ฟิลเลอร์ Belotero มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร หมอเลือกจากอะไร

หน้าแรก » ฟิลเลอร์ » ฟิลเลอร์ Belotero มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร หมอเลือกจากอะไร
ว.41660
ฟิลเลอร์ Belotero
เลือกอ่านเนื้อหาได้เลย

Belotero มีหลายรุ่นจนหลายคนอาจสงสัยว่าควรเลือกกล่องสีไหน หรือรุ่นใดเหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการฉีด จริง ๆ แล้วหมอจะไม่ได้เลือกจากชื่อรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินลักษณะปัญหา ชั้นผิว และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนร่วมด้วย เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หมอจะอธิบายความแตกต่างของ ฟิลเลอร์ Belotero แต่ละรุ่น ว่าเหมาะกับบริเวณไหน และมีจุดไหนที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจฉีด

ฟิลเลอร์ Belotero คืออะไร

ฟิลเลอร์ Belotero คือสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด หรือ HA ของบริษัท Merz Aesthetics ใช้เติมริ้วรอย ร่องลึก วอลลุ่มที่ลดลง และดูแลคุณภาพผิว โดยมีหลายรุ่นที่ออกแบบคุณสมบัติของเนื้อเจลให้เหมาะกับปัญหาและชั้นผิวที่แตกต่างกัน

จุดเด่นของ Belotero คือเทคโนโลยี CPM หรือ Cohesive Polydensified Matrix ซึ่งทำให้เนื้อเจลมีความหนาแน่นหลายระดับอยู่ภายในเนื้อเดียวกัน และสามารถกระจายตัวผสานกับเนื้อเยื่อได้ดี

CPM Technology ของ Belotero คืออะไร

CPM Technology เป็นกระบวนการผลิตเนื้อเจล HA ที่ทำให้ฟิลเลอร์มีทั้งความเรียบเนียน ความยืดหยุ่น และการยึดเกาะภายในเนื้อเจล โดยแต่ละรุ่นจะถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติต่างกันตามจุดประสงค์การใช้งาน

เทคโนโลยีนี้ช่วยให้แพทย์มีตัวเลือกตั้งแต่งานริ้วรอยตื้น งานผิวบริเวณที่มีการขยับ ไปจนถึงการเติมวอลลุ่มในชั้นลึก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเป็นก้อน บวม หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน หากเลือกผลิตภัณฑ์หรือฉีดไม่เหมาะกับตำแหน่ง

ฟิลเลอร์ Belotero มีกี่รุ่น

ฟิลเลอร์ Belotero มีกี่รุ่น

หากนับตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ Belotero ที่พบในพอร์ตผลิตภัณฑ์ของ Merz จะมี 7 รุ่น ได้แก่ Soft, Balance, Intense, Volume, Lips Contour, Lips Shape และ Revive

รุ่น Belotero ลักษณะของเนื้อเจล ปัญหาที่แพทย์อาจพิจารณา
Belotero Soft เนื้อละเอียดและค่อนข้างนิ่ม ริ้วรอยตื้น รอยเล็ก ๆ หรือบริเวณผิวบาง
Belotero Balance เนื้อนิ่มปานกลาง กระจายตัวได้ดี ร่องลึกระดับปานกลาง ริ้วรอยรอบปาก หรือบางเคสบริเวณใต้ตา
Belotero Intense มีความยืดหยุ่นและคงตัวมากขึ้น ร่องลึกที่เห็นชัด ร่องแก้ม ร่องมุมปาก หรือจุดที่ต้องการเติมเต็มมากขึ้น
Belotero Volume เนื้อเจลเหมาะกับการเติมวอลลุ่มในชั้นลึก แก้มตอบ ขมับ หรือการปรับสัดส่วนใบหน้าในบางตำแหน่ง
Belotero Lips Contour เน้นเก็บรายละเอียดบริเวณขอบปาก ปรับขอบปากหรือรายละเอียดของรูปทรงริมฝีปาก
Belotero Lips Shape เน้นเติมวอลลุ่มและรูปทรงริมฝีปาก เพิ่มความอิ่มของปากหรือปรับสัดส่วนริมฝีปาก
Belotero Revive ออกแบบมาเพื่อดูแลคุณภาพผิว ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ จากคุณภาพผิว

อย่างไรก็ตาม รุ่นที่นำเข้าและผ่านการรับรองในประเทศไทยอาจแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ก่อนฉีดจึงควรตรวจสอบชื่อรุ่น เลขทะเบียน และผู้นำเข้าบนกล่องทุกครั้ง

ฟิลเลอร์ Belotero แต่ละรุ่นเหมาะกับฉีดจุดไหน

ฟิลเลอร์ Belotero แต่ละรุ่นเหมาะกับฉีดจุดไหน

Belotero สามารถนำมาใช้ได้หลายบริเวณ แต่หมอจะเลือกรุ่นและเทคนิคให้เหมาะกับชั้นผิวของแต่ละจุด

ใต้ตา

ใต้ตาเป็นบริเวณผิวบางและมีโครงสร้างซับซ้อน หมออาจพิจารณาฟิลเลอร์เนื้อละเอียดหรือเนื้อที่กระจายตัวได้ดี แต่ต้องแยกก่อนว่าปัญหาเกิดจากร่องใต้ตา ถุงใต้ตา ไขมัน หรือความหย่อนคล้อย เพราะไม่ใช่ทุกกรณีที่ควรแก้ด้วยฟิลเลอร์

ร่องแก้มและร่องมุมปาก

อาจใช้รุ่น Balance หรือ Intense ตามความลึกของร่องและสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา บางเคสไม่ควรเติมลงในร่องโดยตรงทั้งหมด แต่อาจต้องพยุงโครงสร้างบริเวณแก้มหรือใบหน้าส่วนกลางร่วมด้วย

ริมฝีปาก

กลุ่ม Lips Shape และ Lips Contour ถูกออกแบบให้แพทย์เลือกใช้ตามเป้าหมาย เช่น เพิ่มวอลลุ่ม เก็บขอบปาก หรือปรับสัดส่วนของปาก โดยต้องคำนึงถึงการขยับและเนื้อปากเดิมด้วย

ขมับและแก้มตอบ

บริเวณที่สูญเสียวอลลุ่มอาจพิจารณารุ่น Volume หรือรุ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะกับการเติมชั้นลึก ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับระดับการยุบตัวและความสมดุลของใบหน้า

คางและกรอบหน้า

การปรับคางหรือกรอบหน้าต้องใช้ฟิลเลอร์ที่คงรูปได้เหมาะสม แต่ Belotero ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นตัวเลือกแรกในทุกเคส หมอจะเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นตามโครงสร้างและผลลัพธ์ที่ต้องการ

ริ้วรอยตื้น

ริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบปาก แก้ม หรือผิวบางบางตำแหน่ง อาจเหมาะกับรุ่น Soft ซึ่งมีเนื้อละเอียด แต่การฉีดตื้นต้องอาศัยความแม่นยำเพื่อป้องกันผิวไม่เรียบหรือเห็นเป็นแนว

งานคุณภาพผิว

Belotero Revive เน้นดูแลความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว มากกว่าการนำไปเติมคางหรือสร้างโครงหน้า จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้ง ความยืดหยุ่นลดลง หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ จากสภาพผิว

Belotero ต่างจากฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นอย่างไร

ฟิลเลอร์ HA แต่ละยี่ห้อมีเทคโนโลยีการผลิต ความยืดหยุ่น ความแข็ง และการกระจายตัวต่างกัน Belotero มีจุดเด่นที่เทคโนโลยี CPM และมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่นสำหรับปัญหาที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่า Belotero ดีกว่าฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ เพราะบางตำแหน่งอาจเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่เน้นการคงรูป การพยุง หรือคุณสมบัติแบบอื่นมากกว่า หมอจึงควรเลือกจากปัญหาจริง ไม่ใช่เลือกจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว

ฟิลเลอร์ Belotero เหมาะกับใคร

Belotero อาจเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้

  • มีริ้วรอยตื้นหรือร่องลึกบางตำแหน่ง
  • มีวอลลุ่มใบหน้าลดลง เช่น แก้มตอบหรือขมับตอบ
  • ต้องการปรับรูปทรงหรือเติมริมฝีปาก
  • มีผิวแห้งและต้องการดูแลคุณภาพผิว
  • ต้องการฟิลเลอร์ HA ที่มีหลายรุ่นให้แพทย์เลือกตามตำแหน่ง
  • เข้าใจว่าผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันในแต่ละคน

ใครไม่ควรรฉีดฟิลเลอร์ Belotero

ผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้ควรแจ้งแพทย์และอาจต้องเลื่อนการฉีดออกไปก่อน

  • มีสิวอักเสบ เริม แผล หรือการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • เคยมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์หรือยาชา
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีโรคประจำตัวหรือภาวะภูมิคุ้มกันที่ยังควบคุมไม่ได้
  • กำลังใช้ยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • เคยฉีดซิลิโคนเหลวหรือสารเติมเต็มที่ไม่ทราบชนิดในบริเวณเดียวกัน
  • มีก้อน บวม แดง หรือปวดผิดปกติจากฟิลเลอร์เดิม

วิธีเช็กฟิลเลอร์ Belotero แท้

วิธีเช็กฟิลเลอร์ Belotero ของแท้ก่อนฉีด

การเช็กฟิลเลอร์ Belotero ของแท้ก่อนฉีด ควรตรวจสอบทั้งกล่อง กระบอกยา และข้อมูลผู้นำเข้า โดยดูจุดสำคัญดังนี้

  • กล่องมีสติกเกอร์โฮโลแกรมและรหัสสำหรับสแกนผ่านแอป EzTracker
  • เลข Lot และวันหมดอายุตรงกันทั้งบนกล่อง สติกเกอร์ด้านใน และกระบอกฉีด
  • มีฉลากและเอกสารกำกับภาษาไทย พร้อมระบุผู้นำเข้าอย่างชัดเจน
  • กล่องและแพ็กเกจต้องปิดสนิท ไม่มีรอยแกะหรือผ่านการใช้งาน
  • ตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่สั่งซื้อผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ Merz Club Thailand

ฟิลเลอร์ Belotero อยู่ได้นานแค่ไหน

จากเคสที่หมอติดตาม ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ Belotero โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6–18 เดือน แต่ระยะเวลาจะแตกต่างกันตามรุ่นและตำแหน่งที่ฉีด เคสที่ฉีดบริเวณขยับบ่อยหรือใช้รุ่นเนื้อละเอียดมักสลายเร็วกว่ารุ่นที่ใช้เติมวอลลุ่มในชั้นลึก นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีด ระบบเผาผลาญ และการตอบสนองของแต่ละคนด้วย

ฟิลเลอร์ Belotero ราคาเท่าไร

ราคาของฟิลเลอร์ Belotero จะมีความแตกต่างกันไปตามรุ่นดังนี้

  • Belotero Soft (กล่องเหลือง) ราคาประมาณ 9,000 – 12,000 บาท ต่อ 1 cc
  • Belotero Balance (กล่องส้ม) ราคาประมาณ 9,000 – 13,000 บาท ต่อ 1 cc
  • Belotero Intense (กล่องชมพู) ราคาประมาณ 11,000 – 15,000 บาท ต่อ 1 cc
  • Belotero Volume (กล่องม่วง) ราคาประมาณ 9,500 – 16,000 บาท ต่อ 1 cc
  • Belotero Revive (กล่องฟ้า) ราคาประมาณ 12,000 – 16,000 บาท ต่อ 1 cc
  • Belotero Lips (Shape & Contour) ราคาประมาณ 10,000 – 14,000 บาท ต่อเซ็ตหรือต่อหลอด ออกแบบมาเพื่อปั้นทรงปากโดยเฉพาะ

สรุป

ฟิลเลอร์ Belotero เป็นฟิลเลอร์ HA จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ที่ช่วยให้เนื้อเจลมีความเรียบเนียน ยืดหยุ่น และกลืนกับเนื้อเยื่อได้ดี มีหลายรุ่นให้เลือกใช้ตั้งแต่การดูแลริ้วรอยตื้น เติมร่องลึก ไปจนถึงการเติมวอลลุ่มและปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมดุลขึ้น ทั้งนี้ ควรให้แพทย์ประเมินรุ่นและปริมาณที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งก่อนฉีด

แชร์บทความ
นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
ว.41660
บทความโดย นพ.กรไชย ภู่เจริญกุล (หมอนาย)
แพทย์ผู้ดูแลการรักษาด้านเวชศาสตร์ความงาม
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ
ปรึกษาคุณหมอฟรี
Apex Clinic Teams
โปรโมชั่นประจำเดือนนี้
โปรโมชัน Skin Celeb
บทความที่เกี่ยวข้อง
อาการแพ้ฟิลเลอร์ สังเกตอย่างไร

อาการแพ้ฟิลเลอร์ สังเกตอย่างไร และควรระวังอาการแบบไหน

อาการแพ้ฟิลเลอร์ เป็นอาการที่ควรแยกให้ออกจากอาการบวมช้ำปกติหลังฉีด เพราะบางอาการอาจเป็นเพียงการฟื้นตัวของผิว
ฟิลเลอร์ Neuramis

ฟิลเลอร์ Neuramis (นิวรามิส) คืออะไร มีกี่รุ่น ต่างกันอย่างไร ราคาเท่าไหร่

ฟิลเลอร์ Neuramis หรือ นิวรามิส เป็นฟิลเลอร์ HA จากเกาหลีที่มีหลายรุ่นให้เลือกใช้ตามตำแหน่งและปัญหาบนใบหน้า เช่น ร่องลึก วอลลุ่มที่ยุบลง
ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีอะไรบ้าง เช็กลิสต์พฤติกรรมและอาหารที่ควรเลี่ยง

ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นสิ่งที่ต้องรู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดหลังจากเข้ารับบริการหัตถการเติมเต็มผิว เพราะถึงแม้ว่าฟิลเลอร์ใต้ตา จะช่วยกู้ผิวใต้ตาคล้ำ
ไฮยาลูรอน

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อไฮยาลูรอนกันจนคุ้นหู ในฐานะตัวช่วยกู้ผิวโทรมให้กลับมาดูอิ่มน้ำ แต่ในวงการความงามนั้น ถูกนำมาพัฒนาเป็นฟิลเลอร์