Oligio vs Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับที่คนไข้มักนำมาเปรียบเทียบกัน เพราะทั้งคู่ช่วยดูแลผิวหย่อนและกระตุ้นการปรับตัวของคอลลาเจนได้ แต่ใช้พลังงานคนละแบบ ลงลึกไม่เท่ากัน และให้จุดเด่นต่างกัน
บทความนี้หมอจะเปรียบเทียบให้เห็นชัดว่าแต่ละเครื่องทำงานอย่างไร เหมาะกับปัญหาแบบไหน รวมถึงควรดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจเลือกทำ
รู้จักกับ Oligio และ Ulthera
Oligio และ Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่มีวิธีส่งพลังงานต่างกัน ดังนี้
รู้จักกับ Oligio
Oligio เป็นเครื่องจากประเทศเกาหลีใต้ ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว หรือ Monopolar RF ส่งความร้อนกระจายเข้าไปในชั้นหนังแท้และเนื้อเยื่อใต้ผิวบางส่วน ช่วยให้ผิวโดยรวมดูแน่นและกระชับขึ้น เหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เฟิร์ม แก้มล่างเริ่มคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีความหย่อนบริเวณใต้คางเล็กน้อย
รู้จักกับ Ulthera
Ulthera เป็นเครื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้พลังงาน Micro-Focused Ultrasound with Visualization หรือ MFU-V สร้างจุดความร้อนตามระดับความลึกที่เลือกได้ เครื่องมีหน้าจอแสดงภาพขณะทำ ทำให้แพทย์เห็นว่าหัวกำลังวางอยู่ในระดับใด และสามารถออกแบบแนวพลังงานให้เหมาะกับความหนาผิวและความหย่อนของแต่ละบริเวณได้
Oligio X vs Ultherapy Prime ต่างกันอย่างไร
- Oligio X เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อจาก Oligio โดยเพิ่มรูปแบบการส่งพลังงาน GXG Dual Mode ช่วยกระจายความร้อนได้ครอบคลุมและปรับการดูแลผิวได้หลากหลายขึ้น
- ส่วน Ultherapy Prime ยังคงใช้หลักการ MFU-V เช่นเดิม แต่พัฒนาระบบแสดงภาพชั้นผิวให้ชัดขึ้น ทำงานเร็วขึ้น และออกแบบให้รู้สึกสบายกว่าเดิม โดยยังเด่นด้านการวางพลังงานเป็นจุดตามระดับความลึกเพื่อยกกระชับ
เปรียบเทียบ Oligio vs Ulthera
หากต้องการดูความแตกต่างแบบรวดเร็ว หมอสามารถสรุปให้ได้ดังนี้
- พลังงาน : Oligio ใช้ Monopolar RF ส่วน Ulthera ใช้ MFU-V
- รูปแบบพลังงาน : Oligio กระจายความร้อนเป็นบริเวณกว้าง ส่วน Ulthera วางจุดพลังงานตามระดับความลึก
- ระดับเนื้อเยื่อ : Oligio เน้นเพิ่มความร้อนในเนื้อเยื่อโดยรวม ส่วน Ulthera เลือกความลึกได้ที่ 1.5, 3.0 และ 4.5 มม.
- ระบบมองเห็นชั้นผิว : Oligio ไม่มีภาพอัลตราซาวนด์ขณะทำ ส่วน Ulthera มีระบบ DeepSEE
- จุดเด่น : Oligio เน้นความแน่นและความกระชับของผิว ส่วน Ulthera เน้นออกแบบแนวยกจากหลายระดับ
- ความรู้สึกขณะทำ : Oligio มักรู้สึกอุ่นหรือร้อน ส่วน Ulthera อาจรู้สึกจี๊ด ตึง หรือสะเทือนลึก
- หน่วยพลังงาน : Oligio นับเป็น Shots ส่วน Ulthera นับเป็น Lines
- เหมาะกับ : Oligio เหมาะกับผิวที่เริ่มไม่แน่นและหย่อนเล็กน้อย ส่วน Ulthera เหมาะกับผู้ที่ต้องการเน้นแนวยกจากชั้นลึก
Oligio และ Ulthera ใช้พลังงานต่างกันอย่างไร
Oligio ใช้พลังงาน Monopolar RF ทำให้เนื้อเยื่อเกิดความร้อนแบบกระจายเป็นพื้นที่ จึงเด่นเรื่องการเพิ่มความแน่นและดูแลความหย่อนของผิวโดยรวม
