K1 Jet™ คืออะไร ช่วยดูแลผิวแห้ง ขาดน้ำได้อย่างไร

หน้าแรก » Skin Booster » K1 Jet™ คืออะไร ช่วยดูแลผิวแห้ง ขาดน้ำได้อย่างไร
ว.41082
K1 Jet™ คืออะไร ช่วยดูแลผิวแห้ง
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

K1 Jet เป็นโปรแกรมนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยไม่ใช้เข็ม โดยอาศัยระบบแรงดันเจ็ต เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น หรือผิวดูไม่สดใส แต่กังวลเรื่องรอยจากการฉีด บทความนี้หมอจะอธิบายว่า K1 Jet คืออะไร ทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร มีข้อจำกัดอะไร และแตกต่างจาก Skin Booster แบบอื่นอย่างไร

K1 Jet คืออะไร

K1 Jet คือเทคโนโลยีนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยไม่ใช้เข็มแบบดั้งเดิม หรือ Needle-Free Jet Delivery โดยใช้แรงดันช่วยผลักสารละลายให้ผ่านเข้าสู่ผิว เพื่อดูแลความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว ชนิดของสารบำรุง ระดับความลึก และรูปแบบการกระจายตัวขึ้นอยู่กับระบบของเครื่อง การตั้งค่าพลังงาน บริเวณที่ทำ และสูตรสารที่เลือกใช้ จึงอาจให้ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

K1 Jet ไม่ใช่เลเซอร์ เครื่องยกกระชับ หรือการฉีดฟิลเลอร์ หน้าที่หลักจึงอยู่ที่การนำส่งสารบำรุงและดูแลคุณภาพผิว ไม่ได้เน้นปรับโครงสร้างใบหน้าหรือยกกระชับผิวชั้นลึก

K1 Jet ใช้พลังงานอะไร

K1 Jet ใช้พลังงานอะไรและทำงานอย่างไร

K1 Jet ใช้พลังงานเชิงกลจากระบบแรงดันเจ็ตเป็นตัวนำส่งสารบำรุง โดยไม่ได้อาศัยพลังงานความร้อนเหมือนเลเซอร์ RF หรือ HIFU หลักการทำงานโดยสรุปมีดังนี้

  • ใช้แรงดันเจ็ตนำส่งสารละลายผ่านผิวโดยไม่ใช้เข็มแบบดั้งเดิม
  • ช่วยให้สารบำรุงกระจายตัวเข้าสู่บริเวณที่ต้องการได้มากกว่าการทาบนผิวเพียงอย่างเดียว
  • สามารถปรับการตั้งค่าให้เหมาะกับบริเวณที่ทำและสภาพผิว
  • ลดการเกิดรอยจากการแทงเข็ม แต่ยังอาจพบรอยแดง บวม หรือตึงผิวชั่วคราวได้
  • ไม่มีการปล่อยพลังงานความร้อนเพื่อยกกระชับผิวชั้นลึก

K1 Jet ช่วยเรื่องอะไร

K1 Jet ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

K1 Jet เหมาะกับการดูแลคุณภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น หรือผิวดูไม่สดใส ปัญหาที่มักนำมาประเมิน ได้แก่

  • ผิวแห้งและขาดน้ำ ช่วยเสริมความชุ่มชื้นและลดความรู้สึกแห้งตึงของผิว
  • ผิวดูโทรมหรือไม่สดใส ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นและมีความสดใสมากขึ้น
  • ผิวสัมผัสไม่เรียบจากความแห้ง เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นเพียงพอ ผิวอาจดูเรียบและนุ่มขึ้น
  • แต่งหน้าไม่ติดหรือเป็นคราบ การเพิ่มความชุ่มชื้นอาจช่วยให้เครื่องสำอางเกลี่ยบนผิวได้ง่ายขึ้น
  • ต้องการดูแลผิวโดยหลีกเลี่ยงเข็ม เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องรอยจากการฉีดหรือไม่ต้องการพักฟื้นนาน

K1 Jet เหมาะกับใคร

K1 Jet อาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความต้องการดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีผิวแห้งหรือรู้สึกว่าผิวขาดความชุ่มชื้น
  • ผู้ที่ผิวดูโทรมจากการพักผ่อนน้อยหรือการดูแลผิวไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่ผิวดูหมองและไม่สดใส
  • ผู้ที่แต่งหน้าไม่ติดจากปัญหาผิวแห้ง
  • ผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยไม่ใช้เข็มแบบดั้งเดิม
  • ผู้ที่กังวลเรื่องรอยเข็มหรือรอยตุ่มหลังฉีด
  • ผู้ที่ต้องการโปรแกรมที่ใช้ระยะพักฟื้นค่อนข้างน้อย
  • ผู้ที่ต้องการเสริมความชุ่มชื้นควบคู่กับแผนดูแลผิวอื่น

K1 Jet ไม่เหมาะกับใคร

K1 Jet ไม่ได้เหมาะกับทุกสภาพผิว ผู้ที่อยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ควรเลื่อนการทำหรือให้แพทย์ประเมินก่อน

  • มีสิวอักเสบจำนวนมาก ผื่น แผลเปิด หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
  • มีผิวไหม้แดดหรือผิวกำลังระคายเคือง
  • มีประวัติแพ้สารที่เป็นส่วนประกอบในสูตรบำรุง
  • มีโรคผิวหนังที่กำลังมีอาการกำเริบ
  • ต้องการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยหรือปรับกรอบหน้าอย่างชัดเจน
  • มีหลุมสิวลึกหรือแผลเป็นชนิดบุ๋มที่ต้องใช้การรักษาเฉพาะ
  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัวที่ต้องได้รับการประเมิน
  • ใช้ยาหรือมีภาวะที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด

ข้อจำกัดของ K1 Jet ที่ควรรู้ก่อนทำ

ก่อนตัดสินใจทำ K1 Jet ควรเข้าใจข้อจำกัดของโปรแกรม ดังนี้

  • ไม่ใช่โปรแกรมยกกระชับผิวชั้นลึก
  • ไม่ได้ให้ผลเหมือน Skin Booster แบบฉีดทุกชนิด
  • ไม่ใช่การรักษาหลุมสิวลึกหรือพังผืดใต้ผิวโดยตรง
  • ไม่สามารถทดแทนการรักษาฝ้า กระ หรือรอยดำด้วยวิธีเฉพาะได้
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว สูตรสาร การตั้งค่าเครื่อง และจำนวนครั้ง
  • ผิวที่ขาดน้ำมากหรือมีปัจจัยกระตุ้นต่อเนื่องอาจต้องดูแลมากกว่าหนึ่งครั้ง
  • แม้ไม่ใช้เข็มแบบดั้งเดิม แต่ยังอาจเกิดรอยแดง บวม แสบ หรือตึงผิวชั่วคราว
  • ผู้ที่มีผิวอักเสบหรือระคายเคืองควรให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง

K1 Jet ต่างจากหัตถการอื่นอย่างไร

K1 Jet ต่างจากหัตถการอื่นอย่างไร

K1 Jet มีเป้าหมายหลักด้านการนำส่งสารบำรุงและดูแลความชุ่มชื้น จึงแตกต่างจากเครื่องยกกระชับ การฉีดผิว และโปรแกรมดูแลหลุมสิว ดังนี้

K1 Jet ต่างจาก HIFU อย่างไร

K1 Jet ใช้แรงดันเจ็ตนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิว โดยเน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและดูแลคุณภาพผิว ส่วน HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิว เพื่อดูแลความหย่อนคล้อยและความกระชับ จึงเหมาะกับปัญหาผิวคนละแบบและไม่สามารถทดแทนกันโดยตรง

K1 Jet ต่างจาก Skin Booster แบบฉีดอย่างไร

K1 Jet ใช้แรงดันเจ็ตนำส่งสารโดยไม่ใช้เข็ม จึงลดรอยเข็มและใช้ระยะพักฟื้นค่อนข้างน้อย ส่วน Skin Booster แบบฉีดใช้เข็มส่งสารเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง สามารถกำหนดตำแหน่งและปริมาณสารได้ แต่หลังทำอาจมีรอยเข็ม รอยตุ่ม บวม หรือช้ำชั่วคราว

K1 Jet ต่างจาก re:H อย่างไร

แม้ K1 Jet และ re:H จะเกี่ยวข้องกับการนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิว แต่ทั้งสองโปรแกรมใช้เทคนิคและมีเป้าหมายหลักแตกต่างกัน

หัวข้อ K1 Jet re:H
จุดเด่น Needle-Free Jet Delivery Air Subcision และ microneedle delivery
กระบวนการ ใช้แรงดันลมพ่นสารบำรุงเป็นละอองฝอยขนาดจิ๋ว ให้ซึมกระจายทั่วชั้นผิว Smart Microneedle ผสานแรงดันลมบวกและลบในการส่งสารบำรุง
เป้าหมายหลัก เน้นเติมความชุ่มชื้น แก้ผิวโทรม และบำรุงคุณภาพผิวโดยรวม เน้นปรับ Texture ผิว ผิวพังผืดตื้น ดูแลหลุมสิว แผลเป็น และรูขุมขนกว้าง
เหมาะกับ ผิวแห้ง โทรม ขาดน้ำ หลุมสิว แผลเป็น รูขุมขนกว้าง
ความรู้สึกหลังทำ สบายผิว เจ็บน้อย รู้สึกเหมือนมีลมเย็น ๆ เป่าที่ผิว อาจมีรอยแดงหรือระคายเคืองในบางเคส

หากปัญหาหลักคือผิวแห้งและต้องการหลีกเลี่ยงเข็ม K1 Jet อาจเหมาะกว่า แต่หากมีหลุมสิว พังผืด หรือผิวไม่เรียบชัดเจน re หรือการรักษาหลุมสิวด้วยวิธีอื่นอาจตรงกับปัญหามากกว่า

K1 Jet ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล

บางรายอาจเริ่มสังเกตว่าผิวดูชุ่มชื้นขึ้นหลังทำ K1 Jet 1 ครั้ง แต่หากมีผิวแห้งหรือขาดน้ำสะสม อาจวางแผนทำต่อเนื่องประมาณ 3–4 ครั้ง โดยแพทย์จะกำหนดระยะห่างและจำนวนครั้งตามสภาพผิว สูตรสารบำรุง และการตอบสนองของแต่ละคน

ก่อนทำ K1 Jet เตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมผิวก่อนทำช่วยลดโอกาสระคายเคืองและทำให้แพทย์ประเมินผิวได้แม่นยำขึ้น โดยควรปฏิบัติดังนี้

  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติแพ้ยา
  • แจ้งประวัติแพ้สกินแคร์หรือสารบำรุงชนิดต่าง ๆ
  • เลื่อนการทำหากมีสิวอักเสบ ผื่น แผล เริม หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
  • หลีกเลี่ยงการสครับ ขัดผิว หรือทำทรีตเมนต์ที่ระคายเคืองก่อนทำ
  • งดใช้ Retinoid, AHA, BHA หรือผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวชั่วคราว หากมีผิวไวต่อการระคายเคือง
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและไม่ควรทำขณะที่ผิวกำลังไหม้แดด
  • สามารถแต่งหน้าในวันนัดได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ติดทนหรือเช็ดออกยาก

ขั้นตอนการทำ K1 Jet

ขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามเครื่อง สูตรสาร และแนวทางของสถานพยาบาล โดยทั่วไปประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้

  1. ประเมินสภาพผิว แพทย์ตรวจปัญหาผิว ประวัติการแพ้ และความเหมาะสมก่อนวางแผนการทำ
  2. ทำความสะอาดผิว เช็ดเครื่องสำอาง ความมัน และสิ่งตกค้างออกจากบริเวณที่จะทำ
  3. เลือกสูตรสารบำรุง เลือกชนิดสารให้เหมาะกับปัญหา เช่น เน้นความชุ่มชื้นหรือคุณภาพผิวโดยรวม
  4. ปรับการตั้งค่าเครื่อง กำหนดระดับแรงดันและรูปแบบการทำตามบริเวณและสภาพผิว
  5. นำส่งสารเข้าสู่ผิว ใช้หัวเครื่องปล่อยแรงดันเจ็ตลงบนผิวเป็นตำแหน่งต่าง ๆ โดยระหว่างทำอาจรู้สึกถึงแรงกระทบหรือสะกิดผิวเล็กน้อย
  6. ดูแลผิวหลังทำ ทาผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นและครีมกันแดดตามความเหมาะสม

หลังทำ K1 Jet มีผลข้างเคียงไหม

แม้ K1 Jet จะไม่ใช้เข็มแบบดั้งเดิม แต่แรงดันที่กระทบผิวและสารบำรุงที่ใช้ยังสามารถทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้ อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • ผิวแดงหรืออุ่นชั่วคราว
  • รู้สึกแสบ ตึง หรือระคายเคืองเล็กน้อย
  • มีอาการบวมหรือกดเจ็บเฉพาะจุด
  • มีรอยช้ำได้ในบางราย
  • ผิวแห้งหรือลอก หากผิวเดิมกำลังอ่อนแอหรือระคายเคือง
  • มีผื่น คัน หรือบวมจากการแพ้ส่วนประกอบของสารบำรุง
  • สีผิวเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในผู้ที่เกิดรอยดำหลังการอักเสบได้ง่าย

หลังทำ K1 Jet ดูแลตัวเองอย่างไร

หลังทำ K1 Jet ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

หลังทำควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยนและลดปัจจัยที่อาจกระตุ้นการระคายเคือง โดยมีแนวทางดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการจับ ถู เกา หรือนวดบริเวณที่ทำ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยน
  • ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้น
  • ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
  • งดสครับ ขัดผิว หรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวประมาณ 2–3 วัน
  • งด Retinoid, AHA, BHA และสารที่อาจระคายเคืองจนกว่าอาการแดงจะลดลง
  • หลีกเลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ และความร้อนจัดในช่วงแรก
  • งดออกกำลังกายหนักในวันแรก หากผิวยังแดงหรือรู้สึกอุ่น
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนาในช่วงที่ผิวยังระคายเคือง

K1 Jet ทำร่วมกับโปรแกรมอื่นได้ไหม

K1 Jet สามารถวางแผนร่วมกับเครื่องยกกระชับ เลเซอร์ หรือหัตถการฉีดได้ในบางกรณี โดยแพทย์จะกำหนดลำดับและระยะห่างให้เหมาะกับสภาพผิว เพื่อลดการระคายเคืองและให้ประเมินผลของแต่ละโปรแกรมได้ชัดเจน ตัวอย่างโปรแกรมที่อาจนำมาวางแผนร่วมกัน ได้แก่

  • HIFU หรือ Ulthera สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยร่วมกับผิวแห้ง
  • เลเซอร์ดูแลเม็ดสี สำหรับผู้ที่มีฝ้า กระ หรือรอยดำร่วมด้วย
  • โบทูลินัมท็อกซิน สำหรับผู้ที่มีริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ
  • Skin Booster แบบฉีด ในกรณีที่ต้องการการนำส่งสารในรูปแบบหรือระดับที่แตกต่างกัน

การทำร่วมกันควรมีเหตุผลตามปัญหาผิว ไม่ควรเพิ่มจำนวนหัตถการเพียงเพื่อหวังให้ผลลัพธ์เร็วขึ้น

K1 Jet ราคาเท่าไหร่

K1 Jet มีราคาในตลาดประมาณ 9,900–30,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณสารบำรุง บริเวณที่ทำ รวมถึงโปรโมชันของแต่ละคลินิก จึงควรสอบถามรายละเอียดว่าสารที่ใช้และค่าบริการต่าง ๆ รวมอยู่ในราคาแล้วหรือไม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ K1 Jet

ผิวแบบไหนที่ควรทำ K1 Jet

เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ผิวดูไม่สดใส หรือแต่งหน้าไม่ติดจากความแห้ง รวมถึงผู้ที่ต้องการดูแลคุณภาพผิวแต่กังวลเรื่องรอยจากการใช้เข็ม

ทำ K1 Jet เจ็บไหม ต้องแปะยาชาหรือไม่

ระหว่างทำอาจรู้สึกถึงแรงกระทบ สะกิด หรือตึงผิวเล็กน้อย หลายกรณีอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา แต่ขึ้นอยู่กับระบบเครื่อง ระดับแรงดัน บริเวณที่ทำ และความไวของแต่ละคน

