โบท็อกแท้เช็กได้จากหลายจุดร่วมกันครับ ทั้งชื่อผลิตภัณฑ์ ฉลากภาษาไทย เลขทะเบียนยา บริษัทผู้รับอนุญาต ขนาดบรรจุ เลข Lot และวันหมดอายุ โดยข้อมูลบนกล่องควรสอดคล้องกับข้อมูลบนขวดและฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไม่ควรตัดสินจากสีของกล่อง โฮโลแกรม หรือ QR Code เพียงอย่างเดียว เพราะบรรจุภัณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามรุ่น ขนาด และช่วงเวลาที่ผลิตได้ วิธีที่ตรวจสอบได้มากกว่าคือการนำเลขทะเบียนไปค้นกับ อย. พร้อมเช็กสถานพยาบาลและแพทย์ผู้ฉีดครับ
สรุปโบท็อกแท้เช็กยังไง ต้องดูอะไรบ้าง
ก่อน ฉีดโบท็อก หมออยากให้คนไข้ดูชื่อผลิตภัณฑ์และเลข Lot พร้อมกันทั้งบนกล่องและขวด เพราะเป็นจุดที่ตรวจได้ง่าย และช่วยลดความสับสนเรื่องยี่ห้อหรือจำนวนยูนิต
- ชื่อผลิตภัณฑ์และจำนวนยูนิต ต้องตรงกับยี่ห้อและขนาดที่ตกลงไว้
- ฉลากภาษาไทยและเลขทะเบียนยา ควรค้นพบข้อมูลที่ตรงกันในฐานข้อมูลของ อย.
- บริษัทผู้รับอนุญาตหรือผู้นำเข้า ต้องตรงกับข้อมูลทะเบียนปัจจุบัน
- เลข Lot และวันหมดอายุ บนกล่องกับขวดควรเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน
- สภาพบรรจุภัณฑ์ ไม่ควรมีรอยฉีก เปิดใช้ แก้ตัวเลข หรือปิดฉลากทับ
- ระบบตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น QR Code รหัสขูด หรือโฮโลแกรม ควรตรวจผ่านช่องทางที่ระบุบนฉลากของผลิตภัณฑ์รุ่นนั้น
ลิงก์ตรวจสอบโบท็อก คลินิก และแพทย์
สามารถกดตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานทางการได้โดยตรง
1. ตรวจเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ อย.
ตรวจเลขผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ใช้สำหรับตรวจเลขผลิตภัณฑ์สุขภาพและดูสถานะเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ในระบบ อย.
2. ค้นหาทะเบียนตำรับยาโดยตรง
ระบบค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ยา กระทรวงสาธารณสุข สามารถค้นจากชื่อทางการค้าภาษาไทย ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อสารสำคัญ หรือเลขทะเบียนตำรับยาได้
3. ตรวจสอบรายชื่อแพทย์
ตรวจสอบรายชื่อแพทย์กับแพทยสภา กรอกชื่อและนามสกุลของแพทย์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลจากฐานทะเบียนของแพทยสภา
4. ตรวจสอบใบอนุญาตคลินิก
ระบบตรวจสอบสถานพยาบาลเอกชน สามารถค้นหาจากชื่อสถานพยาบาลหรือเลขที่ใบอนุญาต เพื่อตรวจสอบว่าคลินิกได้รับอนุญาตหรือไม่
วิธีตรวจเลขทะเบียนโบท็อกกับ อย.
