Ozempic คืออะไร ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร ช่วยควบคุมน้ำหนักได้จริงไหม

หน้าแรก » ลดน้ำหนัก » Ozempic คืออะไร ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร ช่วยควบคุมน้ำหนักได้จริงไหม
ว.66289
Ozempic
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

เมื่อพูดถึงการลดน้ำหนัก ชื่อของ Ozempic มักถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ จนหลายคนตั้งคำถามว่าสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักได้จริงหรือไม่ และต่างจากยาลดน้ำหนักยี่ห้ออื่นอย่างไร ในบทความนี้หมอจะอธิบายทุกประเด็นสำคัญ ตั้งแต่การออกฤทธิ์ ข้อดี ข้อควรระวัง ไปจนถึงผู้ที่เหมาะกับการใช้

Ozempic คืออะไร

Ozempic คือ ชื่อทางการค้าของยาฉีดกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist ซึ่งมีตัวยาสำคัญชื่อว่า Semaglutide (เซมากลูไทด์) เดิมทีตัวยานี้ได้รับการอนุมัติให้ใช้ สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ผลพลอยได้ที่เด่นมากคือ “น้ำหนักตัวที่ลดลง” จึงทำให้มันกลายเป็นที่สนใจมากขึ้น

Ozempic คืออะไร

Ozempic มีหลักการทำงานอย่างไร

ยาตัวนี้ทำงานโดยการเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ที่ร่างกายเราหลั่งออกมาตามธรรมชาติหลังรับประทานอาหาร โดยมีกลไก 3 ส่วนหลักที่หมออยากให้เข้าใจ คือ

  • สมอง : ออกฤทธิ์ที่ศูนย์ควบคุมความหิว ทำให้เรารู้สึกอิ่มนานขึ้นและลดความอยากอาหาร
  • กระเพาะอาหาร : ชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้หิวช้าลง
  • ตับอ่อน : กระตุ้นการหลั่งอินซูลินเมื่อน้ำตาลในเลือดสูง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น

Ozempic ช่วยควบคุมน้ำหนักได้จริงไหม

Ozempic หรือเรียกว่า ปากกาลดน้ำหนัก มีตัวยา Semaglutide ซึ่งมีข้อมูลว่าช่วยควบคุมน้ำหนักได้ โดย งานวิจัย STEP 1 พบว่า Semaglutide ขนาด 2.4 มก. ช่วยให้น้ำหนักลดลงเฉลี่ยประมาณ 14.9% ในระยะเวลา 68 สัปดาห์ เมื่อใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม ขณะที่ งานวิจัย SUSTAIN-6 ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ก็พบการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักในกลุ่มที่ได้รับ Semaglutide

Ozempic มีข้อบ่งใช้หลักสำหรับรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การนำมาใช้เพื่อควบคุมน้ำหนักควรผ่านการประเมินและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

Ozempic มีกี่ระดับ

ใน 1 แท่งยา Ozempic มักจะมีระดับการให้ยาที่ปรับได้ตามความเหมาะสม โดยเริ่มต้นที่

ระดับยา ใช้เมื่อ วัตถุประสงค์
0.25 mg ช่วงเริ่มต้น 4 สัปดาห์แรก ช่วยให้ร่างกายปรับตัว ยังไม่ใช่ขนาดยาที่ให้ผลการรักษาหลัก
0.5 mg หลังใช้ 0.25 mg ครบ 4 สัปดาห์ เป็นขนาดยามาตรฐานเริ่มต้นสำหรับการรักษา
1 mg หากควบคุมระดับน้ำตาลหรือผลการรักษายังไม่เพียงพอ เพิ่มประสิทธิภาพของยา
2 mg ขนาดยาสูงสุดของ Ozempic ใช้ในผู้ที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสมและจำเป็น

Ozempic ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร

ตารางเปรียบเทียบยาในกลุ่มควบคุมน้ำหนักและเบาหวาน Wegovy Mounjaro และ Saxenda มีดังนี้

คุณสมบัติ Ozempic Wegovy Mounjaro Saxenda
ตัวยาสำคัญ Semaglutide Semaglutide Tirzepatide Liraglutide
กลไกการทำงาน เลียนแบบ GLP-1 เลียนแบบ GLP-1 เลียนแบบ GIP และ GLP-1 (Dual Agonist) เลียนแบบ GLP-1
ข้อบ่งชี้หลัก (อย.) โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ควบคุมน้ำหนักตัว/โรคอ้วน โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ควบคุมน้ำหนักตัว/โรคอ้วน
ความถี่ในการฉีด สัปดาห์ละ 1 ครั้ง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ฉีดทุกวัน
ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก ปานกลาง-สูง สูง สูงที่สุดในกลุ่มจากการศึกษา ปานกลาง
ขนาดยาสูงสุด 2 mg 2.4 mg 15 mg 3 mg

Ozempic เหมาะกับใครบ้าง

Ozempic เหมาะกับใครบ้าง

Ozempic เหมาะกับผู้ที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ดังนี้

  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
  • ผู้ที่มีภาวะอ้วน (BMI > 30) หรือมีน้ำหนักเกิน (BMI > 27)
  • ผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance)
  • ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคไตร่วมกับเบาหวานชนิดที่ 2

Ozempic ไม่เหมาะกับใครบ้าง

ก่อนตัดสินใจใช้ Ozempic หมอแนะนำให้ตรวจสอบก่อนว่าคุณอยู่ในกลุ่มที่ไม่เหมาะกับการใช้ยานี้หรือไม่

  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1
  • สตรีมีครรภ์ สตรีที่กำลังให้นมบุตร หรือวางแผนจะตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Medullary (MTC)
  • ผู้ป่วยโรค Multiple Endocrine Neoplasia syndrome type 2 (MEN 2)
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pancreatitis)
  • ผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมขั้นรุนแรง
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ตัวยา Semaglutide อย่างรุนแรง

ข้อดี-ข้อควรระวัง Ozempic

การใช้ Ozempic ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวยาเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องเข้าใจข้อดีและข้อควรระวังของการรักษา ดังนี้

ข้อดีของ Ozempic

  • สะดวก ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ลดความถี่และอาการเจ็บตัว
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน
  • ช่วยปรับพฤติกรรมการกิน ลดความอยากของหวานและของมันได้
  • ช่วยให้อิ่มนานและควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดค่า HbA1c ได้

ข้อควรระวังของ Ozempic

  • ควรเก็บอย่างถูกวิธี ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-8°C และไม่ควรแช่แข็ง
  • อาจสูญเสียมวลกล้ามเนื้อหากลดน้ำหนักเร็วเกินไป
  • มีโอกาสเกิดภาวะน้ำหนักกลับมาเพิ่มหากหยุดยาโดยไม่ปรับพฤติกรรม

Ozempic ใช้เวลานานแค่ไหนจึงเริ่มเห็นผล

การควบคุมความหิวจะเริ่มรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและเบื่ออาหารภายใน 24–48 ชั่วโมงแรก หลังการฉีดเข็มแรก สำหรับการลดน้ำหนัก จะเริ่มเห็นตัวเลขน้ำหนักลดลงอย่างชัดเจนใน 2-4 สัปดาห์แรก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมด้วย

การเตรียมตัวก่อนเริ่มต้นฉีด Ozempic

ก่อนที่ผู้เข้ารับบริการจะเริ่มใช้ยา Ozempic เพื่อให้การรักษาเป็นตอบโจทย์และลดความเสี่ยง ควรเตรียมตัวดังนี้

  • ปรึกษาแพทย์และตรวจเลือด เพื่อตรวจการทำงานของไต ตับอ่อน ก่อนเริ่มยาเสมอ
  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาประจำตัว วิตามิน หรือสมุนไพรที่ทานอยู่
  • ปรับพฤติกรรมการกิน ทานอาหารมื้อเล็กลงและเคี้ยวให้ละเอียดขึ้น
  • วางแผนรับมือผลข้างเคียง ในช่วง 1-2 เข็มแรกอาจมีอาการคลื่นไส้

วิธีใช้ Ozempic ต้องฉีดอย่างไร

ก่อนเริ่มใช้ Ozempic หมอแนะนำให้ทำความเข้าใจขั้นตอนการฉีดและตำแหน่งที่เหมาะสม ดังนี้

  • เช็กดูว่าน้ำยาในแท่งต้อง ใส ไม่มีสี ถ้าขุ่นหรือมีตะกอน ห้ามใช้เด็ดขาด
  • ใส่เข็มใหม่ ดึงแถบกระดาษออกจากหัวเข็มใหม่ แล้วหมุนเข้ากับตัวแท่งยาให้แน่น
  • ทดสอบการไหลของยา หากเป็นการใช้แท่งใหม่ครั้งแรก
  • ตั้งโดสยา หมุนปุ่มตั้งปริมาณยาไปจนถึงตัวเลขโดสที่หมอสั่ง (เช่น 0.25 หรือ 0.5)
  • ฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนัง บริเวณ หน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขน
  • ฉีดเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในวันเดียวกันของทุกสัปดาห์ เวลาไหนก็ได้

* หมอแนะนำให้ทำความสะอาดบริเวณที่ฉีดด้วยแอลกอฮอล์ทุกครั้ง และเปลี่ยนหัวเข็มทุกครั้งที่ฉีด

Ozempic มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร มักเกิดในช่วงแรกและหายไปเอง ดังนี้

  • คลื่นไส้ อาเจียน พบได้บ่อยที่สุดของผู้ใช้
  • ท้องผูก หรือ ท้องเสีย
  • แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
  • อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ

การดูแลหลังฉีด Ozempic

หลังจากฉีดยาเสร็จแล้ว หมออยากให้ผู้เข้ารับบริการดูแลตัวเองและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • ห้ามคลึงหรือนวดบริเวณที่ฉีด ปล่อยให้ยาดูดซึมเองตามธรรมชาติ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดโอกาสเกิดภาวะขาดน้ำ
  • หลีกเลี่ยงอาหารมันจัดหรือมื้อใหญ่ในช่วงแรกของการใช้ยา
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ
  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง อาเจียนไม่หยุด หรือแพ้ยา และรีบพบแพทย์
  • เข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษาและปรับขนาดยาหากจำเป็น

Ozempic อันตรายไหม

หากใช้ภายใต้การดูแลของหมอ “ถือว่าสามารถดูแลให้ปลอดภัยได้” แต่จะอันตรายมากหากไปซื้อมาฉีดเองโดยไม่ตรวจร่างกายก่อน เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบ หรืออาการแพ้ยาที่รุนแรงได้

Ozempic 1 แท่งใช้ได้กี่ครั้ง

โดยปกติ Ozempic 1 แท่งถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ 4 ครั้ง สำหรับ 1 เดือน โดยมีหัวเข็มแถมมาให้ในกล่องตามจำนวนครั้งที่ต้องฉีด

Ozempic ราคาเท่าไหร่

ราคาในโรงพยาบาลหรือคลินิกโดยทั่วไป จะอยู่ที่ประมาณ 3,500-7,500 บาท ต่อแท่ง ขึ้นอยู่กับขนาดมิลลิกรัมและค่าบริการของสถานพยาบาลนั้น ๆ

FAQ Ozempic

สามารถซื้อ Ozempic ตามอินเทอร์เน็ตมาฉีดเองได้ไหม

ไม่แนะนำเด็ดขาดและเสี่ยงอันตรายมาก ยานี้จัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น การซื้อออนไลน์มีความเสี่ยงจะได้ยาปลอม ยาเสื่อมคุณภาพจากการขนส่งที่ไม่ได้ควบคุมความเย็น

ฉีดยานี้แล้วหน้าจะตอบ (Ozempic Face) จริงไหม

จริงได้ในบางราย “Ozempic Face” ไม่ใช่โรค แต่เกิดจากการที่น้ำหนักตัวและไขมันบริเวณใบหน้าลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังปรับตัวไม่ทัน เกิดความหย่อนคล้อยและดูแก่ลง ป้องกันได้ด้วยการค่อย ๆ ลดช้า ๆ

ถ้าลืมฉีด Ozempic ต้องทำอย่างไร

หากลืมฉีดและยังไม่เกิน 5 วันนับจากวันที่ต้องฉีดปกติ ให้รีบฉีดทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าลืมเกิน 5 วันไปแล้ว ให้ข้ามเข็มนั้นไปเลย แล้วไปฉีดเข็มถัดไปตามตารางเวลาเดิม

หยุดฉีด Ozempic แล้วน้ำหนักจะขึ้นไหม

มีโอกาสสูงมากถ้าระหว่างใช้ยาไม่ได้ปรับพฤติกรรม เพราะเมื่อยาหมดฤทธิ์ ความอยากอาหารและความหิวจะกลับมาเท่าเดิม ทำให้น้ำหนักเด้งกลับคืนมาได้ราว 2 ใน 3 ของที่ลดไป

ถ้าใช้ยาแล้วต้องฉีดเพื่อรักษาน้ำหนักไปตลอดชีวิตไหม

ไม่จำเป็น หากเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้มีโรคอ้วนเรื้อรังจากพันธุกรรม สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อค่อย ๆ ปรับลดโดสลงจนหยุดยาได้ เมื่อคุณสามารถควบคุมพฤติกรรมการกินได้ด้วยตัวเอง

สรุป

Ozempic เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในการรักษาเบาหวานและช่วยลดน้ำหนัก แต่หมออยากให้มองว่าเป็น “ตัวช่วย” มากกว่า “ทางลัด” ความสำเร็จที่ยั่งยืนยังคงต้องอาศัย การคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย และที่สำคัญต้องปรึกษาหมอก่อนเริ่มใช้ยาเสมอ เพื่อดูแลให้ปลอดภัยของตัวคุณเอง

แชร์บทความ
พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
ว.66289
บทความโดย พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก มีวิธีใดบ้าง ทั้งแบบทำด้วยตัวเองและวิธีทางการแพทย์

การลดน้ำหนัก ควรประเมินก่อนว่าน้ำหนักมาจากไขมัน น้ำ หรือมวลกล้ามเนื้อ หากอดอาหารหรือเร่งลดเร็วเกินไป ร่างกายอาจอ่อนแรงและสูญเสียกล้ามเนื้อได้
ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี

ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี เทียบข้อบ่งใช้ ความถี่ ราคา และผลข้างเคียงก่อนเลือกใช้

ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี ต้องพิจารณาจากตัวยา ข้อบ่งใช้ ความถี่ในการฉีด โรคประจำตัว และการตอบสนองของแต่ละคน
ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง

ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง อาการไหนควรระวัง

ปากกาลดน้ำหนักผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย มักเป็นอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก แน่นท้อง หรืออ่อนเพลีย โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยาหรือช่วงที่ปรับเพิ่มขนาดยา
Tirzepatide คืออะไร

Tirzepatide คืออะไร ช่วยคุมน้ำหนักและเบาหวานได้อย่างไร

Tirzepatide เป็นยากลุ่ม Dual GIP/GLP-1 Receptor Agonist ที่ใช้ทางการแพทย์เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยควบคุมน้ำหนัก