ทำ K1 Jet แล้วจะมีรอยเข็มหรือรอยช้ำไหม

K1 Jet ไม่ทำให้เกิดรอยจากการแทงเข็มแบบดั้งเดิม แต่อาจมีรอยแดง บวม กดเจ็บ หรือรอยช้ำได้ในบางรายจากแรงดันที่กระทบผิว

K1 Jet ต่างจากการทาสกินแคร์ทั่วไปอย่างไร

การทาสกินแคร์อาศัยการซึมผ่านผิวตามคุณสมบัติของสูตรผลิตภัณฑ์ ส่วน K1 Jet ใช้แรงดันช่วยนำส่งสารผ่านผิว อย่างไรก็ตาม ระดับการนำส่งขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของเครื่อง การตั้งค่า และคุณสมบัติของสาร ไม่ได้หมายความว่าสารทุกชนิดจะเข้าสู่ผิวได้ในระดับเดียวกัน

K1 Jet เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกไหม

บางรายอาจรู้สึกว่าผิวนุ่มหรือชุ่มชื้นขึ้นหลังทำ แต่ไม่ควรกำหนดผลลัพธ์ว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกในทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับสภาพผิว สูตรสาร และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

หลังทำ K1 Jet แต่งหน้าได้ไหม

หากผิวไม่มีอาการแดงหรือระคายเคืองมาก อาจแต่งหน้าแบบบางเบาได้ตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ควรใช้เครื่องสำอางที่อ่อนโยนและหลีกเลี่ยงการเช็ดถูผิวแรง

สรุป

K1 Jet คือโปรแกรมนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยไม่ใช้เข็มแบบดั้งเดิม โดยอาศัยระบบแรงดันเจ็ต เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ผิวดูไม่สดใส หรือกังวลเรื่องรอยจากการฉีด อย่างไรก็ตาม K1 Jet ไม่ใช่โปรแกรมยกกระชับและไม่ใช่การรักษาหลุมสิวลึกโดยตรง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ชนิดสาร การตั้งค่าเครื่อง และจำนวนครั้ง ก่อนทำจึงควรให้แพทย์ประเมินปัญหาหลัก พร้อมตรวจสอบรายละเอียดของเครื่องและสารบำรุงที่ใช้ เพื่อวางแผนให้เหมาะกับผิวของแต่ละคน

แชร์บทความ
พญ.จิรา คุณากรวงศ์ (หมอโอ)
ว.41082
บทความโดย พญ.จิรา คุณากรวงศ์ (หมอโอ)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
Skin Prime

Skin Prime คืออะไร ช่วยผิวสวย ลดรอยสิวได้จริงไหม

Skin Prime คือหนึ่งใน Polynucleotide (PN) ที่คนรักผิวช่วงนี้เริ่มพูดถึงกัน โดยเฉพาะใครที่กำลังมีปัญหารอยสิว ผิวแห้งกร้าน
Vitaran

Vitaran คืออะไร ช่วยฟื้นฟูผิว ลดหลุมสิวได้อย่างไร

Vitaran เป็นเทคโนโลยีซ่อมแซมเนื้อเยื่อระดับลึกเพื่อคืนความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างผิวตามกลไกธรรมชาติ บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลตั้งแต่กลไกการทำงาน
Skinvive

Skinvive คืออะไร เหมาะกับผิวแบบไหน ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Skinvive เป็นหัตถการที่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อผ่านหูกันมาบ้าง แต่อาจจะยังสงสัยว่ามันคือฟิลเลอร์หรือเปล่า หรือเป็นแค่เมโสหน้าใส
HArmonyCa

HArmonyCa คืออะไร รู้จัก Hybrid Filler ที่มากกว่าการเติมเต็ม

HArmonyCA เป็นหัตถการที่ผสานประสิทธิภาพการเติมเต็มเข้ากับการฟื้นฟูโครงสร้างผิวตามธรรมชาติ เพื่อตอบโจทย์ทั้งการยกกระชับและปรับคุณภาพผิว