดเล็กแต่ลึก คล้ายรอยถูกเข็มหรือของแหลมจิกลงบนผิวหนัง ขอบหลุมค่อนข้างแคบแต่ลึกลงไปถึงชั้นผิวด้านใน มักเกิดจากสิวอักเสบที่รุนแรงและลึก จึงเป็นหลุมสิวที่รักษาได้ค่อนข้างยากเมื่อเทียบกับชนิดอื่น

Boxcar Scar

มีลักษณะเป็นหลุมกว้าง ขอบคมชัด และก้นหลุมค่อนข้างเรียบคล้ายแอ่งหรือหลุมสี่เหลี่ยม ความลึกอาจแตกต่างกันไปตั้งแต่ระดับตื้นจนถึงระดับลึก มักพบได้บริเวณแก้มและเป็นประเภทที่ตอบสนองต่อการรักษาได้ค่อนข้างดี

Rolling Scar

หลุมสิว Rolling Scar เป็นหลุมสิวที่ทำให้ผิวดูเป็นลอนหรือไม่เรียบสม่ำเสมอ ลักษณะขอบหลุมไม่ชัดเจนเหมือน Boxcar Scar สาเหตุหลักเกิดจากพังผืดใต้ผิวหนังดึงรั้งเนื้อเยื่อเอาไว้ ทำให้ผิวดูเป็นคลื่นเมื่อมองจากมุมด้านข้างหรือเมื่อมีแสงตกกระทบ

วิธีการดูแลตัวเองไม่ให้เกิดหลุมสิวบนใบหน้า

การป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะเมื่อเกิดการสูญเสียคอลลาเจนใต้ผิวหนังแล้ว การฟื้นฟูมักต้องใช้เวลาและทำหลายครั้ง โดยวิธีการดูแลจตัวเองไม่ให้เกิดหลุมสิว มีดังนี้

  • รีบรักษาสิวอักเสบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เมื่อเริ่มมีสิวอักเสบ ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมเพื่อลดการอักเสบและลดโอกาสที่เนื้อเยื่อใต้ผิวจะถูกทำลาย
  • หลีกเลี่ยงการบีบ แกะ หรือกดสิวด้วยตัวเอง พฤติกรรมเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำ รอยแดง และหลุมสิวในอนาคต
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะกับสภาพผิว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน และช่วยควบคุมปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว
  • ล้างหน้าอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ การทำความสะอาดผิวอย่างเหมาะสมช่วยลดความมัน สิ่งสกปรก และแบคทีเรียที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ มืออาจมีเชื้อโรคและสิ่งสกปรกสะสมอยู่ การจับหรือถูใบหน้าบ่อยครั้งอาจเพิ่มโอกาสการเกิดสิวและการอักเสบได้
  • พักผ่อนให้เพียงพอและจัดการความเครียด การนอนหลับไม่เพียงพอและความเครียดสะสมอาจส่งผลต่อฮอร์โมนและกระตุ้นให้สิวอักเสบเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

วิธีรักษาหลุมสิวด้วยตัวเอง

หลุมสิวที่เกิดขึ้นแล้วมักไม่สามารถหายได้เองทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวได้ โดยวิธีรักษาหลุมสิวที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง มีดังนี้

  • ใช้สกินแคร์กลุ่มผลัดเซลล์ผิว ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือ Retinoids สามารถช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าและส่งเสริมการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้
  • เน้นการบำรุงผิวด้วยสารกระตุ้นคอลลาเจน สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Vitamin C, Peptides หรือ Retinol อาจช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนและปรับคุณภาพผิวให้แข็งแรงขึ้น
  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ ผิวที่มีความชุ่มชื้นเพียงพอจะดูเรียบเนียนและอิ่มฟูกว่าผิวที่แห้งขาดน้ำ การใช้มอยส์เจอไรเซอร์อย่างเหมาะสมจึงช่วยให้ร่องหลุมสิวดูเด่นน้อยลงชั่วคราว
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ แสงแดดสามารถทำลายคอลลาเจนและชะลอกระบวนการฟื้นฟูผิวได้ การทาครีมกันแดดทุกวันจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยรักษาคุณภาพผิวและป้องกันไม่ให้รอยสิวเด่นชัดขึ้น

วิธีรักษาหลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิวโดยใช้หัตถการ

สำหรับผู้ที่มีหลุมสิวระดับปานกลางถึงรุนแรง การดูแลผิวด้วยสกินแคร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ซึ่งปัจจุบันจึงมีหัตถการหลายรูปแบบ โดยแพทย์จะเลือกวิธีรักษาตามชนิดของหลุมสิวในแต่ละบุคคล ดังนี้

