Dysport Botox เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการปรับรูปหน้าและลดเลือนริ้วรอย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ โบท็อก Dysport คืออะไร แตกต่างจากโบท็อกทั่วไปอย่างไร รวมถึงข้อดีและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ นอกจากนี้ยังอธิบายจำนวนครั้งในการฉีด ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผล และปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์ เพื่อให้คุณวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
Dysport Botox คืออะไร
Dysport Botox (ดิสพอร์ต) คือ สารโบทูลินัมท็อกซินชนิดเอผลิตโดยบริษัท Ipsen ทำหน้าที่ยับยั้งกระแสประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อชั่วคราว ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดการหดตัวที่เป็นสาเหตุของริ้วรอย ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและปรับหน้าให้ดูละมุนขึ้น มีจุดเด่นคือตัวยากระจายตัวได้กว้างและออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว ช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติไม่แข็งทื่อ
Dysport ต่างจากโบท็อกยี่ห้ออื่นอย่างไร
โบท็อก Dysport ขึ้นชื่อเรื่องการกระจายตัวของยาได้ดี ทำให้เหมาะกับการฉีดในบริเวณกว้างและเห็นผลค่อนข้างเร็ว โบท็อกแต่ละแบรนด์จะมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งความฟุ้งของยา และระยะเวลาออกฤทธิ์ ดังนี้
| ยี่ห้อโบท็อก | จุดเด่น | การกระจายตัว | ระยะเวลาเห็นผล |
|---|---|---|---|
| Dysport | ออกฤทธิ์ค่อนข้างไว กระจายตัวดี | กระจายกว้าง | 2-3 วัน |
| Allergan | มีมาตรฐาน ค่อนข้างแม่นยำ | กระจายตัวปานกลาง | 3-5 วัน |
| Xeomin | มีความบริสุทธิ์ ลดโอกาสดื้อยา | กระจายตัวน้อย | 3-5 วัน |
| Nabota | เน้นความไวในการออกฤทธิ์ ราคาย่อมเยา | กระจายตัวปานกลาง | 3-5 วัน |
| Aestox | ตัวยามีความเสถียร ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ | กระจายตัวปานกลาง | 3-5 วัน |
จุดเด่นของ Dysport Botox
โบท็อก Dysport เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและเห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว ดังนี้
- ออกฤทธิ์ไว : เริ่มเห็นผลลัพธ์ประมาณ 2-3 วัน เหมาะกับคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี
- กระจายตัวได้ดี : ตัวยาฟุ้งได้กว้าง ทำให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการความเนียน เช่น หน้าผาก
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ : ไม่ทำให้หน้าตึงแข็งจนเกินไป ยังสามารถแสดงสีหน้าได้ปกติ
- ครอบคลุมพื้นที่กว้างได้ดี : ใช้กับจุดที่มีพื้นที่ใหญ่ เช่น หน้าผาก หรือริ้วรอยหลายจุดพร้อมกัน
- ช่วยลดกล้ามเนื้อได้มีประสิทธิภาพ : เหมาะกับการลดกราม น่อง หรือบ่าที่มีกล้ามเนื้อชัด
Dysport Botox ฉีดจุดไหนได้บ้าง
โบท็อก Dysport สามารถฉีดได้ทั้งบนใบหน้าและบางส่วนของร่างกาย เพื่อช่วยลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากขึ้น ด้วยการกระจายตัวของตัวยาที่ดี จึงเหมาะกับการปรับลุคให้ดูธรรมชาติ ไม่แข็งตึง ดังนี้
- หน้าผาก : ช่วยลดรอยย่นจากการยกคิ้ว ทำให้หน้าผากเรียบเนียนขึ้น
- ระหว่างคิ้ว : ลดรอยขมวดคิ้ว หน้าดูผ่อนคลาย ไม่ดุหรือเครียด
- หางตา (ตีนกา) : เก็บริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา ให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- กราม : ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้หน้าเรียวเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
- ปีกจมูก : ช่วยลดการบานของปีกจมูกเวลายิ้มหรือพูด
- คาง : แก้ปัญหาคางย่น คางบุ๋ม ทำให้ผิวคางเรียบขึ้น
- ลิฟกรอบหน้า : ช่วยยกกระชับกรอบหน้า ลดความหย่อนคล้อยเล็กน้อย
- รักแร้ : ลดการทำงานของต่อมเหงื่อ ช่วยลดเหงื่อและกลิ่นตัว
- น่อง : ลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง ทำให้ขาดูเรียวขึ้น
- บ่า : คลายกล้ามเนื้อบ่า ลดความตึง และช่วยให้ช่วงคอดูยาวขึ้น
Dysport Botox ไม่เหมาะกับใคร
แม้ Dysport จะมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบุคคลบางกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ดังนี้
- ผู้ที่แพ้โปรตีนจากนมวัว : เนื่องจากตัวยามีส่วนผสมของอัลบูมินจากนม อาจทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้
- สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร : เพื่อการดูแลให้ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์และเด็ก
- ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง : เช่น โรค MG เพราะโบท็อกจะทำให้กล้ามเนื้อทำงานลดลงจนอาจเป็นอันตราย
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง : เช่น มีแผลอักเสบหรือเป็นหนองในบริเวณที่ต้องการฉีด
ฉีดโบท็อก Dysport ต้องใช้กี่ยูนิต
การคำนวณยูนิตของ Dysport จะแตกต่างจากโบท็อกยี่ห้อ เพราะมีหน่วยวัดเฉพาะ (Speywood units) โดยปกติจะใช้จำนวนยูนิตมากกว่ายี่ห้ออื่นประมาณ 2.5 เท่าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เท่ากัน ดังนี้
- ลดริ้วรอยหน้าผาก : ประมาณ 50-80 ยูนิต
- รอยตีนกา หว่างคิ้ว : ประมาณ 30-60 ยูนิต
- ลดกราม หน้าเรียว : ประมาณ 120-150 ยูนิต
- ยกกระชับกรอบหน้า : ประมาณ 100-150 ยูนิต
- ลดเหงื่อรักแร้ : ประมาณ 300-500 ยูนิต
Dysport Botox ต้องฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผล
การฉีด Dysport 1 ครั้ง สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวที่เรียบเนียนขึ้นได้ โดยเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และเห็นผลลัพธ์ที่ดีในช่วง 1-2 สัปดาห์ หลังทำ ซึ่งผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและตำแหน่งที่ฉีด
ผลข้างเคียงหลังฉีด Dysport Botox มีอะไรบ้าง
หลังการฉีด Dysport แม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองชั่วคราวต่อตัวยาหรือรอยเข็มได้ ซึ่งผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและจะหายไปเองในเวลาไม่กี่วัน ดังนี้
- รอยแดงและรอยช้ำ : เกิดจากรอยเข็มบริเวณที่ฉีด มักจางหายไปเองภายใน 2-3 วัน
- อาการบวมหรือระบม : อาจรู้สึกตึงหรือปวดเล็กน้อยในจุดที่ได้รับยา สามารถประคบเย็นเพื่อบรรเทาได้
- ปวดศีรษะชั่วคราว : พบได้บ่อยในการฉีดบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว โดยอาการจะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน
- หนังตาหรือคิ้วตก : เกิดจากตัวยากระจายไปโดนกล้ามเนื้อส่วนอื่น มักเกิดจากเทคนิคการฉีดหรือการดูแลหลังฉีดที่ไม่เหมาะสม
- ผิวแห้งหรือตึงเกินไป : ในบางรายอาจรู้สึกผิวตึงในช่วงแรกที่ยาเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่
Dysport Botox ราคาเท่าไหร่
ราคาของโบท็อก Dysport มักจะจัดทำเป็นแพ็กเกจตามปริมาณยูนิต ซึ่ง Dysport จะมีหน่วยเป็น Speywood Unit ที่จำนวนเยอะกว่ายี่ห้ออื่น โดยราคาเฉลี่ยมีดังนี้
- 300 Units (ขวดเล็ก) : ราคาประมาณ 13,000-15,900 บาท
- 500 Units (ขวดใหญ่) : ราคาประมาณ 25,000-26,000 บาท
- แบ่งฉีดเฉพาะจุด : ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,500-7,000 บาท
สรุป
โบท็อก Dysport คือสารช่วยคลายกล้ามเนื้อชั่วคราว ลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าให้ดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นคือออกฤทธิ์ไว กระจายตัวดี เหมาะกับบริเวณกว้าง เช่น หน้าผาก กราม หรือกรอบหน้า เห็นผลเริ่มใน 2-3 วัน ชัดเจนใน 1-2 สัปดาห์ และอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด จึงควรฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและเหมาะสม
