7 ข้อปฏิบัติควรรู้ หลังฉีดฟิลเลอร์ และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายหลังฉีด

ฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ หรือ Derma Filler เป็นสารที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาผิวขาดวอลลุ่ม ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มส่วนต่างๆ ซึ่งฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มในปัจจุบันนี้มีมีอยู่มากมาย เช่น ซิลิโคน คอลลาเจน ไขมัน แต่สารที่นำมาเติมเต็มที่เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด และได้รับการยอมรับจากทั่วโลก คือ HA หรือ Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีในร่างกายตามธรรมชาติ

ประเภทของการฉีดฟิลเลอร์

1. ฉีดฟิลเลอร์แบบชั่วคราว

ฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราว จะเป็นสารไฮยาลูโรนิคแอซิด ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในบริเวณที่ต้องการแก้ไขแล้ว ผลจะคงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวจัดว่ามีความปลอดภัยสูง สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

2. ฉีดฟิลเลอร์แบบถาวร 

ฟิลเลอร์แบบถาวรเคยเป็นที่นิยมเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว แต่เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อน และเกิดปัญหาเยอะ จึงไม่เป็นที่นิยม ฟิลเลอร์ชนิดถาวร เช่น เม็ดพลาสติก ซิลิโคน หรือน้ำมันพาราฟิน ซึ่งจะให้ผลลัพธ์แบบถาวร ที่ไม่สามารถสลายออกเองได้ การกำจัดออกมีเพียงการผ่าขูดออกเพียงอย่างเดียว

จุดประสงค์หลักการฉีดฟิลเลอร์ คือ เพื่อเติมเต็มในส่วนที่เป็นริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆ บนใบหน้า ช่วยทำให้ใบหน้าเต่งตึง มีน้ำมีนวล ริ้วรอยร่องลึกที่เคยมีจะดูตื้นขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ให้กลับมาดูอิ่มเอิบ ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย

การฉีดฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข จะเห็นผลทันที และจะยิ่งเห็นผลชัดที่สุดในวันที่ 5 โดยสามารถให้ผลลัพธ์ได้นานถึง 6 เดือน หรือขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน

การฉีดฟิลเลอร์นับเป็นทางเลือกที่หลายๆ คนเลือกใช้ เพื่อปกปิดริ้วรอย ร่องลึกหรือผิวหนังที่หย่อนคล้อย เพราะหลังจากฉีดฟิลเลอร์ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ผลลัพธ์ดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้หลาย คนยังใช้การฉีดฟิลเลอร์ เพื่อปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์บนใบหน้าให้ดูหวานขึ้น โดดเด่น มีเสน่ห์มากขึ้นอีกด้วย เช่น ฉีดฟิลเลอร์คาง ฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นต้น

ฉีดฟิลเลอร์แก้คางตัด

การฉีดฟิลเลอร์จะต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญ เพราะการฉีดฟิลเลอร์จะต้องฉีดวางฟิลเลอร์ให้ถูกตำแหน่ง เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและเป็นธรรมชาติ ไม่ดูเป็นก้อนอยู่บนหน้า

การฉีดฟิลเลอร์แต่ละครั้ง จะใช้เวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะใช้เวลาฉีดฟิลเลอร์อยู่ที่ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หลังจากฉีดฟิลเลอร์ คนไข้จะเห็นความแตกต่างในบริเวณที่ฉีดทันที และผลลัพธ์จากการฉีดฟิลเลอร์จะสวย ดูเป็นธรรมชาติหลังจากฉีดไปแล้ว 4-5 วัน เนื่องจากหลังจากฉีดฟิลเลอร์ในบางเคส อาจจะมีอาการบวมแดงและช้ำอยู่บ้าง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การดูแลตัวเองหลังการฉีดฟิลเลอร์ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

7 ข้อปฏิบัติควรรู้ หลังฉีดฟิลเลอร์

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์

หลังการฉีดฟิลเลอร์ไป สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือห้ามนวด กด รวมถึงการสัมผัสแรงๆ ในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปเคลื่อนที่ไปจากบริเวณที่ฉีด และในบางเคส แพทย์ใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกหน้า การนวดทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่แพทย์วางแผนไว้ หรือทำให้ไม่ได้ผลเลย

ทั้งนี้หากหลังฉีดฟิลเลอร์คนไข้มีอาการคันหรือระคายเคือง ห้ามเกาโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบของผิวได้ หากอาการคันไม่หายไปภายใน 3 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อความปลอดภัย

2. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อน

โดยปกติแล้วในช่วง 48 ชั่วโมงแรก แพทย์จะแนะนำไม่ให้ผู้เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์โดนความร้อนที่มีอุณหภูมิสูง เช่นการเข้าห้องซาวน่า ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะความร้อนจะทำให้ฟิลเลอร์สลายอย่างที่ใครๆ พูดกัน แต่ความร้อนจะทำให้ผิวยืดหดมากกว่าปกติ ส่งผลต่องการเซตตัวของฟิลเลอร์

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไป ผิวอาจจะมีความเซนซิทีฟมากกว่าปกติ ด้วยรอยเข็มหลายๆ รูบนหน้า การโดนความร้อนอาจทำให้เกิดรอยแดง ระคายเคืองและผื่นขึ้น

3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมบางชนิด หรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของกรดผลไม้

ควรหลีกเลี่ยงการทานวิตามิน เช่น กิงโกะ น้ำมันพริมโรส กระเทียม โสมและวิตามินอี ทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าสารเหล่านั้นจะทำปฎิกริยาหรือส่งผลร้ายกับการฉีดฟิลเลอร์ แต่สารเหล่านั้นจะทำให้คนไข้เสี่ยงกับภาวะช้ำได้ง่ายกว่าปกติ

นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของ AHA BHA หรือ Retinoids ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิวและบริเวณที่ฉีดสารฟิลเลอร์ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงก่อนชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย

4. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด

ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาแก้อักเสบบางชนิด เป็นยาที่ควรหลีกเลี่ยงทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ เพราะการฉีดฟิลเลอร์เป็นการฉีดลงไปในผิวหนังชั้นลึก ถ้าเกิดโดนเส้นเลือดขณะฉีดอาจทำให้เลือดหยุดไหลช้า ทำให้ช้ำง่ายกว่าปกติ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย และไม่เสี่ยงช้ำ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาดังกล่าวอย่างน้อย 1 สัปดาห์

5. หลีกเลี่ยงการแว็กซ์ ถอน ย้อมสีขน หรือใช้ครีมกำจัดขน

หลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้วผิวหนังบริเวณที่ฉีดอาจมีความบอบบางลงชั่วคราว ประมาณ 2-3 วัน ซึ่งหากในระหว่างนี้ มีการกำจัดขนด้วยวิธีต่าง เช่น การแว็กซ์ขน ถอนขน ใช้ครีมกำจัดขน หรือทำการย้อมสีเส้นขน ก็อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง เสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงไปก่อนจะดีที่สุด

6. ดื่มน้ำมากๆ

ฟิลเลอร์ คือ สารไฮยาลูลอนิคซึ่งมีฤทธิ์ในการอุ้มน้ำได้ดี หลังจากฉีดฟิลเลอร์ในช่วง 4-5 วันแรก แพทย์จึงแนะนำให้ดื่มน้ำให้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและคงทน เพราะการดื่มน้ำมาก จะช่วยให้ฟิลเลอร์ที่เป็นสารอุ้มน้ำ มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และทำให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ดูเต็มเป็นธรรมชาติ

7. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ แนะนำให้งดการดื่มแอลกอลฮอล์ ของมึนเมา ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะฟิลเลอร์จะสลายหรืออยู่ไม่นาน แต่เป็นเพราะคนไข้จะไม่มีสติดูแลบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ไป อาจจะเผลอนวด เผลอเท้าคางได้ และการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เลือดสูบฉีด อาจจะทำให้เลือดออกในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ได้

การสูบบุหรี่หลังจากการฉีดฟิลเลอร์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไร เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น สูบบุหรี่หลังฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก อาจจะทำให้รูปลักษณ์ที่คุณหมอสร้างขึ้นมาเป็นปากกระจับอาจจะผิดรูปได้ เพราะฉะนั้นแนะนำให้งดเหล้า แอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่หลังฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อยประมาณ 2-3 วัน

ข้อควรปฎิบัติหลังการฉีดฟิลเลอร์เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นเรื่องง่าย ที่ไม่เกินความสามารถของทุกคน ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ดี สวย ดูเป็นธรรมชาติ และผลคงอยู่ยาวนาน ก็ควรทำปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด หรือถ้ายังไม่มั่นใจว่ามีอะไรที่ควรทำหรือไม่ควรทำมากกว่านี้หรือไม่ ที่ APEX มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ทางด้านการฉีดฟิลเลอร์โดยตรง พร้อมจะให้คำแนะนำ แก้ปัญหาริ้วรอยด้วยสารเติมเต็มอยู่ เพราะเรื่องของริ้วรอยนั้นมองข้ามกันไม่ได้

ฉีดฟิลเลอร์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร. 062-880-6653
Facebook : apexprofoundbeauty
LINE : @apexbeauty

ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลผิวหน้า