Ulthera ใช้พลังงาน MFU-V สร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ตามระดับความลึกที่กำหนด ได้แก่ 1.5, 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร โดยหัวระดับ 4.5 มิลลิเมตรสามารถวางพลังงานลงไปถึงบริเวณชั้นพังผืดที่เกี่ยวข้องกับการพยุงใบหน้าอย่าง SMAS ได้
พูดง่าย ๆ คือ Oligio เน้นกระจายความร้อนเพื่อให้ผิวดูแน่นขึ้น ส่วน Ulthera เน้นวางพลังงานเป็นแนวตามระดับโครงสร้างที่ต้องการยก
ผลลัพธ์ของ Oligio กับ Ulthera
Oligio เหมาะกับการเพิ่มความแน่นและความกระชับของผิวในภาพรวม หลังทำจึงอาจสังเกตว่าแก้มล่าง ใต้คาง หรือกรอบหน้าดูได้รูปขึ้นในบางคน
ส่วน Ulthera เด่นเรื่องการวางแนวยกตามระดับความลึก จึงมักนำมาใช้กับบริเวณที่ต้องการยกโครงสร้าง เช่น คิ้ว แก้ม กรอบหน้า ใต้คาง และลำคอ
Oligio หรือ Ulthera เหมาะกับใคร
เวลาหมอเลือกเครื่อง จะดูเป็นหลักว่าปัญหามาจากผิวที่เริ่มขาดความแน่น หรือมีความหย่อนจากเนื้อเยื่อระดับลึก
ใครเหมาะกับ Oligio
- ผิวเริ่มไม่แน่นหรือมีความหย่อนเล็กน้อย
- แก้มล่างและกรอบหน้าเริ่มดูไม่กระชับ
- ต้องการให้ผิวโดยรวมดูแน่นและเรียบขึ้น
- ต้องการดูแลผิวเป็นบริเวณกว้าง
- เน้นความเฟิร์มของผิวมากกว่าการยกจากชั้นลึก
ใครเหมาะกับ Ulthera
- มีความหย่อนบริเวณคิ้ว แก้ม กรอบหน้า ใต้คาง หรือลำคอ
- ต้องการเน้นการยกกระชับจากเนื้อเยื่อระดับลึก
- แนวแก้มหรือกรอบหน้าเริ่มตกและไม่ชัดเหมือนเดิม
- ต้องการวางพลังงานต่างระดับตามแต่ละตำแหน่ง
- ต้องการเครื่องที่มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อขณะทำ
Oligio vs Ulthera แบบไหนเห็นผลเร็วกว่า
หลังทำ Oligio คนไข้อาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นในช่วงแรก ขณะที่ Ulthera อาจเห็นแนวยกเล็กน้อยหลังทำเช่นกัน แต่ทั้งสองเทคโนโลยีต้องอาศัยเวลาให้เนื้อเยื่อและคอลลาเจนเกิดการปรับตัว โดยผลของ Ulthera มักประเมินได้ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 2-3 เดือน ทั้งนี้ระยะเห็นผลแตกต่างกันตามสภาพผิวของแต่ละคน
Oligio กับ Ulthera แบบไหนอยู่ได้นานกว่า
Ulthera อาจคงอยู่ประมาณ 1 ปีหรือมากกว่าในคนไข้บางราย ส่วนผลของ Oligio มักอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว พลังงาน จำนวน Shot ระดับความหย่อนคล้อย และการวางแผนพลังงานของแพทย์ จึงควรนัดประเมินเป็นรายบุคคล
Oligio กับ Ulthera ทำพร้อมกันได้ไหม
บางเคสสามารถวางแผน Oligio และ Ulthera ร่วมกันได้ เพราะทั้งสองเครื่องใช้พลังงานและเน้นเนื้อเยื่อคนละระดับ ตัวอย่างเช่น ใช้ Ulthera วางแนวยกจากชั้นลึก แล้วใช้ Oligio เสริมความแน่นของผิวโดยรวม
Oligio vs Ulthera ราคาและความคุ้มค่าต่างกันอย่างไร
Oligio มักมีค่าใช้จ่ายต่อครั้งเข้าถึงง่ายกว่า และเหมาะกับคนที่ต้องการเน้นความแน่นของผิวโดยรวม ส่วน Ulthera มักมีราคาสูงกว่า เนื่องจากเป็นการวางพลังงานเป็นไลน์ตามระดับความลึก และมีระบบแสดงภาพขณะทำ ความคุ้มค่าต้องพิจารณาร่วมกับปัญหาหลัก พื้นที่ที่ทำ จำนวน Shots และเป้าหมายที่ต้องการแก้
ก่อนเลือก Oligio หรือ Ulthera ควรดูอะไรบ้าง
ก่อนเลือกทำ หมอแนะนำให้ดูโครงสร้างใบหน้าและปัญหาจริงก่อน ควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไป
- ระดับความหย่อนคล้อย หากต้องการเน้นการวางแนวยกจากชั้นลึก Ulthera มักตอบโจทย์มากกว่า
- ความหนาผิวและปริมาณไขมัน หากต้องการเพิ่มความแน่นของผิวเป็นบริเวณกว้าง Oligio อาจเหมาะกว่า