การแต้มกรดเข้มข้นลอกผิว

เป็นเทคนิคที่ใช้กรดความเข้มข้นสูงแต้มเฉพาะบริเวณหลุมสิว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับหลุมสิวประเภท Ice Pick Scar หรือหลุมสิวที่มีลักษณะลึกและแคบ ช่วยให้รอยหลุมค่อย ๆ ตื้นขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องตามแผนการรักษา

การตัดพังผืด

เป็นหัตถการที่ใช้เข็มหรืออุปกรณ์เฉพาะทางตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวอยู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของหลุมสิวประเภท Rolling Scar เมื่อพังผืดถูกปลดออก ผิวบริเวณนั้นจะยกตัวขึ้นและสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ดีขึ้น

โปรแกรมฟิลเลอร์หลุมสิว

ฟิลเลอร์หลุมสิว เป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ลงในบริเวณหลุมสิว เพื่อช่วยยกก้นหลุมให้ดูตื้นขึ้นทันที เหมาะสำหรับหลุมสิวบางประเภทที่มีการยุบตัวของเนื้อเยื่อใต้ผิว และสามารถใช้ร่วมกับการตัดพังผืดเพื่อช่วยเสริมผลลัพธ์ได้

โปรแกรม Skin Booster

เป็นการเติมสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับคุณภาพผิวโดยรวม ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน และสุขภาพดีขึ้น แม้จะไม่ได้แก้หลุมสิวโดยตรง แต่สามารถช่วยให้พื้นผิวโดยรวมดูดีขึ้นและเสริมผลลัพธ์ของหัตถการอื่นได้

โปรแกรมเลเซอร์หลุมสิว

เลเซอร์หลุมสิว เป็นหนึ่งในวิธีรักษาหลุมสิวที่ได้รับความนิยม โดยอาศัยพลังงานเลเซอร์หรือพลังงานความร้อนเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน เช่น Pico Scar, Sylfirm X Plus และ Ematrix ช่วยให้หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น และปรับคุณภาพผิวโดยรวมได้ในระยะยาว

เลือกวิธีรักษาหลุมสิวแบบไหนดี

การรักษาหลุมสิวไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคน จึงควรอาศัยการประเมินจากแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลมากที่สุด โดยสามารถยกตัวอย่างได้ดังนี้

  • หากเป็นหลุมสิวแบบ Ice Pick Scar หลุมสิวชนิดนี้มีลักษณะลึกและแคบ มักตอบสนองได้ดีกับการแต้มกรดเข้มข้นลอกผิว หรือการรักษาร่วมกับเลเซอร์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • หากเป็นหลุมสิวแบบ Rolling Scar หลุมสิวที่เกิดจากพังผืดดึงรั้งใต้ผิว มักเหมาะกับการตัดพังผืด ร่วมกับโปรแกรมฟิลเลอร์หรือโปรแกรมเลเซอร์ เพื่อช่วยยกผิวและฟื้นฟูคอลลาเจน
  • หากเป็นหลุมสิวแบบ Boxcar Scar สามารถรักษาได้ด้วยโปรแกรมเลเซอร์หลุมสิว เช่น Pico Scar, Sylfirm X Plus หรือ Ematrix เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและปรับพื้นผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  • หากต้องการให้ผิวเรียบเนียน โปรแกรม Skin Booster อาจช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและช่วยเสริมผลลัพธ์ของการรักษาหลุมสิวด้วยวิธีอื่นได้ดีขึ้น
  • หากมีหลุมสิวหลายประเภทปะปนกัน ในหลายกรณีแพทย์อาจแนะนำการรักษาแบบผสมผสาน เช่น การตัดพังผืดร่วมกับเลเซอร์ หรือฟิลเลอร์ร่วมกับเลเซอร์ เพื่อแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมมากขึ้น
  • หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นหลุมสิวประเภทไหน ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนเริ่มรักษา เพราะการวินิจฉัยชนิดของหลุมสิวอย่างถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรักษาเห็นผล

รักษาหลุมสิว ราคาเท่าไหร่

ราคารักษาหลุมสิวที่ APEX จะแตกต่างกันไปตามเทคโนโลยีที่เลือกใช้ ความรุนแรงของหลุมสิว และแผนการรักษาของแพทย์ค่ะ โดยโปรแกรมรักษาหลุมสิวบางรายการมีราคาเริ่มต้นประมาณ 6,990 บาท ขณะที่เทคโนโลยีอื่น ๆ อาจอยู่ในช่วง ประมาณ 3,000–15,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับเครื่องที่ใช้และสภาพผิวของแต่ละบุคคล

รีวิวรักษาหลุมสิวที่ APEX

รีวิวรักษาหลุมสิว ที่ APEX
รีวิวรักษาหลุมสิว ที่ APEX
รีวิวรักษาหลุมสิว ที่ APEX
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับรักษาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลุมสิว

หลุมสิวหายเองได้ไหม

หลุมสิวที่เกิดขึ้นแล้วมักไม่สามารถหายเองได้ทั้งหมด โดยเฉพาะหลุมสิวระดับปานกลางถึงลึก อาจต้องอาศัยหัตถการเพื่อช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนและโครงสร้างผิว

หลุมสิวรักษากี่ครั้งถึงเห็นผล

โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังรักษาประมาณ 3–5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของหลุมสิว เทคโนโลยีที่ใช้ และการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล

รักษาหลุมสิวเจ็บไหม

ความรู้สึกระหว่างรักษาขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการ และความรุนแรงของปัญหาในแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่จะมีการทายาชาหรือใช้ยาชาช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำหัตถการรักษาหลุมสิว

หลังรักษาหลุมสิวต้องพักฟื้นกี่วัน

ระยะเวลาพักฟื้นขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้ บางหัตถการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ขณะที่บางโปรแกรมอาจมีรอยแดงหรือสะเก็ดประมาณ 3–7 วัน โดยต้องดูแลตัวเองหลังทำอย่างเคร่งครัด

รักษาหลุมสิวแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม

หลุมสิวที่ได้รับการรักษาจะไม่กลับมาเป็นซ้ำในตำแหน่งเดิม แต่หากยังมีสิวอักเสบเกิดขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจเกิดหลุมสิวใหม่ในบริเวณอื่นได้ หากดูแลตัวเองไม่ดีหรือมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดหลุมสิว

สรุป

หลุมสิวเป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนหลังสิวอักเสบ ซึ่งหลุมสิวแต่ละชนิดมีแนวทางการรักษาแตกต่างกัน ปัจจุบันสามารถรักษาได้ด้วยหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฟิลเลอร์ การใช้ Skin Booster หรือการเลเซอร์หลุมสิว โดยส่วนใหญ่มักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำประมาณ 3–5 ครั้ง ห่างกันทุก 4–6 สัปดาห์ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของหลุมสิว รวมถึงการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง การเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนเริ่มรักษาจะช่วยให้สามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมและวางแผนการรักษาได้

สามารถติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาในการรักษาหลุมสิว หรือสอบถามรายละเอียดหัตถการอื่น ๆ ของ APEX เพิ่มเติมได้ที่

ช่องทางการติดต่อ

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
หน้าเป็นฝ้า

หน้าเป็นฝ้า เกิดจากอะไร เช็กสาเหตุและวิธีดูแลรักษาให้ฝ้าดูจางลง

หน้าเป็นฝ้า มักเห็นเป็นปื้นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลเทาบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก จมูก หรือเหนือริมฝีปาก โดยอาจเกิดทั้งสองข้างใกล้เคียงกัน
รวมวิธีลดเหนียง ทำยังไงได้บ้าง

รวมวิธีลดเหนียง ทำยังไงได้บ้าง เลือกวิธีไหนให้เหมาะกับเรา

เหนียงหรือไขมันใต้คางเป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูไม่คมและกรอบหน้าไม่ชัด แม้บางคนจะไม่ได้มีน้ำหนักเกินก็ตาม สาเหตุอาจเกิดได้ทั้งจากไขมันสะสม
SMAS คืออะไร อยู่ชั้นไหน

SMAS อยู่ชั้นไหน สำคัญอย่างไรกับความหย่อนคล้อยของใบหน้า

SMAS เป็นโครงสร้างใต้ผิวที่มักถูกกล่าวถึงในการยกกระชับด้วย HIFU, Ultherapy และการผ่าตัดดึงหน้าครับ
หน้าตอบ แก้มตอบ เกิดจากอะไร

หน้าตอบ แก้มตอบ เกิดจากอะไร แก้ด้วยวิธีไหนได้บ้าง

หน้าตอบ หรือ แก้มตอบ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งปริมาตรไขมันที่ลดลง กระดูกใบหน้าเปลี่ยนแปลงตามวัย น้ำหนักลดเร็ว หรือผิวหย่อนคล้อย