รอยตีนกาเป็นริ้วรอยที่แผ่ออกจากบริเวณหางตา มักเห็นชัดเวลายิ้ม หัวเราะ หรือหยีตาครับ ในระยะแรกบางคนจะเห็นรอยเฉพาะตอนแสดงสีหน้า แต่เมื่อผิวบางลงและความยืดหยุ่นลดลง รอยอาจเริ่มเห็นได้แม้ตอนหน้านิ่ง การเลือกวิธีดูแลจึงต้องแยกก่อนว่า รอยเกิดจากกล้ามเนื้อ คุณภาพผิว ความหย่อน หรือการยุบตัวของเนื้อเยื่อ เพราะแต่ละลักษณะเหมาะกับวิธีรักษาที่แตกต่างกันครับ
รอยตีนกา คืออะไร
รอยตีนกา คือ ริ้วรอยเส้นเล็กที่แผ่ออกจากหางตาไปทางขมับหรือโหนกแก้ม คล้ายลักษณะของตีนกา ทางการแพทย์เรียกว่า Crow’s Feet หรือ Lateral Canthal Lines รอยลักษณะนี้สัมพันธ์กับการทำงานของกล้ามเนื้อ Orbicularis Oculi ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่ใช้ในการกะพริบตา หลับตา ยิ้ม และหยีตา เมื่อกล้ามเนื้อหดตัวซ้ำ ๆ ผิวด้านบนจะพับตามและค่อย ๆ เกิดเป็นริ้วรอยครับ
รอยตีนกา มีกี่ประเภท
รอยตีนกาสามารถแบ่งตามช่วงที่มองเห็นริ้วรอยได้เป็น 2 ลักษณะหลัก ดังนี้
รอยตีนกาแบบแสดงสีหน้า หรือ Dynamic Wrinkles
เป็นริ้วรอยที่เห็นชัดเวลายิ้ม หัวเราะ หรือหยีตา แต่จางลงเมื่อพักใบหน้า สาเหตุหลักมาจากการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบดวงตาซ้ำ ๆ รอยประเภทนี้มักตอบสนองต่อการลดการทำงานของกล้ามเนื้อได้ดีกว่าการบำรุงผิวเพียงอย่างเดียว
รอยตีนกาแบบเห็นตอนหน้านิ่ง หรือ Static Wrinkles
เป็นริ้วรอยที่ยังมองเห็นแม้ไม่ได้ยิ้มหรือขยับใบหน้า มักเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อสะสมร่วมกับคอลลาเจน ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้นของผิวที่ลดลง จึงอาจต้องดูแลทั้งกล้ามเนื้อและคุณภาพผิวควบคู่กันครับ
เช็กอย่างไรว่าเป็นรอยตีนกาแบบ Dynamic หรือ Static
สามารถสังเกตริ้วรอยเบื้องต้นได้ด้วยการเปรียบเทียบหางตาขณะพักใบหน้ากับขณะยิ้มเต็มที่ ดังนี้
| วิธีสังเกต | ลักษณะริ้วรอย |
|---|---|
| หน้านิ่งแทบไม่เห็นรอย แต่เห็นชัดตอนยิ้ม | Dynamic Wrinkles |
| เห็นรอยจาง ๆ ตอนหน้านิ่ง และชัดขึ้นตอนยิ้ม | รอยแบบผสม |
| เห็นร่องชัดแม้พักใบหน้า | Static Wrinkles |
| มีรอยร่วมกับผิวบาง แห้ง หรือหย่อน | ปัญหาคุณภาพผิวร่วมด้วย |
| มีร่องใต้ตาหรือใต้ตายุบร่วมด้วย | อาจมีการสูญเสียเนื้อเยื่อหรือวอลุ่ม |
เวลาประเมินจริง หมอจะดูทั้งความลึก ทิศทางของรอย การทำงานของกล้ามเนื้อ ตำแหน่งคิ้ว และความหย่อนของผิวรอบดวงตาครับ

รอยตีนกา สาเหตุเกิดจากอะไร
รอยตีนกาไม่ได้เกิดจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของผิว โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
การแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ
การยิ้ม หัวเราะ หรือหยีตาทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาหดตัวและเกิดรอยพับบนผิว เมื่อเกิดซ้ำเป็นเวลานาน รอยที่เคยเห็นเฉพาะตอนขยับใบหน้าอาจเริ่มค้างอยู่แม้ตอนหน้านิ่ง
อายุและโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไป
เมื่ออายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินจะลดลง ผิวรอบดวงตาจึงบาง แห้ง และคืนตัวหลังการพับได้ช้าลง ทำให้ริ้วรอยหางตาค่อย ๆ ชัดและลึกขึ้น
แสงแดดและรังสี UV
รังสี UV เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งการเสื่อมของคอลลาเจนและอีลาสติน หากโดนแดดเป็นประจำโดยไม่ป้องกัน ผิวรอบดวงตาอาจสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยเร็วขึ้นครับ
พันธุกรรมและลักษณะผิว
บางคนมีผิวรอบดวงตาบาง ผิวแห้ง หรือมีรูปแบบการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำให้รอยหางตาเกิดง่าย การกระจายตัวและทิศทางของรอยจึงไม่เหมือนกันในแต่ละคน
การสูบบุหรี่และมลภาวะ
ควันบุหรี่และมลภาวะเพิ่มอนุมูลอิสระที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของผิว ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำจึงอาจมีผิวแห้ง สูญเสียความแน่น และเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายขึ้น
พฤติกรรมที่ทำให้รอยตีนกาชัดขึ้น
พฤติกรรมบางอย่างไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่อาจทำให้ผิวรอบดวงตาระคายเคือง แห้ง หรือเกิดรอยพับซ้ำมากขึ้น เช่น
- ขยี้ตาหรือเช็ดเครื่องสำอางรอบตาแรงเกินไป
- หยีตาเป็นประจำเมื่อเจอแดดหรือมองภาพไม่ชัด
- ไม่ทาครีมกันแดดหรือไม่สวมแว่นกันแดด
- ใช้ผลิตภัณฑ์รอบดวงตาที่ทำให้แสบ แดง หรือระคายเคือง
- สูบบุหรี่และอยู่ในบริเวณที่มีมลภาวะเป็นประจำ
- ปล่อยให้ผิวแห้งโดยไม่ได้เติมความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม
การพักผ่อนน้อยอาจทำให้ดวงตาดูอ่อนล้าและรอยเดิมเห็นชัดขึ้น แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของรอยตีนกาเชิงโครงสร้างครับ
รอยตีนกาเริ่มเกิดตอนอายุเท่าไหร่
รอยตีนกาไม่มีอายุเริ่มต้นที่แน่นอน บางคนอาจเริ่มสังเกตเห็นริ้วเล็ก ๆ ตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น ขณะที่บางคนเริ่มเห็นชัดหลังอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นอยู่กับพันธุกรรม ลักษณะผิว การโดนแดด การสูบบุหรี่ และรูปแบบการใช้กล้ามเนื้อรอบดวงตา จึงไม่ควรใช้ตัวเลขอายุเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าผิวแก่เร็วหรือช้าครับ
รอยตีนกาต่างจากริ้วรอยใต้ตาอย่างไร
แม้จะอยู่ใกล้กัน แต่รอยตีนกาและริ้วรอยใต้ตาอาจมีสาเหตุและวิธีดูแลต่างกัน ดังนี้
| ปัญหา | ตำแหน่งและลักษณะ | สาเหตุที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| รอยตีนกา | เส้นริ้วแผ่จากหางตา | กล้ามเนื้อรอบดวงตาหดตัว |
| ริ้วรอยใต้ตา | ริ้วเล็กใต้ขอบตาล่าง | ผิวบาง แห้ง หรือคอลลาเจนลดลง |
| ร่องใต้ตา | ร่องต่อจากหัวตาลงมาบริเวณแก้ม | เนื้อเยื่อยุบหรือโครงสร้างใบหน้า |
| ถุงใต้ตา | ส่วนใต้ตานูนหรือหย่อน | ไขมัน ผิวหย่อน หรือโครงสร้างรอบตา |
โบทูลินัมท็อกซินอาจเหมาะกับรอยตีนกาที่เกิดจากกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้ใช้แก้ร่องใต้ตาหรือถุงใต้ตาทุกกรณีครับ
รอยตีนกาหายเองได้ไหม
รอยตีนกาที่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวมักไม่หายเองครับ แต่ระดับความชัดอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากเป็นริ้วเล็กจากผิวแห้ง การเพิ่มความชุ่มชื้นอาจทำให้รอยดูจางลงชั่วคราว แต่หากมองเห็นรอยตอนหน้านิ่งหรือมีร่องลึก การทาครีมอย่างเดียวมักไม่สามารถแก้สาเหตุทั้งหมดได้

วิธีดูแลรอยตีนกาด้วยตัวเอง
การดูแลด้วยตัวเองเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีริ้วเล็ก ๆ และช่วยลดปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมเร็วขึ้นได้ ดังนี้
ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
เลือกครีมกันแดดชนิด Broad Spectrum และทาให้ทั่วใบหน้า รวมถึงบริเวณรอบดวงตาที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถใช้ได้ ควรสวมหมวกหรือแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้งเพื่อลดทั้งรังสี UV และการหยีตาครับ
เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา
มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยลดความแห้งและทำให้ริ้วเล็ก ๆ ดูชัดน้อยลงได้ ควรเลือกสูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมที่ทำให้แสบตา และหลีกเลี่ยงการถูผลิตภัณฑ์ลงบนผิวแรงเกินไป
ลดการขยี้ตา
หากมีอาการคันตาจากภูมิแพ้ ตาแห้ง หรือระคายเคือง ควรหาสาเหตุและปรึกษาแพทย์แทนการขยี้ตาซ้ำ ๆ เพราะอาจทำให้ผิวรอบดวงตาระคายเคืองมากขึ้น
งดสูบบุหรี่
การหยุดสูบบุหรี่ช่วยลดปัจจัยที่เร่งให้ผิวเสื่อมก่อนวัย และยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม ไม่ควรรอให้เกิดริ้วรอยลึกก่อนจึงเริ่มปรับพฤติกรรมครับ
สกินแคร์ลดรอยตีนกา ควรมีส่วนผสมอะไร
สกินแคร์ช่วยดูแลริ้วตื้นและคุณภาพผิว แต่ควรเลือกสูตรที่เหมาะสำหรับบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ
- Hyaluronic Acid: ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ริ้วจากผิวแห้งดูชัดน้อยลง
- Peptide: ใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ดูแลความเรียบเนียนและความยืดหยุ่นของผิว
- Retinol หรือ Retinoid: อาจช่วยเรื่องริ้วรอยและการสร้างคอลลาเจน แต่ควรเริ่มจากความเข้มข้นต่ำและระวังการระคายเคือง
- Vitamin C: ช่วยดูแลผิวจากอนุมูลอิสระและความหมองคล้ำ แต่ต้องเลือกสูตรที่ไม่ทำให้แสบตา
- Ceramide: ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและลดความแห้ง
ไม่ควรทาผลิตภัณฑ์ชิดขอบตาหรือเปลือกตาเกินกว่าที่ฉลากกำหนด หากใช้แล้วแดง แสบ คัน หรือมีผื่น ควรหยุดใช้ครับ
รอยตีนกาแบบไหนเหมาะกับวิธีรักษาใด
การเลือกวิธีรักษาควรเริ่มจากสาเหตุหลักของริ้วรอย ไม่จำเป็นต้องทำทุกหัตถการร่วมกันครับ
| ลักษณะรอยตีนกา | วิธีที่หมอแนะนำ |
|---|---|
| เห็นเฉพาะตอนยิ้มหรือหยีตา | โบทูลินัมท็อกซิน |
| เห็นทั้งตอนยิ้มและตอนหน้านิ่ง | โบทูลินัมท็อกซินร่วมกับการดูแลคุณภาพผิว |
| ริ้วเล็ก ผิวแห้ง หรือผิวไม่เรียบ | สกินแคร์ เลเซอร์ หรือหัตถการกระตุ้นคอลลาเจน |
| มีผิวรอบตาหย่อนร่วมด้วย | โปรแกรมพลังงานสำหรับผิวรอบดวงตา |
| มีร่องใต้ตาหรือเนื้อเยื่อยุบ | ประเมินสารเติมเต็มเฉพาะกรณี |
| มีทั้งรอยตีนกา ร่องใต้ตา และผิวหย่อน | วางแผนรักษาหลายวิธีตามลำดับความสำคัญ |

วิธีรักษารอยตีนกาด้วยหัตถการ
ก่อนรักษา หมอจะให้ยิ้ม หยีตา และพักใบหน้า เพื่อดูว่ารอยสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อหรือโครงสร้างผิวส่วนใดครับ
โบทูลินัมท็อกซินลดรอยตีนกา
การฉีดโบท็อกลดริ้วรอย เหมาะกับรอยตีนกาที่เห็นชัดเวลายิ้มหรือหยีตา ตัวยาจะลดการส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดชั่วคราว ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวน้อยลงและรอยพับจากการแสดงสีหน้าดูจางลง หลักฐานจากการศึกษาหลายงานพบว่า Botulinum Toxin Type A สามารถช่วยลดความรุนแรงของรอยตีนกาที่สัมพันธ์กับการทำงานของกล้ามเนื้อได้
ตำแหน่ง ปริมาณ และหน่วยของแต่ละผลิตภัณฑ์ไม่สามารถใช้แทนกันโดยตรง แพทย์จึงต้องประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อ ตำแหน่งคิ้ว และรูปแบบรอยของแต่ละคนก่อนฉีดครับ
เลเซอร์ฟื้นฟูผิวรอบดวงตา
เลเซอร์บางชนิดช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและปรับโครงสร้างคอลลาเจน จึงเหมาะกับริ้วเล็ก ผิวไม่เรียบ หรือรอยที่เห็นตอนหน้านิ่งมากกว่ารอยที่เกิดจากกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว
ชนิดพลังงานและระดับความแรงต้องเลือกตามสีผิว ความลึกของริ้วรอย และความสามารถในการพักฟื้น เพราะผิวรอบดวงตาบางและเกิดการระคายเคืองได้ง่ายครับ
RF Microneedling
RF Microneedling ใช้เข็มขนาดเล็กร่วมกับพลังงานคลื่นวิทยุเพื่อกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจน เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยตื้น ผิวไม่เรียบ หรือความยืดหยุ่นของผิวลดลง มีงานวิจัยที่พบการเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยรอบดวงตาหลังการรักษาด้วย RF Microneedling แต่ต้องควบคุมความลึกและพลังงานให้เหมาะกับบริเวณรอบดวงตาครับ
โปรแกรมพลังงานยกกระชับผิวรอบดวงตา
เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยร่วมกับผิวรอบตาหย่อน เปลือกตาดูหนัก หรือหางตาตกเล็กน้อย โปรแกรมกลุ่มนี้เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนและดูแลความแน่นของผิว
ตัวอย่างเช่น EMFACE Eyes ใช้พลังงาน RF ร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อรอบดวงตา ขณะที่ Volnewmer Eyes ใช้พลังงาน Monopolar RF เพื่อดูแลคอลลาเจนและความแน่นของผิว หมอจะเลือกจากลักษณะริ้วรอย ความหย่อน และโครงสร้างรอบตา ไม่ได้พิจารณาจากชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียวครับ
ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็ม
ฟิลเลอร์ไม่ใช่วิธีหลักสำหรับรอยตีนกาที่เกิดจากกล้ามเนื้อ แต่แพทย์อาจพิจารณาฟิลเลอร์ใต้ตาในบางกรณีที่มีร่องใต้ตา เนื้อเยื่อยุบ หรือขาดวอลุ่มร่วมด้วย
บริเวณรอบดวงตามีหลอดเลือดและโครงสร้างสำคัญ การฉีดจึงต้องทำโดยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคและสามารถดูแลภาวะแทรกซ้อนได้ ไม่ควรเลือกฉีดจากราคาเพียงอย่างเดียวครับ
การรักษาหลายวิธีร่วมกัน
ผู้ที่มีทั้งรอยตอนยิ้ม รอยตอนหน้านิ่ง และผิวหย่อน อาจต้องดูแลมากกว่า 1 สาเหตุ เช่น ลดการทำงานของกล้ามเนื้อก่อน แล้วจึงประเมินริ้วที่ยังเหลืออยู่เพื่อดูแลคุณภาพผิวเพิ่มเติม
การทำหลายวิธีไม่จำเป็นต้องทำพร้อมกันทั้งหมด หมออาจแบ่งการรักษาเป็นลำดับเพื่อประเมินผลของแต่ละขั้นตอนและลดการทำหัตถการเกินความจำเป็นครับ
โบทูลินัมท็อกซินช่วยให้รอยตีนกาหายถาวรไหม
โบทูลินัมท็อกซินช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว จึงไม่ได้ทำให้รอยตีนกาหายถาวร เมื่อฤทธิ์ของตัวยาค่อย ๆ ลดลง กล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานและรอยอาจกลับมาชัดได้ สำหรับ OnabotulinumtoxinA มีข้อมูลว่าผลในการดูแลรอยตีนกาอาจอยู่ประมาณ 3–4 เดือน แต่ระยะเวลาจริงแตกต่างตามผลิตภัณฑ์ ปริมาณ การทำงานของกล้ามเนื้อ และการตอบสนองของแต่ละคน
รักษารอยตีนกา กี่วันเห็นผล
ระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับวิธีรักษา โดยสามารถประเมินคร่าว ๆ ได้ดังนี้
| วิธีรักษา | ระยะเวลาเริ่มเห็นผล |
|---|---|
| โบทูลินัมท็อกซิน | เริ่มเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายวัน และประเมินชัดขึ้นประมาณ 2 สัปดาห์ |
| เลเซอร์ | หลังผิวฟื้นตัว และค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการสร้างคอลลาเจน |
| RF Microneedling | ริ้วรอยและผิวอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงในช่วงหลายสัปดาห์ |
| โปรแกรมพลังงานยกกระชับ | ผลค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามการปรับโครงสร้างคอลลาเจน |
| ฟิลเลอร์ | เห็นการเติมเต็มได้หลังทำ แต่ต้องรอให้อาการบวมลดลงก่อนประเมิน |
อาการบวม แดง หรือตึงหลังทำไม่ถือเป็นผลลัพธ์สุดท้าย ควรรอประเมินตามช่วงเวลาที่แพทย์นัดครับ
หลังรักษารอยตีนกา ควรดูแลอย่างไร
คำแนะนำหลังรักษาแตกต่างกันตามหัตถการ จึงควรยึดคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษาเป็นหลัก
หลังฉีดโบทูลินัมท็อกซิน
- ไม่กด นวด หรือถูตำแหน่งฉีดแรง ๆ ในช่วงแรก
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าร้อนหรือแดงมากตามเวลาที่แพทย์แนะนำ
- สังเกตอาการผิดปกติและกลับมาติดตามผลตามนัด
หลังทำเลเซอร์หรือ RF Microneedling
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและงดสารที่ระคายเคืองตามคำแนะนำ
- ทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแดดจัด
- ไม่แกะ เกา หรือถูผิวที่กำลังฟื้นตัว
หลังฉีดสารเติมเต็ม
- หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดเอง เว้นแต่แพทย์เป็นผู้แนะนำ
- สังเกตอาการปวดมากผิดปกติ ผิวเปลี่ยนสี หรือการมองเห็นผิดปกติ
- หากมีอาการที่น่ากังวล ควรติดต่อสถานพยาบาลทันที
รอยตีนกาป้องกันได้ไหม
ไม่สามารถป้องกันรอยตีนกาได้ทั้งหมด เพราะการยิ้มและการขยับกล้ามเนื้อรอบดวงตาเป็นการทำงานตามปกติของใบหน้าครับ แต่สามารถลดปัจจัยที่เร่งให้รอยเกิดเร็วหรือชัดขึ้นได้ การทาครีมกันแดด สวมแว่นกันแดด เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการขยี้ตา และงดสูบบุหรี่ เป็นพื้นฐานที่ควรทำต่อเนื่อง แม้ยังไม่มีริ้วรอยชัดก็ตาม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรอยตีนกา
รอยตีนกาอันตรายไหม
โดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่หากมีหนังตาตก ตาปิดไม่สนิท ตามัว ปวดตา หรืออาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุครับ
อายุยังน้อยแต่มีรอยตีนกา ผิดปกติไหม
ไม่จำเป็นต้องผิดปกติครับ รอยอาจสัมพันธ์กับพันธุกรรม ผิวแห้ง การโดนแดด หรือรูปแบบการยิ้มและหยีตาของแต่ละคน
ครีมลดรอยตีนกาช่วยได้จริงไหม
ครีมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลริ้วตื้นได้ แต่ไม่สามารถหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อหรือเติมเต็มร่องลึกได้ จึงควรเลือกตามสาเหตุของรอยครับ
นวดหน้าช่วยให้รอยตีนกาหายไหม
การนวดไม่สามารถลบรอยที่เกิดจากกล้ามเนื้อหรือการสูญเสียคอลลาเจนได้ และการดึงหรือถูผิวรอบดวงตาแรงเกินไปอาจทำให้ระคายเคืองมากขึ้น
โบทูลินัมท็อกซินรอยตีนกาทำให้ยิ้มแข็งไหม
หากใช้ปริมาณหรือตำแหน่งไม่เหมาะสม อาจกระทบการแสดงสีหน้าได้ แพทย์จึงต้องประเมินความแรงและรูปแบบการทำงานของกล้ามเนื้อก่อนฉีดครับ
รอยตีนกาควรรักษาตั้งแต่เมื่อไหร่
สามารถเริ่มจากการกันแดดและบำรุงผิวได้ตั้งแต่ยังไม่มีรอย ส่วนหัตถการควรพิจารณาเมื่อริ้วรอยเริ่มรบกวนความมั่นใจ และเลือกตามชนิดของรอย ไม่ได้กำหนดจากอายุเพียงอย่างเดียว
สรุป
รอยตีนกาเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบดวงตาซ้ำ ๆ ร่วมกับคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลง หากเห็นรอยเฉพาะตอนยิ้ม มักเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อเป็นหลัก แต่หากเห็นรอยตอนหน้านิ่ง อาจต้องดูแลคุณภาพผิวร่วมด้วยครับ การทาครีมกันแดด เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการขยี้ตา และงดสูบบุหรี่ ช่วยลดปัจจัยที่ทำให้ริ้วรอยชัดเร็วขึ้นได้ ส่วนผู้ที่มีรอยลึกหรือมีความหย่อนร่วมด้วย ควรให้แพทย์ประเมินลักษณะรอยก่อนเลือกโบทูลินัมท็อกซิน เลเซอร์ RF Microneedling โปรแกรมยกกระชับ หรือสารเติมเต็มให้ตรงกับสาเหตุ
สามารถเข้ารับการประเมินกับแพทย์ที่ APEX เพื่อวิเคราะห์ริ้วรอยทั้งขณะพักใบหน้าและขณะแสดงสีหน้า พร้อมวางแผนดูแลบริเวณรอบดวงตาให้เหมาะกับโครงสร้างและสภาพผิวของแต่ละคนครับ
ช่องทางการติดต่อ
- Tel : 080-500-0123
- Line : @apexbeauty
- Tiktok : apexprofoundbeauty
- Facebook : APEX Hospital & Beauty Clinic
- Instagram : apexbeauty
- Youtube : Apex Beauty Clinic
- X (Twitter) : ApexProfound