การมีเลขทะเบียนอยู่บนกล่องไม่ได้หมายความว่ากล่องนั้นเป็นของแท้ทันที เพราะอาจมีการนำเลขของผลิตภัณฑ์จริงไปใส่บนบรรจุภัณฑ์อื่นได้ จึงต้องตรวจสอบข้อมูลให้ตรงกันหลายจุดครับ
ขั้นตอนการตรวจสอบ
- ดูชื่อผลิตภัณฑ์ภาษาอังกฤษและเลขทะเบียนยาจากฉลากข้างกล่อง
- เข้าเว็บไซต์ ระบบค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ยา
- กรอกชื่อทางการค้าหรือเลขทะเบียนตามที่ระบุบนกล่อง
- ตรวจว่าชื่อผลิตภัณฑ์ในระบบตรงกับชื่อบนกล่อง
- ตรวจขนาดหรือความแรงของผลิตภัณฑ์
- ตรวจชื่อบริษัทผู้รับอนุญาตหรือผู้นำเข้า
- ตรวจวันที่อนุมัติ วันหมดอายุของทะเบียน และสถานะที่แสดงในระบบ
- เปรียบเทียบข้อมูลกับกล่องและขวดที่จะใช้จริง
ระบบค้นหาผลิตภัณฑ์ยาของ อย. แสดงข้อมูล เช่น เลขทะเบียน ชื่อการค้า รูปแบบยา วันที่อนุมัติ และระยะเวลาของทะเบียน จึงควรตรวจรายละเอียดทั้งหมด ไม่ใช่ดูเพียงว่าค้นพบชื่อผลิตภัณฑ์หรือไม่ครับ
ก่อนดูแต่ละยี่ห้อ ต้องเข้าใจลักษณะยาในขวดก่อน
ตัวยาก่อนผสมอาจเป็นผงแห้ง ฟิล์มบางหรือดูคล้ายขวดว่าง จึงไม่ควรใช้ลักษณะภายในขวดตัดสินเพียงอย่างเดียว
- บางยี่ห้ออาจเห็นผงสีขาวหรือขาวนวล
- บางยี่ห้ออาจเห็นเป็นชั้นบางติดอยู่บริเวณก้นขวด
- ปริมาณผงที่มองเห็นอาจแตกต่างกันในแต่ละผลิตภัณฑ์
- ควรตรวจเลข Lot วันหมดอายุ เลขทะเบียน และแหล่งที่มาร่วมกันเสมอ
วิธีดูโบท็อกแท้ Allergan
ผลิตภัณฑ์ที่หลายคนเรียกว่า “โบท็อก Allergan” มีชื่อการค้าว่า BOTOX หรือ BOTOX Cosmetic
- ค้นชื่อการค้า BOTOX ในฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- BOTOX ขนาด 100 Units ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย พบเลขทะเบียน 1C 21/55(NB) และระบุผู้รับอนุญาตเป็น บริษัท แอ๊บวี่ ฟาร์มาซูติคอลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
- ตรวจชื่อผลิตภัณฑ์และขนาดยาบนกล่องกับขวดว่าเป็นข้อมูลเดียวกัน
- ตรวจ Lot No. และวันหมดอายุ บนกล่องและขวดก่อนเปิดใช้
- หากยังไม่มั่นใจ สามารถนำเลข Lot และข้อมูลผลิตภัณฑ์สอบถามกับผู้รับอนุญาตตามที่ระบุในฐานข้อมูล อย. เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของยา
วิธีดูโบท็อกแท้ Xeomin
Xeomin สามารถตรวจสอบได้ละเอียดกว่าการสังเกตหน้าตากล่อง โดยตรวจทั้ง QR Code, Lot และข้อมูลทะเบียนยา
- ตรวจ QR Code/รหัสตรวจสอบบนบรรจุภัณฑ์ ตามรูปแบบที่ผู้ผลิตกำหนด โดยควรเข้าสู่ช่องทางตรวจสอบที่ระบุบนผลิตภัณฑ์โดยตรง
- เปรียบเทียบ Lot No. บนกล่องกับฉลากขวด ว่าตรงกัน
- Xeomin ขนาด 50 Units พบเลขทะเบียน 1C 9/59(BF) และขนาด 100 Units พบเลขทะเบียน 1C 10/59(BF)
- ฐานข้อมูล อย. ระบุผู้รับอนุญาตในประเทศไทยเป็น บริษัท เมิร์ซ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด
- ก่อนฉีดสามารถขอให้แพทย์เปิดกล่องใหม่และตรวจเลข Lot ต่อหน้าได้ หากมีข้อสงสัยเรื่องแหล่งที่มา ควรตรวจสอบกับบริษัทผู้รับอนุญาตโดยตรง
ตัวยา Xeomin อยู่ในรูปผงสำหรับเตรียมเป็นสารละลายฉีด ดังนั้นการมองเห็นตัวยาหรือไม่เห็นผงชัดเจนภายในขวด ไม่ควรนำมาใช้ตัดสินว่าเป็นของแท้หรือของปลอมเพียงอย่างเดียว
วิธีดูโบท็อกแท้ Dysport
จุดที่ควรตรวจสอบ Dysport คือ ขนาดยา เลขทะเบียน Lot และแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากจำนวน Units ของ Dysport ไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับ Botulinum Toxin ยี่ห้ออื่นแบบหน่วยต่อหน่วยได้
- ตรวจชื่อ DYSPORT และขนาดยาบนกล่องกับขวดให้ตรงกัน
- Dysport ขนาด 300 Units พบเลขทะเบียน 1C 46/61(NB)
- Dysport ขนาด 500 Units พบเลขทะเบียน 1C 45/61(NB)
- ฐานข้อมูล อย. ระบุผู้รับอนุญาตเป็น บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด
- ตรวจ Lot No. และวันหมดอายุ บนบรรจุภัณฑ์ก่อนเปิดใช้ และตรวจว่าข้อมูลบนกล่องกับขวดสอดคล้องกัน
- หากต้องการตรวจสอบให้ละเอียดขึ้น สามารถใช้ข้อมูล Lot สอบถามผู้รับอนุญาตเพื่อยืนยันแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์
วิธีดูโบท็อกแท้ Nabota
Nabota ที่จำหน่ายในประเทศไทยสามารถตรวจสอบข้อมูลกับทะเบียนยาได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องอาศัยเพียงการเปรียบเทียบรูปกล่องจากอินเทอร์เน็ต
- ค้นชื่อ NABOTA INJECTION ในฐานข้อมูลของ อย.
- Nabota ขนาด 100 Units พบเลขทะเบียน 1C 3/57(BF)
- ผู้รับอนุญาตที่ปรากฏในฐานข้อมูลคือ บริษัท แดวูง ฟาร์มาซูทิคอล (ไทยแลนด์) จำกัด
- ตรวจ Lot No. และวันหมดอายุ ที่กล่องและขวดว่าตรงกัน
- หากบรรจุภัณฑ์รุ่นที่ได้รับมี QR Code หรือระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ให้เข้าสู่ระบบผ่านช่องทางที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ ไม่ควรค้นหาเว็บไซต์จาก Google แล้วกรอกรหัสโดยไม่ตรวจสอบเจ้าของเว็บไซต์
- หากผลตรวจสอบผิดปกติ ข้อมูลไม่ตรงกัน หรือไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาของยาได้ ควรสอบถาม Daewoong Pharmaceutical (Thailand) ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์
วิธีดูโบท็อกแท้ Neuronox
สำหรับ Neuronox ควรตรวจสอบกับข้อมูลปัจจุบันเป็นพิเศษ เพราะในประเทศไทยเคยมีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ภายใต้ทะเบียนเดิม และปัจจุบันมีข้อมูลทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่ต้องตรวจสอบให้ตรงกับรุ่นที่นำมาใช้
- ค้นชื่อ NEURONOX ในฐานข้อมูล อย. ก่อน โดยไม่ควรอ้างอิงเฉพาะเลขทะเบียนจากบทความเก่า
- ฐานข้อมูลยาปัจจุบันพบ NEURONOX ขนาด 100 Units เลขทะเบียน 1C 1/66(BF)
- ผู้รับอนุญาตของทะเบียนดังกล่าวคือ บริษัท เมดี้ท้อกซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด
- ตรวจ Lot No. บนกล่องและขวด ให้เป็นข้อมูลเดียวกัน รวมถึงตรวจวันหมดอายุก่อนใช้
- หากกล่องมี hologram, QR Code หรือรหัสตรวจสอบ ให้ใช้เป็นข้อมูลประกอบ แต่ไม่ควรตัดสินความแท้จากจุดใดจุดหนึ่งเพียงอย่างเดียว
- หากพบเลขทะเบียนหรือชื่อผู้รับอนุญาตไม่ตรงกับข้อมูลปัจจุบัน ควรตรวจสอบกับ อย. หรือ Medytox (Thailand) ก่อนนำผลิตภัณฑ์มาใช้
สแกน QR Code แล้วเป็นโบท็อกแท้แน่นอนไหม
การสแกน QR Code แล้วพบข้อมูลยังไม่สามารถยืนยันของแท้ได้เพียงจุดเดียวครับ เพราะต้องตรวจว่า QR Code พาไปยังเว็บไซต์หรือระบบที่บริษัทบนฉลากระบุจริงหรือไม่
หลังสแกนควรตรวจข้อมูลต่อไปนี้
- ชื่อผลิตภัณฑ์ตรงกับกล่อง
- ขนาดและจำนวนยูนิตตรงกัน
- เลข Lot ตรงกับกล่องและขวด
- วันหมดอายุตรงกัน
- บริษัทผู้รับอนุญาตตรงกับฉลาก
- เว็บไซต์เป็นระบบของบริษัทหรือผู้รับอนุญาตจริง
- รหัสไม่ได้แสดงว่าเคยถูกสแกนผิดปกติหลายครั้ง
หากระบบแสดงข้อมูลไม่ครบ เว็บไซต์มีชื่อคล้ายของจริง หรือผลลัพธ์ไม่ตรงกับกล่อง ไม่ควรฉีดจนกว่าจะตรวจสอบกับบริษัทผู้รับอนุญาตได้ครับ
ไม่มี QR Code แปลว่าเป็นโบท็อกปลอมหรือไม่
ไม่จำเป็นครับ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อ แต่ละขนาด และแต่ละรุ่น อาจมีระบบตรวจสอบแตกต่างกัน บางรุ่นใช้ QR Code บางรุ่นใช้โฮโลแกรม รหัสขูด หรือให้ตรวจเลข Lot กับบริษัทโดยตรง
หากไม่มี QR Code ควรเน้นตรวจข้อมูลหลัก ได้แก่
- เลขทะเบียนยา
- ชื่อผู้รับอนุญาต
- เลข Lot
- วันหมดอายุ
- ชื่อและขนาดผลิตภัณฑ์
- ข้อมูลบนกล่องและขวด
- สถานะทะเบียนในฐานข้อมูล อย.
เช็กโบท็อกแท้แล้ว ต้องตรวจคลินิกและแพทย์ด้วยไหม
ควรตรวจทั้งผลิตภัณฑ์ สถานพยาบาล และแพทย์ร่วมกันครับ เพราะแม้กล่องจะมีข้อมูลถูกต้อง แต่การจัดเก็บ การเตรียมผลิตภัณฑ์ และการฉีดยังต้องดำเนินการภายใต้สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต
สิ่งที่ควรตรวจสอบ
- ใบอนุญาตคลินิก: ค้นชื่อหรือเลขใบอนุญาตผ่าน ระบบตรวจสอบสถานพยาบาลเอกชน
- รายชื่อแพทย์: ค้นชื่อและนามสกุลผ่าน ระบบตรวจสอบแพทย์ของแพทยสภา
- กล่องและขวด: คลินิกควรยินดีให้ตรวจชื่อผลิตภัณฑ์ Lot และวันหมดอายุ
- จำนวนยูนิต: ควรแจ้งจำนวนที่ใช้ให้ชัดเจนก่อนฉีด
- การติดตามผล: มีช่องทางให้สอบถามและนัดติดตามหลังรับบริการ
ระบบของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเปิดให้ค้นหาสถานพยาบาลเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากชื่อหรือเลขใบอนุญาต ส่วนแพทยสภามีระบบตรวจสอบรายชื่อแพทย์จากฐานทะเบียนโดยตรงครับ
สรุปโบท็อกแท้เช็กยังไง
โบท็อกแท้ไม่ควรดูจากสีของกล่อง ผงในขวด โฮโลแกรม หรือ QR Code เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจชื่อผลิตภัณฑ์ จำนวนยูนิต เลขทะเบียนยา ผู้รับอนุญาต เลข Lot และวันหมดอายุร่วมกัน ข้อมูลบนกล่องและขวดควรตรงกัน และต้องสามารถค้นพบข้อมูลที่สอดคล้องกันในฐานข้อมูลของ อย. รวมถึงควรตรวจสอบว่าคลินิกได้รับอนุญาตและผู้ฉีดเป็นแพทย์ที่มีชื่ออยู่ในระบบแพทยสภาครับ
ก่อนฉีดหมอแนะนำให้ขอดูกล่องและขวดทุกครั้ง หากข้อมูลบางจุดไม่ตรง สแกนแล้วขึ้นเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือคลินิกไม่ยินดีให้ตรวจสอบ ควรหยุดและตรวจข้อมูลให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ




