ฉีดโบท็อกซ์ ทั้งทีควรรู้สิ่งเหล่านี้ก่อน

สิ่งที่คุณควรรู้ไว้ก่อนจะฉีดโบท็อกซ์

ฉีดโบท็อกซ์ Botox สิ่งที่ควรรู้

โบท็อกซ์ (Botox) คืออะไร

ชื่อโบท็อกซ์ที่เราเรียกกันติดปากจนทุกวันนี้ แท้จริงแล้วคือชื่อทางการค้าของบริษัทยา แอลเลอร์แกน (Allergan) ซึ่งเป็นผู้พัฒนา ผลิตและจำหน่ายเวชภัณฑ์รายใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์คือสารที่ใช้ฉีดเพื่อลดเลือนริ้วรอย ที่ชื่อว่า Botulinum Toxin A เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่สกัดจากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium Botulinum) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อผู้ที่ต้องการฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆ เช่น น่องและกราม รวมถึง การฉีดเพื่อลดเหงื่อ

ฉีดโบท็อกซ์ช่วยอะไรบ้าง

เริ่มแรกสารสกัดโบทูลินั่มไม่ได้ถูกใช้ในวงการเสริมความงาม แต่เป็นสารที่นำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาอาการตาเหล่ ตาเข ตากระตุก เมื่อฉีดเข้าไปในบริเวณที่มีปัญหาจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวจากการหดเกร็งแต่หลังจากฉีดไปสักพักแพทย์สังเกตเห็นว่าริ้วรอยบริเวณหางตาจางลงไปจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่แพทย์ในวงการเสริมความงามนำสารโบทูลินั่ม ท็อกซินมาพัฒนาสำหรับลดเลือนริ้วรอย

การฉีดโบท็อกซ์สำหรับเสริมความงามสามารถช่วยในเรื่องความหย่อนคล้อยทำให้ใบหน้ากลับมาเต่งตึง ริ้วรอยที่เคยมีจางลง เช่น รอยตีนกา รอยขวมดคิ้วและริ้วรอยบริเวณหน้าผาก รูขุมขนตื้นขึ้น หากฉีดตรงกราม เมื่อเวลาผ่านไปกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดจะเล็กลง กรอบหน้าจะดูเรียวเข้ารูปหรือถ้าฉีดบริเวณน่อง กล้ามเนื้อจะเล็กลงได้ตามต้องการ ทำให้ขาดูเรียว ส่วนการฉีดเพื่อลดเหงื่อจะช่วยให้กล้ามเนื้อรอบๆ ต่อมเหงื่อทำงานน้อย การบีบรัดของต่อมเหงื่อทำงานน้อยลง เหงื่อจึงออกน้อยลงและกลิ่นตัวจะลดลงตามไปด้วย

การทำงานของโบท็อกซ์

เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปสารโบทูลินั่ม ท็อกซินจะเข้าไปจับที่ปลายประสาททำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้หรือทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดอ่อนแรงลงชั่วคราว ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัวและหลังฉีดโบท็อกซ์ยังสามารถแสดงสีหน้าต่างๆ ได้ตามปกติ ไม่ว่าจะยิ้ม หัวเราะหรือขมวดคิ้ว แต่ริ้วรอยที่มักเกิดจากการแสดงอารมณ์เหล่านี้จะลดลงไป

ฉีดโบท็อกซ์กี่วันเห็นผล

โบท็อกซ์ ถูกขนานนามว่าเป็น ‘Lunch Time Beauty’ แค่ช่วงพักกลางวันคุณก็สวยได้ เพราะในการฉีดโบท็อกซ์ แต่ละครั้งใช้เวลาไม่นาน จิ้มหน้าทำสวยแปปเดียว มีเวลาเหลือเฟือ แถมไม่มี Downtime หลังฉีดไปหาของอร่อยทานหรือช้อปปิ้งได้อย่างสบายใจ หลังจากฉีดโบท็อกซ์ไปจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ได้ใน 2-3 วัน สำหรับริ้วรอยตื้นๆ และ 7-14 วัน สำหรับริ้วรอยร่องลึก

ฉีดโบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์หลังจากการฉีดโบท็อกซ์จะไม่ได้อยู่แบบถาวร เพราะโบท็อกซ์สามารถสลายไปเองได้ ภายใน 6-8 เดือน (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับยี่ห้อของสารโบทูลินั่มที่ใช้ด้วย) จากนั้นริ้วรอยจะกลับมาตามเดิม แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะว่าสามารถฉีดเติมได้เรื่อยๆ โดยเว้นระยะจากการฉีดครั้งล่าสุดประมาณ 3-4 เดือน หรือรอจนโบท็อกซ์ใกล้หมดฤทธิ์ สามารถฉีดเพิ่มได้ ส่วนการฉีดเพื่อลดเหงื่อนั้นจะอยู่ได้นานกว่าการฉีดลดริ้วรอย คือ 8-12 เดือน

โบท็อกซ์ อเมริกาหรือเกาหลี ดีกว่ากัน

ถึงโบท็อกซ์ อเมริกาจะมีมานานแล้วแต่ด้วยความดังของซีรีย์เกาหลีและความสวยเป๊ะของดาราเกาหลีเลยพลอยทำให้โบเกาหลีฮอตฮิตติดชาร์ตไปด้วย เรียกได้ว่าโบท็อกซ์ทั้งของอเมริกาและเกาหลีได้รับความนิยมกันแบบสูสีเลยทีเดียว โบท็อกซ์แต่ละฟากฝั่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการผลิต ชนิดของโปรตีนและขนาดของโมเลกุล

โบท็อกซ์อเมริกา (Botox Allergan USA) เป็นโปรตีนที่สร้างจากแบคทีเรีย Clostridium Botulinum ซึ่งได้รับความนิยมจากทั่วโลก เพราะเป็นแบรนด์แรกของโลกที่คิดค้นสารโบทูลินั่มสำหรับลดเลือนริ้วรอยและเป็นเจ้าแรกที่ได้รับการรับรองจาก FDA USA ในเรื่องการลดริ้วรอย จุดเด่นหลักๆ ของโบท็อกซ์อเมริกา คือ

    • หลังจากฉีดจะเห็นผลลัพธ์ภายใน 2-3 วัน
    • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-8 เดือน
    • มีการเก็บรวบรวมด้านความปลอดภัยและผลข้างเคียง
    • มีงานวิจัยรองรับมากกว่า 4,000 งานวิจัย
    • เปอร์เซ็นการดื้อยาน้อย เพราะโปรตีนที่ใช้มีโมเลกุลใหญ่
    • โมเลกุลใหญ่ เมื่อฉีดเข้าไปจึงมีความเที่ยงตรงและแม่นยำสูง 
    • ไม่ไหลไปกล้ามเนื้อมัดอื่น

โบท็อกซ์เกาหลี (Neuronox, Zentox, Botulax) เป็นโปรตีนที่สกัดจากแบคทีเรียในอาหารกระป๋องที่เสียแล้ว ถูกใช้มายาวนานกว่า 10 ปี และได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกระแสหน้าเรียวจากเหล่าไอดอลเกาหลี บวกกับราคาที่ถูกและได้ประสิทธิภาพ ซึ่งจุดเด่นของโบท็อกซ์เกาหลี คือ

    • เห็นผลลัพธ์หลังฉีดภายใน 4-5 วัน
    • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 3-4 เดือน
    • ราคาถูก
    • ปลอดภัยแต่เสี่ยงในการดื้อยาสูง

Neuronox Botox

โบท็อกซ์เกาหลีพึ่งมีการเริ่มใช้เพียงไม่กี่ปี ซึ่งเป็นระยะสั้นมากเมื่อเทียบกับโบท็อกซ์อเมริกาที่มีมากว่า 50 ปี และมีผลการวิจัยรองรับอย่างมากมาย เราจึงยังไม่ทราบว่าโบท็อกซ์เกาหลีจะมี Side Effect หรือผลข้างเคียงในระยะยาวหรือเปล่าเมื่อเร็วๆ นี้มีหนึ่งในโบท็อกซ์เกาหลีอย่าง Neuronox ที่เคยได้รับความนิยมสูงสุดโดน อย. ของไทยเรียกเก็บคืน เนื่องจากพบว่ามีการปลอมแปลงข้อมูลผลวิเคราะห์และใช้สารตั้งต้นที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

ก่อนฉีดโบท็อกซ์ควรเตรียมตัวยังไง

ก่อนฉีดโบท็อกซ์ทางเอเพ็กซ์แนะนำให้เข้าพบกับคุณหมอก่อน เพื่อประเมินปัญหาและปรึกษาเบื้องต้น พร้อมทำความเข้าใจให้ตรงกันถึงในสิ่งที่ต้องการ และ 1-2 วันก่อนเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์ ควรเตรียมตัวดังนี้

    • งดรับประทานยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น ยาแอสไพริน น้ำมันปลา วิตามินซี เป็นต้น
    • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
    • งดรับประทานอาหารหมักดอง
    • งดสูบบุหรี่

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์

ขั้นตอนในการฉีดโบท็อกซ์แต่ละครั้งไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย แค่ไม่กี่ Step ทำให้คุณสวยเป๊ะทุกมุมแล้ว

    1. ผู้ช่วยคุณหมอจะเคลียร์ใบหน้าหรือบริเวณที่ฉีดให้สะอาด เพื่อให้คุณหมอตรวจสอบความพร้อมของผิวอีกครั้ง รวมถึงการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ฉีด
    2. คุณหมอจะทายาชาทั่วบริเวณที่ต้องการฉีด เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บระหว่างฉีด
    3. เมื่อยาชาออกฤทธิ์คุณหมอจะเริ่มการฉีดโบท็อกซ์ เข้าไปในปริมาณที่เหมาะสมกับบริเวณนั้นๆ ซึ่งเวลาในการฉีดจะอยู่ที่ประมาณ 10-20 นาที

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์ / ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกซ์

เมื่อฉีดโบท็อกซ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ตามระยะเวลาและเห็นผลมากที่สุด โดยคำแนะนำหลักๆ ของคุณหมอ สำหรับ การดูแลตัวเองหลังฉีด จะมีดังนี้

    • ใน 1-2 วันแรก หากมีอาการบวมแดง สามารถประคบเย็นได้ โดยการใช้ผ้าห่อก้อนน้ำแข็ง แล้วประคบในบริเวณที่มีอาการ
    • หลังจากฉีดไปแล้ว 3-4 ชั่วโมง อย่าเพิ่งนอนราบ เพื่อป้องกันโบท็อกซ์ไหลไปบริเวณอื่นที่ไม่ได้ฉีด
    • หลังจากฉีดเสร็จ 6-8 ชั่วโมง งดการสัมผัสแรงๆ ทั้งการนวด คลึงหรือกด ในบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์ เพราะอาจจะทำให้โบท็อกซ์เคลื่อนที่ได้
    • ในระยะเวลา 2 สัปดาห์หลังจากการฉีดโบท็อกซ์ ไม่ควรให้บริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์ได้รับความร้อนโดยตรง

อันตรายและผลข้างเคียง หลังการฉีดโบท็อกซ์

โบท็อกซ์ หรือโบทูลินั่ม ท็อกซิน เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับลดเลือนริ้วรอยที่ต้องฉีดเข้าไปใต้ผิวหนัง หากไม่ได้มาตรฐาน มีสิ่งปนเปื้อนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่เข้ารับการรักษาได้ การฉีดโบท็อกซ์จะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวเท่านั้น เพราะการฉีดแต่ละครั้งควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสม เพราะหากร่างกายได้รับสารโบทูลินั่ม ท็อกซินมากเกินไปอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้หรือหากเผลอรับประทานเข้าไปอาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการดื้อโบท็อกซ์

หากฉีดโบท็อกซ์ถี่เกินไป จะส่งผลข้างเคียงอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจเคยได้ยินกันมาบ้างนั่นคือ ‘อาการดื้อโบท็อกซ์’ 

ซึ่ง คุณหมอเอก-นายแพทย์เอกลัคณ์ ธรรมสุนทร เคยอธิบายเกี่ยวกับเรื่องการดื้อโบท็อกซ์เอาไว้ว่า “อาการดื้อ Botox เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเราฉีด Botox เข้าไปแล้วไม่เห็นผล สาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายเราทำลาย Botox ให้หมดไป จึงไม่สามารถไปออกฤทธิ์ยังกล้ามเนื้อที่เราต้องการได้ ” 

แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะการดื้อโบท็อกซ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายนัก เพราะจากการศึกษาพบว่าการใช้โบท็อกซ์รักษาในด้านความงามการจะเกิดภาวะดื้อยามีน้อยกว่า 1% เท่านั้นเอง (ถ้าฉีดของที่ดีมีคุณภาพ)

อาการดื้อโบท็อกซ์แก้ไขได้หรือเปล่า? อาการดื้อโบท็อกซ์สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท

    1. ดื้อแบบต้องใช้ปริมาณยามากกว่าเดิม
    2. ดื้อแบบฉีดโบท็อกซ์ไปเยอะแค่ไหนก็ไม่เห็นผล / ดื้อโบท็อกซ์แบบถาวร

สำหรับการดื้อประเภทที่ 2 อาจจะลองเปลี่ยนชนิดของ Botulinum Toxin เป็น Incobotulinum Toxin เพราะว่าคนไข้ประมาณ 40% ฉีดไปยังเห็นผลอยู่ แต่หากยังไม่เห็นผลควรหยุดฉีดและตรวจ Antibody ต่อโบท็อกซ์

ข้อห้ามในการฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์มีข้อห้ามสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพหรือเงื่อนไขบางประการด้วยเช่นกัน คือ

    • ผู้ที่มีภาวะผิดปกติทางกล้ามเนื้อและระบบประสาท เพราะการฉีดโบท็อกซ์จะเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อและระบบประสาทที่สั่งการกล้ามเนื้อโดยตรง การได้รับสารโบทูลินั่ม ท็อกซินอาจก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ที่มีภาวะนี้ได้
    • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร

ฉีดโบท็อกซ์ หน้าดูแข็งแสดงอารมณ์ไม่ได้?

การที่หน้าแข็งจนไม่อาจแสดงอารมณ์ได้ เกิดจากกล้ามเนื้อกล้ามหนึ่งทำงานหนักกว่าอีกกล้ามเนื้อหนึ่ง หรือถ้าหน้าขยับไม่ได้เลยเกิดจากฉีดล็อกกล้ามเนื้อทั้งหมดเอาไว้ หากฉีดกับแพทย์ที่มีความชำนาญจะสามารถดูการขยับของกล้ามเนื้อได้ ควบคุมปริมาณของสารที่ฉีดได้พอดีและฉีดลงไปในบริเวณที่พอเหมาะไม่ลึกจนเกินไป และไม่ให้โดนกล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยจะไม่มีปัญหาเช่นนี้

สาเหตุที่ฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก แล้วคิ้วหนัก ยักคิ้วไม่ได้ หนังตาตก?

การฉีดโบท็อกซ์ในตำแหน่งหน้าผากเป็นจุดที่ต้องใช้ทักษะ และประสบการณ์ของแพทย์ผู้ฉีดอย่างมาก การฉีดที่ไม่มีประสบการณ์อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คิ้วหนัก ยกคิ้วไม่ได้ หนังตาตก ซึ่งเกิดจากการใช้ปริมาณโบท็อกซ์มากเกินไปในการฉีด ซึ่งตำแหน่งที่ฉีดนี้เป็นกล้ามเนื้อชุดที่ชื่อว่า Frontalis Muscle เป็นกล้ามเนื้อบางๆ ในบริเวณหน้าผาก รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า คลุมตลอดแนวหน้าผาก และเกาะกับพังผืดชั้นผิว เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อชุดเล็กๆ อีกหลายชุด ตลอดแนวหน้าผาก ทำหน้าที่ยกคิ้ว เลิกคิ้ว

การฉีดโบท็อกซ์จึงจำเป็นต้องฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญเท่านั้น เพื่อการฉีดที่ถูกต้องตรงตำแหน่งและใช้ปริมาณที่เหมาะสม เพื่อหน้าผากที่ไร้ริ้วรอยและยังสามารถเคลื่อนไหว แสดงความรู้สึกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

โบท็อกซ์ (Botox) vs ฟิลเลอร์ (Filler) ต่างกันยังไง

โบท็อกซ์ และ ฟิลเลอร์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังเหมือนกันแต่ใช้สำหรับแก้ปัญหาคนละแบบ ดังนั้นถ้าจะเลือกฉีดอะไรควรปรึกษาคุณหมอเพื่อให้ทราบปัญหาที่แท้จริง 

  • โบท็อกซ์ คือ สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin A) สำหรับลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ ลดขนาดกล้ามเนื้อในบริเวณที่ต้องการ
  • ฟิลเลอร์ คือ สารไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ช่วยเติมเต็มในส่วนที่บกพร่องตามร่องแก้ม ใต้ตา จมูก ขมับ

โบท็อกซ์แท้ เช็คอย่างไร

ก่อนเริ่มฉีดโบท็อกซ์ คุณหมอจะแนะนำผลิตภัณฑ์ที่จะใช้กับผู้เข้ารับการรักษาทุกครั้ง โดยผลิตภัณฑ์สำหรับลดเลือนริ้วรอยของแท้จะมีลักษณะดังนี้

    1. มีหมายเลขทะเบียนกำกับที่กล่องยา เพราะโบท็อกซ์ของแท้ ได้มาตรฐาน มีปลอดภัย จะต้องผ่านการรับรองจาก อย. ทั้งไทยและต่างประเทศ
    2. โดยปกติแล้วสถาบันความงามที่มีมาตรฐาน จะนำกล่องโบท็อกซ์มาเปิดบรรจุภัณฑ์ต่อหน้าลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของใหม่ที่ยังไม่ได้ถูกแกะหีบห่อมาก่อน
    3. เมื่อแกะออกจากกล่องมาแล้วให้สังเกตขวดและฉลากสีต้องไม่ผิดเพี้ยนไปจากที่เคยเห็นมา ขนาดขวดต้องได้มาตรฐานและอย่าลืมสังเกตสติกเกอร์สีเงินที่เป็นสัญลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวของแบรนด์นั้นๆ

ผลเสียจากการฉีดที่ไม่ดี

การฉีดที่ไม่ดี หรือการฉีดที่ได้ผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์ เช่น แทนที่จะทำให้ตาโตขึ้น กลับกลายเป็นทำให้ตาตก คิ้วไม่เท่ากันและที่ร้ายที่สุดคืออาจถึงขั้นทำให้ตาบอดได้อย่างที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ  ดังนั้น การฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ จึงไม่ใช่การรักษาที่จะวางใจให้ใครฉีดให้ก็ได้ แต่ควรจะมีการพิจารณาถึงประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ผู้ฉีดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

แพทย์ผู้ฉีดควรจะเป็นแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง มีประสบการณ์และความชำนาญสูง ผ่านการอบรมในการฉีดอย่างเข้มข้นและมีจำนวนเคสในการฉีดมาก แพทย์ที่มีประสบการณ์มากจะสามารถเลือกใช้ชนิดของผลิตภัณฑ์ได้เหมาะสมกับปัญหาและบริเวณที่จะฉีด ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ฉีดได้ถูกชั้นผิวและถูกตำแหน่งกล้ามเนื้อ แพทย์ที่มีความชำนาญสูงสามารถฉีดสารในจำนวนน้อย แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือ Less is More ทำให้ได้ผลที่ดูดีและเป็นธรรมชาติ ไม่มีลักษณะที่เรียกว่าหน้าแข็ง ไม่สามารถแสดงความรู้สึกได้ ด้วยเหตุนี้จึงควรตระหนักไว้เสมอว่าในการฉีดคือผลลัพธ์ที่ดูดีนั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณโบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไป แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของแพทย์ผู้ฉีดเป็นสำคัญ

เลือกฉีดโบท็อกซ์ที่ไหนดี

การฉีดโบท็อกซ์ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ ประกอบกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและที่สำคัญควรเลือกสถาบันความงามที่มีชื่อเสียงในระดับที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐานสากล สามารถรับรองผลและความปลอดภัยได้หลังจากการทำหัตถการต่างๆ และหากมีรีวิวที่สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้จะยิ่งเพิ่มพูนความมั่นใจให้กับคุณ

แนะนำคุณหมอสายฉีดระดับอาจารย์

คุณหมอนัน เอเพ็กซ์ ฉีดโบท็อกซ์

คุณหมอนัน-แพทย์หญิงนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ผิวพรรณ ซึ่งคุณหมอนันเป็นผู้บุกเบิกการใช้สารลดเลือนริ้วรอย (Botulinum Toxin A) กลุ่มแรกของประเทศไทยมากกว่า 20 ปี จนได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับที่1 ของเอเชียแปซิฟิคกับประสบการณ์การฉีดBotox มากที่สุดเป็นคนแรกของประเทศไทยถึง 8 ปีซ้อน จนได้รับสมญานามว่า Botox Queen

“สิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เป็นแพทย์ หรือสถานพยาบาลก็คือ ความเข้าใจคนไข้แบบเฉพาะบุคคล หรือ Personalization ความงามเป็นเรื่องเฉพาะตัว เพทย์จึงต้องทำความเข้าใจในสิ่งที่คนไข้ต้องการให้มากที่สุดและทำให้สิ่งที่เขาอยากได้ ออกมาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

คุณหมอเอก เอเพ็กซ์ แพทย์สายฉีด

คุณหมอเอกน.พ.เอกลัคณ์  ธรรมสุนทร Aesthetic Surgeon ประสบการณ์ระดับอาจารย์ Trainer ซึ่งคุณหมอเอกเป็นแพทย์ผู้ฝึกสอนการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์เพียงไม่กี่คนจากประเทศไทย ที่ทำหน้าที่ในการเทรนเรื่องการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ให้กับแพทย์ไทยและต่างชาติทั่วทวีปเอเชียและยุโรปความที่คุณหมอเอกเป็น Aesthetic Surgeon จึงทำให้ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ออกมาใกล้เคียงกับการทำศัลยกรรมเลยทีเดียว!

ด้วยความนิยมในการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ในปัจจุบันมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีผลิตภัณฑ์ออกมาในตลาดเป็นจำนวนมาก คุณหมอนันจึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า “โบท็อกซ์และฟิลเลอร์แต่ละตัวมีข้อบ่งชี้ในการใช้ที่แตกต่างกันไป ทั้งจำนวนปริมาณที่ต้องใช้และระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์ โดยส่วนตัวแล้วหมอจะเลือกจากคุณภาพที่ดี มีมาตรฐานในการผลิตสูง มีการศึกษาวิจัยมายาวนานจนเป็นมาตรฐาน”

สามารถสอบถามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ [email protected] : @apexbeauty (มี @ นำหน้า) และที่เอเพ็กซ์ของเรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากความสามารถคอยให้คำปรึกษาแก่คุณ