Skin Booster คืออะไร มีกี่แบบ แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไร

หน้าแรก » Skin Booster » Skin Booster คืออะไร มีกี่แบบ แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไร
ว.43115
Skin Booster คืออะไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

การมีผิวที่ดูโกลว์ใสสุขภาพดีจากภายใน ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีตัวช่วยอย่าง Skin Booster ที่หมออยากแนะนำให้ คนที่กำลังมองหาหัตถการงานผิวได้ลองศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว ได้อย่างล้ำลึกจากภายในสู่ภายนอก เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับผิวใหม่ที่อิ่มฟูและกระจ่างใส

Skin Booster คืออะไร

Skin Booster คือ การฟื้นฟูผิวด้วยการฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) หรือวิตามินเข้มข้นเข้าสู่ชั้นผิวหนังโดยตรง เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ผลลัพธ์ที่ได้จึงช่วยเปลี่ยนผิวที่แห้งกร้านหรือหมองคล้ำ ให้กลับมาดูกระจ่างใส อิ่มฟู

หลักการทำงานของ Skin Booster

หลักการทำงานของ Skin Booster

Skin Booster ทำงานโดยการฉีด Hyaluronic Acid (HA) โมเลกุลเล็กเข้าสู่ผิวชั้นหนังแท้เพื่อทำหน้าที่เป็น “Water Reservoir” กักเก็บความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวได้มากกว่าปกติ ตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้เร่งการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ส่งผลให้ชั้นผิวมีความหนาแน่นและยืดหยุ่นมากขึ้น

Skin Booster เหมาะกับใครบ้าง

การเลือกทำ Skin Booster ควรพิจารณาจากสภาพผิว ปัญหาผิว และสุขภาพของแต่ละบุคคล ดังนี้

  • ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น หรือผิวขาดน้ำสะสม
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน หรือผิวสัมผัสหยาบกร้าน
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine Lines) บนใบหน้า หรือผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่พักผ่อนน้อย ผิวหมองคล้ำ โทรม และต้องการกู้ผิวใสเร่งด่วน
  • ผู้ที่ต้องการมีผิวฉ่ำวาว อิ่มน้ำ สุขภาพดีแบบ Glass Skin
  • ผู้ที่มีปัญหาแต่งหน้าไม่ติด หรือเมคอัพตกร่องระหว่างวันเนื่องจากผิวแห้งเกินไป

Skin Booster ไม่เหมาะกับใครบ้าง

แม้ Skin Booster จะเหมาะกับหลายสภาพผิว แต่ก็มีบางกรณีที่ควรหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการรักษาออกไปก่อน ดังนี้

  • สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร เพราะเสี่ยงต่อทารก
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สาร Hyaluronic Acid หรือแพ้ยาชา
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง มีแผลสด หรือสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะฉีด
  • ผู้ที่มีความผิดปกติเรื่องการแข็งตัวของเลือด หรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ
  • ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) หรือโรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่มีแนวโน้มการเกิดแผลเป็นคีลอยด์ได้ง่าย ในบริเวณที่รับบริการ

Skin Booster ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Skin Booster ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

หมอเชื่อว่าหลายคนอยากรู้ว่า Skin Booster ช่วยเรื่องอะไรบ้าง เพราะนอกจากเพิ่มความชุ่มชื้นแล้ว ยังช่วยดูแลคุณภาพผิวได้ในหลายด้าน ดังนี้

  • เติมความชุ่มชื้นล้ำลึก ช่วยให้ผิวอิ่มน้ำและลดความแห้งกร้านจากภายในชั้นผิว
  • ปรับผิวให้ฉ่ำวาว เพิ่มความโกลว์ใส ดูสุขภาพดีแบบ Glass Skin อย่างเป็นธรรมชาติ
  • กระชับรูขุมขน ปรับผิวสัมผัสให้เนียนละเอียดและดูเรียบเนียนขึ้นชัดเจน
  • ลดเลือนริ้วรอยตื้น ๆ ช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้าให้ดูจางลง
  • เพิ่มความยืดหยุ่น กระตุ้นคอลลาเจนให้ชั้นผิวแน่น กระชับ และแข็งแรงขึ้น
  • ฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ กู้ผิวโทรมจากการพักผ่อนน้อยให้กลับมาดูสดใส เปล่งปลั่ง
  • แต่งหน้าติดทนนาน ช่วยให้เมคอัพแนบสนิทกับผิวมากขึ้นและลดการตกร่องระหว่างวัน

Skin Booster มีกี่ยี่ห้อ

Skin Booster มีให้เลือกหลายยี่ห้อ โดยหมอจะอธิบายจุดเด่นของแต่ละชนิด เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้

Restylane Vital

เน้นเติมความชุ่มชื้นด้วย Hyaluronic Acid โมเลกุลเล็กที่เป็นธรรมชาติ ช่วยปรับสมดุลน้ำในผิว กระตุ้นคอลลาเจน และทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ

Juvederm Volite

โดดเด่นเรื่องความคงทน ผลลัพธ์นานถึง 9 เดือน ช่วยให้ผิวเนียนละเอียดอย่างเห็นได้ชัด ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวดูนุ่มนวล

Belotero Revive

Belotero Revive เทคโนโลยีที่ผสมผสานทั้ง Hyaluronic Acid และ Glycerol เพื่อสร้างงานผิวฉ่ำวาว เน้นการกักเก็บน้ำได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวดูโกลว์ใส รูขุมขนกระชับ และหน้าดูอิ่มฟูทันทีหลังทำ

Rejuran

Rejuran สารสกัด PN จาก DNA ปลาแซลมอนที่เน้นการซ่อมแซมเซลล์ผิวและฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง โดดเด่นเรื่องการลดรอยดำ กระชับรูขุมขน และช่วยให้ผิวหน้าเนียนละเอียด

NCTF 135HA

NCTF 135HA อาหารผิวเข้มข้นและวิตามินกว่า 50 ชนิด เพื่อเน้นการฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ ให้กลับมาสว่างกระจ่างใส ช่วยแก้ปัญหาผิวโทรมจากการพักผ่อนน้อย ลดริ้วรอย และบำรุงคุณภาพผิวให้ดีขึ้น

Neuramis Light

เน้นการเติมความชุ่มชื้นและแก้ปัญหาผิวแห้งขาดน้ำในระยะเริ่มต้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวให้ดูเปล่งปลั่งและดูอิ่มน้ำมากขึ้น

Exosome

Exosome เทคโนโลยีที่ใช้สารสกัดสเต็มเซลล์บริสุทธิ์ ช่วยซ่อมแซมผิวอย่างล้ำลึก ลดการอักเสบ และช่วยชะลอวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Skin Booster แต่ละยี่ห้อ ต่างกันอย่างไร

แม้จะเรียกว่า Skin Booster เหมือนกัน แต่แต่ละยี่ห้อมีส่วนประกอบและจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งหมอจะอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ดังนี้

Skin Booster สารสำคัญ / เทคโนโลยี จุดเด่น เหมาะกับใคร ผลลัพธ์เด่น ระยะเวลา
Restylane Vital Hyaluronic Acid (HA) โมเลกุลเล็ก เติมความชุ่มชื้น กระตุ้นคอลลาเจน และปรับสมดุลน้ำในผิว ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ ผิวเริ่มสูญเสียความอิ่มฟู ผิวอิ่มน้ำ เนียนนุ่ม ริ้วรอยตื้นดูจางลง ประมาณ 6-9 เดือน
Juvederm Volite Hyaluronic Acid (HA) เติมน้ำให้ผิวได้ยาวนาน เพิ่มความยืดหยุ่น ผู้ที่ต้องการงานผิวระยะยาว มีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวเรียบเนียน นุ่มฟู ชุ่มชื้น ประมาณ 6-9 เดือน
Belotero Revive Hyaluronic Acid + Glycerol เติมน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ผิวฉ่ำวาว กระจ่างใส รูขุมขนดูกระชับ ประมาณ 6-9 เดือน
Rejuran Polynucleotide (PN) จาก DNA ปลาแซลมอน ฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวจากภายใน ผู้ที่มีรอยสิว ผิวอ่อนแอ รูขุมขนกว้าง ผิวแข็งแรงขึ้น ลดรอยดำ ผิวละเอียด ประมาณ 6-12 เดือน
NCTF 135HA Hyaluronic Acid + วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน และสารอาหารกว่า 50 ชนิด ฟื้นบำรุงผิวแบบองค์รวม เติมสารอาหารให้ผิว ผู้ที่มีผิวโทรม หมองคล้ำ พักผ่อนน้อย ผิวสดใส ลดริ้วรอย ผิวแข็งแรง ประมาณ 3-6 เดือน
Neuramis Light Hyaluronic Acid (HA) เติมความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ หรืออยากเริ่มดูแลงานผิว ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ดูเปล่งปลั่ง ประมาณ 4-6 เดือน
Exosome Exosome จากสเต็มเซลล์ ฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ ลดการอักเสบ และชะลอวัย ผู้ที่มีผิวอ่อนแอ ผิวเสื่อมสภาพ ผิวแข็งแรง ลดการอักเสบ คุณภาพผิวดีขึ้น ประมาณ 6-12 เดือน

Skin Booster ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง

การเลือกตำแหน่งฉีด Skin Booster ควรพิจารณาตามปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งหมอจะอธิบายตำแหน่งที่นิยม ดังนี้

  • หน้าผาก : ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้น ๆ และปรับผิวให้ดูเรียบเนียนอิ่มฟู
  • แก้มและหน้าแก้ม : เติมความชุ่มชื้น ปรับผิวให้ฉ่ำวาว และช่วยกระชับรูขุมขน
  • รอบดวงตา : ใต้ตาและหางตา ช่วยลดรอยคล้ำ ผิวแห้งกร้าน และริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ดูจางลง
  • รอบริมฝีปากและร่องแก้ม : เติมเต็มร่องตื้น ๆ ให้ตื้นขึ้น พร้อมลดปัญหาผิวแห้งลอกรอบปาก
  • คอและเนินอก : กู้ผิวเหี่ยวย่น เป็นรอยพับ ให้กลับมาตึงกระชับและเรียบเนียน
  • หลังมือ : เติมความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้าน และช่วยให้ผิวหลังมือดูเต่งตึง

Skin Booster อันตรายไหม

Skin Booster เป็นหัตถการที่ค่อนข้างมีความปลอดภัย หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ พร้อมประเมินสภาพผิวก่อนการรักษาอย่างเหมาะสม หลังฉีดอาจมีอาการบวม แดง หรือรอยเข็มเล็กน้อย ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วัน

การเตรียมตัวก่อนฉีด Skin Booster

การเตรียมตัวก่อนฉีด Skin Booster เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดโอกาสเขียวช้ำ มีข้อปฏิบัติดังนี้

  • งดยาละลายลิ่มเลือด ยาแก้ปวด และวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดยาก 1 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนรับบริการ
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มขั้นตอน
  • งดสครับผิว เลเซอร์ หรือแว็กซ์ขนในบริเวณที่จะฉีดประมาณ 3-5 วัน
  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำสะอาดเพื่อให้ผิวพร้อมรับการบำรุง

ขั้นตอนการฉีด Skin Booster

การฉีด Skin Booster เป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน โดยก่อนทำหมอจะประเมินสภาพผิวและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน ดังนี้

  • หมอตรวจประเมินสภาพผิวและแจ้งจุดที่ต้องเน้นเพื่อผลลัพธ์ที่ถูกจุด
  • เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดผิวหน้าและแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
  • หมอเริ่มทำการฉีดตัวยาเข้าสู่ผิวชั้นตื้น อย่างสม่ำเสมอทั่วบริเวณที่กำหนด
  • หมออาจมีการนวดผิวเบา ๆ ในบางยี่ห้อเพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้เนียนไปกับผิว
  • เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดผิวอีกครั้งและแนะนำข้อควรปฏิบัติหลังทำเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

การดูแลตัวเองหลังฉีด Skin Booster

เพื่อให้ Skin Booster ทำงานได้ดี หมอขอแนะนำวิธีดูแลตัวเอง หลังฉีดที่ควรปฏิบัติในช่วงแรก ดังนี้

  • ดื่มน้ำสะอาดปริมาณมากเพื่อให้ตัวยาดูดซับน้ำและทำงานได้ดี
  • งดล้างหน้าและงดใช้เครื่องสำอาง บริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า แช่น้ำอุ่น หรือออกแดดจัดในช่วง 1 สัปดาห์แรก
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรม ที่ทำให้เหงื่อออกมากหลังทำ 2-3 วัน
  • ห้ามนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด เพื่อให้ตัวยากระจายตัวตามธรรมชาติ
  • หากมีตุ่มนูนหรือรอยเข็มเล็ก ๆ ควรปล่อยไว้เพราะจะยุบตัวลงเองภายใน 1-3 วัน

Skin Booster ต้องฉีดกี่ครั้ง เห็นผลเมื่อไร

การฉีด Skin Booster จะเริ่มเห็นผลความฉ่ำวาวใน 3-7 วัน และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังทำ โดยหมอแนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันทุก 1 เดือน

ผลลัพธ์หลังฉีด Skin Booster อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์ของ Skin Booster โดยทั่วไปสามารถอยู่ได้นานประมาณ 4-9 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ สภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละบุคคล หากทำอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษาที่หมอแนะนำ พร้อมดูแลผิวอย่างเหมาะสม จะช่วยคงความชุ่มชื้น ความอิ่มฟู และคุณภาพผิวให้นานขึ้น

FAQ Skin Booster

ฉีด Skin Booster เจ็บไหม ตอนทำรู้สึกอย่างไร

ตอนทำจะมีการแปะยาชาช่วยบรรเทาความเจ็บ โดยหมอจะใช้เข็มขนาดเล็กมาก ทำให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกเหมือนมดกัดหรือตึง ๆ แค่บางจุด

ถ้าหยุดฉีดแล้ว หน้าจะเหี่ยวหรือโทรมลงกว่าเดิมไหม

ผิวจะไม่โทรมลงกว่าเดิมแน่นอน แต่สภาพผิวจะค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาวะปกติก่อนทำตามกระบวนการร่วงโรยตามวัย ซึ่งหมอแนะนำว่าสามารถบำรุงด้วยครีมควบคู่ไปด้วยได้

ฉีดฟิลเลอร์กับฉีด Skin Booster ต่างกันอย่างไร

ฟิลเลอร์เน้นการเติมเต็มร่องลึกและปรับโครงสร้างใบหน้าให้มีมิติ แต่ Skin Booster หมอจะเน้นกระจายตัวยาเพื่อบำรุงคุณภาพผิวชั้นบนให้ฉ่ำวาว

ทำไมฉีด Skin Booster มาแล้วถึงรู้สึกว่าไม่เห็นผลลัพธ์เลย

อาจเกิดจากสภาพผิวเดิมแห้งมาก จนต้องใช้ปริมาณยาเพิ่มขึ้น หรือเลือกยี่ห้อไม่ตอบโจทย์ปัญหาก็เป็นได้ ซึ่งหมออยากให้เข้ามาประเมินผิวก่อนทำหัตถการ

สรุป

หมอแนะนำให้เลือก Skin Booster ให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน เพราะแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นและผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน เมื่อทำกับแพทย์ผู้มีประสบการณ์และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู และดูสุขภาพดีได้อย่างปลอดภัย หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกยี่ห้อไหน หมอพร้อมประเมินผิวและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับคุณที่สุด

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Profhilo คืออะไร

Profhilo คืออะไร เหมาะกับใคร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง

Profhilo หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ‘ฟิลเลอร์งานผิว’ เป็นหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่น ดูสุขภาพดี
HArmonyCa คืออะไร Hybrid Filler

HArmonyCa คืออะไร ฟิลเลอร์ไฮบริด มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร

มีผู้เข้ารับบริการเข้ามาปรึกษาหมอด้วยปัญหาผิวหย่อนคล้อย ใบหน้าดูไม่สดใส แม้จะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี หนึ่งในตัวเลือกที่หมอมักแนะนำคือ HArmonyCa
K1 Jet™ คืออะไร ช่วยดูแลผิวแห้ง

K1 Jet™ คืออะไร ช่วยดูแลผิวแห้ง ขาดน้ำได้อย่างไร

K1 Jet เป็นโปรแกรมนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยไม่ใช้เข็ม โดยอาศัยระบบแรงดันเจ็ต เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น หรือผิวดูไม่สดใส
Skin Prime

Skin Prime คืออะไร ช่วยผิวสวย ลดรอยสิวได้จริงไหม

Skin Prime คือหนึ่งใน Polynucleotide (PN) ที่คนรักผิวช่วงนี้เริ่มพูดถึงกัน โดยเฉพาะใครที่กำลังมีปัญหารอยสิว ผิวแห้งกร้าน