การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ให้ผลชั่วคราว โดยทั่วไปผลการยกอาจอยู่ประมาณ 6–12 เดือน และอาจนานกว่านั้นในบางคน ระยะจริงขึ้นอยู่กับวัสดุและรูปแบบของไหม เทคนิคการวางไหม ระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล
ร้อยไหมอยู่ได้นานไหม โดยทั่วไปอยู่ได้กี่เดือน
ผลจากการร้อยไหม ไม่ถาวร โดยทั่วไปอาจเห็นผลของการพยุงและปรับแนวใบหน้าได้ประมาณ 6–12 เดือน ส่วนบางเคสอาจสังเกตผลได้นานประมาณ 12–18 เดือน แต่ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงช่วงโดยประมาณ ไม่ใช่ระยะรับประกันผลว่าจะเหมือนกันในทุกเคส
เพราะหลังร้อยไหม ผลไม่ได้หายไปทันทีในวันใดวันหนึ่ง แต่แรงพยุงจะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา ขณะเดียวกันผิวและโครงสร้างใบหน้าก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงตามวัยอยู่ตามปกติ
ร้อยไหมอยู่ได้นานต่างกันเพราะอะไร
ระยะเวลาที่ผลลัพธ์หลังร้อยไหมคงอยู่แตกต่างกันในแต่ละคน ซึ่งหมอมองว่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งชนิดของไหม โครงสร้างผิว เทคนิคการร้อย และการดูแลหลังทำ ดังนี้
- ชนิดและวัสดุของไหม
- รูปแบบและจำนวนเส้นไหม
- ตำแหน่งที่ร้อยไหม
- ระดับความหย่อนคล้อยของผิว
- อายุและคุณภาพผิว
- เทคนิคและแนวการวางไหม
- พฤติกรรมและการใช้ชีวิต
ร้อยไหมแต่ละชนิดอยู่ได้นานต่างกันหรือไม่
วัสดุของเส้นไหมมีผลต่อคุณสมบัติและระยะการสลาย แต่ไม่ควรใช้วัสดุเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าไหมชนิดใดจะให้ผลนานกว่า เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์มีการออกแบบเส้นไหม เงี่ยง และข้อบ่งใช้แตกต่างกัน เช่น
| ชนิดไหม | ระยะเวลาสลายโดยประมาณ | ระยะผลลัพธ์โดยประมาณ |
|---|---|---|
| PDO (Polydioxanone) |
ประมาณ 6–8 เดือน | ประมาณ 6–12 เดือน |
| PLLA (Poly-L-Lactic Acid) |
ประมาณ 12 เดือน | ประมาณ 12–18 เดือน |
| PCL (Polycaprolactone) |
ประมาณ 12–18 เดือน | ประมาณ 18–24 เดือน |
| PLLA/PCL (ไหมวัสดุผสม) |
แตกต่างตามสัดส่วนวัสดุและผลิตภัณฑ์ | โดยทั่วไปประมาณ 18–24 เดือน |
อย่างไรก็ตามระยะเวลาที่ไหมสลายหมดอาจไม่ได้เท่ากับผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน เพราะความกระชับยังขึ้นกับรูปแบบไหม จำนวนเส้น ตำแหน่งที่ร้อย เทคนิคการวางไหม และสภาพผิวของแต่ละคนด้วย
ทำไมบางคนร้อยไหมแล้วอยู่ได้ไม่นาน
ถ้ารู้สึกว่าร้อยไหมแล้วผลลดลงเร็วกว่าที่คิด ไม่ได้หมายความว่าไหมสลายเร็วกว่าปกติเสมอไป ต้องประเมินก่อนว่าปัญหาเกิดจากแรงพยุง เนื้อเยื่อ หรือความคาดหวังต่อผลลัพธ์ โดยสาเหตุที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่
- ความหย่อนคล้อยหรือเนื้อแก้มมีน้ำหนักมากกว่าที่เส้นไหมจะพยุงได้
- ชนิดหรือรูปแบบของไหมไม่ตรงกับเป้าหมาย
- แนวแรงดึงหรือจำนวนเส้นไม่สัมพันธ์กับโครงสร้างใบหน้า
- ช่วงแรกมีอาการบวม ทำให้รู้สึกว่าใบหน้ายกมากกว่าผลจริง
- เมื่ออาการบวมลดลง จึงรู้สึกว่าผลหายไปเร็ว
- คาดหวังแรงยกในระดับใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า
- โครงสร้างใบหน้าและความหย่อนคล้อยยังเปลี่ยนตามวัย
- อาจมีความผิดปกติของตำแหน่งเส้นไหม ซึ่งควรได้รับการประเมิน
ร้อยไหมสลายแล้ว หน้าจะหย่อนกว่าเดิมทันทีไหม
โดยทั่วไปหลังไหมสลาย ใบหน้าจะไม่ได้หย่อนลงกว่าเดิมทันที เพราะเส้นไหมจะค่อย ๆ สลายตามเวลา ขณะที่ผลการพยุงก็ค่อย ๆ ลดลง เมื่อเวลาผ่านไป ผิวอาจกลับมาหย่อนตามอายุและสภาพผิวเดิมของแต่ละคน จึงมักเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า
ร้อยไหมต้องทำซ้ำไหม และควรร้อยซ้ำเมื่อไหร่
โดยทั่วไปการร้อยไหมไม่จำเป็นต้องทำซ้ำตามเวลาตายตัว หากเริ่มรู้สึกว่าความกระชับลดลงหรือผิวกลับมาหย่อนมากขึ้น ค่อยให้แพทย์ประเมินอีกครั้ง ช่วงเวลาที่เหมาะกับการร้อยซ้ำจึงต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับชนิดไหม สภาพผิว อายุ และระดับความหย่อนคล้อย
พฤติกรรมแบบไหน ทำให้การร้อยไหมอยู่ไม่นาน
พฤติกรรมบางอย่างอาจทำให้ผิวเสื่อมความกระชับเร็วขึ้น หรือรบกวนบริเวณที่ร้อยไหม โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังทำ เช่น
- กด นวด หรือคลึงใบหน้าแรง ๆ บริเวณที่ร้อยไหม
- นอนกดทับบริเวณที่ทำในช่วงแรก
- อ้าปากกว้างหรือขยับใบหน้ามากเกินไปบ่อย ๆ ในระยะแรก
- ทำหัตถการนวดหน้า หรือเครื่องพลังงานเร็วเกินไปโดยไม่แจ้งแพทย์
- สูบบุหรี่เป็นประจำ
- ดื่มแอลกอฮอล์บ่อยหรือในปริมาณมาก
- โดนแสงแดดจัดเป็นประจำโดยไม่ป้องกันผิว
- น้ำหนักขึ้นลงมากหรือรวดเร็ว
- พักผ่อนน้อยและดูแลสุขภาพผิวไม่สม่ำเสมอ
สรุป
ร้อยไหมเป็นหัตถการที่ให้ผลชั่วคราว โดยทั่วไปอาจอยู่ประมาณ 6–12 เดือน หรือนานกว่านั้นตามชนิด การวางไหม โครงสร้างใบหน้า และสภาพผิว ระยะที่ผลลัพธ์คงอยู่ไม่ได้ขึ้นกับจำนวนเส้นหรือวัสดุไหมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับระดับความหย่อนคล้อย อายุ พฤติกรรม และการดูแลหลังทำร่วมด้วย เมื่อความกระชับเริ่มลดลง ไม่จำเป็นต้องรีบร้อยซ้ำทันที ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและไหมเดิมก่อน เพื่อวางแผนการดูแลหรือทำหัตถการเพิ่มเติมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล


