รอยยิ้มที่มาพร้อมริ้วรอยใต้ตา อาจทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ แต่การจะใช้โบท็อกในบริเวณนี้ต้องอาศัยความละเอียดและเทคนิคที่ถูกต้อง เป็นพิเศษเพื่อให้ได้งานผิวที่เรียบเนียน หมอจะพาไปไขข้อสงสัยว่าจริง ๆ ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา แล้วอันตรายไหม ต้องใช้ปริมาณยาเท่าไหร่ และยี่ห้อไหนที่หมอแนะนำให้เลือกใช้ เพื่อเปลี่ยนดวงตาที่ดูเหนื่อยล้าให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา คืออะไร
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา คือการใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin A) ฉีดเข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis oculi) ในปริมาณที่เหมาะสม หน้าที่ของมันคือการเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัวชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง ผิวหนังด้านบนก็จะไม่พับเป็นรอย ทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรอยย่นเวลาเรายิ้มดูจางลงนั่นเอง
ริ้วรอยใต้ตาแบบไหน เหมาะกับการฉีดโบท็อก
- ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ (Dynamic Wrinkles) คือรอยที่เกิดขึ้นเฉพาะเวลาเรายิ้ม หัวเราะ หรือหยีตา
- ริ้วรอยขนาดเล็ก (Fine Lines) รอยย่นตื้น ๆ ใต้ตาที่ทำให้หน้าดูเหนื่อยล้า
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา อันตรายไหม
หมอบอกตามตรงว่า “ไม่อันตราย” หากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ แต่บริเวณใต้ตาถือเป็นจุดที่ปราบเซียน เพราะผิวบางและใกล้ดวงตามาก หากฉีดผิดตำแหน่ง ผิดชั้นกล้ามเนื้อ หรือใช้ปริมาณยามากเกินไป อาจทำให้ตาดูแข็ง ยิ้มไม่สุด หรือถุงใต้ตาดูเด่นขึ้นได้ ดังนั้นการเลือกหมอที่แม่นยำเรื่องอนาโตมีใบหน้าจึงสำคัญ
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ต้องใช้กี่ยูนิต
ผิวใต้ตาบางมากและกล้ามเนื้อมัดเล็กสุดๆ ค่ะ ปกติหมอจะใช้เพียง ข้างละประมาณ 2-6 ยูนิต (รวมสองข้างไม่เกิน 12 ยูนิต) ขึ้นอยู่กับความลึกของริ้วรอย จะไม่ใช้เยอะเกินไป เพราะจะทำให้ตาดู “แข็ง” หรือ “ยิ้มแล้วตาไม่ไปกับปาก” ซึ่งดูไม่เป็นธรรมชาติ
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ฉีดจุดไหนได้บ้าง
หมอจะประเมินตำแหน่งที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาขยับบ่อย เพื่อช่วยลดริ้วรอยและให้ผลลัพธ์ที่ดี ได้แก่
- หางตา ลดรอยตีนกาจากการยิ้มหรือหัวเราะ
- ใต้ขอบตาล่าง ลดริ้วรอยเส้นเล็กเวลาแสดงสีหน้า
- สันจมูก ลดรอยย่นบริเวณหัวตาและสันจมูก
- กล้ามเนื้อใต้ตา ช่วยให้ผิวใต้ตาเรียบเนียนและดวงตาดูโตขึ้น
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ยี่ห้อไหนดี
การเลือกยี่ห้อโบท็อกสำหรับฉีดริ้วรอยใต้ตา หมอจะพิจารณาจากคุณภาพของตัวยา ลักษณะริ้วรอย และผลลัพธ์ที่ต้องการ ดังนี้
Allergan
Allergan โบท็อกต้นตำรับที่มีความบริสุทธิ์ค่อนข้างสูง และการกระจายตัวยาแคบที่สุด ทำให้หมอสามารถควบคุมตำแหน่งการฉีดบริเวณใต้ตาได้ถูกต้อง โอกาสดื้อยาน้อยและให้ผลลัพธ์ที่ตึงเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
Dysport
Dysport โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการกระจายตัวยาที่กว้าง หมอมักเลือกใช้ยี่ห้อนี้ฉีดด้วยเทคนิคพิเศษ เพื่อกระจายยาในชั้นผิวตื้น ๆ ช่วยลดริ้วรอยยิบ ๆ ใต้ตาและทำให้ผิวรอบดวงตาดูตึงกระชับ
Xeomin
มีความบริสุทธิ์แบบปราศจากโปรตีนเจือปน (Pure Botox) ช่วยลดโอกาสการเกิดอาการดื้อยาได้อย่างดี หมอแนะนำยี่ห้อนี้สำหรับคนที่เคยฉีดแบรนด์อื่นแล้วเริ่มเห็นผลช้าลง โดยให้ผลลัพธ์ใต้ตาที่เบาสบาย ตาไม่แข็งตึง และดูละมุน
Nabota
Nabota โดดเด่นเรื่องความบริสุทธิ์ค่อนข้างสูง ช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ไวและถูกจุด หมอนิยมนำมาใช้ฉีดลดริ้วรอยใต้ตาเพราะให้ผลลัพธ์ที่สวยเนียนตา ในราคาที่จับต้องได้ง่ายและคุ้มค่า
Aestox
Aestox ตัวยาได้รับการพัฒนาให้มีความเสถียรและอ่อนโยนต่อผิว ออกฤทธิ์ได้ดีและให้ความรู้สึกตึงกระชับที่ดูไม่แข็งทื่อ หมอมักแนะนำยี่ห้อนี้สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฉีดโบท็อกใต้ตาเป็นครั้งแรก
Neuronox
Neuronox โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพในการจับกับกล้ามเนื้อได้ดี หมอมักเลือกใช้ฉีดริ้วรอยใต้ตาเพื่อผลลัพธ์ที่ตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ ในราคาสบายกระเป๋า
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ราคาเท่าไหร่
ราคาฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตาอาจแตกต่างกันในแต่ละเคส โดยหมอจะประเมินจากปัญหาและจำนวนยูนิตที่เหมาะสมก่อนทำ ดังนี้
- Allergan : ราคาเริ่มต้นเฉพาะจุดใต้ตา ประมาณ 3,500-5,000 บาท
- Dysport : ราคาเริ่มต้นเฉพาะจุดจะอยู่ ประมาณ 4,000-6,000 บาท
- Xeomin : ราคาฉีดเฉพาะจุดใต้ตาเริ่มต้น ประมาณ 4,000-5,500 บาท
- Nabota : ราคาเริ่มเฉพาะจุดใต้ตา ประมาณ 2,500-3,500 บาท
- Aestox : ราคาเริ่มต้นเฉพาะจุดใต้ตา ประมาณ 1,500-2,500 บาท
- Neuronox : ราคาเริ่มต้นเฉพาะจุดใต้ตา ประมาณ 1,800-3,000 บาท
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา เห็นผลเมื่อไร อยู่ได้นานไหม
หลังฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา หมอพบว่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใน 3-7 วัน และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าจะดูจางลง ผิวใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น โดยผลลัพธ์มักอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกาย การใช้กล้ามเนื้อ และการดูแลตัวเองหลังฉีดแต่ละคน
การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา
ก่อนฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา หมออยากให้เตรียมตัวตามคำแนะนำ เพื่อช่วยลดผลข้างเคียงให้น้อยที่สุด ดังนี้
- แจ้งหมอหากมีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาเป็นประจำ
- งดยาและอาหารเสริมที่เพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ หากแพทย์ผู้รักษาอนุญาต
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
- พักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนเข้ารับบริการ
- งดนวดหรือกดแรงบริเวณรอบดวงตาก่อนวันฉีด
- หากมีผื่น แผล หรือการอักเสบรอบดวงตา ควรแจ้งหมอก่อนทำ
- แจ้งหมอหากเคยฉีดโบท็อกหรือฟิลเลอร์รอบดวงตาในช่วงที่ผ่านมา
- หากกำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรแจ้งหมอก่อนทุกครั้ง
ขั้นตอนการฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา
ก่อนเริ่มฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา หมอจะอธิบายทุกขั้นตอนและประเมินตำแหน่งฉีด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจตลอดการรักษา ดังนี้
- หมอประเมินริ้วรอยและการขยับของกล้ามเนื้อรอบดวงตา
- ถ่ายภาพก่อนทำเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์
- เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดผิวและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะฉีด
- หมอกำหนดตำแหน่งและจำนวนยูนิตที่เหมาะสม
- ฉีดโบท็อกด้วยเข็มขนาดเล็กในจุดที่วางแผนไว้
- ตรวจสอบความเรียบร้อยหลังฉีดและประเมินอาการเบื้องต้น
- หมอแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังฉีดและนัดติดตามผลหากจำเป็น
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา เป็นอีกปัจจัยที่หมอให้ความสำคัญ เพราะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการรักษา ดังนี้
- งดนอนราบอย่างน้อย 4 ชั่วโมงหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูรอบดวงตา 24 ชั่วโมง
- งดออกกำลังกายหนักในวันแรกหลังทำ
- งดซาวน่า อบไอน้ำ และแช่น้ำร้อนประมาณ 48 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- แต่งหน้าและล้างหน้าอย่างเบามือในบริเวณรอบดวงตา
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้เพียงพอ
- หากมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย สามารถประคบเย็นตามคำแนะนำของหมอ
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น หนังตาตกหรือมองเห็นภาพซ้อน ควรรีบติดต่อหมอทันที
ผลข้างเคียงที่อาจพบหลังฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา
ผลข้างเคียงหลังฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา หมอพบว่าอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน ดังนี้
- มีรอยแดงหรือรอยเข็มบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
- บวมเล็กน้อยหรือมีรอยช้ำ และค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-7 วัน
- กล้ามเนื้อรอบดวงตาอ่อนแรงชั่วคราว หากใช้ปริมาณยาไม่เหมาะสม
- หนังตาตกหรือหางคิ้วตก พบได้น้อยและมักดีขึ้นเมื่อฤทธิ์ยาลดลง
- ยิ้มหรือแสดงสีหน้าได้ไม่เป็นธรรมชาติชั่วคราว หากฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม
- หากมีอาการปวดมาก หนังตาตกชัด หรือมองเห็นภาพซ้อน ควรรีบกลับมาพบหมอทันที
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา ต่างจากฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไร
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา เหมาะสำหรับลดริ้วรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยเวลายิ้มหรือหัวเราะ ส่วนฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับแก้ปัญหาร่องลึก ใต้ตาตอบ หรือใต้ตาคล้ำจากการสูญเสียปริมาตรผิว การเลือกวิธีรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหา และในบางรายหมออาจแนะนำให้ใช้ทั้งสองหัตถการร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม
FAQ ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตา
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตาแล้วจะทำให้ถุงใต้ตาบวมขึ้นไหม
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในคนไข้ที่มีถุงใต้ตาใหญ่หรือผิวหย่อนคล้อยมาก เนื่องจากกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่ช่วยพยุงผิวเกิดการคลายตัว หมอแนะนำให้ปรึกษาเพื่อตรวจเช็กสภาพผิวและโครงสร้างใต้ตาก่อนฉีดทุกครั้ง
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตาแล้วจะช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำหรือขอบตาดำด้วยไหม
โบท็อกมีหน้าที่หลักในการคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดริ้วรอยเท่านั้น ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเม็ดสีหรือความหมองคล้ำใต้ตา หมอแนะนำให้แก้ปัญหาตาคล้ำด้วยการฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มหรือทำทรีตเมนต์บำรุงผิวเฉพาะจุดแทน
ถ้าฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตาแล้วเกิดปัญหาตาตึงเกินไปมีวิธีแก้ไขไหม
ตัวยาโบท็อกไม่มียาสลายโดยตรงเหมือนฟิลเลอร์ ต้องรอให้ยาหมดฤทธิ์ไปเองตามธรรมชาติ แต่หมอสามารถช่วยแนะนำวิธีทำทรีตเมนต์อุ่นร้อนหรือประคบอุ่นบริเวณรอบดวงตาเพื่อช่วยให้ยาคลายตัวเร็วขึ้น
ทำเลสิกตามา สามารถฉีดโบท็อกลดริ้วรอยใต้ตาได้ไหม
สามารถทำได้ตามปกติ แต่เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ หมอแนะนำให้เว้นระยะเวลาหลังจากการทำเลสิกตาจนแผลหายดีสนิทและจักษุแพทย์อนุญาตให้ออกกำลังกายหรือแต่งหน้าได้ตามปกติก่อน
สรุป
ฉีดโบท็อกริ้วรอยใต้ตาเป็นวิธีที่ช่วยคืนความสดใสให้ดวงตา หากเลือกใช้ปริมาณยูนิตและยี่ห้อที่เหมาะสมกับสภาพผิวโดยแพทย์ สิ่งสำคัญคือการวางตำแหน่งยาเพื่อให้ริ้วรอยจางลง โดยที่ยังคงรอยยิ้มที่ดูละมุนเป็นธรรมชาติไว้ได้ เพียงดูแลตัวเองตามคำแนะนำของหมอ คุณก็จะมีงานผิวรอบดวงตาที่เรียบเนียนและเสริมความมั่นใจได้แน่นอน



