ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ช่วยลดรอยแบบไหน ใช้กี่ยูนิต อันตรายไหม

หน้าแรก » โบท็อก » ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ช่วยลดรอยแบบไหน ใช้กี่ยูนิต อันตรายไหม
ว.43115
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

รอยยิ้มที่มาพร้อมริ้วรอยใต้ตา อาจทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ แต่การจะใช้โบท็อกในบริเวณนี้ต้องอาศัยความละเอียดและเทคนิคที่ถูกต้อง เป็นพิเศษเพื่อให้ได้งานผิวที่เรียบเนียน หมอจะพาไปไขข้อสงสัยว่าจริง ๆ ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา แล้วอันตรายไหม ต้องใช้ปริมาณยาเท่าไหร่ และยี่ห้อไหนที่หมอแนะนำให้เลือกใช้ เพื่อเปลี่ยนดวงตาที่ดูเหนื่อยล้าให้กลับมาสดใสอีกครั้ง

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา คืออะไร

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา คือการใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin A) ฉีดเข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis oculi) ในปริมาณที่เหมาะสม หน้าที่ของมันคือการเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัวชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง ผิวหนังด้านบนก็จะไม่พับเป็นรอย ทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรอยย่นเวลาเรายิ้มดูจางลงนั่นเอง

กลไกการทำงานโบท็อกริ้วรอยใต้ตา

ริ้วรอยใต้ตาแบบไหน เหมาะกับการฉีดโบท็อก

  • ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ (Dynamic Wrinkles) คือรอยที่เกิดขึ้นเฉพาะเวลาเรายิ้ม หัวเราะ หรือหยีตา
  • ริ้วรอยขนาดเล็ก (Fine Lines) รอยย่นตื้น ๆ ใต้ตาที่ทำให้หน้าดูเหนื่อยล้า

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา อันตรายไหม

หมอบอกตามตรงว่า “ไม่อันตราย” หากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ แต่บริเวณใต้ตาถือเป็นจุดที่ปราบเซียน เพราะผิวบางและใกล้ดวงตามาก หากฉีดผิดตำแหน่ง ผิดชั้นกล้ามเนื้อ หรือใช้ปริมาณยามากเกินไป อาจทำให้ตาดูแข็ง ยิ้มไม่สุด หรือถุงใต้ตาดูเด่นขึ้นได้ ดังนั้นการเลือกหมอที่แม่นยำเรื่องอนาโตมีใบหน้าจึงสำคัญ

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา อันตรายไหม

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ต้องใช้กี่ยูนิต

ผิวใต้ตาบางมากและกล้ามเนื้อมัดเล็กสุดๆ ค่ะ ปกติหมอจะใช้เพียง ข้างละประมาณ 2-6 ยูนิต (รวมสองข้างไม่เกิน 12 ยูนิต) ขึ้นอยู่กับความลึกของริ้วรอย จะไม่ใช้เยอะเกินไป เพราะจะทำให้ตาดู “แข็ง” หรือ “ยิ้มแล้วตาไม่ไปกับปาก” ซึ่งดูไม่เป็นธรรมชาติ

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ฉีดจุดไหนได้บ้าง

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ช่วยอะไร ฉีดจุดไหนได้บ้าง

หมอจะประเมินตำแหน่งที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาขยับบ่อย เพื่อช่วยลดริ้วรอยและให้ผลลัพธ์ที่ดี ได้แก่

  • หางตา ลดรอยตีนกาจากการยิ้มหรือหัวเราะ
  • ใต้ขอบตาล่าง ลดริ้วรอยเส้นเล็กเวลาแสดงสีหน้า
  • สันจมูก ลดรอยย่นบริเวณหัวตาและสันจมูก
  • กล้ามเนื้อใต้ตา ช่วยให้ผิวใต้ตาเรียบเนียนและดวงตาดูโตขึ้น