- วอลลุ่มของใบหน้า คนที่แก้มตอบหรือขมับยุบอยู่แล้ว ต้องระวังการลงพลังงานในตำแหน่งที่มีเนื้อเยื่อน้อย
- บริเวณที่ต้องการทำ เช่น คิ้ว แก้มล่าง ใต้คาง กรอบหน้า หรือลำคอ แต่ละตำแหน่งอาจเหมาะกับหัวและระดับพลังงานต่างกัน
- จำนวน Shots หรือ Lines ต้องสัมพันธ์กับขนาดพื้นที่และระดับปัญหา
- งบประมาณและเป้าหมาย ควรดูค่าใช้จ่ายรวมควบคู่กับผลลัพธ์ที่ต้องการ
- เครื่องและสถานพยาบาล ควรเลือกสถานพยาบาลที่ตรวจสอบข้อมูลเครื่องได้ และมีแพทย์เป็นผู้ประเมินและวางพลังงาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio vs Ulthera
Oligio กับ Ulthera แบบไหนดีกว่ากัน
ต้องดูว่าต้องการแก้ปัญหาอะไร Oligio เด่นเรื่องเพิ่มความแน่นและความกระชับของผิวโดยรวม ส่วน Ulthera เด่นเรื่องวางแนวยกตามระดับความลึก หากเลือกตรงกับปัญหาและวางพลังงานเหมาะสม ทั้งสองเครื่องสามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีได้
Oligio กับ Ulthera อันไหนเจ็บกว่ากัน
Oligio มักรู้สึกอุ่นหรือร้อนเป็นช่วง ๆ ส่วน Ulthera อาจรู้สึกจี๊ด ตึง หรือสะเทือนลึกกว่า โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใกล้กระดูก ซึ่งระดับความรู้สึกขึ้นอยู่กับหัวที่ใช้ ค่าพลังงาน ตำแหน่งที่ทำ และความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคน
คนหน้าเล็กควรทำ Oligio หรือ Ulthera
คนหน้าเล็กสามารถทำได้ แต่ต้องประเมินวอลลุ่มและปริมาณไขมันก่อน หากมีแก้มตอบหรือขมับยุบอยู่แล้ว หมอจะหลีกเลี่ยงการลงพลังงานหนาแน่นในบริเวณนั้น และเลือกดูแลเฉพาะจุดที่มีความหย่อนจริง
คนแก้มเยอะควรทำ Oligio หรือ Ulthera
ต้องแยกก่อนว่าแก้มดูใหญ่จากไขมัน ผิวหย่อน กล้ามเนื้อ หรือโครงสร้างกระดูก เพราะแต่ละสาเหตุใช้วิธีดูแลไม่เหมือนกัน หากเป็นผิวไม่แน่น Oligio อาจช่วยเพิ่มความกระชับได้ แต่ถ้ามีแนวแก้มและกรอบหน้าหย่อนลง Ulthera อาจเหมาะกับการวางแนวยกมากกว่า
Oligio 600 Shots เท่ากับ Ulthera 600 Lines ไหม
ไม่เท่ากัน เพราะ Oligio และ Ulthera ใช้พลังงานคนละชนิด หนึ่ง Shot กับหนึ่ง Line ครอบคลุมพื้นที่และลงลึกต่างกัน
Oligio กับ Ulthera ทำวันเดียวกันได้ไหม
บางเคสสามารถทำในวันเดียวกันได้ แต่หมอต้องวางแผนลำดับ พื้นที่ และพลังงานรวมก่อน ไม่จำเป็นต้องทำคู่กันทุกคน และไม่ควรลงพลังงานซ้ำในตำแหน่งเดียวกันโดยไม่มีแผนที่ชัดเจน
เคยทำ Oligio แล้วเปลี่ยนมาทำ Ulthera ได้ไหม
สามารถเปลี่ยนมาทำ Ulthera ได้ แต่ควรแจ้งวันที่ทำ Oligio รุ่นเครื่อง จำนวน Shots และพื้นที่ที่เคยทำให้แพทย์ทราบ หากมีใบบันทึกการรักษาหรือข้อมูลพลังงานเดิม สามารถนำมาประกอบการวางแผนครั้งถัดไปได้
สรุป Oligio vs Ulthera เลือกเครื่องไหนดี
หากปัญหาหลักคือผิวเริ่มไม่แน่น แก้มล่างหรือกรอบหน้าดูกระชับน้อยลง และต้องการเพิ่มความเฟิร์มของผิวโดยรวม Oligio อาจเหมาะกับเป้าหมายมากกว่า ส่วนผู้ที่มีความหย่อนบริเวณคิ้ว แก้ม กรอบหน้า ใต้คาง หรือลำคอ และต้องการวางแนวยกจากระดับลึก แนะนำ Ulthera
ก่อนเลือกเครื่อง หมอจะดูทั้งความหนาผิว ปริมาณไขมัน วอลลุ่มใบหน้า ตำแหน่งที่หย่อน และผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการ เพื่อวางพลังงานให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าเป็นรายบุคคล



