ปลูกผม ไร้แผลผ่าตัด ROBOT HAIR TRANSPLANT แม่นยำ หนาแน่น เป็นธรรมชาติ

    Robot Hair Transplant คืออะไร ? 

    Robot Hair Transplant หรือการปลูกผมด้วยแขนกล เป็นเทคนิคการปลูกผมแบบ Advanced FUE ที่เอเพ็กซ์พัฒนาขึ้น ผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยีการปลูกผม และความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผม 

    การปลูกผมด้วยแขนกล Robot Hair Transplant เป็นนวัตกรรมการปลูกผมที่ให้ความแม่นยำสูง ปลูกผมโดยการย้ายเซลล์ (Hair Transplantation) ทีละกอพร้อมเซลล์โดยรอบ จากนั้นนำไปพักไว้ในน้ำเลี้ยงเซลล์ เพื่อรอปลูกในบริเวณที่ต้องการ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเย็บ ไม่ต้องพักฟื้น ผมที่ปลูกในตำแหน่งใหม่จึงมีคุณภาพ สมบูรณ์แข็งแรง ได้ผมถาวรแบบเดียวกับผมที่เกิดเองตามธรรมชาติ หากเราสังเกตในรายที่ผมร่วง ผมในบริเวณท้ายทอยจะหลุดร่วงหลังสุด การปลูกผมจึงนำกอรากผมบริเวณนี้มาใช้ โดยหลังทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย โดยจะได้รับการดูแล สระผม และทำ Laser Hair Growth ในสัปดาห์เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเส้นผม หลังจากนี้เพียงหมั่นเข้ามาทำ Laser Hair Growth อย่างสม่ำเสมอเพื่อทำให้ผมที่ปลูกใหม่แห้งเร็วขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยบำรุงผมให้ศีรษะอีกด้วย

    ปลูกผมด้วยแขนกล ทำอย่างไร ?

    การปลูกผมด้วยแขนกล เป็นการปลูกผมที่พัฒนามาจากการปลูกผมแบบ FUE จนกลายเป็น Advanced FUE โดยความพิเศษของการปลูกผมด้วยแชนกลนั้นจะมีการนำเทคโนโลยีแขนกลมาใช้ในการเจาะเก็บกราฟท์ผม ต่างจากวิธีเก่าการเก็บกราฟท์ผมจะทำให้เกิดแผลกดเจาะที่ใหญ่ แต่การใช้แขนกลแผลที่เจาะจะเล็กเพียง 0.5 – 0.8 มิลลิเมตร ทำให้มีแผลที่เล็กกว่า และหายเร็วกว่าการปลูกผม FUE แบบเดิม ๆ นอกจากนี้แขนกลยังมีความแม่นยำสูง เมื่อผสานรวมกับฝีมือและความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่ทำการปลูกผมจะยิ่งทำให้ได้กราฟท์ผมที่คุณภาพดี ลดปัญหากราฟท์ผมเสียจากการเก็บกราฟท์ผมด้วยวิธีเดิม ๆ ได้ โดยขั้นตอนในการปลูกผมมีดังนี้

     

    • วาดแนวผมใหม่ และประเมินกราฟท์ผม ในขั้นตอนแรก ผู้เข้ารับบริการจะประเมินบริเวณที่ต้องปลูกผมใหม่ก่อน โดยแพทย์จะวาดแนวผมใหม่ที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด และจึงจะประเมินจำนวนกราฟท์ที่ต้องใช้ในการปลูกผมในบริเวณนั้น ๆ 
    • ใช้แขนกลเลือกเจาะกราฟท์ผมออกมา โดยกอผมที่ถูกเจาะออกมาจะออกมาพร้อมเซลล์รอบ ๆ ผม ทำให้ยังคงสภาพและนำมาปลูกผมที่บริเวณใหม่ได้
    • นำกอผมที่เจาะออกมาไปพักไว้ในน้ำเลี้ยงเซลล์ ในขั้นตอนนี้จะมีการนำกอผมที่เจาะออกมาแล้วไปพักไว้ในน้ำเลี้ยงเซลล์เพื่อให้กอผมยังคงสภาพมีชีวิตอยู่ได้
    • นำเซลล์รากผมมาปลูกบริเวณที่ต้องการปลูกผมใหม่ โดยแพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กมาก ๆ แล้วนำกอผมที่เจาะออกมาและผ่านการคัดเลือกแล้วว่าสามารถใช้ได้ไปปลูกบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องใช้ความเชี่ยวชาญของแพทย์ เพราะจะต้องอาศัยความละเอียดและความแม่นยำอย่างมาก เพื่อให้ผมที่ปลูกใหม่นั้นดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

    เห็นผลแค่ไหน ?

    การปลูกผมด้วยแขนกลที่ APEX นับเป็นการปลูกผมที่มีประสิทธิภาพสูง แนวผมที่ขึ้นใหม่จะดูเป็นธรรมชาติ ผมจะแน่นและดกดำกว่าการปลูกผมแบบอื่น ๆ ทำให้แทบดูไม่ออกว่าเป็นผมที่ปลูกใหม่ นอกจากนี้ผู้เข้ารับการปลูกผมจะได้รับการให้บริการ Laser Hair Growth ที่ช่วยกระตุ้นให้เส้นผมที่ปลูกใหม่แข็งแรงและมีสุขภาพดีมากขึ้น บอกลาปัญหาศีรษะล้านได้อย่างถาวร

    ราคาเท่าไร ?

    การปลูกผมด้วยเทคนิค Robot Hair Transplant เป็นวิธีการปลูกผมแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟท์ในการปลูกผม ดังนั้นจึงควรเข้ารับการประเมินและสอบถามราคากับสถานให้บริการปลูกผมและเปรียบเทียบกันให้ดีก่อนตัดสินใจ

    ผมร่วงเกิดจากอะไร ?

    ผมร่วง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว สาเหตุหลักของปัญหาผมร่วงมักเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่นอกเหนือจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้ ตัวอย่างเช่น 

    1. ขาดสารอาหาร

    การได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนในแต่ละวัน หากติดต่อกันนาน ๆ ก็อาจเป็นสาเหตุของผมร่วงได้ โดยเฉพาะคนที่ลดน้ำหนัก หากเลือกรับประทานอาหารไม่เหมาะสมก็อาจทำให้เกิดปัญหาผมร่วงตามมาได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครวบถ้วนและควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอลฮอล์และไม่สูบบุหรี่จะดีที่สุดค่ะ

    1. สระผมด้วยน้ำอุ่น

    น้ำอุ่นอาจทำให้รู้สึกสบาย แต่การสระผมด้วยน้ำอุ่นนั้นไม่ได้ส่งผลดีมากสักเท่าไรนัก เพราะการสระผมด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะทำให้เส้นผมและหนังศีรษะขาดความชุ่มชื้น ผมแห้ง รวมทั้งทำให้เกิดปัญหาหนังศีรษะแห้ง ผลที่ตามมาก็คือทำให้ผมอ่อนแอและหลุดร่วงไปในที่สุด ดังนั้นทางที่ดีเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผมร่วงควรสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติจะดีที่สุด

    1. หวีผมขณะที่ผมเปียก

    แค่การหวีผมแรง ๆ ก็ทำร้ายเส้นผมให้อ่อนแอได้มากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าหวีผมขณะที่ยังเปียกอยู่ด้วยแล้ว ก็คงยากที่เส้นผมจะแข็งแรง เพราะเส้นผมที่เปียกชื้นจะบอบบางกว่าปกติหลายเท่า ดังนั้นการหวีผมหรือใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมแรง ๆ การผูกผมในขณะที่ผมยังเปียกอยู่ ก็สามารถทำให้สารเคลือบผมและโปรตีนในเส้นผมถูกทำลายไปได้

    1. จัดแต่งทรงผมด้วยความร้อน

    การใช้ความร้อนกับเส้นผมบ่อย ๆ จะทำให้เส้นผมถูกทำลาย เพราะความร้อนจะไปทำลายเคลือบผมและโปรตีนที่หล่อเลี้ยงเส้นผม ส่งผลให้ผมแห้งเสียแตกปราย เปราะบางและหลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผม โดยหากต้องใช้ไดร์เป่าผมควรถือไดร์ให้ห่างจากเส้นผมประมาณ 1 ฟุต หรือถ้าหากต้องการเพียงให้ผมแห้งควรใช้ลมเย็นเป่าแทนจะดีที่สุดค่ะ 

    1. มัดผมแน่นเกินไป

    การรวบผมให้เรียบตึงก็เป็นสิ่งที่หลายคนชอบทำ เพราะทำให้ดูเรียบร้อยและไม่พันกัน แต่การรวบผมหรือมัดตึงเกินไปจะทำให้รากผมอ่อนแอลงได้ เนื่องจากการรวบผมแน่น ๆ จะทำให้เส้นผมอยู่ในลักษณะถูกดึงจนตึง และทำให้รูขุมขนบนหนังศีรษะอ่อนแอลง จนผมหลุดร่วงได้ในที่สุด ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ผมร่วงละก็ ควรรวบผมด้วยแรงที่พอดี ไม่ต้องแน่นมากจนเกินไป เพื่อให้เส้นผมไม่ถูกดึง รูขุมขนก็จะไม่เสียหาย ทำให้เส้นผมแข็งแรงไม่หลุดร่วงให้กังวลใจ

    1. เข้านอนขณะผมเปียก 

    การเข้านอนทั้ง ๆ ที่ผมยังเปียกอยู่นั้น ผมที่เปียกชื้นจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อราอย่างดี จนทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ ผลที่ตามมาก็คือจะทำให้หนังศีรษะมีกลิ่นเหม็นอับ เกิดอาการคัน และเป็นรังแค ทำให้รากผมไม่แข็งแรง สุดท้ายผมก็จะเปราะบางและหลุดร่วงไปในที่สุด

    1. ตากแดดนาน ๆ

    รังสี UV คืออีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของปัญหาผมร่วง เพราะเมื่อผมโดนแสงแดด และรังสียูวีเป็นเวลานาน ก็จะทำให้ผมสูญเสียความชุ่มชื้น และทำลายสารเคลือบเส้นผม จนทำให้ผมเปราะขาดหลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือควรหลีกเลี่ยงไม่ให้แสงแดดสัมผัสกับเส้นผมโดยตรง และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมเป็นประจำก็สามารถช่วยลดปัญหาได้

    1. รังแค

    รังแคเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการที่หนังศีรษะอับชื้น ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้ไม่ยอมทำการรักษาอย่างจริงจัง จะยิ่งทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนบนหนังศีรษะ เมื่อต่อมไขมันที่รากผมไม่สามารถระบายน้ำมันออกทางหนังศีรษะ หรือหนังศีรษะไม่สามารถระบายอากาศได้ เส้นผมก็จะอ่อนแอลงและหลุดร่วงในที่สุด

    1. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

    การรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาคลายเครียด ยาคุมหรือยาที่มีส่วนผสมของยาในกลุ่มฮอร์โมน คุณอาจต้องเจอกับปัญหาผมร่วงมากกว่าปกติอันเนื่องมากจากผลข้างเคียงจากยาได้ ซึ่งกรณีนี้คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาต่อไป

    การเตรียมตัวก่อนปลูกผม

    การปลูกผมด้วยแขนกล หรือ Robot Hair Transplant เป็นการปลูกผมที่ไม่ต้องผ่าตัด อีกทั้งแผลปลูกผมที่เล็ก ร่างกายจะใช้เวลาในการสมานแผลไม่นานเท่าการปลูกผมแบบเดิม หรือการผ่าตัดปลูกผมที่เคยมีมา ผู้เข้ารับบริการจึงไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรมาก และไม่ต้องเสียเวลาหยุดงาน หรือกิจกรรมอื่น ๆ มาเพื่อปลูกผมเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

    สิ่งที่เกิดหลังทำ ?

    หลังจากการปลูกผมแล้วแพทย์จะทำการนัดเพื่อสระผมและติดตามอาการหลังจากการปลูกผมในวันรุ่งขึ้น โดยหลังปลูกผม หากต้องการผลที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้

     

    • ไม่แกะผ้าพันศีรษะล้านในคืนแรก

     

    หลังจากปลูกผมด้วยแขนกลแล้วยังอาจมีเลือดออกจากบริเวณแผลเล็ก ๆ ที่ทำการปลูกผมอยู่บ้าง ดังนั้นจึงไม่ควรแพ้ผ้าพันศีรษะออกทันที แต่ควรนอนทับไว้ก่อน 1 คืน จะช่วยให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้น

     

    • ห้ามแกะ เกา หรือเช็ดแรง ๆ บริเวณที่ปลูกผม

     

    ในช่วง 3 – 4 วันแรก เป็นช่วงที่ไม่ควรไปยุ่งกับบริเวณที่ปลูกผมเลยค่ะ โดยเฉพาะการแกะ เกา หรือเช็ดแรง ๆ แม้จะรู้สึกไม่สบายบริเวณที่ปลูกผมก็ควรอดทนไว้ ไม่อยากนั้นอาจผลที่ไม่พึ่งประสงค์ได้

     

    • งดใช้ยาสระผม

     

    ในช่วง 3 วันแรก บริเวณที่ปลูกผมยังอ่อนแออยู่ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยยาสระผมที่เคยใช้อยู่เป็นประจำ และใช้เพียงน้ำยาที่แพทย์ให้ไปทำความสะอาดเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

     

    • เมื่อสระผมได้ควรสระอย่างเบามือ

     

    หลังจากวันที่ 3 เป็นต้นไป ผู้ที่เข้ารับการปลูกผมจะสามารถสระผมได้ตามปกติ โดยควรสระผมด้วยอุณหภูมิปกติ และควรใช้มือถูเบา ๆ บริเวณที่ปลูกผม และบริเวณที่เจาะเก็บรากผมด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผมที่ปลูกใหม่หลุด หรือเกิดการอักเสบระคายเคือง

     

    • งดใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม และสารเคมีทุกชนิด 1 เดือน

     

    เพราะในช่วง 1 เดือนแรกหลังจากปลูกผม ทั้งเส้นผมและหนังศีรษะบริเวณที่ปลูกผมจะยังคงบอบบางอยู่ การใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม และสารเคมี อาจส่งผลกระทบต่อผมที่ปลูกและหนังศีรษะได้

     

    • รับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์กำหนด

     

    หลังจากการปลูกผม ผู้เข้ารับบริการจะต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน และหากมีอาการปวดบริเวณที่ปลูกผมก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดควบคู่กันไปได้ โดยควรรับบประทานทุก ๆ 4 – 6 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย

    หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของบริเวณที่ปลูกผมมากขึ้น เส้นผมที่ปลูกจะค่อย ๆ เติบโตขึ้น และอาจมีบางส่วนที่หลุดร่วง ซึ่งไม่ต้องกังวลเนื่องจากเป็นกลไกตามธรรมชาติของเส้นผมอยู่แล้ว

    คำถามที่พบบ่อย ?

    Q: กราฟท์ผมคืออะไร ?

    A : กราฟท์ (Graft) ที่เรามักได้ยินในกระบวนการปลูกผมก็คือ กอผม นั่นเอง ซึ่งปกติแล้วกอผมแต่ละกอจะมีเส้นผมอยู่รวมกันประมาณ 1 – 4 เส้น และคนเราจะมีกอผมทุกขนาดอยู่บนหนังศีรษะ โดยในการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE จะมีประเมินการปลูกผมโดยดูพื้นที่บนหนังศีรษะที่ต้องปลูกผม แล้วคำนวณออกมาเป็นจำนวนกราฟท์ ทั้งนี้จำนวนกราฟท์ที่ต้องใช้ในการปลูกผมจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับปัญหาที่มีของแต่ละคน

    Q: ยาช่วยทำให้ผมขึ้นได้จริงหรือไม่ ?

    A : ในปัจจุบันมียาที่ใช้ในการกระตุ้นรากผม 2 ประเภทคือยารับประทาน และยาทาเฉพาะที่ ซึ่งยาที่ใช้รับประทาน มีใช้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยยาที่ใช้จะช่วยลดฮอร์โมนที่ส่งผลต่อการหลุดร่วงของผมโดยตรง ขณะที่ยาทาเฉพาะที่จะใช้เพื่อช่วยป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผม ทว่าในการใช้ยาจะจะต้องภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยหากเริ่มมีอาการผมร่วง ควรรีบพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดซึ่งจะส่งผลให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

    Q: หากหยุดใช้ยาแล้วจะทำให้ผมกลับมาร่วงอีกจริงหรือไม่ ?

    A: การใช้ยากระตุ้นรากผมเป็นเพียงการรักษาเพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งถ้าหากมีการหยุดใช้ยาก็จะทำให้ผลกลับมาหลุดร่วงตามเดิม จึงจำเป็นจะต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องถึงจะได้ผลที่น่าพึงพอใจ

    Q: ถ้าพ่อศีรษะล้าน ลูกจะมีโอกาสศีรษะล้านสูงจริงหรือไม่ ?

    A: ศีรษะล้านเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ดังนั้นหากพ่อหรือแม่มีภาวะศีรษะล้านก็มีความเสี่ยงที่ลูกจะศีรษะล้านได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะลูกที่มีแม่ศีรษะล้านจะยิ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าลูกที่มีพ่อศีรษะล้าน

    Q: ถ้าพ่อศีรษะล้าน ลูกจะมีโอกาสศีรษะล้านสูงจริงหรือไม่ ?

    A: ศีรษะล้านเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ดังนั้นหากพ่อหรือแม่มีภาวะศีรษะล้านก็มีความเสี่ยงที่ลูกจะศีรษะล้านได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะลูกที่มีแม่ศีรษะล้านจะยิ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าลูกที่มีพ่อศีรษะล้าน

    Q: ปลูกผมแล้วต้องรับประทานยาต่ออีกหรือไม่ ?

    A: ในกรณีที่ผู้เข้ารับบริการมีการรับประทานยาบางชนิดเพื่อช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม หากเข้ารับการปลูกผมแล้ว และไม่มีความกังวลเรื่องการหลุดร่วงในบริเวณอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาต่อ แต่ถ้ายังมีผมบริเวณอื่นหลุดร่วงอยู่ การรับประทานยาก็ช่วยป้องกัน และลดการหลุดร่วงได้ในระยะยาว

    Q: หลังจากปลูกผมแล้ว ผมจะหลุดร่วงไปจริงหรือไม่ ?

    A: ในอดีตเทคโนโลยีด้านการปลูกผมยังไม่พัฒนาเท่าที่ควรจึงทำให้หลาย ๆ คนเข้ารับการปลูกผมไปอาจเกิดปัญหาผมหลุดร่วงในภายหลังได้ แต่ปัจจุบันมีเทคนิคการปลูกผมแบบสมัยใหม่ที่เรียกว่าปลูกผมด้วยแขนกล (Robot Hair Transplant) ซึ่งเป็นการปลูกผมด้วยการใช้แขนกลเข้าช่วย ทำให้ใช้เวลาในการปลูกผมลดล อีกทั้งกอผมที่นำมาใช้ ยังมีการรักษารากผมที่เจาะออกมาให้คงสภาพสมบูรณ์ และมีคุณภาพ ส่งผลให้การขึ้นใหม่ของเส้นผมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    เทียบก่อน – หลัง ?

    คุณกำปั้น – พีระ พาณิชย์พงส์

    ‘ปลูกผมครั้งนี้ เหมือนให้ชีวิตใหม่เลยก็ว่าได้’

    คุณกำปั้น นักร้องผู้มากความสามารถที่ประสบปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน และเสาะหาวิธีแก้ไขมานาน จนกระทั่งมาเจอที่ APEX ว่ามีเทคนิคการปลูกผมด้วยแขนกล ที่ไม่ต้องผ่าตัด แผลเล็ก และไม่ต้องพักฟื้น ทำให้คุณกำปั้นกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง เหมือนได้ชีวิจใหม่เลยก็ว่าได้

    คุณนัฐ – ศุภณัฐ เลาหะพานิช

    เดิมทีคุณนัฐก็เป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาเส้นผม แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จนกระทั่งได้เห็นว่าคุณกำปั้นซึ่งเป็นรุ่นพี่ในวงการมาปลูกผมที่ APEX และได้ผลลัพธ์ที่ดี จึงตัดสินใจมาปลูกผมที่ APEX แต่จะประทับใจมากขนาดไหนลองไปดูกันค่ะ

    คุณเลโอ – เลโอ โซสเซย์ 

    ‘ผมบาง ใครไม่เจอไม่เข้าใจ แต่ APEX ช่วยได้’

    คุณเลโอ นักร้องและนักแสดงผู้มากความสามารถที่มีปัญหาเรื่องศีรษะเถิกผมบาง เป็นคนหนึ่งที่ให้ความไว้วางใจ APEX ในการแก้ปัญหาเส้นผม ปลูกผมด้วยเทคนิค Robot Hair Transplant จนทำให้คุณเลโอกลับมามีความมั่นใจกับทำผมทรงเปิดเถิกอีกครั้ง ไปดูกันดีกว่าว่าคุณเลโอประทับใจมากขนาดไหน

    เทียบ ปลูกผมแต่ละวิธี ?