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ยี่ห้อไหนดี

การเลือกยี่ห้อโบท็อกสำหรับฉีดริ้วรอยใต้ตา หมอจะพิจารณาจากคุณภาพของตัวยา ลักษณะริ้วรอย และผลลัพธ์ที่ต้องการ ดังนี้

Allergan

Allergan โบท็อกต้นตำรับที่มีความบริสุทธิ์ค่อนข้างสูง และการกระจายตัวยาแคบที่สุด ทำให้หมอสามารถควบคุมตำแหน่งการฉีดบริเวณใต้ตาได้ถูกต้อง โอกาสดื้อยาน้อยและให้ผลลัพธ์ที่ตึงเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ

Dysport

Dysport โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการกระจายตัวยาที่กว้าง หมอมักเลือกใช้ยี่ห้อนี้ฉีดด้วยเทคนิคพิเศษ เพื่อกระจายยาในชั้นผิวตื้น ๆ ช่วยลดริ้วรอยยิบ ๆ ใต้ตาและทำให้ผิวรอบดวงตาดูตึงกระชับ

Xeomin

มีความบริสุทธิ์แบบปราศจากโปรตีนเจือปน (Pure Botox) ช่วยลดโอกาสการเกิดอาการดื้อยาได้อย่างดี หมอแนะนำยี่ห้อนี้สำหรับคนที่เคยฉีดแบรนด์อื่นแล้วเริ่มเห็นผลช้าลง โดยให้ผลลัพธ์ใต้ตาที่เบาสบาย ตาไม่แข็งตึง และดูละมุน

Nabota

Nabota โดดเด่นเรื่องความบริสุทธิ์ค่อนข้างสูง ช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ไวและถูกจุด หมอนิยมนำมาใช้ฉีดลดริ้วรอยใต้ตาเพราะให้ผลลัพธ์ที่สวยเนียนตา ในราคาที่จับต้องได้ง่ายและคุ้มค่า

Aestox

Aestox ตัวยาได้รับการพัฒนาให้มีความเสถียรและอ่อนโยนต่อผิว ออกฤทธิ์ได้ดีและให้ความรู้สึกตึงกระชับที่ดูไม่แข็งทื่อ หมอมักแนะนำยี่ห้อนี้สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฉีดโบท็อกใต้ตาเป็นครั้งแรก

Neuronox

Neuronox โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพในการจับกับกล้ามเนื้อได้ดี หมอมักเลือกใช้ฉีดริ้วรอยใต้ตาเพื่อผลลัพธ์ที่ตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ ในราคาสบายกระเป๋า

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ราคาเท่าไหร่

ราคาฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตาอาจแตกต่างกันในแต่ละเคส โดยหมอจะประเมินจากปัญหาและจำนวนยูนิตที่เหมาะสมก่อนทำ ดังนี้

  • Allergan : ราคาเริ่มต้นเฉพาะจุดใต้ตา ประมาณ 3,500-5,000 บาท
  • Dysport : ราคาเริ่มต้นเฉพาะจุดจะอยู่ ประมาณ 4,000-6,000 บาท
  • Xeomin : ราคาฉีดเฉพาะจุดใต้ตาเริ่มต้น ประมาณ 4,000-5,500 บาท
  • Nabota : ราคาเริ่มเฉพาะจุดใต้ตา ประมาณ 2,500-3,500 บาท
  • Aestox : ราคาเริ่มต้นเฉพาะจุดใต้ตา ประมาณ 1,500-2,500 บาท
  • Neuronox : ราคาเริ่มต้นเฉพาะจุดใต้ตา ประมาณ 1,800-3,000 บาท

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา เห็นผลเมื่อไร อยู่ได้นานไหม

หลังฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา หมอพบว่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 3-7 วัน และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าจะดูจางลง ผิวใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น โดยผลลัพธ์มักอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกาย การใช้กล้ามเนื้อ และการดูแลตัวเองหลังฉีดแต่ละคน

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา

ก่อนฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา หมออยากให้เตรียมตัวตามคำแนะนำ เพื่อช่วยลดผลข้างเคียงให้น้อยที่สุด ดังนี้

  • แจ้งหมอหากมีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาเป็นประจำ
  • งดยาและอาหารเสริมที่เพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ หากแพทย์ผู้รักษาอนุญาต
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
  • พักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนเข้ารับบริการ
  • งดนวดหรือกดแรงบริเวณรอบดวงตาก่อนวันฉีด
  • หากมีผื่น แผล หรือการอักเสบรอบดวงตา ควรแจ้งหมอก่อนทำ
  • แจ้งหมอหากเคยฉีดโบท็อกหรือฟิลเลอร์รอบดวงตาในช่วงที่ผ่านมา
  • หากกำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรแจ้งหมอก่อนทุกครั้ง

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา

ก่อนเริ่มฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา หมอจะอธิบายทุกขั้นตอนและประเมินตำแหน่งฉีด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจตลอดการรักษา ดังนี้

  • หมอประเมินริ้วรอยและการขยับของกล้ามเนื้อรอบดวงตา
  • ถ่ายภาพก่อนทำเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์
  • เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดผิวและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • หมอกำหนดตำแหน่งและจำนวนยูนิตที่เหมาะสม
  • ฉีดโบท็อกด้วยเข็มขนาดเล็กในจุดที่วางแผนไว้
  • ตรวจสอบความเรียบร้อยหลังฉีดและประเมินอาการเบื้องต้น
  • หมอแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดและนัดติดตามผลหากจำเป็น

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา เป็นอีกปัจจัยที่หมอให้ความสำคัญ เพราะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการรักษา ดังนี้

  • งดนอนราบอย่างน้อย 4 ชั่วโมงหลังฉีด
  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูรอบดวงตา 24 ชั่วโมง
  • งดออกกำลังกายหนักในวันแรกหลังทำ
  • งดซาวน่า อบไอน้ำ และแช่น้ำร้อนประมาณ 48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • แต่งหน้าและล้างหน้าอย่างเบามือในบริเวณรอบดวงตา
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย สามารถประคบเย็นตามคำแนะนำของหมอ
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น หนังตาตกหรือมองเห็นภาพซ้อน ควรรีบติดต่อหมอทันที

ผลข้างเคียงที่อาจพบหลังฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา

ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา หมอพบว่าอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน ดังนี้

  • มีรอยแดงหรือรอยเข็มบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • บวมเล็กน้อยหรือมีรอยช้ำ และค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-7 วัน
  • กล้ามเนื้อรอบดวงตาอ่อนแรงชั่วคราว หากใช้ปริมาณยาไม่เหมาะสม
  • หนังตาตกหรือหางคิ้วตก พบได้น้อยและมักดีขึ้นเมื่อฤทธิ์ยาลดลง
  • ยิ้มหรือแสดงสีหน้าได้ไม่เป็นธรรมชาติชั่วคราว หากฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม
  • หากมีอาการปวดมาก หนังตาตกชัด หรือมองเห็นภาพซ้อน ควรรีบกลับมาพบหมอทันที

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไร

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา เหมาะสำหรับลดริ้วรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยเวลายิ้มหรือหัวเราะ ส่วนฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับแก้ปัญหาร่องลึก ใต้ตาตอบ หรือใต้ตาคล้ำจากการสูญเสียปริมาตรผิว การเลือกวิธีรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหา และในบางรายหมออาจแนะนำให้ใช้ทั้งสองหัตถการร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม

FAQ ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตาแล้วจะทำให้ถุงใต้ตาบวมขึ้นไหม

มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในคนไข้ที่มีถุงใต้ตาใหญ่หรือผิวหย่อนคล้อยมาก เนื่องจากกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่ช่วยพยุงผิวเกิดการคลายตัว หมอแนะนำให้ปรึกษาเพื่อตรวจเช็กสภาพผิวและโครงสร้างใต้ตาก่อนฉีดทุกครั้ง

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตาแล้วจะช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำหรือขอบตาดำด้วยไหม

โบท็อกมีหน้าที่หลักในการคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอยเท่านั้น ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเม็ดสีหรือความหมองคล้ำใต้ตา หมอแนะนำให้แก้ปัญหาตาคล้ำด้วยการฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มหรือทำทรีตเมนต์บำรุงผิวเฉพาะจุดแทน

ถ้าฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตาแล้วเกิดปัญหาตาตึงเกินไปมีวิธีแก้ไขไหม

ตัวยาโบท็อกไม่มียาสลายโดยตรงเหมือนฟิลเลอร์ ต้องรอให้ยาหมดฤทธิ์ไปเองตามธรรมชาติ แต่หมอสามารถช่วยแนะนำวิธีทำทรีตเมนต์อุ่นร้อนหรือประคบอุ่นบริเวณรอบดวงตาเพื่อช่วยให้ยาคลายตัวเร็วขึ้น

ทำเลสิกตามา สามารถฉีดโบท็อกลดริ้วรอยใต้ตาได้ไหม

สามารถทำได้ตามปกติ แต่เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ หมอแนะนำให้เว้นระยะเวลาหลังจากการทำเลสิกตาจนแผลหายดีสนิทและจักษุแพทย์อนุญาตให้ออกกำลังกายหรือแต่งหน้าได้ตามปกติก่อน

สรุป

ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตาเป็นวิธีที่ช่วยคืนความสดใสให้ดวงตา หากเลือกใช้ปริมาณยูนิตและยี่ห้อที่เหมาะสมกับสภาพผิวโดยแพทย์ สิ่งสำคัญคือการวางตำแหน่งยาเพื่อให้ริ้วรอยจางลง โดยที่ยังคงรอยยิ้มที่ดูละมุนเป็นธรรมชาติไว้ได้ เพียงดูแลตัวเองตามคำแนะนำของหมอ คุณก็จะมีงานผิวรอบดวงตาที่เรียบเนียนและเสริมความมั่นใจได้แน่นอน

แชร์บทความ
พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
ว.43115
บทความโดย พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ (หมอจิงโจ้)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
โบท็อกแท้เช็กยังไง

โบท็อกแท้เช็กยังไง 2026 วิธีดูแต่ละยี่ห้อก่อนฉีด

โบท็อกแท้เช็กได้จากหลายจุดร่วมกันครับ ทั้งชื่อผลิตภัณฑ์ ฉลากภาษาไทย เลขทะเบียนยา บริษัทผู้รับอนุญาต ขนาดบรรจุ เลข Lot และวันหมดอายุ
โบท็อกปลอมดูอย่างไร

โบท็อกปลอมดูอย่างไร อันตรายไหม เช็กอะไรบ้างก่อนฉีด

โบท็อกปลอมในปัจจุบันอาจเลียนแบบทั้งกล่อง ขวด และฉลากได้ใกล้เคียงของจริง การดูจากบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอครับ ก่อนฉีดควรตรวจสอบข้อมูลหลายส่วนร่วมกัน
รีวิวฉีดโบท็อก APEX

รีวิวฉีดโบท็อก รวมเคสก่อน-หลัง แต่ละจุดเห็นผลแบบไหน

รีวิวฉีดโบท็อก ไม่ได้มีแค่เรื่องริ้วรอยที่ดูจางลง แต่ผลลัพธ์ของแต่ละคนยังแตกต่างกันตามปัญหาเดิมและตำแหน่งที่ฉีด บางคนต้องการลดกรามเพื่อให้ใบหน้าดูซอฟต์
ฉีดโบท็อกห้ามกินอะไร อาหารแบบไหนควรเลี่ยงจริง

ฉีดโบท็อกห้ามกินอะไร อาหารแบบไหนควรเลี่ยงก่อนและหลังฉีด

ฉีดโบท็อกห้ามกินอะไร เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนและหลังทำครับ จริง ๆ แล้วอาหารส่วนใหญ่ยังรับประทานได้ตามปกติ เพราะไม่ได้ทำให้โบท็อกสลาย