Tirzepatide คืออะไร ช่วยคุมน้ำหนักและเบาหวานได้อย่างไร

หน้าแรก » ลดน้ำหนัก » Tirzepatide คืออะไร ช่วยคุมน้ำหนักและเบาหวานได้อย่างไร
ว.66289
Tirzepatide คืออะไร
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Tirzepatide เป็นยากลุ่ม Dual GIP/GLP-1 Receptor Agonist ที่ใช้ทางการแพทย์เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยควบคุมน้ำหนักในผู้ที่เข้าเกณฑ์การรักษา โดยยาจะช่วยลดความหิว เพิ่มความอิ่ม และควรใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม ภายใต้การประเมินและติดตามของแพทย์ เนื่องจากเป็นยาควบคุมพิเศษที่ไม่ควรซื้อมาใช้หรือปรับยาเอง

Tirzepatide คืออะไร

Tirzepatide จัดเป็นยากลุ่ม Dual GIP/GLP-1 Receptor Agonist หมายถึงตัวยาสามารถกระตุ้นตัวรับของฮอร์โมนในกลุ่มอินครีตินได้พร้อมกัน 2 ระบบ ได้แก่

  • GIP หรือ Glucose-dependent Insulinotropic Polypeptide มีส่วนช่วยควบคุมการหลั่งอินซูลินหลังทานอาหาร
  • GLP-1 หรือ Glucagon-like Peptide-1 มีส่วนเกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาล ความอิ่ม การเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร และปริมาณอาหาร

Tirzepatide ในบ้านเรามักพบภายใต้ชื่อทางการค้า เช่น Mounjaro หรือ Zepbound แต่ข้อบ่งใช้และการขึ้นทะเบียนของแต่ละชื่อการค้าอาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และประเทศ

Tirzepatide ทำงานอย่างไร

Tirzepatide ทำงานอย่างไร

Tirzepatide ออกฤทธิ์ผ่านตัวรับ GIP และ GLP-1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาล ความหิว และความอิ่มของร่างกาย โดยมีการทำงานหลัก ดังนี้

  • กระตุ้นการหลั่งอินซูลินเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • ช่วยลดการหลั่งกลูคากอน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
  • ชะลอการเคลื่อนอาหารออกจากกระเพาะในช่วงหนึ่ง
  • ส่งผลต่อศูนย์ควบคุมความหิวและความอิ่ม
  • ช่วยให้ผู้ใช้บางรายรู้สึกอิ่มเร็วและรับประทานอาหารลดลง
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและน้ำหนักเมื่อใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม

การตอบสนองต่อยาแตกต่างกันตามโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ พฤติกรรมการกิน มวลกล้ามเนื้อ และความสามารถในการทนต่อผลข้างเคียง

Tirzepatide ใช้ทางการแพทย์ในกรณีไหนบ้าง

Tirzepatide ใช้ทางการแพทย์ในกรณีไหนบ้าง

Tirzepatide ไม่ได้ใช้เพื่อควบคุมน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทในการดูแลผู้ป่วยบางกลุ่มตามข้อบ่งใช้ ดังนี้

ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2

ใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยหมอจะพิจารณาใช้เป็นยาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับยารักษาเบาหวานชนิดอื่นตามความเหมาะสม

ผู้ใหญ่ที่มีโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับปัญหาสุขภาพ

ใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนควบคุมน้ำหนัก ร่วมกับการปรับโภชนาการและเพิ่มกิจกรรมทางกาย โดยไม่ได้มีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักปกติและต้องการลดน้ำหนักเพื่อปรับรูปร่างเพียงอย่างเดียว

คำแนะนำจากหมอ: การควบคุมน้ำหนักในเด็กหรือวัยรุ่นไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวกับผู้ใหญ่ เพราะต้องพิจารณาร่วมกับอายุ การเจริญเติบโต ข้อบ่งใช้ของผลิตภัณฑ์ และการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง

Tirzepatide ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร

Tirzepatide ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร

Tirzepatide อาจช่วยให้ควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้นจากความหิวที่ลดลงและความอิ่มที่เกิดเร็วขึ้น แต่ยาไม่ได้ทดแทนการจัดการโภชนาการ การออกกำลังกาย การนอนหลับ หรือการดูแลพฤติกรรมการกิน

ซึ่งจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน The New England Journal of Medicine ติดตามผู้ใหญ่ที่มีโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินโดยไม่มีโรคเบาหวานเป็นเวลา 72 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ได้รับ Tirzepatide ขนาด 15 มิลลิกรัมมีน้ำหนักลดเฉลี่ยประมาณ 20.9% ของน้ำหนักเริ่มต้น

ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าเฉลี่ยจากผู้เข้าร่วมการศึกษา ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ทุกคนจะได้รับเหมือนกัน โดยปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนตอบสนองต่างกัน ได้แก่

  • น้ำหนักและภาวะเมตาบอลิซึมก่อนเริ่ม
  • การมีหรือไม่มีโรคเบาหวาน
  • รูปแบบการรับประทานอาหาร
  • กิจกรรมทางกายและมวลกล้ามเนื้อ
  • ความต่อเนื่องในการติดตามรักษา
  • ผลข้างเคียงและความสามารถในการทนต่อยา
  • ยาหรือโรคประจำตัวอื่นที่เกี่ยวข้อง

Tirzepatide มียี่ห้อไหนบ้าง

Tirzepatide เป็นชื่อสารสำคัญที่พบได้ในหลายชื่อการค้า โดยแต่ละยี่ห้ออาจได้รับการอนุมัติให้ใช้ในข้อบ่งชี้ที่ต่างกันตามแต่ละประเทศ เช่น

  • Mounjaro (มอนจาโร) : ใช้ทางการแพทย์เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และอาจใช้ควบคุมน้ำหนักในผู้ที่เข้าเกณฑ์ตามข้อบ่งใช้
  • Zepbound (เซ็ปบาวด์) : ได้รับการพัฒนาสำหรับการควบคุมน้ำหนักในผู้ใหญ่ที่มีโรคอ้วน หรือมีภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับปัญหาสุขภาพตามเกณฑ์

แม้ทั้งสองยี่ห้อจะมีสารสำคัญชนิดเดียวกัน แต่ข้อบ่งใช้ ฉลากยา รูปแบบผลิตภัณฑ์ และสถานะการอนุมัติอาจต่างกัน จึงควรตรวจสอบทะเบียนยาในประเทศและใช้ภายใต้การดูแลของคุณหมอ

ก่อนใช้ Tirzepatide หมอประเมินอะไรบ้าง

ก่อนใช้ Tirzepatide หมอประเมินอะไรบ้าง

ก่อนเริ่มใช้ Tirzepatide หมอจะประเมินสุขภาพโดยรวมและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน เพื่อดูว่ายาเหมาะกับผู้ใช้หรือไม่ และควรติดตามเรื่องใดเป็นพิเศษ เช่น

  • ประวัติน้ำหนักและวิธีควบคุมน้ำหนักที่ผ่านมา
  • โรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ประวัติตับอ่อน ถุงน้ำดี ไต กระเพาะอาหาร และไทรอยด์
  • ประวัติ MTC หรือ MEN 2 ในครอบครัว
  • ยา อาหารเสริม และยาคุมกำเนิดที่ใช้อยู่
  • แผนตั้งครรภ์หรือการให้นมบุตร
  • ประวัติความผิดปกติด้านการกิน
  • ความเสี่ยงต่อการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
  • การผ่าตัดหรือหัตถการที่กำลังวางแผน
  • ความพร้อมในการปรับพฤติกรรมและติดตามผล

โดยส่วนใหญ่เคสที่เข้ามาใช้บริการ การตรวจเลือดหรือการตรวจเพิ่มเติมจะพิจารณาตามโรคประจำตัวและความเสี่ยงของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องใช้ชุดตรวจเหมือนกันทั้งหมด

Tirzepatide เหมาะกับใคร

คุณหมออาจพิจารณาการใช้ Tirzepatide ในผู้ที่มีข้อบ่งใช้และคาดว่าประโยชน์มีมากกว่าความเสี่ยง เช่น

  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ยังควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ตามเป้าหมาย
  • ผู้ใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคอ้วน
  • ผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับโรคที่สัมพันธ์กับน้ำหนัก
  • ผู้ที่ปรับพฤติกรรมแล้วแต่ยังควบคุมน้ำหนักได้ไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่สามารถเข้ารับการติดตามอาการและผลตรวจอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งส่วนใหญ่หมอจะพิจารณาภาพรวมทั้งประวัติน้ำหนัก โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ พฤติกรรมการกิน ความเสี่ยงต่อการสูญเสียกล้ามเนื้อ และเป้าหมายด้านสุขภาพ ไม่ได้พิจารณาจากน้ำหนักหรือ BMI เพียงตัวเลขเดียว

ใครไม่ควรใช้ Tirzepatide หรือควรแจ้งหมอเป็นพิเศษ

ใครไม่ควรใช้ Tirzepatide

Tirzepatide อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง จึงควรแจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ให้หมอทราบก่อนเริ่มยา ดังนี้

  • ผู้ที่มีประวัติส่วนตัวหรือครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์ชนิด MTC
  • ผู้ที่มีภาวะ Multiple Endocrine Neoplasia Syndrome Type 2 หรือ MEN 2
  • ผู้ที่เคยแพ้ Tirzepatide หรือส่วนประกอบของยาอย่างรุนแรง
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่เคยมีตับอ่อนอักเสบ
  • ผู้ที่มีนิ่วหรือโรคถุงน้ำดี
  • ผู้ที่มีโรคไตหรือเสี่ยงขาดน้ำ
  • ผู้ที่มีกระเพาะอาหารบีบตัวช้ารุนแรง
  • ผู้ที่มีเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
  • ผู้ที่ใช้ยาซึ่งอาจทำให้น้ำตาลต่ำ
  • ผู้ที่กำลังเตรียมผ่าตัดหรือรับยาระงับความรู้สึก

ผลข้างเคียงทั่วไปของ Tirzepatide

ผลข้างเคียงทั่วไปของ Tirzepatide

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยมักเป็นอาการทางระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยาหรือช่วงที่มีการปรับขนาดยา ได้แก่

  • คลื่นไส้
  • ท้องเสียหรือท้องผูก
  • อาเจียน
  • ปวดหรือไม่สบายท้อง
  • อาหารไม่ย่อย
  • เรอหรือกรดไหลย้อน
  • ความอยากอาหารลดลง
  • อ่อนเพลีย
  • ปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีด
  • ผมร่วงที่สัมพันธ์กับการลดน้ำหนักในบางราย

อาการเหล่านี้ มักพบมากในช่วงเริ่มต้นหรือช่วงที่มีการปรับการรักษา แต่ความรุนแรงและระยะเวลาต่างกันในแต่ละคน บางรายอาจมีอาการทางเดินอาหารรุนแรงจนต้องหยุดรักษา

ผลข้างเคียงรุนแรงของ Tirzepatide ที่ต้องระวัง

แม้อาการเหล่านี้จะพบไม่บ่อย แต่ผลข้างเคียงบางอย่างอาจรุนแรงและควรได้รับการประเมินจากคุณหมอโดยเร็ว ได้แก่

  • ตับอ่อนอักเสบ
  • ถุงน้ำดีอักเสบหรือนิ่วในถุงน้ำดี
  • ไตบาดเจ็บจากการขาดน้ำ
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับยาบางกลุ่ม
  • การแพ้ยารุนแรง
  • อาการทางเดินอาหารรุนแรง
  • การเปลี่ยนแปลงของจอประสาทตาในผู้ป่วยเบาหวานบางราย
  • ความเสี่ยงต่อการสำลักระหว่างดมยาสลบหรือให้ยาระงับความรู้สึก

หมอแนะนำว่าควรไปโรงพยาบาลเมื่อมีอาการปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะลดลง หน้าหรือคอบวม หายใจลำบาก หรือมีอาการน้ำตาลต่ำรุนแรง

ระหว่างใช้ Tirzepatide ควรประเมินอะไร

เป้าหมายการติดตามไม่ใช่เพียงให้น้ำหนักลด แต่ต้องประเมินว่าประโยชน์ที่ได้รับสมดุลกับผลข้างเคียงหรือไม่ โดยอาจติดตาม

  • น้ำหนัก รอบเอว และความดันโลหิต
  • ระดับน้ำตาลและ HbA1c ในผู้ป่วยเบาหวาน
  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือท้องผูก
  • ภาวะขาดน้ำและการทำงานของไตเมื่อมีความเสี่ยง
  • รูปแบบการกินและความเพียงพอของสารอาหาร
  • มวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรง
  • อาการผิดปกติของถุงน้ำดีหรือตับอ่อน
  • การมองเห็นในผู้ที่มีเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
  • ความเหมาะสมของการรักษาในระยะยาว

หากน้ำหนักไม่เปลี่ยนตามเป้าหมาย ไม่ได้หมายความว่าควรเพิ่มหรือเปลี่ยนยาเอง เพราะแพทย์ต้องทบทวนทั้งการตอบสนอง ผลข้างเคียง พฤติกรรม และสาเหตุอื่นที่อาจส่งผลต่อน้ำหนัก

ข้อควรระวังเกี่ยวกับ Tirzepatide ที่จำหน่ายออนไลน์

ตามข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยาฉีดลดน้ำหนักรวมถึง Tirzepatide จัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องได้รับการประเมิน สั่งใช้ และติดตามการรักษาโดยแพทย์ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตต้องมีฉลากและเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทย พร้อมเลขทะเบียนตำรับยา และไม่สามารถจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์หรือร้านค้าทั่วไปได้

ยาที่ไม่ทราบแหล่งที่มาอาจมีปัญหาด้านตัวยา ความเข้มข้น การเก็บรักษา หรือการปนเปื้อน แม้บรรจุภัณฑ์จะมีลักษณะคล้ายผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนแล้วก็ตาม โดยมีความเสี่ยง ดังนี้

  • ได้รับยาที่ไม่มีสารสำคัญหรือมีความเข้มข้นไม่ตรงตามฉลาก
  • ตัวยาเสื่อมคุณภาพจากการเก็บรักษาหรือขนส่งที่ไม่เหมาะสม
  • ผลิตภัณฑ์อาจปนเปื้อนหรือไม่ได้มาตรฐาน
  • ไม่มีการประเมินข้อห้ามและโรคประจำตัวก่อนใช้
  • อาจได้รับขนาดยาที่ไม่เหมาะสมหรือปรับยาอย่างไม่ถูกต้อง
  • ขาดการติดตามผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนจากคุณหมอ

อ่านประกาศยาควบคุมพิเศษตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 58 สามารถอ้างอิงจาก ประกาศ อย. วันที่ 19 มีนาคม 2569

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Tirzepatide

Tirzepatide ฉีดทุกกี่วัน

ตามเอกสารกำกับยา Tirzepatide ใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือทุก 7 วัน โดยควรใช้ตามวันและแผนการรักษาที่หมอกำหนด ไม่ควรปรับยาเอง

Tirzepatide เป็นอินซูลินหรือไม่

Tirzepatide ไม่ใช่อินซูลิน แต่เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อ GIP และ GLP-1 Receptor เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ความหิว และความอิ่ม

Tirzepatide ใช้ในคนที่ไม่เป็นเบาหวานได้หรือไม่

ผู้ที่ไม่เป็นเบาหวานอาจใช้ Tirzepatide ได้เมื่อมีโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินร่วมกับปัญหาสุขภาพและเข้าเกณฑ์ตามข้อบ่งใช้ โดยต้องผ่านการประเมินจากหมอก่อน

Tirzepatide ลดน้ำหนักได้กี่กิโลกรัม

ไม่สามารถระบุเป็นจำนวนกิโลกรัมที่แน่นอนได้ เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเริ่มต้น สุขภาพ ขนาดยา และพฤติกรรมของแต่ละคน โดยงานวิจัยมักรายงานผลเป็นร้อยละของน้ำหนักเริ่มต้น

Tirzepatide ต้องใช้ตลอดชีวิตหรือไม่

ระยะเวลาการใช้ Tirzepatide ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน หมอจะพิจารณาจากประโยชน์ ผลข้างเคียง โรคประจำตัว และความสามารถในการควบคุมน้ำหนักระยะยาว

หยุด Tirzepatide แล้วน้ำหนักกลับไหม

หลังหยุด Tirzepatide น้ำหนักมีโอกาสกลับมาเพิ่มได้ โดยงานวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมจำนวนมากมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังเปลี่ยนจากยาเป็นยาหลอก แม้ยังปรับพฤติกรรมต่อเนื่อง

Tirzepatide ทำให้น้ำตาลต่ำหรือไม่

Tirzepatide อาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำได้ โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับอินซูลินหรือยารักษาเบาหวานบางกลุ่ม จึงอาจต้องปรับยาภายใต้การดูแลของหมอ

Tirzepatide ใช้ร่วมกับปากกาลดน้ำหนักตัวอื่นได้หรือไม่

ไม่แนะนำให้ใช้ Tirzepatide ร่วมกับ ปากกาลดน้ำหนัก ตัวอื่นที่มี Tirzepatide หรือยากลุ่ม GLP-1 ชนิดอื่นด้วยตนเอง เพราะอาจเพิ่มผลข้างเคียงและต้องให้หมอเป็นผู้วางแผนการรักษา

สรุป

โดยทั่วไปผู้ที่เข้ามาปรึกษาเรื่อง Tirzepatide มักมีทั้งปัญหาควบคุมระดับน้ำตาล น้ำหนักเกิน หรือมีโรคร่วม ซึ่งหมอจะประเมินเป็นแต่ละบุคคล ตัวยาออกฤทธิ์ผ่าน GIP และ GLP-1 เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ความหิว และความอิ่ม แต่ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคนและต้องใช้ควบคู่กับการปรับอาหาร การออกกำลังกาย และการติดตามอย่างต่อเนื่อง ระหว่างใช้ควรเฝ้าระวังผลข้างเคียง ไม่ซื้อยาจากช่องทางออนไลน์หรือปรับยาเอง และหากมีอาการผิดปกติรุนแรงควรรีบพบแพทย์ทันที

แชร์บทความ
พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
ว.66289
บทความโดย พญ.ธนัชพร ลาภาธารกุล (หมอแอน)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี

ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี เทียบข้อบ่งใช้ ความถี่ ราคา และผลข้างเคียงก่อนเลือกใช้

ปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อไหนดี ต้องพิจารณาจากตัวยา ข้อบ่งใช้ ความถี่ในการฉีด โรคประจำตัว และการตอบสนองของแต่ละคน
ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง

ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง อาการไหนควรระวัง

ปากกาลดน้ำหนักผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย มักเป็นอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก แน่นท้อง หรืออ่อนเพลีย โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยาหรือช่วงที่ปรับเพิ่มขนาดยา
ปากกาลดน้ำหนัก ราคาเท่าไหร่

ปากกาลดน้ำหนัก ราคาเท่าไหร่ ปี 2026 เช็กค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ

ปากกาลดน้ำหนักราคาอาจไม่ได้กำหนดตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย จึงไม่ควรตัดสินใจจากราคาเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว ซึ่งปากกาลดน้ำหนักก็จะมีทั้งการคิดราคาต่อครั้ง
Saxenda คืออะไร

Saxenda คืออะไร 1 ปากกาใช้ได้กี่วัน ช่วยลดน้ำหนักอย่างไร

Saxenda เป็นยาฉีดควบคุมน้ำหนักที่มีตัวยา liraglutide และต้องใช้ตามข้อบ่งใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ยาออกฤทธิ์ช่วยควบคุมความอยากอาหาร