Belotero มีหลายรุ่นจนหลายคนอาจสงสัยว่าควรเลือกกล่องสีไหน หรือรุ่นใดเหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการฉีด จริง ๆ แล้วหมอจะไม่ได้เลือกจากชื่อรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินลักษณะปัญหา ชั้นผิว และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนร่วมด้วย เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หมอจะอธิบายความแตกต่างของ ฟิลเลอร์ Belotero แต่ละรุ่น ว่าเหมาะกับบริเวณไหน และมีจุดไหนที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจฉีด
ฟิลเลอร์ Belotero คืออะไร
ฟิลเลอร์ Belotero คือสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด หรือ HA ของบริษัท Merz Aesthetics ใช้เติมริ้วรอย ร่องลึก วอลลุ่มที่ลดลง และดูแลคุณภาพผิว โดยมีหลายรุ่นที่ออกแบบคุณสมบัติของเนื้อเจลให้เหมาะกับปัญหาและชั้นผิวที่แตกต่างกัน
จุดเด่นของ Belotero คือเทคโนโลยี CPM หรือ Cohesive Polydensified Matrix ซึ่งทำให้เนื้อเจลมีความหนาแน่นหลายระดับอยู่ภายในเนื้อเดียวกัน และสามารถกระจายตัวผสานกับเนื้อเยื่อได้ดี
CPM Technology ของ Belotero คืออะไร
CPM Technology เป็นกระบวนการผลิตเนื้อเจล HA ที่ทำให้ฟิลเลอร์มีทั้งความเรียบเนียน ความยืดหยุ่น และการยึดเกาะภายในเนื้อเจล โดยแต่ละรุ่นจะถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติต่างกันตามจุดประสงค์การใช้งาน
เทคโนโลยีนี้ช่วยให้แพทย์มีตัวเลือกตั้งแต่งานริ้วรอยตื้น งานผิวบริเวณที่มีการขยับ ไปจนถึงการเติมวอลลุ่มในชั้นลึก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเป็นก้อน บวม หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน หากเลือกผลิตภัณฑ์หรือฉีดไม่เหมาะกับตำแหน่ง
ฟิลเลอร์ Belotero มีกี่รุ่น
หากนับตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ Belotero ที่พบในพอร์ตผลิตภัณฑ์ของ Merz จะมี 7 รุ่น ได้แก่ Soft, Balance, Intense, Volume, Lips Contour, Lips Shape และ Revive
| รุ่น Belotero | ลักษณะของเนื้อเจล | ปัญหาที่แพทย์อาจพิจารณา |
|---|---|---|
| Belotero Soft | เนื้อละเอียดและค่อนข้างนิ่ม | ริ้วรอยตื้น รอยเล็ก ๆ หรือบริเวณผิวบาง |
| Belotero Balance | เนื้อนิ่มปานกลาง กระจายตัวได้ดี | ร่องลึกระดับปานกลาง ริ้วรอยรอบปาก หรือบางเคสบริเวณใต้ตา |
| Belotero Intense | มีความยืดหยุ่นและคงตัวมากขึ้น | ร่องลึกที่เห็นชัด ร่องแก้ม ร่องมุมปาก หรือจุดที่ต้องการเติมเต็มมากขึ้น |
| Belotero Volume | เนื้อเจลเหมาะกับการเติมวอลลุ่มในชั้นลึก | แก้มตอบ ขมับ หรือการปรับสัดส่วนใบหน้าในบางตำแหน่ง |
| Belotero Lips Contour | เน้นเก็บรายละเอียดบริเวณขอบปาก | ปรับขอบปากหรือรายละเอียดของรูปทรงริมฝีปาก |
| Belotero Lips Shape | เน้นเติมวอลลุ่มและรูปทรงริมฝีปาก | เพิ่มความอิ่มของปากหรือปรับสัดส่วนริมฝีปาก |
| Belotero Revive | ออกแบบมาเพื่อดูแลคุณภาพผิว | ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ จากคุณภาพผิว |
อย่างไรก็ตาม รุ่นที่นำเข้าและผ่านการรับรองในประเทศไทยอาจแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ก่อนฉีดจึงควรตรวจสอบชื่อรุ่น เลขทะเบียน และผู้นำเข้าบนกล่องทุกครั้ง
ฟิลเลอร์ Belotero แต่ละรุ่นเหมาะกับฉีดจุดไหน
Belotero สามารถนำมาใช้ได้หลายบริเวณ แต่หมอจะเลือกรุ่นและเทคนิคให้เหมาะกับชั้นผิวของแต่ละจุด
ใต้ตา
ใต้ตาเป็นบริเวณผิวบางและมีโครงสร้างซับซ้อน หมออาจพิจารณาฟิลเลอร์เนื้อละเอียดหรือเนื้อที่กระจายตัวได้ดี แต่ต้องแยกก่อนว่าปัญหาเกิดจากร่องใต้ตา ถุงใต้ตา ไขมัน หรือความหย่อนคล้อย เพราะไม่ใช่ทุกกรณีที่ควรแก้ด้วยฟิลเลอร์
ร่องแก้มและร่องมุมปาก
อาจใช้รุ่น Balance หรือ Intense ตามความลึกของร่องและสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา บางเคสไม่ควรเติมลงในร่องโดยตรงทั้งหมด แต่อาจต้องพยุงโครงสร้างบริเวณแก้มหรือใบหน้าส่วนกลางร่วมด้วย
ริมฝีปาก
กลุ่ม Lips Shape และ Lips Contour ถูกออกแบบให้แพทย์เลือกใช้ตามเป้าหมาย เช่น เพิ่มวอลลุ่ม เก็บขอบปาก หรือปรับสัดส่วนของปาก โดยต้องคำนึงถึงการขยับและเนื้อปากเดิมด้วย
ขมับและแก้มตอบ
บริเวณที่สูญเสียวอลลุ่มอาจพิจารณารุ่น Volume หรือรุ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะกับการเติมชั้นลึก ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับระดับการยุบตัวและความสมดุลของใบหน้า
คางและกรอบหน้า
การปรับคางหรือกรอบหน้าต้องใช้ฟิลเลอร์ที่คงรูปได้เหมาะสม แต่ Belotero ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นตัวเลือกแรกในทุกเคส หมอจะเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นตามโครงสร้างและผลลัพธ์ที่ต้องการ
ริ้วรอยตื้น
ริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบปาก แก้ม หรือผิวบางบางตำแหน่ง อาจเหมาะกับรุ่น Soft ซึ่งมีเนื้อละเอียด แต่การฉีดตื้นต้องอาศัยความแม่นยำเพื่อป้องกันผิวไม่เรียบหรือเห็นเป็นแนว
งานคุณภาพผิว
Belotero Revive เน้นดูแลความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว มากกว่าการนำไปเติมคางหรือสร้างโครงหน้า จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้ง ความยืดหยุ่นลดลง หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ จากสภาพผิว
Belotero ต่างจากฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นอย่างไร
ฟิลเลอร์ HA แต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการผลิต ความยืดหยุ่น ความแข็ง และการกระจายตัวต่างกัน Belotero มีจุดเด่นที่เทคโนโลยี CPM และมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่นสำหรับปัญหาที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่า Belotero ดีกว่าฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ เพราะบางตำแหน่งอาจเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่เน้นการคงรูป การพยุง หรือคุณสมบัติแบบอื่นมากกว่า หมอจึงควรเลือกจากปัญหาจริง ไม่ใช่เลือกจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว
ฟิลเลอร์ Belotero เหมาะกับใคร
Belotero อาจเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้
- มีริ้วรอยตื้นหรือร่องลึกบางตำแหน่ง
- มีวอลลุ่มใบหน้าลดลง เช่น แก้มตอบหรือขมับตอบ
- ต้องการปรับรูปทรงหรือเติมริมฝีปาก
- มีผิวแห้งและต้องการดูแลคุณภาพผิว
- ต้องการฟิลเลอร์ HA ที่มีหลายรุ่นให้แพทย์เลือกตามตำแหน่ง
- เข้าใจว่าผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันในแต่ละคน
ใครไม่ควรรฉีดฟิลเลอร์ Belotero
ผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้ควรแจ้งแพทย์และอาจต้องเลื่อนการฉีดออกไปก่อน
- มีสิวอักเสบ เริม แผล หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
- เคยมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์หรือยาชา
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- มีโรคประจำตัวหรือภาวะภูมิคุ้มกันที่ยังควบคุมไม่ได้
- กำลังใช้ยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- เคยฉีดซิลิโคนเหลวหรือสารเติมเต็มที่ไม่ทราบชนิดในบริเวณเดียวกัน
- มีก้อน บวม แดง หรือปวดผิดปกติจากฟิลเลอร์เดิม
วิธีเช็กฟิลเลอร์ Belotero ของแท้ก่อนฉีด
การเช็กฟิลเลอร์ Belotero ของแท้ก่อนฉีด ควรตรวจสอบทั้งกล่อง กระบอกยา และข้อมูลผู้นำเข้า โดยดูจุดสำคัญดังนี้
- กล่องมีสติกเกอร์โฮโลแกรมและรหัสสำหรับสแกนผ่านแอป EzTracker
- เลข Lot และวันหมดอายุตรงกันทั้งบนกล่อง สติกเกอร์ด้านใน และกระบอกฉีด
- มีฉลากและเอกสารกำกับภาษาไทย พร้อมระบุผู้นำเข้าอย่างชัดเจน
- กล่องและแพ็กเกจต้องปิดสนิท ไม่มีรอยแกะหรือผ่านการใช้งาน
- ตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ Merz Club Thailand
ฟิลเลอร์ Belotero อยู่ได้นานแค่ไหน
จากเคสที่หมอติดตาม ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ Belotero โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6–18 เดือน แต่ระยะเวลาจะแตกต่างกันตามรุ่นและตำแหน่งที่ฉีด เคสที่ฉีดบริเวณขยับบ่อยหรือใช้รุ่นเนื้อละเอียดมักสลายเร็วกว่ารุ่นที่ใช้เติมวอลลุ่มในชั้นลึก นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีด ระบบเผาผลาญ และการตอบสนองของแต่ละคนด้วย
ฟิลเลอร์ Belotero ราคาเท่าไร
ราคาของฟิลเลอร์ Belotero จะมีความแตกต่างกันไปตามรุ่นดังนี้
- Belotero Soft (กล่องเหลือง) ราคาประมาณ 9,000 – 12,000 บาท ต่อ 1 cc
- Belotero Balance (กล่องส้ม) ราคาประมาณ 9,000 – 13,000 บาท ต่อ 1 cc
- Belotero Intense (กล่องชมพู) ราคาประมาณ 11,000 – 15,000 บาท ต่อ 1 cc
- Belotero Volume (กล่องม่วง) ราคาประมาณ 9,500 – 16,000 บาท ต่อ 1 cc
- Belotero Revive (กล่องฟ้า) ราคาประมาณ 12,000 – 16,000 บาท ต่อ 1 cc
- Belotero Lips (Shape & Contour) ราคาประมาณ 10,000 – 14,000 บาท ต่อเซ็ตหรือต่อหลอด ออกแบบมาเพื่อปั้นทรงปากโดยเฉพาะ
สรุป
ฟิลเลอร์ Belotero เป็นฟิลเลอร์ HA จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ที่ช่วยให้เนื้อเจลมีความเรียบเนียน ยืดหยุ่น และกลืนกับเนื้อเยื่อได้ดี มีหลายรุ่นให้เลือกใช้ตั้งแต่การดูแลริ้วรอยตื้น เติมร่องลึก ไปจนถึงการเติมวอลลุ่มและปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้น ทั้งนี้ ควรให้แพทย์ประเมินรุ่นและปริมาณที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งก่อนฉีด