    ยาปลูกผม

    ยาที่ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม มี 2 ประเภท คือยารับประทาน และยาทาเฉพาะที่ ยารับประทาน โดยมากจะมีส่วนผสมหลักคือ เป็นการให้ finasteride ข้อบ่งใช้ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับ อย. หรือองค์การอาหารและยา (FDA) คือ รักษาภาวะผมร่วงที่เป็นลักษณะเฉพาะในผู้ชาย (male-pattern hair loss, androgenic alopecia) ซึ่งมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์ โดยยารูปแบบของยา finasteride จะอยู่ในรูปแบบเม็ดเพื่อรับประทาน ใช้ในเพศชายเท่านั้น โดยต้องทานต่อเนื่อง อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไปถึงจะสังเกตเห็นผลลัพธ์ และหากหยุดการใช้ยา ผลลัพธ์จะกลับคืนสู่สภาพเดิมเหมือนก่อนทำการรักษา ดังนั้นจะต้องใช้ยาตลอดชีวิตเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ โดยมีผลการศึกษาพบว่าการรับประทานยาติดต่อกัน 5 ปีมีความปลอดภัยดีอยู่ อย่างไรก็ดี ยา finasteride จะถูกทำลายที่ตับเป็นส่วนมาก ซึ่งอาจส่งผลให้ตับทำงานมากขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับจะต้องระมัดระวังในการใช้ยาสำหรับ ยา Minoxidil จะอยู่ในรูปเซรั่ม โลชั่น หรือสเปรย์ ใช้สำหรับกระตุ้นการงอกของเส้นผมในกรณีผมร่วงที่เป็นกรรมพันธุ์ ยานี้ได้ผลดีในผู้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี ที่เพิ่งเริ่มแสดงอาการผมร่วง ยานี้ไม่มีผลต่อแนวเส้นผม และไม่ช่วยรักษาอาการหัวล้าน หากหยุดยาผมที่งอกใหม่จะร่วงภายใน 2-3 เดือน โดยทั่วไปยา minoxidil จะใช้ทาหนังศีรษะวันละ 2 ครั้ง ควรใช้ตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยา ยานี้ต้องใช้ต่อเนื่องอย่างต่ำ 4 เดือน หรืออาจจะถึง 1 ปี กว่าจะเห็นผลการรักษา ควรทา หรือสเปรย์ยานี้บนหนังศีรษะที่แห้งเท่านั้นเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องสระผมก่อนทายา ไม่ควรทายาบนส่วนอื่นของร่างกาย

    การฉีด PRP (Platelet Rich Plasma)


    เป็นการนำเลือดของเราเองมาสกัดเอาสารสำคัญที่เรียก PRP (Platelet Rich Plasma) เพื่อฉีดกลับไปกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ช่วยกระตุ้นให้ผมที่มีอยู่ แข็งแรงขึ้น ร่วงช้าลง การทำอย่างต่อเนื่องจะทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น และคงอยู่ได้ยาวนาน

    การปลูกผมด้วยวิธี Hair Stem Micro Transplant

    เป็นวิธีการปลูกผมโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการใช้สเต็มเซลล์จากรากผมที่แข็งแรงมาผ่านกระบวนการสกัดเอาสารสำคัญที่เป็นสเต็มเซลล์รากผม จากนั้นนำฉีดกลับเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการฟื้นฟูรากผม โดยสเต็มเซลล์จะเข้าไปกระตุ้นให้รากผมที่อ่อนแอ ช่วยให้รากผมแข็งแรงขึ้น สร้างเส้นผมใหม่ที่หนาขึ้น และทำให้วงจรผมอยู่นานมากขึ้น ผมจะค่อยๆแข็งแรง หลุดร่วงช้าลง วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีปัญหาผมบาง และศีรษะล้านไม่มาก

    การปลูกผมแบบ FUT

    การปลูกผมแบบ FUT เป็นการปลูกผมด้วยวิธีการผ่าตัด กรีดเอาหนังศีรษะบริเวณที่ผมรากผมสมบูรณ์ จากนั้นนำหนังศีรษะมาซอยออกเป็นรากผม เพื่อนำไปปลูกในตำแหน่งที่ต้องการ ซึ่งวิธีนี้ ราคาถูก แต่จะทิ้งรอยเย็บยาวไว้ที่ด้านหลัง ซึ่งการผ่าตัดเปิดแผลมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดโดยทั่วไป ต้องดูแลและทำแผลหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมในการปลูกผม