Monopolar RF คืออะไร ต่างจาก HIFU อย่างไร เลือกแบบไหนดี

หน้าแรก » Lifting » Monopolar RF คืออะไร ต่างจาก HIFU อย่างไร เลือกแบบไหนดี
ว.41660
Monopolar RF คืออะไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Monopolar RF เป็นเทคโนโลยีที่หลายคนสนใจเมื่อเริ่มมีปัญหาผิวขาดความแน่น กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีความหย่อนคล้อย บทความนี้หมอจะอธิบายหลักการทำงาน จุดเด่น บริเวณที่นิยมทำ และข้อควรรู้ก่อนเลือกทำ Monopolar RF ให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนครับ

Monopolar RF คืออะไร

Monopolar RF คือ เทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียวครับ พลังงานจะส่งผ่านชั้นผิวและเปลี่ยนเป็นความร้อนใต้ผิว เพื่อกระตุ้นการจัดเรียงตัวของคอลลาเจนและอิลาสติน ความร้อนจะกระจายเป็นบริเวณกว้าง หรือ Bulk Heating ไม่ได้ลงเป็นจุดที่ความลึกตายตัว ซึ่งระดับพลังงานและความลึกจะขึ้นอยู่กับเครื่อง หัวทิป ระบบทำความเย็น และการตั้งค่าของหมอครับ

Monopolar RF ทำงานอย่างไร

Monopolar RF ทำงานอย่างไร

Monopolar RF ใช้พลังงานคลื่นวิทยุสร้างความร้อนในชั้นเนื้อเยื่อ มีหลักการทำงานดังนี้ครับ

  • ส่งพลังงานจากหัวทิปผ่านเนื้อเยื่อไปยังแผ่นรับพลังงานที่ติดอยู่บนร่างกาย
  • ความต้านทานของเนื้อเยื่อจะเปลี่ยนพลังงานคลื่นวิทยุให้กลายเป็นความร้อน
  • ระบบทำความเย็นช่วยปกป้องผิวชั้นบนและลดความรู้สึกร้อนระหว่างทำ
  • ความร้อนช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวบางส่วน ผิวจึงอาจรู้สึกแน่นขึ้นหลังทำ
  • กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้ค่อย ๆ สร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่

Monopolar RF ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Monopolar RF ไม่ได้ช่วยเฉพาะเรื่องยกกระชับใบหน้าเท่านั้น แต่ยังสามารถดูแลผิวบริเวณอื่น ๆ ได้ ปัญหาที่เหมาะกับการทำ ได้แก่

  • ผิวหน้าและลำคอหย่อนคล้อย ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวบริเวณแก้ม กรอบหน้า และลำคอดูกระชับขึ้น
  • กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด ช่วยเพิ่มความกระชับของผิวและเนื้อเยื่อ ทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น
  • ริ้วรอยตื้นและผิวไม่เรียบ การจัดเรียงตัวของคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
  • ผิวลำตัวขาดความกระชับ บางเครื่องสามารถใช้กับหน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขาได้ ตามข้อบ่งใช้ของแต่ละรุ่น

Monopolar RF ช่วยลดไขมันได้จริงไหม

Monopolar RF บางเครื่องอาจส่งความร้อนไปถึงชั้นไขมันและช่วยให้กรอบหน้าดูกระชับขึ้นได้ครับ แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อลดไขมันโดยตรงทุกเครื่อง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหัวทิป ระดับพลังงาน ระบบ Cooling และเทคโนโลยีที่ใช้

บริเวณที่นิยมทำ Monopolar RF

บริเวณที่นิยมทำ Monopolar RF

Monopolar RF สามารถใช้ดูแลได้หลายบริเวณครับ โดยบริเวณที่นิยมทำ ได้แก่

  • ใบหน้าและกรอบหน้า ช่วยดูแลผิวที่เริ่มหย่อนและกรอบหน้าไม่ชัด
  • แก้มและใต้คาง เหมาะกับผู้ที่มีผิวขาดความแน่นหรือมีเหนียงร่วมด้วย
  • รอบดวงตาและเปลือกตา ต้องเป็นเครื่องที่มีหัวทิปเฉพาะสำหรับบริเวณนี้
  • ลำคอ ช่วยดูแลผิวคอที่เริ่มมีริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อย
  • หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา ใช้ในเครื่องที่รองรับการดูแลผิวบริเวณลำตัว

เครื่องที่ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF มีอะไรบ้าง

เครื่อง Monopolar RF ที่ใช้ในงานยกกระชับมีหลายรุ่นครับ ได้แก่

  • Thermage FLX ใช้พลังงาน Monopolar RF ร่วมกับระบบทำความเย็นและระบบสั่นที่หัวทิป ช่วยลดความรู้สึกร้อนขณะทำ มีหัวทิปสำหรับใบหน้า รอบดวงตา และบางบริเวณของร่างกาย
  • Oligio ใช้คลื่น Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz พร้อมระบบ Cooling เพื่อช่วยปกป้องผิวชั้นบน ขณะที่ความร้อนลงไปกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจน
  • Density สามารถส่งพลังงาน Monopolar RF และ Bipolar RF ต่อเนื่องกันในแต่ละพัลส์ พร้อมระบบตรวจวัดความต้านทานของผิวแบบ Real-time และระบบ Cooling
  • XERF เป็นเครื่อง Monopolar RF ที่ใช้ความถี่ 6.78 MHz และ 2 MHz สามารถเลือกใช้หรือผสมความถี่เพื่อกระจายพลังงานในระดับเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน

Monopolar RF กับ HIFU ต่างกันอย่างไร

แม้ Monopolar RF และ HIFU จะช่วยดูแลผิวหย่อนคล้อยได้เหมือนกัน แต่หลักการทำงานและจุดเด่นต่างกัน โดยเปรียบเทียบได้ดังนี้ครับ

หัวข้อเปรียบเทียบ Monopolar RF HIFU
พลังงาน คลื่นวิทยุ Radiofrequency คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส
รูปแบบความร้อน กระจายความร้อนครอบคลุมเป็นบริเวณกว้าง สร้างจุดความร้อนตามแนวและระดับความลึกที่เลือก
ชั้นเนื้อเยื่อ ขึ้นอยู่กับเครื่อง หัวทิป และระดับพลังงาน ขึ้นอยู่กับความลึกของหัวที่เลือกใช้
จุดเด่น ช่วยเพิ่มความแน่นและดูแลผิวหย่อนแบบกระจาย เน้นวางแนวพลังงานเพื่อยกเนื้อเยื่อเฉพาะตำแหน่ง
ความรู้สึกขณะทำ อุ่น ร้อน หรือจี๊ดเป็นช่วง ๆ จี๊ด ตึง หรือรู้สึกปวดลึกเป็นจุด
เหมาะกับ ผิวขาดความแน่นหรือหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ผู้ที่ต้องการเน้นแนวยกบริเวณแก้ม ใต้คาง หรือกรอบหน้า

เลือก Monopolar RF หรือ HIFU แบบไหนดี

Monopolar RF และ HIFU มีจุดเด่นต่างกันครับ มีแนวทางพิจารณา ดังนี้

  • ผิวขาดความแน่นหรือหย่อนแบบกระจาย Monopolar RF อาจเหมาะกว่า เพราะกระจายความร้อนได้ครอบคลุมเป็นบริเวณกว้าง ช่วยให้ผิวโดยรวมดูกระชับขึ้น
  • แก้มหรือกรอบหน้าหย่อนเป็นแนว HIFU อาจเหมาะกับการวางพลังงานเป็นจุดตามระดับความลึกและแนวยกที่แพทย์วางแผนไว้
  • มีทั้งผิวไม่แน่นและเนื้อเยื่อชั้นลึกหย่อน แพทย์อาจพิจารณาใช้ทั้งสองเทคโนโลยีร่วมกัน โดยต้องจัดลำดับและเว้นระยะให้เหมาะกับสภาพผิว
  • ใบหน้าตอบหรือมีไขมันน้อย ต้องระวังการใช้พลังงานลึกหรือสะสมความร้อนมากเกินไป เพราะอาจทำให้ใบหน้าดูตอบชัดขึ้นได้

Monopolar RF เจ็บไหม

ระหว่างทำ Monopolar RF ส่วนใหญ่จะรู้สึกอุ่น ร้อน หรือจี๊ดเป็นบางจังหวะครับ โดยเฉพาะบริเวณที่มีไขมันน้อยหรืออยู่ใกล้กระดูก ความรู้สึกมากน้อยขึ้นอยู่กับเครื่อง ระดับพลังงาน และความไวของแต่ละคน แม้ระบบ Cooling หรือระบบสั่นจะช่วยให้สบายผิวขึ้น บางคนอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลางระหว่างทำได้ครับ

หลังทำ Monopolar RF เห็นผลเมื่อไร

หลังทำบางคนอาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นเล็กน้อยทันที ส่วนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ ชัดขึ้น โดยมักเริ่มประเมินได้ในช่วง 1-2 เดือน และเห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องประมาณ 3 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่อง พลังงาน อายุ และสภาพผิวของแต่ละคนครับ

Monopolar RF ต้องทำกี่ครั้ง

จำนวนครั้งของ Monopolar RF ขึ้นอยู่กับเครื่องและปัญหาผิวของแต่ละคนครับ บางเครื่องอาจทำเพียง 1 ครั้งแล้วรอติดตามผล ส่วนบางระบบอาจแนะนำประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะตามคำแนะนำของเครื่อง

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์ของ Monopolar RF อาจอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือนครับ บางคนอาจสั้นหรือนานกว่านี้ ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง สภาพผิว อายุ พลังงานที่ใช้ น้ำหนักตัว และการดูแลหลังทำ

ใครบ้างที่เหมาะกับ Monopolar RF

ผู้ที่เหมาะกับ Monopolar RF มักเป็นคนที่มีผิวหย่อนคล้อยไม่มาก และต้องการดูแลความกระชับ ได้แก่

  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ผู้ที่กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดจากผิวและเนื้อเยื่อที่หย่อนลง
  • ผู้ที่มีริ้วรอยตื้น ผิวขาดความแน่นหรือความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวบริเวณใบหน้า ลำคอ หรือลำตัว ตามข้อบ่งใช้ของเครื่อง

ใครควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทำ

Monopolar RF อาจไม่เหมาะกับทุกคนครับ โดยกลุ่มที่ต้องระวัง ได้แก่

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
  • ผู้ที่มีแผล ผื่น การอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่มีโลหะหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่ใกล้ตำแหน่งที่ต้องการทำ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือโรคภูมิคุ้มกันตนเองที่ยังควบคุมอาการไม่ได้
  • ผู้ที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือทำหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกัน

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Monopolar RF

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Monopolar RF

หลังทำ Monopolar RF บางคนอาจมีอาการข้างเคียง ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเพียงชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้น เช่น

  • ผิวแดงหรือรู้สึกอุ่น
  • บวมเล็กน้อย
  • รู้สึกตึง ระบม หรือกดเจ็บ
  • ผิวแห้งหรือไวต่อการสัมผัส
  • มีรอยหัวทิปบนผิวชั่วคราว

การดูแลตัวเองหลังทำ Monopolar RF

แม้หลังทำ Monopolar RF จะไม่ต้องพักฟื้นนานครับ แต่ควรดูแลผิวในช่วงแรก ดังนี้

  • ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน และงดสครับหรือขัดผิวชั่วคราว
  • ทามอยส์เจอไรเซอร์ หากรู้สึกว่าผิวแห้ง ตึง หรือระคายเคือง
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแดดจัด
  • หากผิวยังแดงหรือร้อน ควรเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ และความร้อนสูง
  • งดนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ทำแรงเกินไปในช่วงแรก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Monopolar RF

Monopolar RF ทำให้หน้าเล็กลงไหม

อาจช่วยให้ใบหน้าดูกระชับและกรอบหน้าชัดขึ้น หากปัญหาเกิดจากผิวหรือเนื้อเยื่อหย่อนครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยลดไขมันหรือทำให้หน้าเล็กลงได้เหมือนกันทุกเครื่อง

Monopolar RF ทำให้หน้าตอบไหม

มีโอกาสได้ในผู้ที่มีไขมันใบหน้าน้อย หากใช้หัวทิปหรือระดับพลังงานไม่เหมาะสมครับ ก่อนทำหมอจึงต้องประเมินความหนาของผิว ปริมาณไขมัน และรูปหน้าเป็นรายบุคคล

Monopolar RF ทำร่วมกับ HIFU ได้ไหม

ทำร่วมกันได้ในบางเคส เพราะพลังงานทั้งสองชนิดมีรูปแบบการทำงานต่างกันครับ แต่ควรให้แพทย์วางแผนตำแหน่ง ลำดับ และระยะห่างให้เหมาะสม

Monopolar RF กับ Bipolar RF ต่างกันอย่างไร

Monopolar RF กระจายพลังงานผ่านเนื้อเยื่อเป็นบริเวณกว้าง ส่วน Bipolar RF ส่งพลังงานระหว่างขั้วบนหัวทิป จึงมักเน้นความร้อนในบริเวณที่จำกัดกว่าครับ

จำนวนช็อตยิ่งมากยิ่งเห็นผลดีจริงไหม

ไม่เสมอไปครับ ต้องดูร่วมกับขนาดหัวทิป ระดับพลังงาน พื้นที่ที่ทำ และการยิงซ้ำในแต่ละตำแหน่ง จึงไม่ควรเปรียบเทียบจำนวนช็อตระหว่างเครื่องต่างรุ่นโดยตรง

สรุป

Monopolar RF เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุที่สร้างความร้อนแบบกระจายในเนื้อเยื่อ เหมาะกับการดูแลผิวที่ขาดความแน่นหรือหย่อนคล้อยโดยรวม ส่วน HIFU คืออัลตราซาวด์แบบโฟกัสที่สร้างจุดความร้อนในระดับความลึกที่กำหนด เพื่อเน้นยกกระชับเป็นแนวครับ

แชร์บทความ
นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ว.41660
บทความโดย นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
หลังทำ Ulthera

หลังทำ Ulthera ดูแลผิวอย่างไร และมีอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง

การตัดสินใจทำ Ulthera สักครั้ง หมอเชื่อว่าทุกคนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวที่ยกกระชับขึ้น หลายคนมีความกังวลว่า ทำไปแล้วดูแลตัวเองยากหรือเปล่า
Sofwave คืออะไร ยกกระชับผิวแบบไหน ช่วยแก้ปัญหาอะไร

Sofwave (ซอฟเวฟ) คืออะไร เหมาะกับใคร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Sofwave เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงานอัลตราซาวด์ที่ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิว โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้เข็ม โดยใช้เทคโนโลยีแบบ SUPERB™
Volnewmer Elite

Volnewmer Elite คืออะไร เครื่องยกกระชับผิวพร้อม Elite Gold Tip ต่างจากแบบทั่วไปอย่างไร

Volnewmer Elite เครื่องยกกระชับผิวด้วยพลังงาน Monopolar RF ทำงานร่วมกับ Elite Gold Tip หัวทิปเคลือบทองคำ ช่วยส่งพลังงานสู่ชั้นผิวได้อย่างสม่ำเสมอ
Ultraformer III vs Ulthera

Ultraformer III vs Ulthera ต่างกันอย่างไร ควรเลือกเครื่องไหนดี

คนไข้ถามหมอบ่อยมากค่ะว่า Ultraformer III กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร แล้วควรเลือกเครื่องไหนดี จริง ๆ แล้วทั้งสองเครื่องใช้พลังงานอัลตราซาวนด์เหมือนกัน